กำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท

    ตอนที่ 138 ชายจมูกดี

            “ว่ายังไงนะ !?  เวทสายฟ้ากับเวทอัคคี  หรือว่าเด็กนั่นจะเป็น..นักเวทในตำนานที่เกิดมาพร้อมกับธาตุประจำตัวถึงสองธาตุ แล้วเวทสายฟ้านั่นยังเป็นธาตุพิเศษที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนอีก นี่พระเจ้าไม่ประทานพรให้เจ้าเด็กนั่นจนมากเกินไปรึ “

             

            เมื่อได้ยินจากปากของดยุคโคเว่นจอร์แดนก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึง  ในใจส่วนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาในพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของแอเรียส เขายังคงสอบถามเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับแอเรียสอีกหลายเรื่อง เขาแทบจะหลงลืมเรื่องที่เขาพนันกับแอเรียสเมื่อครู่ไปจนหมด แต่สิ่งที่เขาสนใจกลับกลายเป็นพลังอันแข็งแกร่งของแอเรียสเสียมากกว่า 

             

            “ ฟังจากที่ท่านเล่ามา ปีศาจที่ถูกสังหารก็เป็นฝีมือของแอเรียสคนนี้ด้วยสินะ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเขาเป็นแค่นักเวทรุ่นเยาว์  หนำซ้ำยังมากล้าท้าทายข้าอีก  ฮ่าๆๆ ข้าชักรู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่น่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ “

             

            จอร์แดนกลับคลายความโกรธลงแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี   นิสัยของเขาชอบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเรื่องราวอันแปลกประหลาดของแอเรียสจึงทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนใจขึ้นมา  นักเวทที่ควบคุมสายฟ้าได้เกิดมาเขายังไม่เคยพบเจอมาก่อน ยิ่งเรื่องราวของนักเวทที่ควบคุมสองธาตุได้นั้น  มันมีเพียงนักเวทที่แข็งแกร่งในตำนานเท่านั้น เขาชักสงสัยขึ้นมาแล้วสิว่าแท้จริงแล้วแอเรียสมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่

             

            “ เอ่อ..แล้วเรื่องการเดิมพันเมื่อครู่ท่านพอจะยกเลิกมันได้หรือไม่“

             

            ดยุคโคเว่นเห็นว่าจอร์แดนเริ่มอารมณ์ดีขึ้นกว่าเก่าเขาก็เริ่มพูดจาไกล่เกลี้ยให้ยกเลิกการพนันเมื่อครู่ทันที เหตุผลส่วนหนึ่งที่เขาไม่อยากให้การพนันนี้เกิดขึ้นก็เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังของแอเรียส หากอาจารย์ของแอเรียสรู้เข้าว่าแอเรียสนำแก่นอสูรระดับองครักษ์มาเดิมพันเล่นแบบนี้  รับรองได้เลยว่าคงได้เกิดเรื่องใหญ่แน่

             

            “ ท่านก็เห็นแล้วนี่ว่าเด็กนั่นเองก็ไม่ได้คิดจะยกเลิกการเดิมพัน แล้วท่านจะให้ข้ายกเลิกฝ่ายเดียวได้อย่างไร อีกอย่างข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าแท้จริงเขาจะเก่งกาจสมกับที่ท่านชื่นชมหรือไม่“

             

            จอร์แดนหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี  ถึงพลังของแอเรียสจะดูน่าสนใจ  แต่นั่นย่อมไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะยอมแพ้ง่ายๆเช่นนี้  ในเมื่อเด็กนั่นอยากท้าทายเขา  เขาก็จะทำให้มันได้รับบทเรียนเสียบ้าง

             

            ภายในห้องที่ถูกจัดเตรียมโดยคนรับใช้ของตระกูลฮาร์เกน แอเรียสกำลังนั่งอยู่หน้าหม้อปรุงยาด้วยสีหน้าจริงจัง  ที่ด้านข้างมีต้นสมุนไพรหลากหลายชนิดกองเอาไว้

             

            มือข้างหนึ่งคอยควบคุมเพลิงอัคคีด้านล่างของหม้อปรุงยาเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็หยิบจับสมุนไพรใส่ลงไปในหม้อปรุงยาอย่างคล่องแคล่ว  ด้วยพลังของเขาในตอนนี้การควบคุมเพลิงที่ใช้ปรุงยานับว่าง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ เมื่อนึกถึงวันที่เขาปรุงเม็ดยาอาบจันทราด้วยความเหนื่อยยากแล้วมันช่างแตกต่างกันลิบลับ 

     

            “ อาการป่วยของนางหากจะเรียกว่าอาการป่วยก็คงไม่ถูกนัก  ควรเรียกว่าภาวะกระแสพลังเวทเป็นพิษเสียมากกว่า คัมภีร์บ่มเพาะพลังของนางน่าจะมีบางอย่างที่ปกติหรือไม่ก็เป็นตัวนางเองที่ฝึกฝนอย่างผิดวิธี  ยามเมื่อข้ารักษาหายแล้ว  หากนางไม่ฝึกฝนพลังเวทต่อก็นับว่าเป็นเรื่องดี  แต่หากนางยังคงดื้อดึงที่บ่มเพาะพลังต่อไป ตอนที่นางจะเพิ่มระดับพลังกระแสพลังเวทก็คงจะทำร้ายร่างของนางอีกครั้ง“

             

            ระหว่างปรุงยาแอเรียสก็วิเคราะห์อาการป่วยของไอรีนไปด้วย หลังจากที่แอเรียสตรวจดูอาการของไอรีนเขาก็พบว่ากระแสพลังเวทของนางปั่นป่วนเป็นอย่างมาก แถมยังมีกระแสพลังเวทบางส่วนที่กัดกร่อนพลังชีวิตของนางเองเสียด้วย เป็นที่รู้กันดีว่าสำหรับนักเวทนั้นพลังเวทสำคัญกับร่างกายไม่ต่างไปจากโลหิตหรืออวัยวะ มันทำหน้าที่เป็นดั่งพลังงานขับเคลื่อนร่างกายให้ทำงานต่อไปได้  

             

            แต่หากพลังเวทที่เป็นดั่งพลังงานสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อนร่างกายมันกลับกลายเป็นยาพิษเสียเอง  ผลลัพธ์ของมันก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากนัก  เมื่อพลังงานบวกกลับกลายเป็นพลังงานลบ ร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังเวทที่กัดกร่อนพลังชีวิต  สุดท้ายก็อ่อนแอลงจนถึงขั้นไม่สามารถใช้พลังเวทได้  หากปล่อยทิ้งไว้สุดท้ายก็คงต้องตายไปในที่สุด

             

            “ เฮ้ออในที่สุดก็เสร็จเสียที “

             

            แอเรียสสูดกลิ่นของสมุนไพรอ่อนๆที่โชยออกมาจากหม้อปรุงยาด้วยความรู้สึกอันสดชื่นราวกับพึ่งชำระล้างร่างกายจากความเหน็ดเหนื่อย เปลวไฟที่ใต้หม้อปรุงยาบัดนี้ถูกดับลงไปแล้ว  เม็ดยาสามเม็ดที่วางอยู่ก้นหม้อปรุงยาส่องประกายแสงออกมาจางๆ  เพียงแค่มองดูก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทจางๆที่แผ่ออกมาจากเม็ดยาแล้ว 

             

            นี่คือเม็ดยาปรับกระแสพลัง  คุณสมบัติของมันก็ค่อนข้างจะตรงตามชื่อของมัน มันมีคุณสมบัติในการปรับเปลี่ยนกระแสพลังอันยุ่งเหยิงในร่างกายของนักเวทให้เป็นระเบียบเรียบร้อยดังเดิม  ยาชนิดนี้จะใช้รักษาพวกนักเวทที่กระแสพลังเวทแตกซ่าน  ถึงส่วนใหญ่แล้วนักเวทพวกนั้นจะตายก่อนได้รับการรักษาก็เถอะ

             

            เม็ดยาปรับกระแสพลังนั้นมีตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับตำนาน  การใช้งานก็ค่อนข้างจะแตกต่างกันออกไป ส่วนเม็ดยาทั้งสามเม็ดที่อยู่ในมือของแอเรียสนั้นคือเม็ดยาปรับกระแสพลังระดับสูง  เขาคิดว่าหากให้ไอรีนกินสักสามวันก็น่าจะหายดี ความจริงแล้วหากปรุงเม็ดยาปรับกระแสพลังระดับปฐพีขึ้นมาก็น่าจะรักษาได้ในวันเดียว แต่เขากลัวว่านางจะทนรับความเจ็บปวดจากการผันแปรของกระแสพลังไม่ไหว และอีกอย่างเขาก็บอกดยุคโคเว่นไปแล้วด้วยว่าการรักษาจะใช้เวลาหนึ่งเดือน  แต่เมื่อมีการพนันกับจอร์แดนเข้ามาเกี่ยวข้อง  เขาคิดว่าใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ก็คงเพียงพอ 

             

            แต่แอเรียสก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก ว่าเหตุใดเม็ดยาปรับกระแสพลังที่น่าจะเป็นเม็ดยาที่ผู้คนรู้จักกันดีกลับกลายเป็นหายสาบสูญไปในยุคสมัยนี้  แล้วเช่นนี้หากมีผู้ที่กระแสพลังเวทแตกซ่านหรือเป็นเหมือนไอรีนไม่ต้องตายกันหมดเหรอ เขาชักอยากรู้ขึ้นมาแล้วสิว่าทำไมความรู้มากมายมันจึงสูญหายไปจากโลกเวทมนตร์แห่งนี้

             

            “ จะหาว่าข้าใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงเจ้าไม่ได้นะ  ในเมื่อเจ้าบังอาจมาดูถูกข้าก่อนเอง ตอนแรกก็คิดว่าจะต้องนำเม็ดยาอาบจันทราไปขายในโรงประมูลอีกรอบ  แต่ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้วสินะ “

             

            แอเรียสยกยิ้มมุมปากออกมา ตอนแรกเขาก็คิดอยู่ว่าจะต้องหาเงินด้วยวิธีไหนดี แต่ดูเหมือนเขาไม่ต้องยุ่งยากทำเช่นนั้นอีกแล้ว  อยู่ดีๆก็มีนักเวทระดับปราชญ์แสนใจดีนำเงินมาให้เขาถึงหกเหรียญไดมอนด์  ไหนจะมีอาวุธระดับสูงอีกสองชิ้นนั่นอีก  แค่คิดถึงมันเขาก็แทบจะสำลักความสุขแล้ว 

             

            “ ถือซะว่าสิ่งนี้เป็นของแถมก็แล้วกัน“

             

            แอเรียสยิ้มเล็กๆออกมาอย่างมีเลศนัยก่อนที่เปลวไฟที่ใต้หม้อปรุงยาจะเริ่มถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

             

            บริเวณด้านหน้าห้องที่แอเรียสใช้ปรุงยา  มีสองนักเวทที่กำลังรอการปรากฏตัวของแอเรียสด้วยใจจดจ่อ  หนึ่งเดินไปเดินมาด้วยสีหน้ากังวล ส่วนอีกหนึ่งกำลังนั่งพลิกอ่านหนังสือเล่มในมืออย่างใจเย็น  รอยยิ้มเล็กๆยังคงประดับอยู่บนใบหน้ายามที่นั่งอ่านหนังสือในมือ  เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของคนทั้งสองช่างดูแตกต่างกันลิบลับ

             

            “ ท่านจะกังวลไปทำไมท่านดยุค  อีกเดี๋ยวเจ้าหนูนั่นก็คงเดินคอตกออกมาพร้อมกับร้องไห้อ้อนวอนขอให้ข้ากับท่านยกโทษให้“

             

            จอร์แดนพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี เด็กน้อยคนหนึ่งจะไปมีปัญญารักษาโรคที่แม้แต่นักปรุงยาจากเมืองโพริอัสก็ไม่มีทางรักษาหายได้อย่างไร  นั่นมั่นเรื่องเพ้อฝันชัดๆ ยิ่งได้ยินว่าแอเรียสมีพรสวรรค์ในการต่อสู้ที่เก่งกาจจนดยุคโคเว่นเคยจะมอบตำแหน่งอัศวินให้ นั่นทำให้จอร์แดนยิ่งมั่นใจได้ว่าแอเรียสไม่มีทางที่จะเป็นนักปรุงยาที่เก่งกาจได้แน่  จะเป็นไปได้อย่างไรที่เด็กคนหนึ่งจะเชี่ยวชาญทั้งการต่อสู้และการรักษา  ต่อให้ร่ำเรียนมาตั้งแต่คลอดจากท้องแม่ก็ยังไม่สามารถเป็นไปได้เลย

             

            แอร๊ดดดดด

             

            เสียงของประตูที่ถูกเปิดออกพร้อมกับกลิ่นของสมุนไพรที่โชยออกมา  แอเรียสเดินออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ไม่มีท่าทีของความเหน็ดเหนื่อยหรือแม้แต่คราบน้ำตาอย่างที่จอร์แดนหวังจะได้เห็น

             

            “ กลิ่นนี่มัน…..ดอกสายรุ้ง “

             

            กลิ่นสมุนไพรที่โชยมาแตะจมูกทำให้จอร์แดนอุทานออกมาอย่างลืมตัว  เขารู้จักกับดอกไม้ชนิดนี้  เขาเคยพบเห็นมันจากนักปรุงยาคนหนึ่ง ภาพความสวยงามดอกสายรุ้งยังคงติดอยู่ในหัวของเขาแม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน  ดอกของมันมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรชั้นดี แม้จะไม่ได้นำมาปรุงยาก็ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายยามที่สูดดม  แต่มันเป็นดอกไม้ที่หายากเป็นอย่างมาก แม้จะมีเงินอยู่ในมือก็ใช่ว่าจะหาซื้อมาได้โดยง่าย แล้วเจ้าเด็กนี่ไปหาดอกสายรุ้งมาได้อย่างไรกัน 

             

            “ จมูกดีไม่เบานี่นาสมแล้วที่เป็น  ….นักเวทระดับปราชญ์“

             

            แอเรียสหัวเราะคิกคักออกมาเล็กน้อย  เขาพูดออกมาอย่างจงใจจะเหน็บแหนมจมูกที่ดีจนเกินไปของจอร์แดนว่ามันคล้ายกับสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ใช้จมูกดมกลิ่นได้อย่างดีเลิศ  ดยุคโคเว่นที่ยืนอยู่ใกล้ๆยังต้องรีบหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้จอร์แดนเห็นว่าเขากลั้นขำเอาไว้


    คล้ายกับเรื่องกำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท ที่คุณอ่าน