ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 50 ผู้ดูแลของหอการค้า

            บทที่50

            ผู้ดูแลของหอการค้า

            อาคารของหอการค้าเงามายาตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองอวี้หยางเป็นอาคารสูงหลายชั้นที่โดดเด่นที่สุดในเมืองสร้างด้วยหินวิญญาณสีเข้มสลักลวดลายอักขระโบราณที่เรืองแสงแผ่วเบาในยามต้องแสงแดดสองฝั่งทางเดินรายล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ดูร่มรื่น ต่างจากตลาดผู้ฝึกตนที่วุ่นวายหอการค้าแห่งนี้ให้ความรู้สึกเงียบขรึมและทรงอำนาจ

            มีผู้ฝึกตนมากมายเดินทางเข้าออกอยู่ตลอดเวลาทว่าแม้จะมีคนพลุกพล่าน บรรยากาศโดยรอบกลับดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างประหลาดนั่นเพราะทุกผู้คนต่างรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้ไม่อาจล่วงเกินได้ หอการค้าเงามายา หอการค้าที่มีอิทธิพลสูงสุดในเมืองและแผ่อำนาจออกไปไกลทั่วทั้งราชวงศ์ แม้แต่สองตระกูลใหญ่แห่งเมืองอวี้หยางหรือแม้แต่ผู้ดูแลของเมืองเอง ก็ยังต้องให้ความเคารพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

            ณ ชั้นบนสุดของหอการค้าภายในห้องโถงส่วนตัวที่เงียบสงัด ม่านไหมสีเทาอ่อนปลิวไหวเบา ๆตามแรงลมจากหน้าต่างบานใหญ่ กลิ่นหอมของชาอวี้ฮวาถูกกลั่นออกมาจากถ้วยชาหรูที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ดำ

            ชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่หน้าถ้วยชาใบหน้าของเขามีร่องรอยของอายุและความชรา ปรากฏริ้วรอยลึกชัดรอบหางตาและมุมปากทว่าเส้นผมของเขากลับดำขลับดุจรัตติกาลร่างกายของเขาแต่งกายเรียบร้อยด้วยอาภรณ์ไหมสีเงินสะอาด ท่าทางสงบนิ่งสุขุม สายตาของเขาลึกและนิ่ง

            ประตูไม้ที่ปิดสนิทอยู่นั้นก็เปิดออกด้วยแรงผลักจากพลังบางอย่างอย่างเงียบงัน

            ชายร่างกำยำผู้หนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องก้าวเข้ามาทันทีที่ได้ยินสัญญาณ ร่างของเขาสวมชุดเกราะเบาแนบเนื้อสีดำสนิทประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม 

            ชายชราเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าได้ยินว่า... มนุษย์ผู้นั้นที่สามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับหลอมกายาได้มักแวะเวียนมาซื้อขายของในหอการค้าของพวกเราอยู่เสมอ... จริงหรือไม่?”

            ชายร่างกำยำตอบกลับทันที “เป็นความจริงขอรับ ท่านผู้ดูแล”

            ชายชราไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อยก่อนจะพูดเสียงเบา ทว่ามั่นคง

            “หากครั้งหน้าเขามาปรากฏตัวที่นี่อีก...จงเชิญเขาเข้ามาพบข้าสักครั้ง”

            ชายร่างกำยำพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็วก่อนจะถอยกายออกไปอย่างเงียบเชียบ

            ประตูไม้ที่เปิดอยู่ก็ปิดลงอย่างช้าๆ

            บรรยากาศในห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้งเหลือเพียงกลิ่นชาอ่อน ๆ ที่ยังลอยอยู่ในอากาศและเงาร่างของชายชราที่กำลังจมอยู่ในความคิดลึกซึ้งไม่มีผู้ใดอาจคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ภายในใจ…

            …

            วันที่สิบห้าหลังจากที่หยุนโม่เดินทางมาถึงโลกใบนี้

            ยามเช้าในป่าลึกยังคงเงียบสงบแสงอ่อนของอรุณรุ่งลอดผ่านพุ่มไม้และยอดไม้สูงใหญ่ กลิ่นหญ้าชื้นผสมกับกลิ่นดินหลังหยาดน้ำค้างบรรยากาศเย็นสบายเต็มไปด้วยความเงียบงันมีเพียงเสียงสายลมแผ่วเบาและเสียงนกป่าที่ขับขานเป็นจังหวะเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบที่ชวนให้ผู้คนลืมความวุ่นวายทั้งปวง

            ตรงกันข้ามกับภายในเมืองอวี้หยางที่บัดนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงซุบซิบไม่หยุด 

            ผู้คนในเมืองต่างพูดถึงเหตุการณ์ใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานชายปริศนาเพียงผู้เดียว สามารถสังหารบุตรชายของตระกูลหลี่และหัวหน้ากลุ่มหมาล่าเนื้อได้ในกลางตลาด 

            โดยทั้งสองคนล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมกายาเรื่องนี้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองอวี้หยาง ไม่มีผู้ใดไม่เอ่ยถึง

            ในขณะที่ชื่อของชายผู้นั้นกำลังกลายเป็นข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองผู้ที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์กลับนั่งอยู่หน้าปากถ้ำอย่างสบายอารมณ์กระดิกนิ้วอย่างผ่อนคลาย

            หยุนโม่ทอดสายตามองไปเบื้องหน้า สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือหุ่นยนต์ติดอาวุธจำนวนสี่ตัวแต่ละตัวมีรูปร่างคล้ายมนุษย์เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งพวกมันถือปืนพกสีดำชนิดเดียวกับที่เขาใช้ไว้ในมือตลอดเวลา

             

            เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งสร้างหุ่นติดอาวุธเพิ่มขึ้นอีกสองตัว ทำให้ตอนนี้เขามีหุ่นสังหารอยู่ในครอบครองรวมทั้งหมดสี่ตัวแม้ว่าอาวุธของพวกมันจะเป็นเพียงปืนพก แต่ด้วยพลังทำลายระดับสูงมันก็เพียงพอที่จะสังหารผู้ฝึกตนระดับหลอมกายาได้อย่างง่ายดาย

            ยิ่งไปกว่านั้นหุ่นยนต์เหล่านี้ไม่ใช่มนุษย์ พวกมันไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยล้า ไม่ลังเลในการลงมือ และยังสามารถเคลื่อนไหวในรูปแบบที่มนุษย์ไม่อาจเลียนแบบได้เช่น การบิดร่างกายผิดมุมเพื่อหลบหลีกหรือเคลื่อนไหวในองศาที่เหนือความคาดหมายของศัตรู

            นี่คือเหตุผลที่หยุนโม่มั่นใจว่าในตอนนี้เขามีกำลังรบเทียบเท่าผู้ฝึกตนระดับหลอมกายาถึงสี่คน และที่สำคัญพวกมันจงรักภักดีต่อคำสั่งของเขา

            ขณะนี้เขายังไม่คิดจะกลับเข้าเมืองอวี้หยางเขาตั้งใจจะรอให้เกราะรบที่กำลังผลิตอยู่เสร็จสมบูรณ์เสียก่อน เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะกลายเป็นตัวตนที่ไม่มีผู้ใดในเมืองกล้าแตะต้อง

            แน่นอนว่าในระหว่างนี้หยุนโม่เองก็มีแผนการของตนไว้แล้ว

            ในระหว่างนี้หยุนโม่ตัดสินใจว่าเขาจะเดินทางกลับไปยังป่าอสูรอวี้หยางอีกครั้ง

            ถามว่าทำไมถึงต้องกลับไป? แน่นอนเป้าหมายของเขาย่อมหนีไม่พ้นการล่าและค้นหาทรัพยากรล้ำค่าภายในป่าแห่งนั้นไม่ว่าจะเป็นร่างกายของสัตว์อสูรที่มีแร่พิเศษหรือสมุนไพรหายากที่สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ

            ในตอนนี้เขามีหุ่นติดอาวุธเพิ่มขึ้นอีกสองตัว ถือเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะจะได้มี “ผู้ติดตาม” ที่แข็งแกร่งร่วมเดินทางไปด้วย

            เขาจัดการแบ่งหน้าที่ไว้เรียบร้อยทิ้งหุ่นติดอาวุธสองตัวไว้ที่ถ้ำ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันฐานที่มั่นส่วนอีกสองตัวจะติดตามเขาเข้าไปในป่าอสูร

            หลังจากเตรียมตัวเพียงครู่เดียวหยุนโม่ก็ออกเดินทาง เขาสวมใส่ชุดคลุมยาวสีเทาพร้อมหน้ากากเหล็กชิ้นเดิมที่เคยใช้เมื่อเข้าเมืองก่อนหน้านี้

            หุ่นติดอาวุธทั้งสองที่ร่วมเดินทางกับเขาก็ถูกปกปิดด้วยชุดคลุมสีดำทั้งตัวเช่นกันเพื่อไม่ให้ผู้พบเห็นรู้ว่าพวกมันไม่ใช่มนุษย์

            ด้วยสายตาของผู้คนทั่วไปหากมองเข้ามาก็จะเห็นเพียงบุรุษสามคนในชุดคลุมดำเดินร่วมกัน ไม่มีสิ่งใดผิดแปลก

            และเมื่อทุกอย่างพร้อมพวกเขาทั้งสามก็เริ่มออกเดินทาง... มุ่งหน้าสู่ป่าอสูรอวี้หยางอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องระบบ AI พิชิตแดนเซียน ที่คุณอ่าน