บทที่ 106:เมืองลูย่า
“ระดับศิษย์พ่อมดขั้นสองจากทิศทางที่เขาไป ดูเหมือนจะมุ่งหน้าไปยังเมืองลูย่าด้วยเช่นกัน”
เมื่อเห็นผลการวิเคราะห์จาก เชนหลาน ที่ฉายขึ้นในครรลองสายตาเฮรัค ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที กลิ่นอายของพ่อมดนั้นสังเกตได้ไม่ยาก คลื่น พลังเวทมนต์ที่แผ่ออกมาเป็นเอกลักษณ์ยากจะปกปิดได้มิดชิด
ชายชุดดำผู้นั้นเองก็ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของเฮรัคเขาจึงจงใจรักษาระยะห่างและเร่งความเร็วม้าเพื่อหนีการเผชิญหน้า
ระหว่างทางเฮรัคพบเห็นเหล่านักเดินทางลึกลับเพิ่มมากขึ้นล้วนมีจุดหมายเดียวกันคือตลาดนัดพ่อมด ส่วนใหญ่เป็นศิษย์พ่อมดขั้นหนึ่ง และขั้นสองที่มีพรสวรรค์จำกัดพวกเขาเหล่านี้เปรียบเสมือนผู้ถูกทอดทิ้งจากองค์กรใหญ่จึงต้องดิ้นรนหาทรัพยากรมาประทังการฝึกฝนด้วยตนเอง
หนึ่งวันถัดมา
เฮรัคก็มาถึงทางเข้าเมืองลูย่า มันเป็นเมืองที่ซ่อนตัวอยู่อย่างลึกลับภายในหุบเขาที่โอบล้อมด้วยหน้าผาสูงชันหากเป็นคนธรรมดามาถึงที่นี่จะเห็นเพียงก้อนหินมหึมาที่ปกคลุมด้วยมอสเขียวครึ้มตั้งตระหง่านอยู่หน้าทางตันแต่สำหรับผู้มีพลังเวท พวกเขารู้ดีว่าหินก้อนนี้คือประตู
เฮรัคยื่นมือออกไปสัมผัสผิวหินที่เย็นเยียบก่อนจะส่งกระแส พลังเวทมนต์ เข้าไปกระตุ้นกลไกโบราณ ในพริบตาเดียวทัศนียภาพเบื้องหน้าก็บิดเบี้ยวและเคลื่อนย้ายร่างของเขาเข้าสู่ตัวเมืองอย่างอัศจรรย์
ภายในเมืองลูย่า มีกฎเหล็กที่ทุกคนต้องยึดถือ:ห้ามการต่อสู้โดยเด็ดขาดผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกขับไล่และขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าเมืองตลอดชีวิตซึ่งเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดสำหรับศิษย์พ่อมดอิสระที่ไร้ที่พึ่ง
“เชนหลาน เฝ้าตรวจจับคลื่นพลังเวทโดยรอบและสังเกตุการเคลื่อนไหวของทุกคนหากมีภัยคุกคามแจ้งเตือนทันที”
“คำสั่งเริ่มดำเนินการ...ระบบ ชิปพันธุกรรม เปิดโหมดตรวจจับความร้อนและมวลพลังงานในรัศมี 100 เมตร”
เชนหลาน รายงาน
ขณะที่เฮรัคกำลังเดินสำรวจร้านค้าที่เริ่มตั้งแผงขายของกันบ้างแล้วชายร่างท้วมใบหน้ากลมคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักทายเขาหยุดยืนเว้นระยะห่างอย่างรู้มารยาท
“เจ้ามาใหม่ล่ะสิ? หน้าตาไม่คุ้นเลย”
ชายผู้นั้นยิ้มกว้างจนตาหยี
“ข้าชื่อคาลิส มาที่นี่ทุกปี สนใจไหมล่ะ?จ่ายแค่ห้าเหรียญทอง แล้วข้าจะบอกเคล็ดลับการเอาตัวรอดในเมืองนี้ให้รับรองว่าคุ้มค่า ไม่โดนพวกเขี้ยวลากดินหลอกเอาแน่”
“วิเคราะห์ข้อมูลเป้าหมาย:พลังกาย 3.2, ความคล่องตัว 3.5, ความทนทาน4.1, จิตวิญญาณ 9.5... ยืนยันสถานะ:ศิษย์พ่อมดขั้นสอง”
เฮรัคชั่งเหรียญทองในมือพลางพิจารณาหากจ่ายเงินแลกข้อมูลก็ดูเป็นทางเลือกที่ไม่เลวแต่ทันใดนั้นเสียงเตือนของหุ่นยนต์ในหัวก็ดังขึ้น
“แจ้งเตือน:ตรวจพบความผันผวนของ พลังเวทมนต์ ผิดปกติจากมือของเป้าหมาย วิเคราะห์ความเป็นไปได้87.3% ว่าเป็นการร่าย 'พิธีกรรมทำเครื่องหมาย'หากมีการส่งมอบวัตถุจากมือสู่มือ พิธีกรรมจะสมบูรณ์ทันที”
เฮรัคชะงักมือที่กำลังจะส่งเหรียญทองไปเขาเหลือบมองคาลิสที่ยังคงยิ้มแย้มอย่างใจดีแต่แววตากลับซ่อนเล่ห์เหลี่ยมไว้ที่แท้หากเขาส่งเหรียญให้คาลิสก็จะสามารถติดตามตำแหน่งของเขาได้ไม่ว่าจะหนีไปที่ใดหลังออกจากเมือง
“มีอะไรน่าสนใจรึ? ส่งเหรียญมาเถอะ ข้าจะเริ่มอธิบายเดี๋ยวนี้”
คาลิสเร่งเร้า
เฮรัคพยักหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้มรู้ทัน
“ใช่...ที่นี่ต้องระวังตัวอย่างยิ่งจริงๆ เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยข้าขอเก็บเหรียญทองนี้ไว้ดีกว่า และคงไม่รบกวนเจ้าแล้ว ข้าจะเดินดูเอง”
สีหน้าของคาลิสแข็งค้างไปชั่วครู่แววตาที่ดูเป็นมิตรเปลี่ยนเป็นเย็นชาในพริบตาเมื่อรู้ว่ากลเม็ดของตนถูกมองทะลุ
“ไม่เลวเลยนะพ่อหนุ่มหน้าใหม่...”
เฮรัคไม่สนใจคำขู่เขาเดินผละออกมาอย่างสงบนิ่งจิตใจจดจ่ออยู่กับการตามหาหญ้าหินจันทรา ท่ามกลางความซับซ้อนของเมืองลูย่าแห่งนี้