หลังจากเรื่องอุบัติเหตุในวันนั้น หนิงหนิงก็ไม่ได้ออกไปจากบ้านอีกเลย จึงทำให้นางไม่รู้เกี่ยวกับข่าวลือของตัวเองในตำบล ข่าวลือที่เกี่ยวกับเถ้าแก่เนี้ยตัวน้อยและผู้ชายคนใหม่ของนาง
ซึ่งจุดเริ่มต้นของเรื่อง ก็มาจากอุบัติเหตุในวันนั้น พวกลูกค้าที่อยู่ในร้านเป็นคนเอาไปพูดเล่นเพื่อความสนุกของตัวเอง เพียงแต่พวกเขาแค่พูดถึงเรื่องชายหนุ่มเป็นคนร้องขอให้หญิงสาวรับผิดชอบเขาเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับนางออกมาอยู่ดี ซึ่งคนที่ปล่อยก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคุณหนูหยวนผู้เป็นคนเริ่มอุบัติเหตุในวันนั้น
หยวนเหนียงหรือคุณหนูเล็กแห่งตระกูลหยวน ครอบครัวของนางเป็นพ่อค้าที่พึ่งย้ายมาจากต่างเมืองเมื่อไม่นานมานี้ ดังนั้นจึงทำให้นางไม่รู้จักหนิงหนิง ซึ่งตัวนางเองก็หาได้สนใจไม่ เพราะตัวนางนั้นไม่เคยสนใจคนอื่นนอกจากตนเอง ด้วยความที่นางถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ เลยทำให้นางนั้นชอบคิดไปเองว่าบุรุษทุกคนควรจะหลงรักนาง แต่เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้นางรู้สึกไม่สบอารมณ์ ที่โดนชิงหลงเมินใส่ นางจึงได้หันไปทำร้ายชื่อเสียงของหนิงหนิงแทน เพราะนางคิดว่าถ้าไม่มีหนิงหนิงสักคนแผนการของนางจะต้องสำเร็จแน่นอน
เพียงแต่นางไม่รู้เลยว่า หนิงหนิงนั้นเป็นคนที่ทุกคนรู้จักในฐานะเถ้าแก่เนี้ยผู้ร่ำรวย ซึ่งนางก็ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงด้านขายสมุนไพร แต่นางยังมีไร่ชาเป็นของตนเองอีกด้วย ซึ่งชาที่นางส่งออกก็เป็นของที่นางขายให้เฉพาะพวกราชวงศ์และขุนนาง เลยทำให้ตัวนางเองก็ค่อนข้างมีเส้นสายพอสมควร เพียงแต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น้องชายตัวน้อยของนางทำร่วมกับพี่เขยคนงาม ดังนั้นเจ้าตัวจึงไม่ได้รับรู้ด้วย
“ดังนั้น ทุกคนจึงลือกันไปว่าคุณหนูหนิงเป็นคนน่ารังเกียจที่ให้ท่าผู้ชายไปทั่วขอรับ” อาอู๋มองชายหนุ่มรูปงามเบื้องหน้า ที่กำลังปั่นหน้ายิ้มหวานด้วยความหวาดกลัว เพราะเมื่อใดก็ตามที่นายน้อยของเขายิ้มออกมาแบบนี้ มันจะต้องมีคนเดือดร้อนแน่นอน
“เหอะ เป็นแค่บุตรสาวของพ่อค้าแต่กลับกล้ามายุ่งกับคู่หมั้นของข้างั้นหรือ ข้าละอยากจะรู้จริงๆ ว่าใครมันให้ความกล้าเช่นนี้แก่นางกัน” ชิงหลงมองรายงานบนโต๊ะด้วยสายตาเยือกเย็น เพราะในนั้นนอกจากเรื่องของตระกูลหยวนแล้ว ยังมีเรื่องของข่าวลือที่กำลังดังในช่วงนี้
“นายน้อยขอรับ”
“หืม”
“คือว่ายังมีข่าวลือเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับคุณหนูหนิงอีกขอรับ”
“มีอีกรึ?” ชิงหลงมองอาอู๋ด้วยความสงสัย เพราะตนคิดว่าข่าวลือที่เกี่ยวกับภรรยาตัวน้อย น่าจะมีแค่นี้แล้วเหตุใดมันถึงได้มีเรื่องอื่นอีกละ
“เกี่ยวกับเรื่องนี้”
“หืม?”
“คือว่ามีคนออกมาประกาศว่าตนเป็นคนรักของคุณหนูหนิง เขาต้องการให้ทุกคนช่วยหยุดข่าวลือที่เป็นการให้ร้ายคนรักของตนน่ะขอรับ” อาอู๋ที่สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิห้องที่ลดลงจนน่ากลัว ก็ทำได้แค่ไว้อาลัยให้คนที่มันกล้าไปแย่งผู้หญิงกับนายน้อยตน
ป๊อก! เสียงด้ามพู่กันหัก ยิ่งทำให้อาอู๋ได้แต่คิดว่าตนคิดผิดหรือเปล่าที่รายงานเรื่องนี้ให้แก่นายน้อยของตน เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขาดใจตายจากอุณหภูมิที่เย็นจนน่ากลัวทั้งๆ ที่เป็นช่วงหน้าร้อนนี่เสียแล้ว
“ใครเป็นเจ้าของข่าวลือนี้”
“ปะเป็นลูกชายของพ่อค้าท่านนึงขอรับ”
“...”
“นะนายน้อย?”
“ไปจัดการซะ”
“ขอรับ?”
“ไปจัดการคนปล่อยข่าว”
“ขอรับนายน้อย”
หลังจากอาอู๋ออกไป ชิงหลงก็นึกถึงเรื่องจดหมายที่เขาได้รับจากน้องภรรยา ซึ่งในนั้นก็มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เขียนไว้เช่นกัน ถึงแม้ว่าในจดหมายน้องภรรยาจะบอกว่าจัดการแล้ว แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไปหน่อย
“สงสัยคงต้องรีบแต่งภรรยาเข้าบ้านเสียแล้ว” ชิงหลงพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะลุกไปเตรียมของขวัญเพื่อเอาไปให้ภรรยาตัวน้อยของตนในวันพรุ่งนี้
.
.
อีกด้านนึง
หนิงหนิงผู้ซึ่งเป็นคนในข่าวลือ ก็กำลังนั่งกินขนมหวานอยู่ ร่างบางตักเค้กเข้าปากอย่างต่อเนื่องจนเมื่อกินหมดหนึ่งชิ้น นางก็หยิบชิ้นที่สองมากินต่อ จนทำให้ขนมบนโต๊ะที่มีอยู่มากมายเริ่มลดลง ภายใต้การกินอย่างเอาเป็นเอาตายของนาง
“เสี่ยวหลงพี่สาวของเจ้าเป็นอะไรไปหรือ?” เนียนเจินเอ่ยถามเด็กน้อยที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยความสงสัย เพราะว่าตนรู้จักนิสัยของสหายดีว่านางไม่มีทางที่จะกินขนมเข้าไปเยอะๆ โดยไม่มีสาเหตุแน่นอน
“พี่เขาแค่เครียดนะขอรับ” หนิงหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เพราะตนชินแล้วกับท่าทางแปลกๆ ของพี่สาวที่แสดงออกมาในช่วงหลายปีมานี้ อย่างตอนนี้ก็เช่นกันพี่สาวของเขาเอาแต่กินขนมแก้เครียดมาได้สองสามวันแล้ว ถ้าจะให้ถูกก็คงเป็นหลังจากที่นางกลับมาจากไปตำบลมานั่นแหละ
หนิงหลงได้แต่สงสัยว่านางไปเจอเรื่องอันใดมา ถึงได้ทำให้นางกลายเป็นแบบนี้ไปได้ เพราะเท่าที่เขาจำไม่ผิดวันนั้นหลังกลับมานางก็ไปลานฝึกแล้วลงมือทุบตีกระสอบทรายพวกนั้นจนเละ ก่อนจะมาจบลงที่นางทำขนมหวานมากินอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งเขาก็คิดว่ามันจะจบลงหลังจากที่นางได้กินจนพอในวันนั้นเหมือนปกติ แต่ใครจะไปคิดละว่านางจะลากยาวมาจนถึงวันนี้ได้
“เฮ่อ” หนิงหลงถอนหายใจออกมา ก่อนจะยื่นมือไปหยิบขนมบนโต๊ะมากินบ้าง เพียงแต่เมื่อเขากำลังหยิบคัพเค้กชิ้นสุดท้ายในจาน เขาก็โดนพี่สาวชิงตัดหน้าไปเสียก่อน
“....” หนิงหลง
เมื่อเห็นจานนี้หมดแล้ว เขาจึงหันไปหยิบพุดดิ้งที่อยู่ในอีกจานต่อ เพียงแต่เขาก็โดนแย่งชิ้นสุดท้ายไปอีกตามเคย
“พี่เนียนเจิน?” หนิงหลงมองคนที่แย่งพุดดิ้งกับเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย เพราะเขาจำได้ว่าพี่สาวมักจะให้เนียนเจินกินขนมได้แค่สองชิ้นต่อวันเท่านั้น แต่ที่เขาเห็นนี่มันชิ้นที่สามแล้ว
“มีอะไรรึเสี่ยวหลง”
“พี่กินขนมไปสองชิ้นแล้วไม่ใช่รึ”
“หืมใช่สิแล้วมันทำไมรึ?” เนียนเจินพูดไปก็ตักพุดดิ้งกันไป
“...” หนิงหลง ช่างเถอะอย่าไปถือสาคนท้องเลย
เมื่อเขาเห็นว่าตนไม่สามารถห้ามได้แล้ว จึงปล่อยอีกฝ่ายไปแล้วเขาก็หันไปหยิบขนมอย่างอื่นบนโต๊ะมากินแทน พร้อมกับคิดไปด้วยว่าเขาต้องหาเวลาไปสืบข่าวสักหน่อย เพราะเขาสงสัยเหลือเกินว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้พี่สาวของตน กินขนมเข้าไปมากมายโดยไม่กลัวอ้วนได้อย่างไร ซึ่งหนิงหลงในตอนนี้ก็ไม่รู้เลยว่า สาเหตุที่ว่านั้นจะโผล่มาเองในเช้าวันถัดมา
.
เช้าวันต่อมา
วันนี้หนิงหนิงก็ตื่นแต่เช้ามาเพื่อวิ่งออกกำลังกายเหมือนทุกวัน ร่างบางเปลี่ยนเป็นชุดที่เคลื่อนไหวสะดวกแล้ว จูงหมาป่าทั้งสองตัวออกไปวิ่งในตอนเช้า ก่อนจะกลับมาอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ไปเตรียมอาหารเช้าต่อ
หลังจบมื้อเช้าโดยปกติหนิงหนิงก็จะนั่งทำบัญชีที่ใต้ต้นท้อในสวน เพียงแต่วันนี้เพราะมีแขกมาเยี่ยมแต่เช้า นางจึงละทิ้งงานตรงนี้แล้วไปเดินไปที่โถงรับแขก เพื่อต้อนรับแขกในฐานะของเจ้าบ้านที่ดี เพียงแต่เมื่อนางได้เจอหน้าแขกที่มาเยี่ยมเท่านั้นแหละ ภาพและคำพูดในวันนั้นก็ย้อนกลับมาจนทำให้นางต้องรีบวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น
หากแต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะหนิงหนิงรีบร้อยจนเกินไป จึงทำให้นางสะดุดขอบประตูเข้าอย่างจัง ในขณะที่ร่างบางกำลังจะเอาหน้าลงไปทักทายพื้น นางก็ได้รับความช่วยเหลือจากชายหนุ่มซะก่อน
“หึ หึ ภรรยาช่างรีบร้อนเหลือเกิน ดูสิเกือบจะได้แผลแล้วเห็นไหม”
ชิงหลงโอบร่างบางเข้ามาในอ้อมแขน จนทำให้แผ่นหลังของนางชิดกับแผงอกของอีกฝ่าย จึงทำให้นางได้ยินคำพูดของเขาอย่างชัดเจน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้ร่างกายของนางแข็งทื่อ ใบหน้าของนางที่แต่เดิมแดงอยู่แล้วก็ยิ่งแดงมากขึ้นจนเหมือนกับผลอิงเถา
“คะใครเป็นภรรยาท่านกัน>///<”
“ยังจะมีใครได้อีกถ้าไม่ใช่เจ้ากันละ ภรรยา~~^^” ชิงหลงมองใบหูที่ขึ้นสีก็รู้สึกอยากกัดขึ้นมา เขาจึงก้มลงไปกัดปลายหูของนางเล็กน้อย ทำให้คนตัวเล็กในอ้อมแขนถึงกับสะดุ้งที่เขากล้าทำแบบนี้กับนาง
“ทะท่านกล้าดีอย่างไรถึงได้มากัดข้า” หนิงหนิงพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา แต่อีกฝ่ายกลับกอดนางแน่นขึ้น แล้วโน้มตัวลงไปพูดใกล้ๆ ใบหูของนางด้วยประโยคที่ทำให้นางถึงกับพูดไม่ออก
“เหตุใดจะไม่กล้าเล่า เพราะมากกว่านี้พวกเราก็เคยทำมาแล้วไม่ใช่หรือภรรยา^^”
“...!!” หนิงหนิง
โรงละคร
หนิงหนิง: ท่านมันคนหน้าไม่อาย>///<
ชิงหลง: ภรรยากล่าวเกินไป สามีแค่พูดตามความจริงก็เท่านั้น ^^
หนิงหนิง: ...........
หนิงหลง: พวกท่านจะทำอะไรช่วยเกรงใจข้าหน่อยได้ไหม -_- //มอง
อาอู๋: นายน้อยท่านช่างหน้าไม่อายเหมือนที่นางกล่าวจริงๆ =_=//มอง