บทที่32การฝึกพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่(แก้คำผิดแล้ว)
“เปรี้ยงตูม”เสียงการปะทะที่รุนแรงราวกับอสนีบาตฟาดลงมาจากท้องฟ้าดังขึ้นพร้อมกับร่างกายของชินหมิงสั่นไปหมดเขาควบคุมดาบเพลิงตะวันด้วยมือขวาและใช้มันในการปะทะเข้าต่อสู้กับดาบของไป๋เทียน“เล่นแรงนะตาแก่”
การประลองจะจัดขึ้นของช่วงเช้าในทุกวันและช่วงเย็นชินหมิงจะนั่งอ่านตำราจำนวนมากและช่วงกลางคืนก็จะนั่งสมาธิทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกายและมานาของเขาเพราะมานามันต่างออกไปจากพลังปราณ
หากเปลี่ยนสสารละก็ ปราณก็เหมือนก๊าสส่วนมานาก็เหมือนกับของเหลว และเพราะเป็นแบบนั้นการควบคุมมันค่อยข้างยากแต่หลังจากทำความเข้าใจอยู่หลายวันชินหมิงก็พอจะเข้าใจแล้วว่ามานาก็เหมือนกับพลังปราณในรูปแบบที่ถูกบีบอัดจนเน้นและแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดก่อนเท่านั้นมันจึงจะอยู่ในรูปแบบเศษเสี้ยวพลังของมานา
ด้านของไป๋เทียนก็เป็นอาจารย์ที่ยอดเยี่ยมเขาสอนชินหมิงในระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูงมากในทุกด้าน และด้านของชินหมิงเรียนรู้รวดเร็วมากไม่ว่าจะสิ่งใดทำเพียงครั้งหรือสองครั้งก็สามารถทำได้แล้วและทำได้ดีด้วย และอีกในหนึ่งคือเขาพัฒนาสกิลอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน
ไป๋เทียนยังได้มอบตำราเกี่ยวกับธาตุเปลวเพลิงและการฝึกฝนแยกจิต กับการควบคุมศาสตราวุธ บินให้กับชินหมิงจำนวนมาก ซึ่งชินหมิงเองก็ได้เรียนรู้และอ่านพวกมันทำหมดเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับมันเมื่อภาคปฏิบัติประสานกับภาคทฤษฎี และความที่เรียนรู้เร็วอย่างชินหมิงมาอยู่รวมกันทำให้เขาพัฒนาตัวเองในระดับที่มากเกินกว่าที่ไป๋เทียนจะต้องสอนแล้วเขาทำหน้าที่สอนชินหมิงเพียงแค่สิบวันเท่านั้นก็ไม่ได้สอนอีกเพราะตัวของชินหมิงเข้าใจทุกอย่างเองแล้วและทำได้เพียงสอนการต่อสู้ด้วยศาสตราวุธบินเท่านั้น
สองเดือนต่อมา
“สกิลควบคุมอาวุธบิน เลเวลสูงสุด เพิ่มความเร็วในการควบคุมอาวุธบินขึ้น 150% เพิ่มความสามารถในการควบคุมอาวุธบินขึ้น100%”(เลเวล5)
“สกิลแก่นแท้แห่งเปลวเพลิง เลเวลสูงสุด เพิ่มพลังธาตุเปลวเพลิงขึ้น 200%”(เลเวล5)
“สกิลโล่เพลิงพิทักษ์ เลเวลสูงสุด สร้างโล่จากเพลิงขึ้นปกป้องตนเองพลังป้องกันเพิ่ม 110%”(เลเวล5)
“สกิลก่อรูปเพลิงอสรพิษ เลเวลสูงสุด เปลวเพลิงก่อเกิดรูปลักษณ์เป็นอสูรพิษค่าความแข็งแกร่งสามารถคำนวลได้จาก 70 %ของค่าสติปัญญา”(เลเวล5)
“สกิลศาสตราวุธเพลิง เลเวลสูงสุด สร้างศาสตราวุธจากเปลวเพลิง”(เลเวล5)
“สกิลบอลเพลิง เลเวลสูงสุด สร้างความเสียหายระเบิดธาตุเปลวเพลิง 200%”(เลเวล5)
“สกิลทะเลเพลิง เลเวลสูงสุด”(เลเวล5)
“สกิลแยกจิต เลเวลอัพ สามารถแยกสมาธิได้ 4 สมาธิ”(เลเวล3)
“ตูมมมมมม”เปลวเพลิงพุ่งเข้าไปทำลายพื้นที่ด้านหน้าของเขาชินหมิงถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะพลังของมันรุนแรงมากเขานั้นพยายามทดสอบและฝึกฝนอย่างหนักในช่วงเวลาสองเดือนที่ผ่านมาในตอนนี้เขามีพลังของผู้ใช้พลังธาตุแล้ว หากเปรียบเป็นนักล่าในโลกก่อนเขาเป็นได้ทั้ง คลาสนักฆ่า จอมเวท นักรบ เขาเป็นได้หลายอย่างมาก
“อย่างที่คิดถ้าใช้พลังจากสกิล แยกจิตและใช้พลังในการควบคุมวัตถุให้ลอยอยู่ด้านข้างไม่เกิน 10 เมตรผลของไอเทมจะยังคงอยู่”ชินหมิงครุ่นคิดเพราะเขานั้นไม่ได้ถือไม้เท้าของเขาแต่ผลของไอเทมยังคงอยู่ และเขาพอใจมากที่การทดสอบของเขาได้ผลตอนนี้มีดาบเพลิงตะวัน และไม้เท้ากำลังลอยวนอยู่ด้านข้างของเขา“น่าเสียดายที่เลเวลสกิลแยกจิตเก็บยากมาก แต่ต่อให้เลเวล 5 แล้ว ก็แยกจิตได้แค่ 6 จิตเท่านั้นคงต้องฝึกฝนการควบคุมวัตถุบินมากกว่านี้”
“……”ชินหมิงลุกขึ้นจากพื้นพร้อมกับร่างกายของเขานั้นเปลือยท่อนบนมันเต็มไปด้วยมัดกล้ามไม่ใหญ่โตนักแต่ก็เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง เส้นผมสีแดงดวงตาสีแดงฉานและศาสตราวุธสองชิ้นกำลังลอยอยู่ด้านข้างของเขา เปลวเพลิงรุกไหม้ตลอดเวลา ชินหมิงสะบัดมือสลายเปลวเพลิงทั้งหมดจนหมดสิ้น“เจ้าหยางเติบโตขึ้นไม่น้อยจริงๆในช่วงที่ผ่านมาก่อนกลืนกินหัวใจอสูรจำนวนมากทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นชะตาของข้าเชื่อมกับอสรพิษจริงๆนะ”
ชินหมิงบ่นหลังจากนั้นก็เดินออกมาด้านนอกและหยิบชุดคลุมสวมใส่ก่อนที่จะเดินออกมายังพื้นที่ด้านหน้าหุบเขาชินหมิงเดินไปตามเส้นทางจนมาถึงบ้านพักของไป๋เทียนเขานั้นจากไปแล้วตั้งแต่เดือนก่อนเขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพื่อแต่สอนชินหมิงและสู้กับเขาก่อนที่จะหายไปหนึ่งเดือนเต็มๆและชินหมิงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปที่ใดเขานั้นได้เข้ามาในห้องของอีกฝ่ายและอ่านตำราลับมากมายแก้เบื่อตลอดที่ผ่านมาเพราะไม่ได้สู้ในช่วงเช้าแล้วระหว่างที่ชินหมิงกำลังนั่งคิดบางอย่างอยู่นาน ข้ารับใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาชินหมิงและเมื่อเขาพบว่าชินหมิงอยู่ภายในห้องของไป๋เทียนก็ตกตะลึงอย่างมาก
“มีอันใด”ชินหมิงดูไม่ทุกข์ร้อนเลยและยังนอนบนพื้นอ่านตำราต่อไปข้ารับใช้คนนั้นราวกับสิ้นคำกล่าวกับการกระทำของชินหมิงอย่างมาก“ท่านจ้าววิหารเรียกพบตัวท่านโดยด่วนที่สุดขอรับตอนนี้กำลังเกิดเรื่องขึ้นกับวิหารที่แคว้นวานรขอรับ”
“หืม…แปลกดี เอาเถอะนำทางข้า”ชินหมิงกล่าวขึ้นและเปลี่ยนท่าทีของเขาเป็นนักบวชทันทีเพราะการกระทำของเขาส่วนใหญ่จะสบายๆแต่หากเข้าสู่งานพิธีหรือความเป็นทางการชินหมิงจะเปลี่ยนท่าทีทันทีเขานั้นยิ้มแย้มเสมอตั้งแต่เปลี่ยนจากชินหมิง เป็นไท่หยางแทน แม้จะเวลาสบายๆก็ตามเขาเดินเข้ามาร่วมภายในห้องโถงใหญ่เหล่านักบวชระดับล่างที่แก่ชราต่างโค้งให้กับเขา ชินหมิงยิ้มและพยักหน้ารับ
ตลอดเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ชินหมิงชอบแอบออกมาสำรวจวิหารหลักอยู่บ่อยๆและถูกไล่ตามจับเสมอด้วยกองกำลังของไป๋เทียนและส่วนใหญ่พวกเขาจะพบชินหมิงที่กำลังนั่งกล่าวคุยกับเหล่าศิษย์มากมายทั้งสั่งสอนและเล่าเรื่องราวตอนนี้ชินหมิงเป็นทั้งอาจารย์และผู้ที่น่านับถือของใครหลายคนไปแล้ว
เพราะผู้อาวุโสหรือนักบวชส่วนใหญ่นั้นไม่ได้สนใจที่จะสอนศิษย์ที่ไม่ได้เป็นศิษย์สายตรงของพวกเขาแต่ตัวของชินหมิงสอนทุกคนที่อยากรู้แม้ช่วงแรกจะไม่มีใครสนใจเพราะเขาอายุน้อยมากแต่หลังจากที่เรียนรู้จากเขามีศิษย์ที่แข็งแกร่งปรากฏขึ้นมากมาย และตัวของชินหมิงในตอนนี้เป็นที่นับถือของศิษย์มากกว่าหมื่นคนในสองเดือนและยังมีนักบวชมากมายเข้ามาตีสนิท แต่ชินหมิงนั้นกับมอบรอยยิ้มและความจิตใจให้เสมอไม่ว่าจะเข้ามาในรูปแบบไหนพวกเขาที่คิดแต่จะหาผลประโยชน์ตอนนี้กับเห็นชินหมิงเป็นสหายต่างวัยไปเสียแล้ว
ชินหมิงเดินเข้ามาภายในห้องโถงคนกว่าครึ่งนั้นต่างเดินเข้ามาหาและตอนรับเขาต่อหน้าของเหล่าเสาหลักทั้งหมดผู้อาวุโสระดับสูงทั้งสิบคนดูไม่พอใจมากๆ สี่บุตรแห่งพระเจ้าไม่อยู่สักคนจ้าววิหารเองก็ยิ้มและแปลกใจไม่น้อย ชินหมิงเดินเข้ามาถึงที่นั่งของบวชระดับกลางที่มีน้อยคนมากหากเทียบนักบวชระดับสูงทั้งสิบ นักบวชระดับกลางทั้งสามสิบและนักบวชระดับล่างทั้งพันคน ชินหมิงนั้นดูเด็กมากกว่าทุกคนในนี้เลย
“หืม….ท่านถูกพิษจากที่ใดมาหรือ”ชินหมิงกล่าวถามคนที่นั่งอยู่ด้านข้างของเขาด้วยรอยยิ้มหญิงสาวไม่ได้คิดที่จะสนใจเขาชินหมิงเองก็ไม่ได้สนใจนางและหันไปคุยกันคนด้านข้างแทนพวกเขาต่างยินดีที่จะคุยกับชินหมิงเพราะสำหรับพวกเขาแล้วชินหมิงที่เป็นทั้งอาจารย์ของเหล่าศิษย์ สหายของเหล่านักบวช และนักหลอมโอสถชั้นสูงพวกเขายินดีมากที่จะคุยกับชินหมิง“ท่านนักบวชเพลิงตะวัน ข้าได้ยินว่าท่านหลอมโอสถแล้วขายในกับวิหารจริงหรือขอรับ”
“จริง เดือนหน้าก็จะมีเข้าวิหารอีกเจ็ดร้อยขวด หวังว่าพวกท่านจะชอบนะ”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพวกเขาต่างยินดีอย่างมากเพราะโอสถเหลวของชินหมิงนั้นมีค่ามากในวิหารตอนนี้ มันช่วยให้พวกเขาฟื้นฟูอย่างรวดเร็วและแต่ละขวดหายากและแพงเอามากๆคำกล่าวคุยของพวกเขาทำให้ผู้อาวุโสและศิษย์มากมายเริ่มสนใจในโอสถเหล่านั้นทันที“ผลของโอสถเป็นเช่นใดงั้นหรือพวกเจ้าจึงดูยินดีนัก”
“ท่านนักบวชหลอมเมฆาคงยังไม่รู้โอสถของท่านนักบวชเพลิงตะวันนั้นสามารถฟื้นฟูบาดแผลเมื่อกินเข้าไปได้ในทันทีไม่ต้องนั่งเพื่อดูดซับหรือโคจรพลังในการฟื้นฟู และยังมีโอสถฟื้นฟูพลังปราณกับโอสถเพิ่มพลังอีกด้วย พวกมันเพิ่มพลังได้อย่างละ สามเท่า มันสุดยอดมาก”หญิงสาวด้านข้างขมวดคิ้วและกล่าวถามออกมาชายหนุ่มด้านข้างของนางจึงกล่าวอธิบายออกมาคำกล่าวของเขาทำให้คนอื่นตกตะลึง“จริงเช่นนั้นหรือข้าไม่เชื่อ”