ตอนที่ 84ข้อความเลือด
“เปรี้ยงง!!!”
“เพล๊ง~!!”
เสียงปะทะดังสนั่นพร้อมกับม่านพลังสั่นไหวปรากฏรอยร้าวลามไปทั่วหยาดเลือดที่ไหลรินจากปากของอลันนั้นเจิ่งนองจนทั่วพื้นกล่าวเป็นแอ่งเลือดพร้อมกับฝ่ามือที่สั่นไหวถ่ายพลังเวทไปยังม่านพลังแม้แต่มังกรดินยังกระหืดกระหอบอย่างหนักหน่วงพลังเวทของมันใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วนั่นเองโทริยังคงกระหน่ำพลังเวทโจมตีอย่างต่อเนื่องเมื่อม่านพลังมีรอยร้าวก็ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของมัน
“ดูท่าเจ้าจะถึงขีดจำกัดแล้วซินะอลัน”
“เหอะ! ข้าจะสร้างมันเมื่อไรก็ได้โทริเจ้าอย่าประเมินข้าต่ำเกินไป ย้ากก~!!”
อลันเคล้นพลังเวทเท่าที่มีเสริมไปยังม่านพลังแต่ด้วยพลังเวทที่เหลือเพียงน้อยนิดของเขานั้นไม่สามารถซ่อมม่านพลังได้ทั้งหมดมันยังคงปรากฏรอยร้าวจางๆที่ให้พอมองเห็นได้เมื่ออลันเห็นดังนั้นจึงหันไปหามังกรดินแล้วกระซิบบางอย่างแก่มัน
“มังกรดิน ข้าไม่รู้ว่าจะต้านทานมันได้อีกกี่ครั้งเมื่อม่านพลังแตกออกเราทั้งสองบุกโจมตีพร้อมกันทันทีอย่าให้มันทำลายม่านพลังของเจ้าชายได้”
“ข้ารู้แล้ว”
“หึหึหึ”
เสียงหัวเราะปรากฏขึ้นในลำคอของโทริ แม้ทั้งสองจะกระซิบกันเบาๆแต่มันกลับได้ยินอย่างชัดเจนมันจ้องมองม่านพลังไปทั่วก่อนจะเดินไปยังจุดที่มีรอยร้าวจางๆ ปรากฏอยู่ แล้วใช้ฝ่ามือของมันทาบลงไปทันทีส่วนมืออีกข้างของมันก็กางออกยื่นไปด้านหลังจนสุดแขนแล้วพุ่งทะยานมากระแทกฝ่ามือที่ทาบม่านพลังอย่างจัง
“เปรี้ยงง~!!”
“เพล๊งง~~!!!”
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวม่านพลังเวทแตกกระจายไม่เหลือซากร่วงหล่นสู่พื้นท่ามกลางการตกตะลึงของอลันและมังกรดินพวกเขาไม่คาดคิดว่ามันจะพังได้ง่ายดายเพียงนี้เมื่อพวกเขาทั้งสองตั้งสติได้ก็เตรียมจะพุ่งทะยานเข้าไปต่อสู้กับโทริทันทีแต่ปรากฏว่าเป็นโทริที่พุ่งทะยานมาถึงตัวพวกเขาก่อนแล้วคว้าจับที่คอของทั้งสองกระแทกลงพื้นไปอย่างจัง
“ตูมม~!!”
“อั๊กก~! บัดซบเจ้าโทริทำไมมันถึงมีพลังขนาดนี้นี้เจ้าไปทำอะไรมากันแน่!”
“หึ! อลันเจ้าจะตายอยู่แล้วจะรู้ไปทำไมเจ้านึกว่ากระซิบกันแล้วข้าจะไม่ได้ยินหรือไง บอกข้ามา!ใครคือเจ้าชายที่เจ้าพูดถึงอย่าบอกนะว่ามันคือชายหนุ่มที่มากับเจ้ามันอยู่ที่ไหนหรือว่าอยู่หลังม่านพลังสีดำนั่น”
“เหอะ! ก็ข้าจะตายอยู่แล้วเจ้าจะรู้ไปทำไม”
“จะตายอยู่แล้วยังมาปากดีอีกนะไอ้แก่ ย้ากก~!!!”
“ตูมม!!”
โทริจับร่างของทั้งสองเหวี่ยงไปด้านหลังอย่างรุนแรงจนกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจังอลันและมังกรดินกระอักเลือดคำใหญ่ ร่างของเขาทั้งสองฝังแน่นอยู่ในกำแพงจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้และในทันทีที่โทริพุ่งทะยานมาคว้าจับคอของอลันอีกครั้งโดยที่หน้าของมันอยู่ห่างจากหน้าอลันไม่ถึงคืบ
“หึหึหึ! แกไม่บอกไม่เป็นไรอลันข้าหาคำตอบเองก็ได้ย้ากก~!!!”
“หยุดนะ!!!”
ลูกบอลเวทปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของโทริ มันไม่สนใจคำห้ามของอลันแม้แต่นิดเดียวก่อนจะปลดปล่อยเวทพุ่งทะยานไปยังม่านพลังสีดำด้วยความรวดเร็วเมื่อบอลเวทปะทะกับม่านพลังสีดำดวงตาของอลันเบิกโพลงกว้างแต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นทำให้ทุกคนต้องอยู่ในสภาพที่ต้องตกตะลึงเพราะบอลพลังเวทกลับถูกดูดเข้าไปในม่านสีดำราวกับไม่ได้กระทบกับสิ่งใดแต่แล้วกับปรากฏเม็ดเหงื่อบนใบหน้าของโทริเพราะบอลเวทนั้นกับถูกส่งออกมาแล้วพุ่งทะยานเข้าหาโทริด้วยความรวดเร็ว
“เปรี้ยงง~!!”
กลุ่มควันฟุ้งกระจายปลิวไปทั่วมือของโทริปรากฏรอยไหม้เนื่องจากใช้ท่อนแขนปัดบอลเวทมือของมันสั่นไหวอย่างต่อเนื่องมันค่อยๆ ยกมือขึ้นมาอย่างช้าๆเพื่อตรวจดูอาการบาดเจ็บก่อนจะหันไปคว้าจับคอของอลันอีกครั้งแล้วบีบจนแน่นขนัดด้วยสายตาที่โกรธเคือง
“บอกมาไอ้แก่!!! ม่านพลังนี้เป็นฝีมือของใครทำไมมันถึงส่งพลังเวทของข้ากลับมาแถมยังรุนแรงกว่าของเดิมเกือบเท่าตัว บอกมา!!!”
“อั๊ก!! หึหึหึ อย่าว่าแต่เจ้าแปลกใจเลยโทริแม้แต่ข้าก็แปลกใจไม่น้อยคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าม่านพลังของเจ้าชายวลาดที่ 3 จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ เอาซิ!! ถ้าแกคิดว่าทำลายม่านพลังของเจ้าชายได้ก็กระหน่ำโจมตีไปเลย ฮ่าฮ่าฮ่า...อั๊ก!!”
“อย่างนี้นี่เองด้วยสติปัญญาของข้าคงไม่ต้องถามว่าเจ้าชายมาได้อย่างไรมันคงเป็นดวงจิตที่หลงเหลือจากซากศพแน่นอน บอกวิธีสลายม่านพลังเดียวนี้!!”
“อั๊ก!! ถึงเจ้าจะบีบคอข้าให้ขาดกระจุยข้าก็ไม่รู้ว่าจะเปิดม่านได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นข้าคงพาคนที่อยู่ข้างในหนีเจ้าไปแล้วเอาซิ! ฆ่าข้าเลย!! อั๊กก~!”
โทริบันดาลโทสะบีบคอของอลันแน่นทันใดนั้นซากกำแพงที่ทับถมซักคิวบัสอยู่ก็ทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวขึ้นของเธอท่ามกลางสายตาของอลันและมังกรดินที่เบิกกว้างหากซักคิวบัสยังไม่ตกตายย่อมได้ยินสิ่งที่อลันและมังกรดินคุยกันอย่างแน่นอนทำให้อลันรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจยิ่งนักที่เขาไม่ได้ตรวจสอบซักคิวบัสที่อยู่ภายใต้ซากกำแพงโทริเหลือบมองไปยังร่างของซักคิวบัสที่บาดเจ็บสาหัสก่อนจะก้าวเดินไปหาหล่อนแล้วถ่ายเทพลังเวทเพื่อรักษาให้
“ข้านึกแล้วเชียวว่ารู้สึกถึงลมหายใจอ่อนๆภายใต้ซากกำแพงนั้นไม่คิดว่าจะเป็นเจ้าเจ้ารู้อะไรบ้างหรือไม่เกี่ยวกับม่านพลังสีดำนั่น”
“ขอบคุณนายท่านที่ช่วยรักษาให้แก่ข้าข้าได้ยิน...ข้าได้ยินพวกมันทั้งสองคุยกันว่ากำแพงจะสลายเองเมื่อถึงเวลารุ่งเช้า”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ดีเจ้าทำได้ดีมากซักคิวบัส เมื่อจบศึกครั้งนี้ข้าจะมอบรางวัลให้เจ้าอย่างงามเลยทีเดียวหึหึหึ! ข้านึกแผนดีๆ ออกแล้วอีกนานกว่าจะรุ่งเช้ามาเยือนข้าไม่อยากรอมันที่นี่ข้าจะฝากข้อความไว้ให้มันด้วยเลือดของพวกเจ้าเมื่อมันเห็นข้อความมันต้องรีบไปหาข้าแน่นอนฮ่าฮ่าฮ่า! ซักคิวบัสลากพวกมันไปไว้ที่ห้องชั้นบนสุด เมื่อข้าฝากข้อความถึงมันแล้วจะตามไป”
“ค่ะ! นายท่าน”
ซักคิวบัสฟื้นฟูร่างกายเต็มที่ราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บก่อนจะดึงร่างของอลันและมังกรดินที่ฝังอยู่ในกำแพงลากออกไปจากห้องเมื่อเห็นดังนั้นโทริจึงใช้เลือดที่อลันและมังกรดินกระอักออกมาเขียนบางอย่างลงบนกำแพงแล้วเดินตามซักคิวบัสออกไปในขณะที่ซักคิวบัสกำลังลากอลันและมังกรดินเดินไปตามเส้นทางเพื่อขึ้นไปยังห้องบนสุดของปราสาทภายในใจของเธอนั้นก็รู้สึกโกรธแค้นโทริอยู่ไม่น้อยหากโทริยืนมือเข้าช่วยรักษาเธอพี่ชายของเธอนั้นคงไม่ต้องตกตายเยี่ยงนี้ทำให้ใบหน้าของเธอนั้นปรากฏหยาดน้ำตาไหลรินผ่านแก้มเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่พี่ชายจากไป
“เจ้าจะร้องไห้ทำไมซักคิวบัส”
“พี่ชายของข้า...”
“หยุดร้องได้แล้วรอข้าจัดการพวกแมลงที่เข้ามาในปราสาทก่อน เดียวช้าจะคืนชีพให้มันเองถึงยังไงมันก็เป็นถึงมือขวาของข้าเจ้าวางใจได้ รีบพาพวกมันไปที่ห้องชั้นบนได้แล้ว”
ดวงตาของซักคิงบัสเบิกกว้างพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าและคราบน้ำตาหันไปมองต้นเสียงที่ด้านหลังปรากฏร่างของโทริที่กำลังก้าวเดินตามมาเมื่อได้ยินดังนั้นซักคิวบัสรีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้าทันทีแล้วตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดให้สมกับรางวัลที่โทริจะมอบให้ ไม่นานโทริและซักคิวบัสก็มาถึงที่ห้องชั้นบนของปราสาทโทริร่ายเวทบางอย่างที่ฝ่ามือแล้วกระแทกลงไปที่พื้นทันทีปรากฏเสาขนาดยักษ์รูปร่างไม้กางเขน 2 ต้นที่ใจกลางห้องก่อนจะเดินไปยังร่างของอลันและมังกรดินที่บาดเจ็บสาหัสคว้าจับที่คอของพวกเขาเหวี่ยงร่างพุ่งทะยานไปที่ยอดเสาด้วยความรวดเร็วพร้อมกับยิงศรเวทมนตร์ตามไปติดๆ ตรึงพวกเขาทั้งสองไว้บนยอดเสาก่อนจะเดินไปนั่งที่บันลังของตนเองแล้วค่อยๆ รินไวน์สีเลือดจิบดื่มอย่างสบายใจ
“ซักคิวบัส เฆี่ยนพวกมันเฆี่ยนจนกว่าพวกมันอีกคนจะมาถึง”
“รับทราบค่ะนายท่าน ข้ายินดีเป็นอย่างยิ่ง! พรรคพวกของมันทำให้พี่ข้าต้องตายข้าจะเฆี่ยนพวกมันให้ตายคามือเลยทีเดียว”
“ใจเย็นๆ ซักคิวบัสอย่าพึ่งให้มันตายข้าต้องการลิ้มรสความเจ็บปวดของพวกมัน ทำให้ไวน์ของข้ารสดียิ่งขึ้น ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“ค่ะ! นายท่าน”
“เปรี้ยง!! อ๊ากก~!!”
ณ บริเวณทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ปรากฏร่างของเคนจิกำลังนอนหลับสนิทกลางทุ่งดอกไม้ดวงตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นเมื่อเห็นบรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไปเขารีบดันตัวเองลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะพบกับม้วนตำราเพชรลอยเด่นอยู่ตรงหน้าถึง 3 ม้วนด้วยกันและถัดจากตำราเหล่านั้นก็ปรากฏร่างคนที่คุ้นตากำลังนั่งจิบน้ำชามองภาพมิติที่อยู่ตรงเบื้องหน้า
“เจ้าตื่นแล้วรึ? ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว”
“เจ้า...เจ้าชายวลาด!”
“อืม...ข้าเองข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจิตของข้าถึงไม่ยอมไปกลับมาสถิตอยู่ที่จี้สร้อยคอของเจ้า ที่แห่งนี้คือมิติภายในจี้ของเจ้าข้าถือวิสาสะตกแต่งมันหน่อยเจ้าคงไม่ว่ากันนะส่วนม้วนตำราทั้ง3 ม้วนที่ลอยอยู่นั่นเจ้าเลือกได้เพียงม้วนเดียวมันคือพลังที่เจ้าได้รับจากข้าเมื่อได้เลือดของข้าไป 1 หยด”
“ทั้ง3 เลยไม่ได้หรือครับ”
“เจ้าโลภมากจริงๆหากเจ้าได้มันไปทั้งหมดทั่วทั้งโลกนี้คงหาคนต่อกรกับเจ้าได้ยากเจ้าไม่คิดว่ามันน่าเบื่อหรือไง ม้วนเดียวแค่นั้นพอหากเจ้าหยิบมันทั้ง3 ม้วนพร้อมกันซึ่งข้ารู้ว่าเจ้าทำได้ เจ้าจะไม่ได้อะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว”
“ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ ทำไมข้าไม่กลับไปในที่ที่ข้าจากมา”
“มันยังไม่ถึงเวลาหากเจ้าออกไปตอนนี้เจ้าจะควบคุมพลังได้ไม่เต็มที่และเป็นอันตรายต่อตัวเจ้าเองเลือกซะแล้วมานั่งจิบชาเป็นเพื่อนข้ารอม่านพลังเปิดออกแล้วข้าจะส่งเจ้าจะกลับไปยังร่างของเจ้าเอง”
เคนจิพยักหน้าเข้าใจสิ่งที่เจ้าชายบอกกล่าวหากเขาโลกเกินไปจะสูญเสียทุกอย่างเมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็หลับตาลงปล่อยคลื่นพลังลมทำให้ม้วนตำราทั้ง3 หมุนวนอย่างรวดเร็วแล้วคว้าจับมา1 ม้วนทันทีส่วนม้วนที่เหลือก็สลายหายไปในอากาศท่ามกลางรอยยิ้มของเจ้าชายเคนจิลืมตาตื่นขึ้นมองม้วนตำราในมือปรากฏตัวอักษรขึ้นที่ม้วนส่องแสงสีทองสว่างไปทั่ว
“เวทศาสตรา?”
“อืม ได้ของร้ายกาจเหมือนกันนะนี่”
“ม้วนนี้ร้ายกาจที่สุดใน 3 ม้วนใช่ไหมครับ”
“ไม่~! อ่อนที่สุดใน 3 ม้วนเลย 2 ม้วนที่เหลือคือม่านพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ไม่ว่าใครจะโจมตีใส่มันมันก็จะใช้ท่าเดียวกันสะท้อนกลับไปด้วยความแรงเท่าตัวส่วนอีกม้วนคือหัตลบล้างมันเปลี่ยนฝ่ามือของเจ้าข้างใดข้างหนึ่งให้สามารถลบล้างได้ทุกสิ่งเมื่อถูกสัมผัสที่เจ้าได้ไปคือเวทศาสตราที่สามารถเรียกจิตของศาสตราวุธทุกประเภทสั่งให้มันโจมตีได้มันก็ขึ้นอยู่กับการใช้ของแต่ละคนละนะ รีบๆใช้มันซะจะได้มานั่งดื่มชาเป็นเพื่อนข้า”
เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเคนจิเขารู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากแต่ก็แอบให้กำลังใจตนเองอย่างน้อยก็เป็นถึงม้วนตำราระดับเพชรยังไงก็ต้องร้ายกาจแน่นอนเขาจึงใช้มันทันทีปรากฏตัวหนังสือสีทองพุ่งทะยานใส่หน้าผากของเขาไม่ขาดสายส่งร่างของเขาลอยขึ้นบนกลางอากาศ
“อ๊ากก~~!!!”
เมื่อตัวหนังสือสีทองเข้าไปยังหน้าผากเคนจิทั้งหมดร่างของเขาก็ร่วงหล่นกระแทกพื้นด้วยสีหน้าที่ซีคเผือกพร้อมกับลมหายใจที่หอบถี่ระรัวเมื่อลองตรวจสอบเวทมนตร์ดวงตาของเขาเบิกโพลงกว้างเพราะต้องรอเวลาอีก 6 ชั่วโมงในโลกของเกมจึงจะสามารถใช้ได้เคนจิดันตัวเองลุกขึ้นเดินหน้าจ่อยไปหาเจ้าชายพร้อมกับลงนั่งบนเก้าอี้เพื่อรอเวลาเข้าเล่นเกมอีกครั้งเมื่อเหลือบมองไปยังมิติที่เจ้าชายมองดูก็ทำให้ใบหน้าของเขาแดงก่ำพร้อมกับมองไปที่เจ้าชายด้วยความรวดเร็ว
“เจ้า...เจ้า...เจ้าชาย นั่นคือ”
“ก็ร่างของเจ้าไงล่ะส่วนผู้หญิงคนนั้นคือลูกสาวของเบียคโกะเพราะพลังของม้วนตำราทำให้ร่างกายของเจ้าร้อนขึ้นอีกครั้ง อย่ารบกวนข้าน่ารอบที่10 กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว”
“รอบที่ 10!!!! นี่ท่านดูมาตั้งแต่แรกแล้วหรือ”
“อืม~!”
เคนจิตกใจจนอ้าปากค้างกับจำนวนครั้งที่เจ้าชายบอกเมื่อเหลือบหันกลับไปดูยิ่งทำให้เขาหน้าแดงยิ่งขึ้นเมื่อเห็นเบียคโกะในสภาพเปลือยเปล่ากอดร่างของเขาแน่นขนัดไม่เพียงแค่นั้นหูแค่จิก็กางออกเพราะว่าเขาได้ยินเสียงของเบียคโกะอย่างชัดเจน
“อ๊ากกก!!! เจ้าชายห้ามดูนะ!”
“ช้าไปแล้วไอ้หนู! นี่มันรอบที่ 10แล้วเอ็งจะอายอะไรวะ! นั่งนิ่งๆ เดียวก็ฆ่าทิ้งซะเลย”