“ว่ายังไงนะ !? เวทสายฟ้ากับเวทอัคคี หรือว่าเด็กนั่นจะเป็น..นักเวทในตำนานที่เกิดมาพร้อมกับธาตุประจำตัวถึงสองธาตุ แล้วเวทสายฟ้านั่นยังเป็นธาตุพิเศษที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนอีก นี่พระเจ้าไม่ประทานพรให้เจ้าเด็กนั่นจนมากเกินไปรึ “
เมื่อได้ยินจากปากของดยุคโคเว่นจอร์แดนก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึง ในใจส่วนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาในพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของแอเรียส เขายังคงสอบถามเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับแอเรียสอีกหลายเรื่อง เขาแทบจะหลงลืมเรื่องที่เขาพนันกับแอเรียสเมื่อครู่ไปจนหมด แต่สิ่งที่เขาสนใจกลับกลายเป็นพลังอันแข็งแกร่งของแอเรียสเสียมากกว่า
“ ฟังจากที่ท่านเล่ามา ปีศาจที่ถูกสังหารก็เป็นฝีมือของแอเรียสคนนี้ด้วยสินะ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเขาเป็นแค่นักเวทรุ่นเยาว์ หนำซ้ำยังมากล้าท้าทายข้าอีก ฮ่าๆๆ ข้าชักรู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่น่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ “
จอร์แดนกลับคลายความโกรธลงแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี นิสัยของเขาชอบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเรื่องราวอันแปลกประหลาดของแอเรียสจึงทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนใจขึ้นมา นักเวทที่ควบคุมสายฟ้าได้เกิดมาเขายังไม่เคยพบเจอมาก่อน ยิ่งเรื่องราวของนักเวทที่ควบคุมสองธาตุได้นั้น มันมีเพียงนักเวทที่แข็งแกร่งในตำนานเท่านั้น เขาชักสงสัยขึ้นมาแล้วสิว่าแท้จริงแล้วแอเรียสมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
“ เอ่อ..แล้วเรื่องการเดิมพันเมื่อครู่ท่านพอจะยกเลิกมันได้หรือไม่“
ดยุคโคเว่นเห็นว่าจอร์แดนเริ่มอารมณ์ดีขึ้นกว่าเก่าเขาก็เริ่มพูดจาไกล่เกลี้ยให้ยกเลิกการพนันเมื่อครู่ทันที เหตุผลส่วนหนึ่งที่เขาไม่อยากให้การพนันนี้เกิดขึ้นก็เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังของแอเรียส หากอาจารย์ของแอเรียสรู้เข้าว่าแอเรียสนำแก่นอสูรระดับองครักษ์มาเดิมพันเล่นแบบนี้ รับรองได้เลยว่าคงได้เกิดเรื่องใหญ่แน่
“ ท่านก็เห็นแล้วนี่ว่าเด็กนั่นเองก็ไม่ได้คิดจะยกเลิกการเดิมพัน แล้วท่านจะให้ข้ายกเลิกฝ่ายเดียวได้อย่างไร อีกอย่างข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าแท้จริงเขาจะเก่งกาจสมกับที่ท่านชื่นชมหรือไม่“
จอร์แดนหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ถึงพลังของแอเรียสจะดูน่าสนใจ แต่นั่นย่อมไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะยอมแพ้ง่ายๆเช่นนี้ ในเมื่อเด็กนั่นอยากท้าทายเขา เขาก็จะทำให้มันได้รับบทเรียนเสียบ้าง
ภายในห้องที่ถูกจัดเตรียมโดยคนรับใช้ของตระกูลฮาร์เกน แอเรียสกำลังนั่งอยู่หน้าหม้อปรุงยาด้วยสีหน้าจริงจัง ที่ด้านข้างมีต้นสมุนไพรหลากหลายชนิดกองเอาไว้
มือข้างหนึ่งคอยควบคุมเพลิงอัคคีด้านล่างของหม้อปรุงยาเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็หยิบจับสมุนไพรใส่ลงไปในหม้อปรุงยาอย่างคล่องแคล่ว ด้วยพลังของเขาในตอนนี้การควบคุมเพลิงที่ใช้ปรุงยานับว่าง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ เมื่อนึกถึงวันที่เขาปรุงเม็ดยาอาบจันทราด้วยความเหนื่อยยากแล้วมันช่างแตกต่างกันลิบลับ
“ อาการป่วยของนางหากจะเรียกว่าอาการป่วยก็คงไม่ถูกนัก ควรเรียกว่าภาวะกระแสพลังเวทเป็นพิษเสียมากกว่า คัมภีร์บ่มเพาะพลังของนางน่าจะมีบางอย่างที่ปกติหรือไม่ก็เป็นตัวนางเองที่ฝึกฝนอย่างผิดวิธี ยามเมื่อข้ารักษาหายแล้ว หากนางไม่ฝึกฝนพลังเวทต่อก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่หากนางยังคงดื้อดึงที่บ่มเพาะพลังต่อไป ตอนที่นางจะเพิ่มระดับพลังกระแสพลังเวทก็คงจะทำร้ายร่างของนางอีกครั้ง“
ระหว่างปรุงยาแอเรียสก็วิเคราะห์อาการป่วยของไอรีนไปด้วย หลังจากที่แอเรียสตรวจดูอาการของไอรีนเขาก็พบว่ากระแสพลังเวทของนางปั่นป่วนเป็นอย่างมาก แถมยังมีกระแสพลังเวทบางส่วนที่กัดกร่อนพลังชีวิตของนางเองเสียด้วย เป็นที่รู้กันดีว่าสำหรับนักเวทนั้นพลังเวทสำคัญกับร่างกายไม่ต่างไปจากโลหิตหรืออวัยวะ มันทำหน้าที่เป็นดั่งพลังงานขับเคลื่อนร่างกายให้ทำงานต่อไปได้
แต่หากพลังเวทที่เป็นดั่งพลังงานสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อนร่างกายมันกลับกลายเป็นยาพิษเสียเอง ผลลัพธ์ของมันก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากนัก เมื่อพลังงานบวกกลับกลายเป็นพลังงานลบ ร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังเวทที่กัดกร่อนพลังชีวิต สุดท้ายก็อ่อนแอลงจนถึงขั้นไม่สามารถใช้พลังเวทได้ หากปล่อยทิ้งไว้สุดท้ายก็คงต้องตายไปในที่สุด
“ เฮ้ออในที่สุดก็เสร็จเสียที “
แอเรียสสูดกลิ่นของสมุนไพรอ่อนๆที่โชยออกมาจากหม้อปรุงยาด้วยความรู้สึกอันสดชื่นราวกับพึ่งชำระล้างร่างกายจากความเหน็ดเหนื่อย เปลวไฟที่ใต้หม้อปรุงยาบัดนี้ถูกดับลงไปแล้ว เม็ดยาสามเม็ดที่วางอยู่ก้นหม้อปรุงยาส่องประกายแสงออกมาจางๆ เพียงแค่มองดูก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทจางๆที่แผ่ออกมาจากเม็ดยาแล้ว
นี่คือเม็ดยาปรับกระแสพลัง คุณสมบัติของมันก็ค่อนข้างจะตรงตามชื่อของมัน มันมีคุณสมบัติในการปรับเปลี่ยนกระแสพลังอันยุ่งเหยิงในร่างกายของนักเวทให้เป็นระเบียบเรียบร้อยดังเดิม ยาชนิดนี้จะใช้รักษาพวกนักเวทที่กระแสพลังเวทแตกซ่าน ถึงส่วนใหญ่แล้วนักเวทพวกนั้นจะตายก่อนได้รับการรักษาก็เถอะ
เม็ดยาปรับกระแสพลังนั้นมีตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับตำนาน การใช้งานก็ค่อนข้างจะแตกต่างกันออกไป ส่วนเม็ดยาทั้งสามเม็ดที่อยู่ในมือของแอเรียสนั้นคือเม็ดยาปรับกระแสพลังระดับสูง เขาคิดว่าหากให้ไอรีนกินสักสามวันก็น่าจะหายดี ความจริงแล้วหากปรุงเม็ดยาปรับกระแสพลังระดับปฐพีขึ้นมาก็น่าจะรักษาได้ในวันเดียว แต่เขากลัวว่านางจะทนรับความเจ็บปวดจากการผันแปรของกระแสพลังไม่ไหว และอีกอย่างเขาก็บอกดยุคโคเว่นไปแล้วด้วยว่าการรักษาจะใช้เวลาหนึ่งเดือน แต่เมื่อมีการพนันกับจอร์แดนเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาคิดว่าใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ก็คงเพียงพอ
แต่แอเรียสก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก ว่าเหตุใดเม็ดยาปรับกระแสพลังที่น่าจะเป็นเม็ดยาที่ผู้คนรู้จักกันดีกลับกลายเป็นหายสาบสูญไปในยุคสมัยนี้ แล้วเช่นนี้หากมีผู้ที่กระแสพลังเวทแตกซ่านหรือเป็นเหมือนไอรีนไม่ต้องตายกันหมดเหรอ เขาชักอยากรู้ขึ้นมาแล้วสิว่าทำไมความรู้มากมายมันจึงสูญหายไปจากโลกเวทมนตร์แห่งนี้
“ จะหาว่าข้าใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงเจ้าไม่ได้นะ ในเมื่อเจ้าบังอาจมาดูถูกข้าก่อนเอง ตอนแรกก็คิดว่าจะต้องนำเม็ดยาอาบจันทราไปขายในโรงประมูลอีกรอบ แต่ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้วสินะ “
แอเรียสยกยิ้มมุมปากออกมา ตอนแรกเขาก็คิดอยู่ว่าจะต้องหาเงินด้วยวิธีไหนดี แต่ดูเหมือนเขาไม่ต้องยุ่งยากทำเช่นนั้นอีกแล้ว อยู่ดีๆก็มีนักเวทระดับปราชญ์แสนใจดีนำเงินมาให้เขาถึงหกเหรียญไดมอนด์ ไหนจะมีอาวุธระดับสูงอีกสองชิ้นนั่นอีก แค่คิดถึงมันเขาก็แทบจะสำลักความสุขแล้ว
“ ถือซะว่าสิ่งนี้เป็นของแถมก็แล้วกัน“
แอเรียสยิ้มเล็กๆออกมาอย่างมีเลศนัยก่อนที่เปลวไฟที่ใต้หม้อปรุงยาจะเริ่มถูกจุดขึ้นอีกครั้ง
บริเวณด้านหน้าห้องที่แอเรียสใช้ปรุงยา มีสองนักเวทที่กำลังรอการปรากฏตัวของแอเรียสด้วยใจจดจ่อ หนึ่งเดินไปเดินมาด้วยสีหน้ากังวล ส่วนอีกหนึ่งกำลังนั่งพลิกอ่านหนังสือเล่มในมืออย่างใจเย็น รอยยิ้มเล็กๆยังคงประดับอยู่บนใบหน้ายามที่นั่งอ่านหนังสือในมือ เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของคนทั้งสองช่างดูแตกต่างกันลิบลับ
“ ท่านจะกังวลไปทำไมท่านดยุค อีกเดี๋ยวเจ้าหนูนั่นก็คงเดินคอตกออกมาพร้อมกับร้องไห้อ้อนวอนขอให้ข้ากับท่านยกโทษให้“
จอร์แดนพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี เด็กน้อยคนหนึ่งจะไปมีปัญญารักษาโรคที่แม้แต่นักปรุงยาจากเมืองโพริอัสก็ไม่มีทางรักษาหายได้อย่างไร นั่นมั่นเรื่องเพ้อฝันชัดๆ ยิ่งได้ยินว่าแอเรียสมีพรสวรรค์ในการต่อสู้ที่เก่งกาจจนดยุคโคเว่นเคยจะมอบตำแหน่งอัศวินให้ นั่นทำให้จอร์แดนยิ่งมั่นใจได้ว่าแอเรียสไม่มีทางที่จะเป็นนักปรุงยาที่เก่งกาจได้แน่ จะเป็นไปได้อย่างไรที่เด็กคนหนึ่งจะเชี่ยวชาญทั้งการต่อสู้และการรักษา ต่อให้ร่ำเรียนมาตั้งแต่คลอดจากท้องแม่ก็ยังไม่สามารถเป็นไปได้เลย
แอร๊ดดดดด
เสียงของประตูที่ถูกเปิดออกพร้อมกับกลิ่นของสมุนไพรที่โชยออกมา แอเรียสเดินออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ไม่มีท่าทีของความเหน็ดเหนื่อยหรือแม้แต่คราบน้ำตาอย่างที่จอร์แดนหวังจะได้เห็น
“ กลิ่นนี่มัน…..ดอกสายรุ้ง “
กลิ่นสมุนไพรที่โชยมาแตะจมูกทำให้จอร์แดนอุทานออกมาอย่างลืมตัว เขารู้จักกับดอกไม้ชนิดนี้ เขาเคยพบเห็นมันจากนักปรุงยาคนหนึ่ง ภาพความสวยงามดอกสายรุ้งยังคงติดอยู่ในหัวของเขาแม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ดอกของมันมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรชั้นดี แม้จะไม่ได้นำมาปรุงยาก็ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายยามที่สูดดม แต่มันเป็นดอกไม้ที่หายากเป็นอย่างมาก แม้จะมีเงินอยู่ในมือก็ใช่ว่าจะหาซื้อมาได้โดยง่าย แล้วเจ้าเด็กนี่ไปหาดอกสายรุ้งมาได้อย่างไรกัน
“ จมูกดีไม่เบานี่นาสมแล้วที่เป็น ….นักเวทระดับปราชญ์“
แอเรียสหัวเราะคิกคักออกมาเล็กน้อย เขาพูดออกมาอย่างจงใจจะเหน็บแหนมจมูกที่ดีจนเกินไปของจอร์แดนว่ามันคล้ายกับสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ใช้จมูกดมกลิ่นได้อย่างดีเลิศ ดยุคโคเว่นที่ยืนอยู่ใกล้ๆยังต้องรีบหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้จอร์แดนเห็นว่าเขากลั้นขำเอาไว้