“ลิลี่ เจอกันวันหลังนะ” สมิทกล่าวโบกมือลากระต่ายสาวคู่หูของเขา ก่อนที่เขาจะเตรียมตัวออกจากเกมไปพร้อมๆกับพลอยใส
“ค่ะ พี่สมิท เจอกันวันหลัง” ลิลี่กล่าวพลางยิ้มหวานให้สมิท ในตอนนี้เธอได้รับอนุญาตจากสมิทแล้ว ว่าไม่ต้องเรียกนายท่าน หากแต่ให้เรียกชื่อในเกมของเขาได้
“ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ระวังตัวด้วยนะ...ถ้ามีปัญหาอะไรที่นอกตัวเมือง ให้หลบในบ้านพกพาไปก่อน รอจนกว่าฉันจะกลับมา เข้าใจไหม” สมิทกล่าวย้ำกับลิลี่ด้วยน้ำเสียงกังวล “แล้วฉันจะรีบกลับมา”
“ค่ะพี่สมิท” ลิลี่กล่าวตอบรับ “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูดูแลตัวเองได้”
“อิจฉาแกจังเลยนะเพชร” พลอยใสกล่าว “ได้มอนสเตอร์คู่หูเป็สาวน้อยน่ารัก...พรุ่งนี้ฉันจะไปบ้านแกแต่เช้า เพื่อถามเื่นี้ทั้งวันเลยล่ะ”
“จะมากินข้าวฟรีเหมือนทุกทีก็บอกมาเถอะ” สมิทกล่าวพลางหันไปหาพลอยใส ระหว่างนี้เขาเริ่มกดปุ่มออกจากเกมที่หน้าต่างระบบ มันนับถอยหลังทันที
“บ้า...ฉันไม่ได้กินฟรี แต่ป๊านายเลี้ยงต่างหากย่ะ” พลอยใสเองก็กดปุ่มออกจากเกม หน้าต่างระบบของเธอนับเวลาไล่เลี่ยกับสมิทเช่นกัน
“........”
ร่างของสมิทและพลอยใสอันตรธานหายไปกลางอากาศ ลิลี่ยิ้มส่งพวกเขาจนมั่นใจว่าพวกเขาทั้งสองออกไปแล้ว ก่อนที่เธอจะทำหน้าเศร้า หูกระต่ายสีขาวของเธอตกห้อยลงมา
“เหงาจังเลย...ข้างนอกนั่นผ่านไปกี่ปีแล้วนะ”
ณ ตอนนี้ลิลี่กำลังนั่งอยู่ตัวคนเดียว ในบริเวณพื้นที่ของปราสาทแสนสุข ท่ามกลางเสียงน้ำพุและผู้เล่นใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีมอนสเตอร์หลากหลายชนิดอยู่เป็เพื่อนเธอ และบางตัวชวนเธอเล่นกับมันด้วยซ้ำ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจคลายความเหงาและความเดียวดายของเธอได้ เพราะเธอแตกต่างจากมอนสเตอร์เหล่านี้อย่างมาก ถึงแม้เธอจะเป็มอนสเตอร์ของโลกใบนี้ แต่โลกใบนี้ก็ไม่ใช่ที่ของเธอ
“ข้างนอกนั่น...คือที่ของเรา”
เมื่อลิลี่คิดเช่นนั้น ภาพความทรงจำสุดท้ายของเธอที่นึกได้ก็ผุดออกมา เธอเห็นหญิงสาวคนหนึ่งรำให้ และมองเธอจาก้า เธอเห็นเพดานสีขาว แสงไฟสว่างจ้าบาดตา และแพทย์ในชุดผ่าตัดที่เอาอะไรสักอย่างครอบหัวเธอ ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะหายไป หลงจากนั้นเธอก็ลืมตาตื่นมาในร่างของลูกกระต่ายสีหมอก ััได้ถึงไออุ่นภายในโพรง และขนที่นุ่มสะอาดของแม่กระต่าย ที่รักและดูแลเธอราวกับลูกแท้ๆ
นี่คือทั้งหมดที่เธอจำได้ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ลำบากใจอะไร ที่จะต้องอยู่ในโลกแห่งนี้ แต่ลึกๆแล้วเธอเชื่อว่าสิ่งนี้ไม่ถูกต้องสำหรับเธอ มันคือโลกจำลอง และเธอมีสิทธิที่จะได้ออกไป ไปยังที่ๆเป็โลกของเธออย่างแท้จริง...เธอมีร่างกายให้สามารถออกไปจากโลกนี้ได้ เหมือนที่สมิทและพลอยใสทำอยู่
“กระต่ายน้อย...ทำไมดูเศร้าจังเลยจ๊ะ”
มืออันเรียวบาง จากน้ำเสียงของหญิงสาวที่ดูใจดีค่อยๆลูบไล้หัวของลิลี่ ก่อนที่จะลูบหูทั้งสองของเธอเล่นไปมา ทำเอาเธอจั๊กจี้จนตัวสะดุ้งโหยง
“เอ๋ คุณเป็ใครคะ” ลิลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่น ก่อนที่เธอจะหันไปมองเ้าของมือที่อยู่ด้านหลังของเธอทันที
เ้าของมือที่กำลังลูบหัวเธออยู่เป็ญิงสาวท่าทางใจดี ดูงดงาม เธอมีผมสีฟ้ายาว มีดวงตาสีแดงบนใบหน้าเรียวคมได้รูป เธออยู่ในชุดกี่เพ้าสีขาว และมีลูกจิ้งจอกสามหางตัวสีเขียวเกาะอยู่ที่ไหล่ของเธอ
“ขอโทษที่ทำให้ในะจ๊ะ” หญิงสาวผมฟ้า ในชุดกี่เพ้าขาวกล่าวก่อนจะนั่งลงเป็เพื่อนเธอ “ฉันมีชื่อว่าแพร...ชื่อของฉันทั้งในเกมและนอกเกม”
“จับหัวและหูของคนอื่นตามใจชอบไม่ดีเลยนะคะ” ลิลี่กล่าวน้ำเสียงงอน “นึกว่าฉันเป็มอนสเตอร์และจะทำอะไรก็ได้หรือไง”
หญิงสาวที่ชื่อแพรเอามือทาบปากตัวเองพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนเธอจะเรียกหน้าต่างผู้เล่นของเธอออกมา แล้วยื่นลูกสาลี่สีเหลืองนวล ซึ่งมีกลื่นหอมเตะจมูก ทำเอาหูของลิลี่กระดิกตอบรับกลิ่นทันที
“ฉันให้นะ ผลสาลี่อาบหิมะร้อยปี แทนคำขอโทษแล้วกัน”
ลิลี่รับผลสาลี่มา ก่อนที่เธอจะตรวจเช็คสถานะของสิ่งที่พึ่งได้รับ
“[ข้อมูลไอเท็ม: ผลสาลี่อาบหิมะร้อยปี ผลไม้จากแดนสัมบูรณ์ ที่ไม่มีวันเน่าสลาย ช่วยเพิ่มพลังเวทมนตร์ขึ้นสองเท่า เป็ระยะเวลาสองชั่วโมง ใช้เลี้ยงมอนสเตอร์ได้ และเพิ่มค่าความภักดีให้กับมอนสเตอร์ ราคาตามท้องตลาด ลูกละ 300-350 เหรียญ]”
“ขอบคุณค่ะ” ลิลี่กล่าวก่อนที่เธอจะเก็บเข้าหน้าต่างไอเท็มของเธอ “หนูจะรอนายท่านกลับมา แล้วค่อยกินตอนต่อสู้กับพวกชาโดว์นะคะ”
“และนายท่านของเธอจะกลับมาเมื่อไหร่กันล่ะ” หญิงสาวชื่อแพรกล่าวก่อนจะลุกขึ้นยืน “สนใจไปทำอะไรสนุกๆระหว่างรอดีไหมจ๊ะ”
“เช่นอะไรคะ” ลิลี่กล่าวถามด้วยความสงสัย “เก็บเลเวล ทำเควส หรือหาของกินในตัวเมือง”
“ขึ้นอยู่กับว่านายท่านของเธออนุญาตให้เธอทำอะไรบ้าง” แพรกล่าว “ถ้านายท่านของเธออนุญาตให้เธอเข้าร่วมปาร์ตี้กับผู้เล่นอื่นได้ก็คงดีสิ”
“ได้นะคะ” ลิลี่กล่าวก่อนจะเปิดระบบหน้าต่างของตัวเอง และเช็คข้อมูล “หนูได้รับสิทธิให้ต่อสู้หรือสังหารผู้เล่นอื่น และสิทธิออกนอกเขตปลอดภัย รวมถึงติดตามผู้เล่นอื่นด้วย...แต่ว่าหนูจะไว้ใจคุณแพรได้หรือเปลา”
“คงเจอพวกแย่ๆมาสินะคะ” แพรกกล่าวอย่างเข้าใจ “แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ที่ฉันจะพาเธอไปน่ะ ปลอดภัยจากการถูกไล่ล่าโดยผู้เล่นอย่างแน่นอน”
“มีที่เก็บเลเวลที่ปลอดภัยจากผู้เล่นคนอื่นด้วยหรือคะ” ลิลี่ล่าวด้วยความสงสัย “ที่ไหนกัน”
“ลานประลองPVP” แพรกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ “เพราะที่นั่นเราจะต้องเป็ฝ่ายไล่ล่าเขายังไงล่ะ”
“นั่นไง หนักกว่าอีก” ลิลี่กล่าวพลางเบือนหน้าหนีและหัวเราะแห้งๆ “สถาณที่ๆต้องเจอกับผู้เล่นที่มีสติปัญญา พร้อมด้วยมอนสเตอร์สำหรับสู้รบ มันพอๆกับเจอพวกที่คอยไล่ล่าผู้เล่นเลยล่ะ”
ลิลี่สะดุดกับความคิดของเธอเอง ก่อนจะหันหน้าไปมองแพรที่ยิ้มหวานให้กับเธอ
“อย่าบอกนะคะ ว่าจะให้หนูฝึกสู้กับผู้เล่นคนอื่น...”
“ใช่แล้วล่ะค่ะ” แพรกล่าว “เ้าหญิงแห่งดวงจันทร์ ลูนาเรีย ตัวแรกและน่าจะเป็ตัวเดียวในประเทศไทย...คิดว่าชื่อนี้ล่อตาล่อใจพวกนักล่า กับพวกนิสัยเสียในเกมขนาดไหนกันล่ะคะ”
“เข้าใจแล้วล่ะค่ะ” ลิลี่กล่าว “หนูจะไปกับคุณก็ได้ ไปสู้กับผู้เล่นโดยตรง เพื่อเรียนรู้วิธีการของพวกเขา”
“งั้นฉันจะรับเธอเป็มอนสเตอร์ติดตามชั่วคราวนะ” แพรกล่าวก่อนจะส่งคำเชิญให้ลิลี่ “เราต้องเดินทางไปเมืองหลวงเสียก่อน จึงจะสามารถลงทะเบียนประลองได้”
ลิลี่ลังเลชั่วครู่ เพราะระหว่างเดินทางไปเมืองต่อไป เธอต้องออกนอกเขตปลอดภัยเสียก่อน แต่เธอคิดว่าควรจะวัดใจสักครั้ง เธอพยักหน้ารับก่อนจะกดยอมรับการติดตมของอีกฝ่าย
ระหว่างที่เดินออกนอกรั้วปราสาทแสนสุข ลิลี่พบว่ามีคนของกิลด์อะซูไรท์คอยลาดตระเวณรักษาความปลอดภัยให้ผู้เล่นใหม่บริเวณนี้ พวกเขาจับจ้องมาที่ลิลี่ทันที เพราะเธอเป็มอนสเตอร์ที่สังกัดกิลด์เดียวกัน และกำลังติดตามผู้เล่นแปลกหน้าคนหนึ่ง แน่นอนว่าคนในกิลด์อะซูไรท์เดินมาที่ลิลี่ทันที
“ขอโทษนะครับ มอนสเตอร์ตัวนั้นมีอะไรให้พวกเราช่วยไหม” นักดาบใหญ่ในชุดเกราะอัศวินสีเงินกล่าวพลางรีบเดินมาประชิดลิลี่ ข้างตัวเขามีมอนสเตอร์หมาพันธ์ไทยหลังอานลายเสือคอยประกบ ดูท่าว่าเขาพร้อมจะโจมตีแพรได้ทุกเมื่อ ถ้าอีกฝ่ายมีทีท่าพิรุจ
“ไม่มีค่ะ” ลิลี่กล่าวตอบรับอีกฝ่าย “พี่สาวคนนี้เธอเป็เพื่อนหนูเอง และเรากำลังจะไปที่เมืองหลวงข้างหน้านี่ล่ะ”
“งั้นฉันเดินไปส่งนะ” ชายอัศวินกล่าวก่อนจะเดินตามทันที “่นี้พวกอันเดอร์ครอสอาละวาดหนัก ทางเราเลยต้องคอยดูแลผู้เล่นเริ่มต้นที่ยังไม่ออกไปจากเมืองนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนถึงอันตรายจากกิลด์นี้ไปในตัว”
“พวกเขาทำเพื่อะไรกันคะ” ลิลี่กล่าวถามด้วยความสงสัย “ทั้งๆที่ถ้าทำตัวดีๆ ก็จะมีผู้เล่นใหม่ไปหาเขาเองถึงที่แล้วแท้ๆ”
“พวกอันเดอร์ครอสมีกลุ่มก้อนของตนอยู่แล้ว และพวกนี้คัดสรรคนเข้ากิลด์ั้แ่อยู่นอกเกม ดังนั้นผู้เล่นในเกมจึงไม่จำเป็สำหรับพวกมัน” อัศวินในชุดเกราะเงินกล่าว “อ้อจริงสิ ฉันลืมแนะนำตัวเลย ฉันชื่อว่าริคาร์โด้ จากอะซูไรท์หน่วยที่สอง”
“หนูชื่อว่าลิลี่ มอนสเตอร์ของนายท่านสมิท จากหน่วยที่สามค่ะ” ลิลี่กล่าวแนะนำตัวเองกลับ ก่อนจะมองมาที่แพร
“ฉันชื่อว่าแพร” แพรกล่าวเสียงเรียบ “ไม่ได้สังกัดกิลด์ไหนค่ะ และยังไม่มีความคิดว่าจะสังกัดกิลด์ใดๆด้วย”
“แพรสินะ” ริคาร์โด้กล่าวพลางมองสำรวจรอบๆตัวแพรเพื่อหาอาวุธ และเขาพบว่าเธอไม่มีอาวุธติดตัวเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พอเดาแนวทางอาชีพของเธอออก
“สายเวท” ริคาร์โด้กล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแ่เบา “และซ่อนอาวุธเพื่อไม่ให้เดาแนวทางต่อสู้ออก...เป็ผู้เล่นมืออาชีพสินะ”
“ดาบใหญ่ที่คุณสะพายอยู่นั่นน่ะ” แพรกล่าวพลางเหลือบตามองมาที่ริคาร์โด้ “เป็อาวุธทำเองสินะคะ ไม่ใช่อาวุธจากระบบของเกม”
“รู้ด้วยหรือครับ” ริคาร์โด้กล่าว “เก่งจริงๆ สมกับที่เป็ผู้เล่นมืออาชีพ มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็ของทำเอง”
“ฉันไม่ใช่มืออาชีพหรอกค่ะ” แพรกล่าว “คุณพูดเกินไปแล้ว”
“อย่าโกหกผมเลย” ริคาร์โด้กล่าวพลางชี้ไปที่เอวของแพร “ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่ดาบที่คุณซ่อนเอาไว้น่ะ มันทรงพลังมากเลยล่ะนะ...มากเสียจนมอนสเตอร์ของผมมันส่งสัญญาณเตือนถึงอันตรายจากอาวุธของคุณ”
“จมูกดีจังเลยนะ เ้าหลังอานลายเสือ” แพรกล่าวพลางมองไปที่มอนสเตอร์หมาของริคาร์โด้ ที่หลบอยู่หลังเ้านาย มันโผล่หัวมาชำเลืองมองแพร พลางส่งสายตาหวาดกลัว
“ผู้เล่นระดับสูง ที่ไม่สังกัดกิลด์ใดๆ” ริคาร์โด้กล่าวพลางวิเคราะห์ “คุณคงเป็ผู้เล่นสายPVPหรือเน้นต่อสู้กับผู้เล่นด้วยกันในสนามประลองสินะครับ ผมพูดถูกไหม”
“ใช่ค่ะ” แพรกล่าวก่อนจะมองมาที่ลิลี่ “ฉันถนัดสู้กับผู้เล่นด้วยกันมากที่สุด และฉันจะใช้ความรู้ของฉันช่วยเหลือกระต่ายน้อยที่น่าสงสารตนนี้”
“ใครน่าสงสารกัน” ลิลี่กล่าวทำเสียงงอน “ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ และเลิกเรียกฉันว่ากระต่ายน้อยเสียทีเถอะ”