ทารินและลีน่ารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งและเอ่ยคำขอบคุณวิลล์ด้วยน้ำเสียงจริงใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกตื้นตัน ในสิ่งที่หญิงสาวได้ถ่ายทอดให้พวกเขารับฟังไม่เพียงแต่เป็ข้อมูลเกี่ยวกับดอกน็อคไทราเท่านั้นหากแต่ยังเป็ความเข้าใจที่ลึกซึ้งถึงจิติญญาของพืชพรรณในผืนป่า
มันทำให้เอลฟ์ทั้งสองตระหนักรู้มากขึ้นว่าธรรมชาติไม่ได้เป็เพียงสิ่งที่หยิบมาใช้ประโยชน์แต่คือสิ่งที่ต้องเคารพและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างระมัดระวัง
ความรู้ที่วิลล์นำมาแบ่งปันในค่ำคืนนี้จึงกลายเป็เสมือนแสงไฟเล็ก ๆ ที่ส่องนำทางให้ทั้งสองคน และเอลฟ์คนอื่น ๆก้าวเดินต่อไปด้วยหัวใจและจิติญญาที่เชื่อมโยงกับผืนป่าแห่งนี้อย่างแแ่ยิ่งขึ้น
“ขอบคุณมากๆ เลยนะ วิลล์” ทารินกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและจริงใจ “ถ้าไม่ได้เธอเอลฟ์อย่างพวกเราคงจะไม่รู้เกี่ยวกับความลับนี้ไปอีกนาน”
เอลฟ์อาจจะเป็เผ่าพันธุ์แห่งธรรมชาติแต่ใช่ว่าพวกเขาจะรับรู้และเข้าใจทุกอย่างเกี่ยวกับสัตว์ร้ายและพืชิญญาแม้ว่าพวกเขาจะพอเข้าใจกับท่าทางและภาษากายที่สัตว์ร้ายและพืชิญญา้าสื่อสารทว่าในปัจจุบัน มีเอลฟ์จำนวนน้อยแค่เพียงหยิบมือเท่านั้น ที่พอจะเข้าใจในภาษาที่สิ่งมีชีวิตเ่าั้้าจะสื่อสารออกมา
ด้วยความแตกต่างของเผ่าพันธุ์และถิ่นที่อยู่อาศัยมันจึงไม่ใช่เื่ง่ายที่จะพบเจอกับสัตว์ร้ายหรือพืชิญญาที่มีสติปัญญาที่ให้การยอมรับและ้าสื่อสารโดยตรงเหมือนกับ ‘วิลล์’ ในครั้งนี้
วิลล์เองก็รู้สึกแปลกใจที่เธอนั้นสามารถเข้าใจในสิ่งที่สัตว์ร้าย้าจะสื่อสารอาจจะเป็เพราะว่าหญิงสาวคือผู้ที่หลอมรวมจิติญญาทั้งสองดวงจากสองโลกเข้าด้วยกันหรืออาจจะเป็เพราะว่าเธอคือผู้ที่เรียนรู้เกี่ยวกับภาษาโบราณต่าง ๆ มามากมาย
‘อ๊ะ!เดี๋ยวก่อนนะ! ภาษาโบราณ! อาจจะเป็ภาษาต่าง ๆ ในชีวิตก่อนของฉันก็ได้นี่!’วิลล์คิดในใจพร้อมกับมีรอยยิ้มบาง ๆ
หญิงสาวปรับสีหน้าและอารมณ์ให้คงที่พยายามไม่ให้ความตื่นเต้นแสดงออกมามากเกินไป
“ไม่เป็ไรหรอกแต่ฉันขออย่างเดียว อย่าบอกว่าเป็ฉันที่ช่วยสื่อสารนะให้บอกไปว่าพวกเธอพบเจอกับสัตว์ร้ายที่เริ่มมีสติปัญญา ฉันไม่อยากถูกรบกวนนะมันน่าจะวุ่นวายเกินไป” วิลล์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ตกลงแต่เธอไม่เสียใจแน่นะ เธออาจจะได้เงินตอบแทนหลายล้านเฟนีเลยนะ”ลีน่ากล่าวแซวด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ไม่ล่ะ!ฉันคนนี้ดูเหมือนกำลังขาดเงินเหรอ” วิลล์กอดอกพลางพยักหน้าด้วยท่าทางมั่นใจ
…
ด้วยยารักษาระดับสูงที่มีราคาสุดแสนจะแพงของเอลฟ์ทั้งสองคน
นกฮูกตาไฟที่าแเริ่มจะหายดีมันค่อย ๆ บินอย่างช้า ๆ นำกลุ่มผู้ที่ช่วยชีวิตของมันตรงไปยังสถานที่ที่ดอกน็อคไทราเจริญเติบโตอยู่
“ว้าว!”
“สวยมาก!”
“เต็มไปหมดเลย!”
ทั้งสามคนอุทานออกมาพร้อมๆ กัน
เบื้องหน้าของพวกเขาคือ ทุ่งดอกน็อคไทราที่กว้างใหญ่ ที่ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของพื้นที่ทั้งความสูงของดอก สีสัน และกลิ่นหอมอ่อน ๆทำให้หัวใจของผู้มาเยือนรู้สึกสดชื่นและสงบ
ทั้งสามคนเลือกเก็บเฉพาะดอกน็อคไทราที่โตเต็มที่แล้วเท่านั้นส่วนดอกเล็ก ๆ หรือดอกที่กำลังอยู่ใน่เจริญเติบโต พวกเขาเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่นกฮูกตาไฟสื่อสารออกมาและไม่เก็บพวกมันกลับไปกับพวกเขาในครั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศของทุ่งดอกไม้
ด้วยข้อมูลที่เป็ความลับในครั้งนี้มันอาจจะทำให้ทุ่งดอกน็อคไทราที่กว้างใหญ่แห่งนี้กลายเป็พื้นที่ที่สำคัญสำหรับจัดเก็บดอกน็อคไทราในอนาคต
นกฮูกตาไฟผงกหัวของมันเล็กน้อยเพื่อเป็การบอกลา
วิลล์และเอลฟ์ทั้งสองคนรีบกลับออกมาจากพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็วหลังจากที่พวกเขาได้ในสิ่งที่้า
ณบริเวณที่พัก
ความตึงเครียดที่สะสมมาหลายวันค่อยๆ มลายหายไป
ภารกิจของพวกเขาถูกปฏิบัติจนสำเร็จและยังมีของแถมที่เป็ความลับอันยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวข้องและสำคัญกับเหล่าเอลฟ์โดยตรง
“ทำไมมันถึงถูกเรียกว่านกฮูกตาไฟล่ะ?”วิลล์ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทารินยิ้มแล้วอธิบายว่า“พอถึงเวลาที่มันจริงจัง ดวงตาคู่นั้นจะลุกโชนราวกับเปลวไฟมันสามารถปล่อยลูกไฟขนาดพอ ๆ กับดวงตาออกมาได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไรนักแต่ความร้อนแรงของมันก็สามารถสร้างความเสียหายที่รุนแรงต่อเป้าหมายได้”
“ที่พวกเราไม่เห็นมันใช้ออกมาอาจจะเป็เพราะว่าก่อนหน้านี้มันใช้ไปแล้ว แต่แมวสามหางที่มีความว่องไวสูงนกฮูกตาไฟจึงเลือกที่จะสงวนพลังของมันไว้ ดีกว่าโจมตีออกไปแล้วไม่โดนเป้าหมาย”ลีน่ากล่าวเสริม
“สัตว์ร้ายนี่ร้ายสมชื่อจริงๆ นะ” วิลล์กล่าว
“จริง!”ทั้งสามคนกล่าวพลางพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง
…
พวกเขาเลือกที่จะหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อนรอจนกว่าฟ้าจะสว่าง
การเดินทางในป่าตอนกลางคืนที่มีอันตรายรอบด้านเป็สิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง นอกจากจะมีพิกัดตำแหน่งของจุดหมายที่ชัดเจน
เส้นทางที่ใช้เดินทางออกจากป่าไม่ใช่เส้นทางเดิมอีกต่อไปทำให้ตลอดทั้งเส้นทาง วิลล์ได้พบกับสิ่งแปลกตาอยู่ตลอดเวลาและมีบางอย่างที่วิลล์พอจะรู้จัก เธอจึงเก็บมันกลับมาเป็ของตัวเองทว่าก็เป็เพียงส่วนน้อย
จนมาถึงบริเวณแห่งหนึ่งภายในป่าที่มีสภาพแวดล้อมดูคุ้นตาเล็กน้อย มีต้นไม้ชนิดหนึ่งขึ้นเรียงรายอยู่ทั่วพื้นที่และต้นไม้ดังกล่าวก็ทำให้หญิงสาวที่เป็มนุษย์เพียงคนเดียวในกลุ่มตาโต
“นี่มันต้นโกโก้!”เธออุทานออกมาด้วยแววตาเป็ประกาย
“อืมใช่ แล้วเธอจะใไปทำไม” ลีน่าครุ่นคิดเล็กน้อย “ก็อร่อยอยู่นะ แต่ผลออกจะใหญ่แต่เนื้อกับน้อย เลยไม่เป็ที่นิยมน่ะ ผลไม้อื่น ๆ คุ้มกว่าเยอะ”
“ไม่มีใคร้าเลยใช่ไหมโกโก้พวกนี้”วิลล์ยิ้มมีเลศนัย
“ไม่หรอกหรือว่าเธอมีความคิดอะไรดี ๆ อีกล่ะ” ทารินที่จับพิรุธทางรอยยิ้มของอีกฝ่ายได้ถาม
“อืม!”วิลล์พยักหน้าตอบรับ “เก็บให้หมดเท่าที่จะทำได้!” เธอกล่าวด้วยท่าทีที่ขึงขังก่อนที่จะอธิบายเกี่ยวกับวิธีการเลือกเก็บผลโกโก้ออกมา
“เลือกเก็บผลที่มีสีเขียวแซมเหลืองนะมันเป็ผลที่กำลังสุกพอดี แล้วก็ต้องเลือกผลที่ไม่มีร่องรอยของโรคหรือรอยเน่าเสียด้วยล่ะ”
ผลโกโก้ที่มีสีเหลืองคือผลที่สุกมันอาจจะสุกหรือเริ่มแก่จนเกินไป และมีโอกาสที่เมล็ดด้านในจะงอกซึ่งอาจทำให้การหมักและการแปรรูปมีปัญหาหรือเสียรสชาติการเก็บเกี่ยวผลโกโก้ที่แก่หรืออ่อนจนเกินไปอาจทำให้การหมักไม่ได้คุณภาพและเสียรสชาติ
พวกเขาทั้งสามคนต้องพักอยู่ที่ป่าโกโก้แห่งนี้ต่ออีกหนึ่งคืนเพื่อเก็บผลโกโก้ที่ตรงต่อความ้าของวิลล์
…
วิลล์เลือกที่จะเดินทางกลับมาที่เมืองคาเลเมียร์พร้อมกับทารินและลีน่าเพราะว่าเธอได้รับการติดต่อมาจากช่างซ่อมยานระหว่างเดินทางกลับออกมาจากป่า
ในที่สุดวันที่หญิงสาวรอคอยก็มาถึง มันคือวันที่ยานอวกาศมาเอลราธของเธอจะถูกซ่อมแซม
วิลล์ที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มรีบใช้ยานพาหนะของเธอเดินทางมาพบกับช่างซ่อมยานอย่างรวดเร็ว
“เกือบๆ สองเดือนเลยเหรอคะ?” วิลล์กล่าวทวนซ้ำกับสิ่งที่ช่างบอก
“ใช่ครับ”ช่างกล่าว
“พอจะมีราคาคร่าวๆ ไหมคะ?” หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวเล็กน้อย
“น่าจะราวๆ เจ็ดสิบถึงหนึ่งร้อยล้านเฟนีได้ครับ”
“ค่ะ”
ยานอวกาศมาเอลราธถูกลากไปยังสถานที่สำหรับซ่อมแซมยาน
วิลล์ยืนคอตกพลางกล่าวออกมาเบาๆ ว่า “ไม่น่าเลย ไม่น่าไปหลงซื้อของถูก ๆ เลย”
“ถ้าไม่ซื้อวิลล์ก็จะไม่ได้พบกับรูมินะ” รูมิที่อยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาวกล่าว
“ก็จริง”วิลล์ยิ้มบาง ๆ ออกมา “มาใช้เวลาที่เหลือหาเงินซ่อมยานกันเถอะ! สู้!”
…
ในวันเดียวกัน
ลีน่าติดต่อมาหาวิลล์ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเดินทางกลับเมืองเอลลานิธ
หญิงสาว้าบอกกล่าวเกี่ยวกับเื่ของรางวัลที่ทางสำนักงานเมืองมอบให้เป็การตอบแทน
และวิลล์เองที่มีส่วนร่วมกับของรางวัลเ่าั้ซึ่งมันคือเงินจำนวนหนึ่ง ที่ถูกทารินและลีน่าตัดสินใจที่จะมอบให้วิลล์ทั้งหมด
เงินจำนวนห้าสิบล้านเฟนีคือสิ่งที่สำนักงานเมืองมอบให้เป็ของรางวัลสำหรับข้อมูลอันล้ำค่าและดอกน็อคไทราที่เก็บกลับมา
วิลล์ใเล็กน้อยกับจำนวนเงินห้าสิบล้านเฟนีที่ถูกโอนเข้ามาทว่าหญิงสาวก็ไม่สามารถปฏิเสธความหวังดีของคู่สามีภรรยาเอลฟ์ได้
หญิงสาวเดินทางกลับเมืองเอลลานิธด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเพราะว่าเงินที่ได้รับมา สามารถชดเชยกับจำนวนเงินที่เธอกำลังขาดแคลนอยู่ได้และยังช่วยให้การซ่อมแซมยานอวกาศมาเอลราธของเธอเป็ไปอย่างราบรื่น
วิลล์เดินทางกลับมาที่เมืองเอลลานิธเพื่อตั้งหลักและวางแผนหาเงินซ่อมยานเธอคิดคำนวณคร่าว ๆ ว่าการไลฟ์สตรีมแต่ละครั้งสามารถได้เงินสนับสนุนมา 5–10ล้านเฟนี หากเธอไลฟ์สตรีมอีก 3–4 ครั้ง เงินก็น่าจะเพียงพอต่อการซ่อมแซมยาน
“ใช่!”วิลล์ยิ้มบาง ๆ “คงต้องขยันไลฟ์สตรีมแล้วล่ะ”
หญิงสาวกลับมาถึงที่พักที่เช่าไว้เธอปล่อยตัวตามสบาย ยืดแขนยืดขาเพื่อระบายความเมื่อยล้า แล้วอุทานออกมาว่า“อยากกินอาหารที่ไม่ใช่เมนูอาหารเอลฟ์บ้างจัง”
เธอนั่งตัวตรงเปิดอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบผ่านช่องทางออนไลน์อย่างสะดวกและรวดเร็ว
“กินอาหารง่ายๆ ก็พอ แล้วก็ไม่ต้องไลฟ์สตรีม” วิลล์พูดออกมาด้วยความี้เีแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
หลังจากกินเมนูอาหารง่ายๆ อย่างเช่น ไข่ตุ๋นหมูสับ หมูกระเทียม และข้าวหุงสุกร้อน ๆ จนหมดหญิงสาวก็หันมาวางแผนจัดการกับโกโก้
การจะได้โกโก้ที่แปรรูปออกมาตามที่เธอ้ามันค่อนข้างจะใช้เวลานานวิลล์จึงต้องวางแผนและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะช่วยลดระยะเวลาโดยเฉพาะวิธีการหมักและตากแห้ง ซึ่งกินเวลาอย่างต่ำก็ราว ๆ สิบวัน
วิลล์ตัดสินใจออกไปเลือกซื้อกล่องไม้ด้วยตัวเองเพราะการหมักโกโก้ด้วยกล่องไม้คือขั้นตอนที่สำคัญและจำเป็ต้องให้ความระมัดระวังในการจัดเรียงเมล็ดโกโก้เพื่อให้การหมักทั่วถึง
หญิงสาวยังตัดสินใจซื้อเครื่องอบเพื่อช่วยลดระยะเวลาในการตากแห้ง และสามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ
“อุปกรณ์พร้อมวัตถุดิบพร้อม มาลุยกันเลยดีกว่า” วิลล์ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับวางแผนเริ่มขั้นตอนการหมักทันที
วิลล์นำเมล็ดโกโก้ที่มีเยื่อขาวๆ ใส่กล่องไม้เพื่อหมัก
อาจจะเป็เพราะว่านี่คือครั้งแรกของเธอกับการทำโกโก้การหมักครั้งแรกจึงเกิดความล้มเหลว
“จริงด้วย!ฉันลืมพลิกเมล็ด” วิลล์อุทาน “ต้องพลิกเมล็ดทุกวันหรือวันเว้นวันนะ”เธอครุ่นคิดอย่างจริงจัง
เพื่อให้จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรสชาติและกลิ่นการพลิกเมล็ดวันเว้นวันจึงมีความสำคัญมาก เพราะมันช่วยให้การหมักทั่วถึงควบคุมอุณหภูมิ ลดการเกิดเชื้อรา และทำให้สารเคมีแพร่กระจายอย่างสม่ำเสมอ
การหมักเมล็ดโกโก้ครั้งที่สองดูเหมือนจะไปในทิศทางที่ดีวิลล์พยักหน้าอย่างพอใจ เพราะระยะเวลาที่เธอเสียไปกับการหมักโกโก้ทั้งสองครั้งรวมกันแล้วก็ประมาณสิบกว่าวัน
หญิงสาวนำเมล็ดโกโก้ที่ผ่านการหมักมาใส่ถาดแล้วค่อย ๆ เกลี่ยเมล็ดให้ทั่วถาด เพื่อให้ความร้อนและอากาศกระจายอย่างสม่ำเสมอ
เธอทดลองอบเมล็ดโกโก้ในอุณหภูมิที่แตกต่างกันอยู่หลายครั้งจนพบกับอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดทำให้กลิ่นหอมของโกโก้เริ่มชัดเจนและมีรสชาติที่เป็ธรรมชาติ
วิลล์นำเมล็ดโกโก้ที่อบไล่ความชื้นจนเสร็จออกมาจากเตาอบกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของช็อกโกแลตที่คุ้นเคยโชยมาเตะจมูกของเธอ
หลังจากพักโกโก้ให้มีอุณหภูมิที่เย็นลงวิลล์จึงนำเมล็ดโกโก้มาคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนถึงไฟปานกลาง ประมาณ 15–20 นาทีหรือจนกว่าเมล็ดโกโก้จะมีเสียงเปลือกแตกออกเบา ๆ
วิลล์นำโกโก้ที่คั่วจนได้ที่มาพักให้เย็นลงก่อนที่เธอจะแกะเปลือกโกโก้ออก ให้เหลือแต่เนื้อโกโก้เท่านั้น
จากนั้นวิลล์นำเนื้อโกโก้ไปบดในเครื่องบดที่เธอเตรียมไว้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของยุคดวงดาว การบดโกโก้ให้ได้ละเอียดและมีความเนียน ซึ่งปกติใช้เวลาหลายวันสามารถลดระยะเวลาให้เหลือแค่เพียง 12 ชั่วโมง
หญิงสาวได้รับโกโก้เหลวที่เนื้อละเอียดและเนียนใน่เวลาประมาณเที่ยงคืน
รูมิบันทึกวิธีทำและขั้นตอนทั้งหมดไว้ตามคำสั่งของเ้านาย
วิลล์และรูมินั่งตัดต่อคลิปวิดีโอวิธีการทำโกโก้อยู่ประมาณ1 ชั่วโมง
หญิงสาว้านำคลิปวิดีโอวิธีการทำโกโก้นี้มาเป็ส่วนหนึ่งสำหรับไลฟ์สตรีมในวันพรุ่งนี้เพื่อให้ผู้ติดตามได้ชมขั้นตอนและความใส่ใจในการทำโกโก้แต่ละขั้นตอน