ราชาแห่งโป๊กเกอร์ [มี E-book]

    ตอนที่ 41 วันพักผ่อน

    เช้าวันต่อมาคิงแต่งตัวด้วยชุดสบายๆเสื้อยืดกางเกงยีนส์ กำลังยืนรอใครบางคนที่สวนสนุกแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เขาหยิบมือถือขึ้นมาดูนาฬิกาเป็นเวลาเกือบ 10โมง ไม่นานนักก็มีสาวสวยสองคนเดินเข้ามาทางด้านหลัง คนหนึ่งเอามือมาปิดตาชายหนุ่มเอาไว้


    “ทายสิ ใครเอ่ย?” 


    “คนสวย”


    ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงอันอ่อนโยน หญิงสาวที่ได้ฟังคำตอบถึงกับเสียหลักออกอาการเขิลเล็กน้อย เธอทั้งสองเข้าสวมกอดชายหนุ่มพร้อมกัน


    “รอพวกเรานานไหม”


    “ไม่นานครับ เราไปข้างในกันเลยดีไหม” 


    “ค่ะ”


    ทั้งสามเข้าไปด้านในสวนสนุก ชวนกันเล่นเครื่องเล่นกันแทบจะทุกอย่าง เวลาของความสุขมักผ่านไปรวดเร็วเสมอ ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี พวกเขาก็ออกมาจากสวนสนุกเพื่อเดินทางไปทานมื้อเที่ยงกันต่อ รถแท็กซี่สีเหลืองแล่นตามทางไม่นานก็ถึงที่หมาย “เฟยหยา” เป็นร้านอาหารจีนชื่อดังของย่านนี้ ว่ากันว่าอาหารแต่ละจานต่างก็เลิศรสทั้งนั้น


    “พี่ นี่ร้านที่พวกเราเคยคุยกันว่าอยากมาใช่ไหม” 


    “อ่ะ ใช่ๆ ร้านเฟยหยา”


    “เย้ เป่าเปาน่ารักที่สุดเลย”


    สองสาวพี่น้องอยากมาที่นี่สักครั้งนานแล้ว แต่ด้วยราคาอาหารแต่ละจานค่อนข้างสูงพวกเธอจึงยังไม่เคยมา คิงแอบรู้ว่าทั้งสองอยากมาที่นี่จึงทำการเซอร์ไพรส์พาทั้งสองคนมาทานอาหารที่นี่ ด้านในร้านมีสองชั้น ชั้นแรกมีโต๊ะไว้บริการลูกค้าประมาณ 10 โต๊ะ ส่วนชั้นที่สองจะเป็นห้องพิเศษส่วนตัว มีเพียง 5 ห้องเท่านั้น คิงเลือกจองห้องพิเศษเอาไว้แล้ว พนักงานจึงพาทั้งสามคนเดินขึ้นมาชั้นสอง ด้านในห้องตกแต่งด้วยตู้ปลาขนาดใหญ่ที่ผนังข้างหนึ่ง ในตู้มีปลามังกรตัวเขื่องกำลังแหวกว่ายอยู่ กลางห้องเป็นโต๊ะอาหารแบบหมุน ตกแต่งด้วยภาพวาดมังกรสีทองสวยงามตรงกลาง พนักงานเชิญทั้งสามนั่งลงโต๊ะเพื่อนั่งพักสักครู่เพื่อรออาหาร 


    คิงสั่งเมนูเป็นฟลูคอร์ส รอไม่นานนักอาหารจานใหญ่ก็เริ่มทยอยออกมาเสิร์ฟ จานแรกเปิดด้วยเป็ดปักกิ่งสีสันสดใสชวนให้อยากอาหารเป็นอย่างมาก จานต่อมาคือซี่โคลงหมูผัดเปรี้ยวหวานตามด้วย ไก่ขอทาน สามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยว ปีกไก่เหล้าแดง ผัดโป๊ยเซียน เป็ดตุ๋นเกาลัด กระเพาะปลา ข้าวอบจักรพรรดิ เต้าหู้ยัดไส้นึ่งซีอิ๊วและอีกมากมาย มื้ออาหารเลิศรสดำเนินผ่านเต็มไปด้วยแต่ความสุข สองพี่น้องนั้นแสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด นี่สินะที่เขาเรียกว่า อาหารคือความสุข 


    หลังทานอาหารเสร็จแล้วคิงก็พาทั้งสองไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าเป็นการย่อยไปในตัว สองพี่น้องกอดแขนของคิงเอาไว้แน่นแทบตลอดเวลา เดินผ่านที่ต่างๆมีหลายคนที่มองมาโดยเฉพาะพวกหนุ่มๆ พวกเขามองตามจนทั้งสามเดินไปจนลับตา 


    “เพื่อน เรากลับบ้านกันเถอะ ตอนนี้ไม่มีกระจิตกระใจจะอยู่แล้ว”


    “อือหื้อ น่าอิจฉาเป็นบ้า ทำไมเราไม่มีแบบนั้นบ้าง” 


    “พวกเอ็งสองคนเลิกบ้ากันได้แล้ว รีบไปเล่นเกมส์กันดีกว่า”


    “เนาะ ไปเล่นเกมส์กันดีกว่า”


    “ผู้หญิงเท่ากับปัญหา”


    สามหนุ่มวัยรุ่นพูดคุยกันเสร็จก็เดินจากไป เป็นปกติที่ชายหนุ่มจะเป็นที่อิจฉา หากมีแฟนที่สวยน่ารักแค่คนเดียวหลายคนก็พร้อมที่จะอิจแล้ว แต่นี่มีสาวสวยข้างกายถึงสองคนจะไม่อิจฉาได้ยังไง ตอนที่กำลังจะเดินผ่านช้อปกระเป๋าสองสาวก็หยุดเดิน เธอทั้งสองผละออกจากคิงไปยืนมองกระเป๋าใบหนึ่งที่อยู่ในตู้โชว์


    “เราเข้าไปดูข้างในกันไหม”


    “ไปค่ะ”


    สิ้นเสียงทั้งสองก็จูงมือของชายหนุ่มเข้าไปด้านในทันที ด้านในมีคนอื่นอยู่ก่อนแล้วประมาณ 5-6 คน กำลังเลือกดูสินค้ากันอย่างสนุกสนาน พนักงานที่คอยให้บริการมีเพียง 3 คน ซึ่งทั้งสามกำลังให้บริการกับลูกค้าที่มาก่อนอยู่ คิงกับสองสาวจึงเดินดูรอบๆกันเองก่อน เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะตื่นเต้นกับกระเป๋า ทั้งสองดูกระตือรือร้นเป็นอย่างมากเมื่อเข้ามาด้านใน 


    “เอ๊ะ!! นั่นหนิงหลงไม่ใช่เหรอ”


    เสียงทักทายจากหญิงสาวที่อยู่อยู่ด้านหลังดังขึ้น หนิงหลงหันไปมองตามเสียงเห็นคนที่ทัก เป็นใบหน้าที่คุ้นเคยก็ต้องตกใจออกมา 


    “หม่าหลัน”


    “แหมๆ นึกว่าลืมกันไปแล้วซะอีก ดีใจนะเนี่ยที่ยังจำกันได้ แล้วไปไงมาไงถึงมาอยู่ที่ร้านนี้ได้ล่ะ แวะมาตากแอร์กันเหรอ”


    “นี่เป็นร้านขายของ มาอยู่ที่นี่ก็แสดงว่ามาซื้อของไง”


    เป็นหนิงเซียนที่โพลงขึ้นมาออกตัวแทนพี่สาว เธอพอรับรู้เรื่องของหม่าหลันมาบ้างจากหนิงหลง เมื่อสมัยก่อนหม่าหลันเป็นเพื่อนห้องเดียวกันกับหนิงหลง ทั้งสองสาวเคยอยู่แก็งเดียวกัน หม่าหลันเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ขี้อิจฉา มักเอาเปรียบผู้อื่นเสมอ ชอบข่มผู้อื่นให้รู้สึกแย่ หลังจากเรียนจบออกมาทั้งสองก็ไม่ได้ติดต่อกัน จนมาถึงวันนี้ 


    “ไม่สั่งสอนน้องสาวเลยนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ถือสา ถ้าตากแอร์พอแล้วก็ออกไปได้แล้วนะ มันเกะกะคนอื่น”


    “ผมมาซื้อของ คุณมีสิทธิ์อะไรที่มาไล่ลูกค้าออกจากร้าน”


    คิงที่ยืนฟังการสนธนาก็ทนไม่ไหว เขาเกลียดคนประเภทหม่าหลันมากที่สุด หม่าหลันที่เห็นคิงถามก็หัวเราะออกมา เธอโน้มตัวไปหาร่างของชายสูงอายุที่ยืนอยู่ใกล้ๆ


    “แฟนของฉันเป็นลูกค้า VIP ของร้านนี้”


    “ก็เป็นลูกค้าเหมือนกันนิ”


    “นี่แก คุณคะ ดูไอ้ผู้ชายบ้าคนนี้สิ มันกล้าต่อปากต่อคำกับฉัน คุณต้องจัดการมันนะ”


    “โอ้ๆๆ กระต่ายน้อยของผม เดี่ยวผมจัดการมันเอง”


    “แกมาขอโทษแฟนของฉันเดี๋ยวนี้ซะ เสร็จแล้วก็รีบไสหัวออกไปจากที่นี่”


    คิงรู้สึกงงๆนิดหน่อยกับตรรกะความคิดของอีกฝ่าย เขาพยายามทำความเข้าใจอีกฝ่ายแต่ยังไงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ในตอนที่ไฟของความโกรธกำลังจะปะทุก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอแต่งตัวด้วยสูทสีดำรัดรูป สีผมสีบอร์นทอง สูงโปร่งราวกับโมเดล


    “สวัสดีค่ะ ฉันมิเชลเป็นผู้จัดการของร้าน ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ”


    “ก็ไอ้พวกนี้มันกำลังรบกวนคนอื่นที่กำลังซื้อของอยู่นะสิ”


    หม่าหลันรีบชิงพูดออกไปก่อน คิงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้มิเชลฟัง หม่าหลันที่กำลังเดือดดาลก็พูดแทรกขึ้นมาอีก 


    “หน๊อย!ทำพูดว่ามาซื้อของ มาเดินตากแอร์ละสิไม่ว่า อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าฐานะของบ้านหนิงหลงเป็นยังไง คนจนๆอย่างมันไม่มีทางที่จะมาซื้อของที่นี่ได้หรอก”


    “ใช่ แค่มองก็รู้ว่าเป็นพวกยาจก คงจะทำทีเดินเข้ามาเพื่อถ่ายรูปไปลงโซเซียลละสิ”


    “คงจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละที่รัก พวกมันไม่มีปัญญาซื้อหรอก”


    คิงที่นิ่งเงียบฟังอยู่นานก็หมดความอดทน เดิมทีเขาตั้งใจจะเข้ามาซื้อของเป็นการเซอร์ไพรส์ให้กับหนิงหลงและหนิงเซียนอยู่แล้ว แต่ต้องมาเจอกับสองผัวเมียนี่ทำให้บรรยากาศดูแย่ไปหมด มิเชลที่ยืนฟังเรื่องราวก็รู้สึกอึดอัดเนื่องจากหม่าหลันเป็นลูกค้าประจำ ถึงจะนิสัยไม่ค่อยดีนักแต่เธอก็มาซื้อกระเป๋าที่นี่ทุกเดือน 


    “หนิงหลง หนิงเซียน ไปเลือกกระเป๋าใบที่ตัวเองชอบมา ผมจะซื้อให้เป็นของขวัญ”


    “ฮ่าๆๆ ดูไอ้หนุ่มนี่สิ เล่นละครเก่งจริงๆ ไหนขอดูหน่อยว่าจะจ่ายได้ไหม”


    “เอ่อ...”


    สองพี่น้องรู้ว่าคิงนั้นสามารถจ่ายได้ แต่พวกเธอรู้สึกไม่ดีที่ต้องทำให้มาเจอเรื่องแบบนี้ จากนั้นทั้งสองคนเดินไปเลือกดูกระเป๋ามาคนละใบก็กลับมายืนข้างๆคิง 


    “ทำไมพวกคุณเลือกมาแค่คนละใบ มีกระเป๋าที่พวกคุณชอบแค่นี้เหรอ”


    สองพี่น้องทำท่างงเป็นไก่ตาแตก แค่สองใบที่ตนเลือกมาก็มีมูลค่าไปกว่า 4 แสนหยวนไปแล้ว พวกเธอรู้ว่าคิงพอจะมีฐานะแต่ก็ไม่รู้ว่ามีมากเพียงใด และพวกเธอไม่เคยคิดจะถาม นี่เป็นจุดที่น่ารักของพวกเธอ คิงจึงได้พอใจกับทั้งสองคน 


    “มันก็มีหลายแบบด้วยซิ อืม” 


    “คุณผู้จัดการครับ งั้นผมซื้อหมดร้านเลยละกัน”


    “ห๊ะ”


    “ห๊ะ”


    “ห๊ะ”


    ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นแสดงความตกใจออกมาเป็นเสียงเดียวกัน ในร้านมีประเป๋าหรูมากกว่า 100 ใบ เฉลี่ยแล้ว 1 ใบจะมีราคาประมาณ 300,000หยวน ใบที่แพงที่สุดมีราคาถึง 8 ล้านหยวน เป็นกระเป๋าที่ออกแบบโดย เอเอสดี ดีไซเนอร์ชื่อดังจากฝรั่งเศส รวมๆมูลค่าโดยประมาณคงไม่ต่ำกว่า 30 ล้านหยวน(ประมาณ150บาท*1หยวนเท่ากับ5บาท) นั่นเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก


    “จะทำอะไรก็ให้มันน้อยๆหน่อย แกจะบ้าเหรอกล้าดียังไงบอกจะซื้อทั้งร้านไม่เจียมตัวจริงๆ คุณมิเชลก็อย่าไปเชื่อมันนะ”  


    “แหม พ่อหนุ่มรวยก็เล่นมุกเก่งซะด้วย ทำเอาซะตกใจเลย”


    คิงไม่อยากจะพูดคุยกับหม่าหลันอีกต่อไป เขาหยิบบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ด้วยความที่ไม่ได้ระวังจึงทำบัตรหลายใบตกลงสู่พื้น มิเชลเห็นก็รีบก้มลงไปช่วยเก็บ เธอเก็บบัตรสีดำใบหนึ่งถือไว้ในมือ  ทันทีที่เธอเห็นบัตรใบนั้นก็ต้องตกใจ


    “ขอโทษด้วยค่ะคุณลูกค้า เราไม่ทราบจริงๆว่าคุณลูกค้าเป็นแขกของคุณหลิน” 


    “คุณหลิน! คุณหลินที่เป็นเจ้าของที่นี่ใช่ไหมคะ”


    “ใช่ค่ะ”


    เป็นคำตอบที่ยากเกินความเข้าใจของหม่าหลัน น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักคุณหลิน เจ้าของห้างแห่งนี้และรวมไปถึงธุรกิจอีกมากมายในจีน เป็นบุคคลที่อยู่สูงคนละระดับกับพวกเขาอย่างสิ้นเชิง หม่าหลันที่กำลังสับสนก็โพล่งออกมาอีกครั้ง


    “ฉันว่าคุณน่าจะกำลังเข้าใจผิดนะคะ พวกมันจะไปรู้จักคุณหลินได้ยังไง” 


    “ไม่เข้าใจผิดหรอกคะ แบล็คการ์ดใบนี้เป็นของจริงแน่นอน คุณหลินจะมอบให้ด้วยตัวเองกับแขกคนสำคัญเท่านั้น”


    “มันอาจจะขโมยมาก็ได้นะคะ”


    “คุณหม่า รบกวนสุภาพด้วยค่ะ”


    “แกมันจะมากไปแล้วนะ เป็นแค่ผู้จัดการกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่พวกเรา”


    ถึงตรงนี้มิเชลก็รู้ว่าควรจะจัดการยังไง เธอเรียกการ์ดเข้ามาเพื่อนำตัวหม่าหลันกับแฟนออกไป 


    “หยุดนะ ที่รักช่วยฉันด้วย”


    “แกกล้าทำแบบนี้กับฉันเหรอ”


    สองผัวเมียส่งเสียงดังด่าทอต่างๆนาๆ มิเชลไม่ได้สนใจอะไรกับพวกนั้นอีกต่อไป เธอรู้ดีว่าใครมีอำนาจมากกว่า แบล็คการ์ดเป็นสิ่งที่พิเศษมาก เจ้านายของเธอหลินตงจะให้แบล็คการ์ดสำหรับคนสำคัญเท่านั้น เธอรู้มาว่ามีเพียง 6 คนเท่านั้นที่ถือบัตรใบนี้อยู่ เธอทำงานกับหลินตงมาหลายปี นี่เป็นครั้งที่สองที่ได้พบเจอกับผู้ที่ถือแบล็คการ์ด จัดการปัญหาเสร็จแล้วเธอก็หันกลับมาหาพวกคิง


    “ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ”


    “ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อย”


    “ขอบคุณมากค่ะ เพื่อเป็นการขอโทษ กระเป๋าทุกใบในร้าน คุณไม่ต้องชำระเงิน ช่วยรับไว้เป็นการขอโทษด้วยนะคะ เดี๋ยวทางเราจะห่อและส่งไปให้ที่บ้านในภายหลังค่ะ”


    “ห๊ะ”


    “ห๊ะ”


    เป็นเสียงของสองพี่น้องดังขึ้นมา ตอนนี้เธอค่อนข้างรู้สึกงงตามเหตุการณ์ไม่ค่อยทัน “หลินตง” ชื่อนี้เธอก็พอรู้จักมาบ้านว่าเขาเป็นใคร แต่ที่เธอไม่ค่อยเข้าใจคือทำไมคิงถึงไปได้รู้จักคนระดับนั้นได้ แล้วคืออะไรจะให้กระเป๋าที่มีมูลค่ากว่า 30 ล้านหยวนเป็นการขอโทษ นี่มันบ้าไปแล้ว พวกเธอค่อนข้างสับสันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากจัดการเรื่องต่างๆในร้านเสร็จทั้งสามจึงออกไป


    จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สองสาวก็รู้สึกรักคิงมากขึ้นไปอีก นอกจากจะหน้าตาดี ยังมีฐานะแถมมีอำนาจอีก ตอนแรกสองพี่น้องจะกลับบ้านหลังเที่ยวกันเสร็จ แต่ตอนนี้ทั้งสามกำลงนอนอยู่บนเตียงของโรงแรมแห่งหนึ่ง ไฟสลัวถูกปิดลง จากนั้นบทเพลงแห่งรักก็เริ่มบรรเลงด้วยความเร่าร้อน

    คล้ายกับเรื่องราชาแห่งโป๊กเกอร์ [มี E-book] ที่คุณอ่าน