ไป๋เหวินโจวกล่าวกับเจียงเยี่ยน“คนเหล่านี้มีลมปราณลึกล้ำ แต่ร่างกายแก่ชรา ด้านความเร็วยังสู้เราไม่ได้”“แต่นักพรตหลิวคงมีหมัดไท้เก๊กที่ใช้ความช้าสยบเร็ว”เจียงเยี่ยนตอบ“ความช้าก็มีจุดอ่อนของความช้า ยิ่งช้าก็ยิ่งตามความเร็วไม่ทัน” ไป๋เหวินโจวอธิบายเห็นเจียงเยี่ยนคล้ายยังไม่เข้าใจ ไป๋เหวินโจวจึงพุ่งกายเข้าไปหานักบวชทั้งสาม จากนั้นตะกุยกรงเล็บเพชฌฆาตใส่ พลังกรงเล็บรวดเร็วรุนแรง เกิดเป็นกระแสลมกรีดใส่เจ้าสำนักทั้งสามจนเจ็บแปลบเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเร่งพลังคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นขึ้นมา เส้นเอ็นตามร่างกายท่านมีสีทองเปล่งประกาย พลังลมปราณอัดแน่นถึงขีดสุด ท่านสะบัดฝ่ามือออกจนเกิดเป็นกระแสลมอันรุนแรง แขนของท่านคล้ายยืดออกได้เล็กน้อยวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นที่จริงดัดแปลงมาจากวิชาโยคะของอินเดีย เวลาฝึกใช้การดัดร่างเรียนแบบท่าโยคะ เสริมสร้างพลังลมปราณและยังทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นสูงไป๋เหวินโจวนึกไม่ถึงแขนเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินจะยืดออกมาได้อีก ยอดฝีมือปะทะกันต้องคำนวณระยะโจมตีของต่อสู้ให้พอดี แต่แขนเจ้าอาวาสเส้าหลินยืดออกมาได้เช่นนี้ ทำให้มันรีบหลบแทบไม่ทันเจ้าสำนักบู๊ตึ๊งพลันไปยืนด้านหลังมัน จากนั้นสะบัดสองแขนเข้าใส่ นี่คือฝ่ามือ ‘เซียนพิโรธ’ อันเป็นวิชาฝ่ามือแกร่งกร้าวที่สุดของบู๊ตึ๊งไป๋เหวินโจวรู้สึกข้างหลังถูกลมฝ่าบดขยี้จนกระดูกแทบแตก แต่มันพลันก้าวเท้าอย่างพิสดารหลบหลีกฝ่ามือเจ้าสำนักบู๊ตึ๊งไปได้ขณะเดียวกันแม่ชีฝ่าเหลียนก็ทะยานกายเข้ามา ใช้เพลงฝ่ามือ ‘เมฆาขาว’ เพลงฝ่ามือรวดเร็วแต่งดงามราวเมฆาพลิ้วไหว ชั่วพริบตานั้น เจ้าสำนักทั้งสามก็ระดมจู่โจมใส่ไป๋เหวินโจวไม่หยุด แต่ไป๋เหวินโจวใช้ท่าเท้าเก้าปราสาททิศหลบรอดได้ เจียงเยี่ยนเห็นร่างอาจารย์ขยับวูบวาบไปมาดุจแสงอัสนีขาว สามอาวุโสฝ่ายธัมมะมิอาจกระทบถูกได้แม้แต่ชายเสื้อ มีหลายครั้งที่กระบวนท่าของนักบวชทั้งสามแทบปะทะกันเอง เด็กหนุ่มรู้สึกเลื่อมใสอาจารย์ตนยิ่งหวงเทียนเหยากล่าวว่า “เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าเห็นแล้วหรือไม่? ในการต่อสู้ ไม่จำเป็นต้องปะทะโดยตรงอย่างเดียว ไม่เช่นจะต่างอะไรกับเหล่าอันธพาล?”“ขอบคุณท่านอาหวงที่ชี้แนะ” เจียงเยี่ยนตอบ
นักบวชทั้งสามเริ่มร้อนรุ่มใจ พวกท่านต่อยหมัดเตะเท้า แต่ไป๋เหวินโจวเอาแต่หลบไปมา ผ่านไปห้าสิบกว่ากระบวนท่าแล้วยังทำอะไรมันมิได้ นักพรตหลิวคงพลันควงมือเป็นวงกลมวงแล้ววงเล่า ก่อเกิดเป็นพลังดุจคลื่นทะเลยักษ์หนุนเนื่องไม่ขาดตอน หมัดไท้เก๊กแสดงอานุภาพแล้วพลังหมัดไท้เก๊กคุกคามไปทั่วร่างไป๋เหวินโจวจนหายใจอึดอัด ท่าร่างเริ่มขยับช้าลง ชั่วพริบตานั้นแม่ชีฝ่าเหลียนก็ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองมือสร้างลมปราณกระบี่สีขาวขึ้น นางใช้วิชา ‘กระบี่เทพวิหคเก้าชั้นฟ้า’ อีกครั้ง แทงใส่ไป๋เหวินโจวทันทีขณะที่นักพรตหลิวคงกำลังร่ายรำหมัดไท้เก๊ก พลันมีแสงหนึ่งพุ่งวาบมา หวงเทียนเหยาแทงกระบี่เงินดุจมังกรเงินท่องนภา กระบี่กรีดอากาศจนปริแตก หลิวคงพลันใช้ฝ่ามือซ้ายแนบประกบกับกระบี่หวงเทียนเหยา หวังใช้พลังอ่อนหยุ่นชักจูงกระบี่อีกฝ่าย ให้หวงเทียนเหยาเสียจังหวะ โน้มไปด้านหน้าอย่างลืมตัวแต่กระบี่หวงเทียนเหยาหลุดพ้นจากสภาวะทั้งมวลในโลก จู่ๆ พลังกระบี่อันรุนแรงก็หายไปราวกับไม่เคยมี เมื่อไม่มีพลัง วิชาไท้เก๊กก็ไม่สามารถหยิบยืมพลังฝ่ายตรงข้ามมาใช้ได้ กระบี่หวงเทียนเหยาแยกออกจากฝ่ามือของนักพรตหลิวคงได้สำเร็จ จากนั้นแทงใส่หลิวคงดุจสายฟ้าหลิวคงใจหายวาบรีบสลับเท้าหลบเลี่ยง เห็นหวงเทียนเหยาสะบัดกระบี่จนหนวดยาวของอีกฝ่ายกระพือพลิ้ว คุกคามหลิวคงถอยร่นไม่หยุด ศิษย์บู๊ตึ๊งเห็นเจ้าสำนักตนคับขันก็โยนกระบี่ให้ทันที
“เจ้าสำนัก รับกระบี่”
หวงเทียนเหยาไม่เอาเปรียบฝ่ายตรงข้าม รอนักพรตหลิวคงได้กระบี่ก่อนค่อยต่อสู้ต่อ หลิวคงกรีดวาดกระบี่เป็นวงกลม วงรี วงเฉียง ใช้วิชากระบี่ไท้เก๊กอันเป็นสุดยอดวิชาของสำนัก ก่อเกิดเป็นคลื่นกระบี่นับไม่ถ้วน หวงเทียนเหยาทราบว่าหากแทงกระบี่ไปในวงกลม กระบี่มันต้องถูกบิดหัก สถานหนักอาจจะมือขาดได้ หลิวคงเห็นหวงเทียนเหยาไม่กล้ารุกเข้ามา จึงใช้การรับเป็นการรุก ท่านทะยานกายพร้อมร่ายรำคลื่นกระบี่วงกลมโจมตีใส่หวงเทียนเหยา
ส่วนด้านแม่ชีฝ่าเหลียนใช้วิชากระบี่เทพวิหคเก้าชั้นฟ้า กวาดดรรชนีกระบี่สีขาวคุกคามไป๋เหวินโจวถอยร่น ร่างนางคล้ายมีพญาวิหคสีขาวครอบคลุม ทุกครั้งที่กวาดกระบี่ก็เกิดเป็นคลื่นดินสูงโจมตีฝ่ายตรงข้ามด้วย ไป๋เหวินโจวมือซ้ายจี้นิ้วชี้ใช้ดรรชนีกระบี่เทพสวรรค์ มือขวาประกบนิ้วชี้กับกลางใช้ดรรชนีดาบภูตโลกันตร์ มันกวาดดรรชนีดาบภูตโลกันตร์ออกก่อนสลายคลื่นดินที่พุ่งมา จากนั้นยิงดรรชนีกระบี่เทพสวรรค์เกิดเป็นแสงสีขาวทั้งตรง วกอ้อม ยิงขึ้นฟ้าหักเหลงมาที่ดิน ยิงลงดินแต่กลับดีดพุ่งสู่ฟ้า โจมตีใส่ฝ่าเหลียนอย่างรวดเร็ว พลังดรรชนีกระบี่พิสดารเลิศล้ำ ฝ่าเหลียนก็รีบสะบัดปราณกระบี่คุ้มกันตัว พลังทั้งสองปะทะกันเกิดเป็นระเบิดนับร้อยครั้งในชั่วอึดใจ
เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินทะยานกายมา ตัวท่านเต็มไปดัวยรัศมีสีทอง พลังคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นเร่งขึ้นถึงขั้นสูงสุด ท่านตวาดพร้อมกระแทกสองมือ‘แสงธรรมครอบคลุมหล้า’พลังคลื่นแสงสีทองออกมาจากฝ่ามือของหลวงจีนครอบคลุมบริเวณกว้างสุดลูกหูลูกตา ทำเอาคนหลายพันในบริเวณนั้นรู้สึกอึดอัด อี้ฟางไต้ซือหมายพิชิตไป๋เหวินโจวในกระบวนท่าเดียว! แต่ทันใดนั้นเจียงเยี่ยนก็ทะยานกายเข้าขวาง เด็กหนุ่มเร่งพลังเทพดับสูญขึ้นถึงขั้นสูงสุดเช่นกัน ร่างมันมีเปลวเพลิงทมิฬครอบคลุม ทันใดนั้นเปลวเพลิงทมิฬแปรเปลี่ยนเป็นรูปคน!กระบวนท่าพิชิตเทพสอนให้เจียงเยี่ยนใช้พลังเทพดับสูญได้อย่างไม่ยึดติดอยู่แล้ว เห็นร่างเจียงเยี่ยนมีรูปคนยักษ์ครอบคลุม คนผู้นั้นคล้ายมีเกราะดุจขุนพลสวรรค์ แต่ก็มีหลายเขา หน้าตาดุร้ายเหมือนเหล่ามารอสูร ร่างสั่นกระพือเหมือนวิญญาณภูต เจียงเยี่ยนเคยได้รับฟังตำนานที่เหลิ่งเถียนเจ้าของพลังเทพดับสูญสามารถดับเทพ สยบภูต พิฆาตมาร มันจึงจินตนาการพลังนี้ขึ้นมา ให้เหนือล้ำกว่าพลังมังกรทมิฬ
พลังเทพดับสูญ ‘ลมปราณจักรพรรดิเทพอสูร’
เงาร่างเทพอสูรยักษ์คำรามอย่างเกรี้ยวกราดราวกับสวรรค์จะพังทลาย อเวจีแหลกพินาศ โลกมนุษย์ถึงกาลสิ้นสุด เทพอสูรยักษ์รับพลังคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นไว้อย่างเต็มที่ ร่างของมันค่อยๆ แหลกสลายไป แต่เจียงเยี่ยนเร่งพลังเทพดับสูญขึ้นอีก ร่างเทพอสูรยักษ์กลับมารวมตัวกันได้อีกครั้ง เจียงเยี่ยนต่อยสองหมัดออกใส่ฟางอี้ไต้ซือทันทีเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินใจสั่นสะท้าน นึกไม่ถึงกระบวนท่าสุดยอดของท่านถูกทำลายได้ ท่านเร่งพลังคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นถึงขั้นสูงสุดอีกครั้ง ประกบสองมือและกระแทกอย่างสุดกำลัง พลังลมปราณอันมหาศาลและลึกล้ำสลายเทพอสูรยักษ์ไปได้ แม้เทพอสูรยักษ์จะสลาย แต่ก็เกิดเป็นลมปราณกระจายออกรอบด้าน กระแทกเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินอวัยวะภายในปั่นป่วน ถอยกายไปสองก้าวเจียงเยี่ยนเองก็เหนื่อยไม่น้อย แต่มันใช้ความได้เปรียบที่ไป๋เหวินโจวสอน อาศัยความหนุ่มแน่นเข้าโจมตีเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินซึ่งแก่ชราอย่างไม่ให้หายใจ อี้ฟางไต้ซือได้แต่ตั้งรับอย่างสุดกำลัง!
ทันใดนั้นหวงเทียนเหยาพุ่งมาด้านหลังอี้ฟางไต้ซือ จากนั้นแทงกระบี่ใส่ดุจสายฟ้า เจ้าอาวาสเส้าหลินรับมือเจียงเยี่ยนก็แทบไม่ไหวอยู่แล้ว ยังต้องเจอศึกสองด้าน ท่านรีบสะบัดฝ่ามือกลับหลังเข้าปะทะแต่หวงเทียนเหยาสะกิดกายพุ่งสู่ฟ้าอย่างกะทันหัน นักพรตหลิวคงที่ควงกระบี่ไท้เก๊กดุจมังกรม้วนตัวกำลังตามมาพอดี อี้ฟางใจหายวาบ พลังกระบี่ไท้เก๊กมีการป้องกันสมบูรณ์พร้อม ท่านไหนเลยจะสลายวิชานี้ได้
เจียงเยี่ยนเข้าใจแล้ว กระบี่ไท้เก๊กช้าเกินไป ไม่อาจตามวิชาตัวเบาของหวงเทียนเหยาทัน ทำให้ต้องมาปะทะกับอี้ฟางไต้ซือแทน
ความช้าก็มีจุดอ่อนของความช้า!
นักพรตหลิวคงพอเห็นกระบี่ไท้เก๊กจะปะทะกับอี้ฟางก็รีบหยุดกระบี่ แต่หวงเทียนเหยาซึ่งอยู่กลางอากาศแทงกระบี่ลงมา ร่างมันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ เกิดเป็นพลังกระบี่ยักษ์ที่รุนแรงสุดยอด อี้ฟางกับหลิวคงรีบชูฝ่ามือและกระบี่ขึ้นปะทะ แต่เจียงเยี่ยนต่อยสองหมัด เกิดเป็นมังกรสายฟ้าทมิฬพุ่งใส่ สองนักบวชต่างใช้ฝ่ามืออีกข้างรับมือพลังมังกรของเจียงเยี่ยน สถานการณ์สองนักบวชคับขันอย่างยิ่ง
ไป๋เหวินโจวซึ่งสู้กับแม่ฝ่าเหลียนพลันพลิ้วกายถอยมาเข้าวงต่อสู้ของทั้งสี่ ฝ่าเหลียนกวาดดรรชนีกระบี่คู่อย่างรวดเร็ว แต่ไป๋เหวินโจวพลิ้วกายเข้าใกล้อี้ฟางกับหลิวคงซึ่งยืนอยู่ข้างกัน ฝ่าเหลียนใจหายวาบเกรงทำร้ายถูกพวกเดียวกันเอง ท่ากระบี่ช้าลงเล็กน้อย ไป๋เหวินโจวพลันจี้นิ้วทั้งสองมืออย่างรวดเร็ว ใช้ดรรชนีดาบภูตโลกันตร์ผสานดรรชนีกระบี่เทพสวรรค์ เป็นสุดยอดวิชา ‘ดาบกระบี่สิ้นสลาย’ฝ่าเหลียนก็รีบจี้กระบี่ลมปราณเข้าปะทะทันที พลังดรรชนีดาบกระบี่สิ้นสลายเกิดเป็นคลื่นพลังที่มองไม่เห็นคล้ายหนอนชอนไชเข้าไปในร่างฝ่าเหลียน ร่างนางสั่นสะท้านราวกับถูกมีดดาบกรีดนับร้อยครั้ง กระบี่ลมปราณนางสลายไป ส่วนใบหน้ามีหยาดเหงื่อไหลซึม ถอยกายไปสองก้าวไป๋เหวินโจวพลันกางกรงเล็บทั้งสองมือ คว้าจับหน้าอกหลวงจีนและนักพรตซึ่งกำลังรับมือพลังมังกรของเจียงเยี่ยนและกระบี่ของหวงเทียนเหยาอยู่ สองนักบวชทอดถอนใจวันนี้ต้องตายใต้กรงเล็บฝ่ายตรงข้ามแล้ว มิคาด ไป๋เหวินโจวกระชากหน้าอกทั้งสองท่านอย่างรุนแรง ดึงทั้งสองออกมาจากพลังกระบี่และมังกร ตัวเองเข้าไปแทรกหว่างกลางแทน มันเร่งลมปราณเอกอนันต์ขึ้นถึงจุดสุดยอด หมุนตัวกรีดดรรชนีทั้งสองมือเป็นวงกลมราวพายุม้วนตัว ใช้พลังดาบกระบี่สิ้นสลาย สลายพลังมังกรทมิฬและกระบี่ยักษ์หวงเทียนเหยาไป!เจียงเยี่ยนและหวงเทียนเหยาเห็นไป๋เหวินโจวแทรกเข้ามาก็รีบรั้งพลังกลับ หวงเทียนเหยาพลิ้วร่างลงสู่พื้นดิน เจียงเยี่ยนก็ดึงพลังมังกรเข้าร่างสามนักบวชมีสภาพมอมแมมสุดทนดู พวกท่านพ่ายแพ้ยับเยินไม่พอ ยังถูกไป๋เหวินโจวช่วยชีวิตไว้อีก
เสิ่นเฟิงเห็นเช่นนั้นก็ทราบว่าฝ่ายธัมมะเสียเปรียบ มันจึงตวาดว่า“คนชุดขาวคือปราชญ์มารบริสุทธิ์ไป๋เหวินโจว ต้องรีบช่วยเจ้าสำนักทั้งสามจัดการมัน ไม่เช่นนั้นฝ่ายธัมมะคงไม่มีที่ให้ยืนหยัดแล้ว!”ชาวยุทธ์หลายร้อยคนมาที่นี่เพื่อสังหารไป๋เหวินโจวอยู่แล้ว พวกมันโห่ร้องวิ่งเข้าวงต่อสู้ทันที!
------- จบตอน -----การต่อสู้อันสุดยอดมาถึงจุดแตกหัก ตอนแรกว่าจะให้จบตอนนี้ แต่เพื่อความมันส์สุดยอด จึงเลื่อนเป็นตอนหน้า ซึ่งจะจบพาร์ทสู้กับฝ่ายธัมมะจริงๆ แล้วนะครับ