บ้านรั่วทุกครั้งที่ฝนตก[1]
กำลังวังชาเพิ่งจะถูกกระชากออกไปจนหมดไอปราณเองก็สูญเสียไปจนเหลือเพียงเล็กน้อย แต่กลับต้องมาเจอกับฝูงหมาป่าในยามนี้ วิกฤตอันตรายนี้กำลังโจมตีเข้าใส่หลันเฟิง
ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมแม้เขาจะอยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์พร้อมก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหมาป่ามารป่าลึกสิบกว่าตัวอยู่ดี
ดังนั้นเขาจึงไม่มีตัวเลือกอื่นทำได้เพียงหันกายวิ่งหนี แม้แต่เข็มเก็บกลิ่นอายก็ไม่ทันได้เก็บ
ฝูงหมาป่าอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสองลี้ดูเหมือนจะไกล แต่ความจริงกลับเป็นระยะที่อันตรายมาก เพราะสำหรับหมาป่ามารป่าลึกที่มีความแข็งแกร่งระดับดาราขั้นกลางระยะทางสองสามร้อยหมี่ก็ใช้เวลาเพียงสิบกว่าชั่วลมหายใจเท่านั้น
ในสถานการณ์อันตรายนี้หลันเฟิงย่อมไม่สนใจเข็มเก็บกลิ่นอายเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีพยายามหนีไปให้ไกล
ก่อนหน้าที่จะใช้วิชาชักกระบี่เขาอาศัยระดับความเร็วที่รวดเร็วมากสลัดฝูงหมาป่าออกไปแต่ยามนี้ไอปราณของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว ไอปราณทุกสายย่อมล้ำค่าจึงไม่กล้าใช้อย่างสิ้นเปลืองอีก ความเร็ซจึงตกลงมากทำได้เพียงคว้าทุกช่วงเวลาและให้ความสำคัญกับทุกวินาที
“บรู้ว...”
เสียงหอนของหมาป่าดังมาจากจุดที่ไกลออกไปพร้อมกันเป็นเสียงดังและแหลมสูง ไม่มีความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการวิ่งมาตลอดระยะทางสองร้อยลี้สักนิด
เสียงหอนของหมาป่าเหล่านี้พลันได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว“บรู้ว...”
ลูกหมาป่ายืนขึ้นอย่างช้าๆหูตั้งตรง หัวเล็กๆ เงยขึ้นแล้วส่งเสียงหอนไม่หยุด “บรู้ว...บรู้ว...”
แม้ว่าศพของราชาหมาป่ามารป่าลึกจะอยู่ด้านข้างแต่เงาร่างเล็กๆ กลับยังคงเผยความโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งออกมา
“พรึ่บ พรึ่บพรึ่บ...”
ผ่านไปสองสามชั่วลมหายใจเงาร่างของหมาป่ามารป่าลึกสิบสองตัวก็ปรากฎตรงหน้าลูกหมาป่าน้อย
ยามที่เห็นศพของราชาหมาป่ามารป่าลึกหมาป่ามารป่าลึกสิบสองตัวก็แทบจะหยุดการเคลื่อนไหวพร้อมกันมันล้อมศพของราชาหมาป่ามารป่าลึกเอาไว้ด้วยความโศกเศร้าแววตาสีเขียวเข้มฉายแววโหดเหี้ยมและโศกเศร้าเสียใจ
หมาป่ามารป่าลึกสองตัวหนึ่งในนั้นคาบลูกหมาป่าน้อยไว้ในปากแล้วพุ่งกลับไปยังทางที่มาพร้อมกันทิ้งหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวเอาไว้ และกำลังดมฟุตฟิตบนพื้น ก่อนทยอยกันกระโจนไปยังทิศทางเดียวกัน
หมาป่านั้นโดดเดี่ยวหยิ่งทระนง กล้าหาญ และสามัคคี!
และหมาป่ามารป่าลึกก็ดึงลักษณะเฉพาะนี่มาใช้ได้เต็มที่!
หมาป่าไม่หวาดกลัวสิ่งมีชีวิตใดๆแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับเสือตัวหนึ่ง ฝูงหมาป่าฝูงหนึ่งก็ยังกล้าเข้าห้ำหั่น สู้กันจนตายไปข้าง!
ไม่ต้องพูดถึงหลันเฟิงที่เป็นแค่ยอดฝีมือระดับดาราระดับไอปราณขั้นกลางต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตระดับจันทราฝูงหมาป่าก็ไม่หวาดกลัว!
“บรู้ว...”
เสียงหอนดังกังวานอย่างพร้อมเพรียบดังขึ้นราวกับเป็นทหารที่ถูกฝึกมาแววตาสีเขียวเข้มอันเย็นชาทำให้ป่าที่มืดมนเพิ่มความน่ากลัวขึ้นหลายส่วน
“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...”
แขนขาผอมเพรียวทั้งสี่กระทบลงพื้นเกิดเสียงเป็นจังหวะ
“ยังเหลืออีกห้าร้อยหมี่”
ข้างหูมีเสียงไร้อารมณ์ของชายชราดังขึ้น
หลันเฟิงใจหายเล็กน้อยจากสภาพของเขาในตอนนี้หากฝูงหมาป่าไล่ตามมาทัน ก็มีแต่ต้องตายอย่างน่าอนาถเท่านั้น
ตอนนี้จุดตันเถียนเหลือไอปราณเพียงไม่กี่ส่วนและใกล้จะแห้งเหือดแล้ว
หลันเฟิงคำนวณไอปราณที่เหลืออยู่ในจุดตันเถียนอย่างเงียบๆและพยายามทำให้ตนเองสงบลง ยิ่งอยู่ในช่วงวิกฤตอันตรายก็ยิ่งต้องเยือกเย็น
ในจุดที่หลันเฟิงและราชาหมาป่ามารป่าลึกต่อสู้กันนั้นเงาร่างสีดำกำลังจ้องมองศพของราชาหมาป่ามารป่าลึกเขม็งอย่างเหม่อลอยเล็กน้อย
หลันเฟิงจากไปนานแล้วแต่คนลึกลับผู้นี้ยังคงไม่ได้สติกลับคืนมา
ในหัวของเขามีภาพหนึ่งฉายวนอยู่ในป่าลึกมีแสงกระบี่ราวกับสายฟ้าสว่างวาบ ฉากที่งดงามนั้นฝังลึกอยู่ในหัวของเขา ทำให้เขาหวาดกลัวไปถึงขั้นหัวใจ
จนถึงยามนี้จ้าวหยวนซานก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อ“ชายหนุ่มอายุสิบหกปี คิดไม่ถึงว่าจะสำแดงกระบวนท่าที่น่าตกตะลึงเช่นนั้นออกมาได้...”
ต้องเข้าใจว่าพละกำลังของราชาหมาป่ามารป่าลึกแทบจะไม่แตกต่างกับยอดฝีมือระดับไอปราณขั้นเก้าเลยอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ แต่ทว่าสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้กลับไม่รอดพ้นจากเงื้อมมือของชายหนุ่มแค่คิดก็รู้แล้วว่ากระบวนท่านั้นน่ากลัวเพียงไหนมันมากถึงขั้นที่ชายหนุ่มอาศัยพลังยุทธ์ระดับไอปราณขั้นห้าสังหารราชาหมาป่ามารป่าลึกที่มีกำลังเหนือกว่าเขาจ้าวหยวนซานได้
ในใจของจ้าวหยวนซานพลันเกิดความสงสัยว่ากระบวนท่านั้นอยู่ในขอบเขตของทักษะปราณสีฟ้าขั้นสูงหรือสีม่วงหรือไม่!
ทักษะปราณสีม่วง!
ใจของจ้าวหยวนซานพลันสั่นเทาเล็กน้อย
หากเป็นไปได้เขาก็ยอมลงมือสังหารหลันเฟิงทันทีจากนั้นค่อยกลับไปชักชวนคนในตระกูลมาต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายกับตระกูลหยางเขาไม่มีทางยอมนั่งดูชายหนุ่มเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจแน่ เพราะรู้ดีว่าหากชายหนุ่มเติบโตขึ้นทั้งตระกูลจ้าวก็ไม่มีผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้ของชายหนุ่มได้
แต่เขากลับไม่อาจทำเช่นนี้ได้เพราะ...เขาไม่คิดว่าผู้นำตระกูลจะอยากสู้อย่างเอาเป็นเอาตายกับตระกูลหยาง
อีกอย่างหากเขาสังหารหลันเฟิงก็ต้องพบกับการล้างแค้นอย่างบ้าคลั่งของตระกูลหยางและตระกูลก็คงไม่ปกป้อง
จ้าวหยวนซานมองศพของราชาหมาป่าอย่างเคร่งขรึมจ้าวหยวนซานพลันเอ่ยพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา สีหน้าสลับซับซ้อน“ข้ามีลางสังหรณ์หนึ่ง หากเด็กคนนี้ไม่ตายในวันนี้ อีกไม่นานเขาจะกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลจ้าว...”
เขาชะงักเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่หลันเฟิงหนีไป“หวังว่าหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ!”
ตามหลักการแล้วหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวต่อกรกับชายหนุ่มระดับไอปราณขั้นห้าที่เหลือไอปราณเพียงไม่กี่ส่วนย่อมไม่มีเหตุผลให้พ่ายแพ้แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจ้าวหยวนซานกลับรู้สึกไม่มั่นใจเขาไม่กล้ามั่นใจว่าหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวจะคร่าชายหนุ่มได้จริงๆ
ชายหนุ่มที่สร้างปาฏิหาริย์หลายครั้งจะตายด้วยน้ำมือของหมาป่ามารป่าลึกง่ายๆหรือ
จ้าวหยวนซานมองไปที่ศพของราชาหมาป่ามารป่าลึกแวบหนึ่งแล้วชักสายตาทันใดนั้นก็ไล่ตามไปทางทิศที่หลันเฟิงและหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวพุ่งไป
ไม่เห็นหลันเฟิงตายด้วยน้ำมือของหมาป่ามารป่าลึกด้วยตนเองเขาย่อมไม่สบายใจ
ม่านหมอกสลายออกดวงอาทิตย์ข้ามผ่านภูเขาที่อยู่ไกลออกไป ทำให้แสงสว่างสาดส่องลงมาบนพื้นท่ามกลางหมอกหนาทึบค่อยๆ มีแสงสว่างสาดส่องลงมา
หลันเฟิงหนีออกมาได้ประมาณห้าหกลี้แต่ไม่เพียงจะไม่อาจสลัดหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวออกไปได้กลับถูกพวกมันไล่ตามมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกห่างกันหนึ่งพันหมี่ ต่อมาก็ไม่ถึงห้าร้อยหมี่ยามนี้เหลือแค่สองร้อยกว่าหมี่แล้วเงาร่างสิบกว่าสายที่ขนาดตัวสู้ราชาหมาป่ามารป่าลึกไม่ได้กลับบีบให้หลันเฟิงอยู่ในสภาพจนตรอกยิ่งกว่าเดิม
ผมสีดำของเขาแนบติดอยู่บนหน้าผากพร้อมเม็ดเหงื่อลมหายใจยุ่งเหยิง กระชั้นและหยาบ เผยให้เห็นความเหนื่อยล้าในยามนี้ของชายหนุ่ม
“หนีต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ต้องคิดหาวิธีจัดการหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวนี้ถึงจะรอดจากหายนะนี้ได้”ชายชราที่ลอยตามหลันเฟิงมามองชายหนุ่มที่หนีราวกับแมลงวันไร้หัวฉับพลันนั้นก็เอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ
“หมาป่ามารป่าลึกไม่เหมือนกับราชาหมาป่ามารป่าลึกพละกำลังของพวกมันอ่อนแอกว่ามาก หากอยากจะต่อกรกับพวกมัน ความจริงแล้วย่อมมีหลายวิธี”
หลันเฟิงตกตะลึงเล็กน้อยแล้วรีบร้อนเอ่ยถาม“วิธีอะไรเหรอ”
ชายชราโคลงศีรษะและพูดเพียงประโยคเดียวว่า“เจ้าต้องคิดเอง”
เมื่อได้ยินคำนี้หลันเฟิงแทบอยากจะพุ่งไปบีบคอชายชราให้ตาย คิดไม่ถึงว่าจะยังให้ตนคิดเองชายชราไม่พอใจที่ตนตายเร็วไม่พอหรือไงกัน
ทว่าโกรธก็ส่วนโกรธเขารู้จักชายชรามาสิบกว่าปี หลันเฟิงรู้ดีมากว่าหากชายชราไม่อยากพูดไม่ว่าตนจะใช้วิธีการใดก็ไม่อาจทำให้เขาเปิดปากได้
“วิธี...วิธี...”หลันเฟิงพยายามรักษาความเร็วและควบคุมความรู้สึกของตนเองให้สงบ
อันตรายอยู่ตรงหน้าห้ามใจร้อนยิ่งใจร้อนก็จะยิ่งคิดวิธีการไม่ออกย่อมเป็นการผลักตนเองลงไปในหลุมเพลิงอย่างไม่ต้องสงสัย
ในเมื่อชายชราบอกว่ามีวิธีก็ต้องมีวิธีแต่แค่ตนลนลานเกินไปจึงคิดไม่ออกเท่านั้น
ความคิดในหัวหมุนวนอย่างรวดเร็วแผนการต่างๆ ผุดขึ้นมาจากนั้นก็ถูกปฏิเสธ
จนกระทั่งชายหนุ่มแฉลบผ่านปีศาจอสูรระดับดาราขั้นหนึ่งอย่าง‘แก่นหมูป่า’ที่อยู่ไม่ไกลนักออกไป
‘แก่นหมูป่า’ ตัวนั้นกำลังเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ดวงตาที่เป็นดั่งผลึกศิลาทมิฬพลันเปล่งประกายวาววับ
ชายชราเห็นสีหน้าชายหนุ่มก็ลูบเคราแล้วยิ้มกล่าว“ดูแล้วเจ้าคงคิดวิธีออกแล้ว”
“ชักนำภัยพิบัติสู่บูรพา[2]?”ชายหนุ่มถามอย่างสงสัยแต่น้ำเสียงและสีหน้ากลับมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
ใบหน้าของชายชราเผยรอยยิ้มปลุกปลอบใจออกมาแล้วเอ่ยชมอย่างพึงพอใจว่า“ใช่แล้ว วิธีนี้แหละ! คิดดูว่าจ้าวหยวนซานทำอย่างไรกับเจ้า แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่ทำวิธีเดียวกันเพื่อกำจัดภัยให้พ้นตัวล่ะต้องเข้าใจว่าแนวคิดเรื่องฐานที่มั่นของปีศาจอสูรนั้นรุนแรงมาก...”
แม้จะเป็นวิธีที่ดีแต่ก็ต้องหาปีศาจอสูรที่พอจะต้านทานฝูงหมาป่ามารป่าลึกได้ ถึงปีศาจอสูรในป่าอสูรจะมีมากมายแต่ส่วนใหญ่ล้วนแยกกันอยู่ และยิ่งไปกว่านั้นปีศาจอสูรระดับดาราขั้นกลางยังมีค่อนข้างน้อยยิ่งไม่ต้องพูดถึงปีศาจอสูรระดับดาราขั้นกลางฝูงหนึ่ง
ชายชราถูกท่าทางขมวดคิ้วของชายหนุ่มทำให้ขำขันจึงชี้ไปที่ภูเขาหินตรงหน้า “หากตาเฒ่าสัมผัสไม่ผิด ที่นั่นน่าจะมีปีศาจลาวาอยู่ฝูงหนึ่ง...”
“ปีศาจลาวา? รอดแล้ว!” หัวคิ้วของชายหนุ่มพลันคลายออก
เงาร่างที่กำลังวิ่งหยุดชะงักเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนทิศทางพุ่งไปยังภูเขาลาวาที่โผล่พ้นพื้นดินมาสิบกว่าจั้ง
ปีศาจลาวาเป็นปีศาจอสูรระดับดาราขั้นกลางพลังยุทธ์ไม่ด้อยไปกว่ายอดฝีมือระดับไอปราณขั้นหก มีพลังไร้ขีดจำกัดและมีพลังป้องกันที่น่าตกตะลึงแม้แต่ปีศาจเท้าใหญ่ที่มีผิวหนังหยาบหนาก็ยังสู้ปีศาจอสูรที่มีความพิเศษเฉพาะอย่างปีศาจลาวาไม่ได้หากสู้กันตามลำพัง ไม่ว่าจะเป็นหมาป่ามารป่าลึกหรือว่าปีศาจเท้าใหญ่ล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของปีศาจลาวา
สิ่งสำคัญที่สุดคือปีศาจลาวาเองก็ชอบอยู่เป็นฝูงย่อมจัดการหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวที่อยู่ด้านหลังชายหนุ่มได้
ต้องบอกว่าชายหนุ่มดวงดีจนทำให้ผู้คนอิจฉาจริงๆ
[1] บ้านรั่วทุกครั้งที่ฝนตกหมายถึง โชคร้ายทยอยเกิดขึ้นต่อเนื่อง
[2] ชักนำภัยพิบัติสู่บูรพาหมายถึง การใช้ลูกไม้บางอย่างทำให้คนอื่นมารับความเสียหายแทนตน