ตอนที่ห้าสิบแปด คนรวยคือคนมีคุณธรรม
ผมเจอสีหน้าของบาบูกับบาบอนที่มีอาการหวาดกลัวผมที่เป็นคนรวยมีเงิน
พวกเขาต้องเกรงใจคนรวยมีเงินทองแล้วก็อดถอนใจไม่ได้
แต่ในโลกนี้คนรวยมีเงินคือคนมีคุณธรรม
มีคำถามจากหนังสือเสริมบทเรียนครั้งหนึ่งถามว่า
หากเราวิ่งแล้วชนอาหารเด็กในโรงอาหารด้วยกันตกจะทำอย่างไร?
เด็กที่ยากจนจะคิดว่าขอโทษแต่ไม่สามารถซื้ออาหารให้กับเด็กที่ถูกชนชดใช้ให้ใหม่ได้เพราะพวกเขาไม่มีเงินพอที่จะชดใช้ความเสียหายที่เขาได้กระทำลงไป
ส่วนเด็กที่มีฐานะกว่านั้นจะสามารถตอบคำถามได้อย่างสมบูรณ์นอกจากขอโทษแล้วยังมีการชดเชยความเสียหายที่ได้ทำลงไปอย่างสมบูรณ์อีกด้วย
เป็นคนดีมากกว่าเด็กที่ยากจนที่มีแค่การห่อข้าวเปล่ากับไข่ต้มมาโรงเรียนเช่นกัน
ไม่สามารถใช้เงินชดใช้อาหารที่ตนเองชนเสียหายไปได้
คนที่ไม่ชดใช้ความเสียหายที่ตนเองก่อขึ้นคือคนที่ไร้คุณธรรมกว่าคนรวย
หากเอาอาหารของตนเองที่เป็นแค่ไข่ต้มกับข้าวเปล่าให้กับคนที่ถูกชน
ก็เป็นเพียงการชดเชยของที่มูลค่าต่ำกว่าของที่เสียหายไป
ไม่ใช่คนที่ทำได้อย่างคนรวยที่สามารถชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้
นี่คือคุณงามความดีของคนรวย
พวกเขามีทางเลือกที่จะเป็นคนดีมากกว่าคนจนเสมอ
พวกเขาแค่เลือกที่จะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง
แต่หากพวกเขาเลือกที่จะเมตตาเป็นคนดีมากกว่าเดิมต่อคนจน
คนจนก็จะยกมือไหว้วันทาท่วมหัว
ในสังคมที่เต็มไปด้วยคนจนนั้นคนรวยจะมีอำนาจมาก
เพราะนอกจากร่ำรวยแล้ว
พวกชาวบ้านจะมองว่าคนรวยนั้นเป็นคนใจดีใจบุญ บริจาคอาหาร ทำบุญให้วัดได้มากกว่าคนทั่วไปอีกด้วย
ส่วนคนจนนั้นไม่มีความสามารถที่จะทำความดีหรืออย่างน้อยก็ไม่สามารถที่จะชดใช้ความเสียหายที่ทำให้เกิดขึ้นได้เท่ากับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
ทำได้แต่ทนหิวไม่มีข้าวกลางวันกินหลังจากชดใช้กล่องอาหารไปแทนเด็กที่ทำกล่องอาหารตกเท่านั้นก็ยังนับว่าทำได้ดีไม่มากพอ
นั่นอาจจะเป็นคำถามที่หนังสือเสริมบทเรียนไม่ได้ประสงค์จะให้นักเรียนได้คำตอบมาเช่นนั้นหรืออาจจะเป็นเพราะว่า
พวกเขามองว่าสามัญสำนึกตามเนื้อเรื่องที่ทางกระทรวงศึกษาคิดคือ
“นักเรียนมีเงินมากพอที่จะชดใช้ค่าเสียหายของข้าวที่เกิดขึ้น”
เป็นคำถามที่ประสงค์จะให้เป็นเลือกของทางเลือกว่า
“ทำหรือไม่ทำ”
ไม่ใช่คำถามที่มองว่า
“มีคนส่วนหนึ่งทำได้และคนส่วนหนึ่งไม่สามารถทำได้อย่างสิ้นเชิง”
ซึ่งมันไม่เป็นความจริงมาตั้งแต่ต้นแล้ว
เหมือนกับคาดหวังว่านักเรียนทุกคนจะมีโทรศัพท์มือถือและสามารถเรียนทางออนไลน์ได้ตามที่อาจารย์ประสงค์
นอกจากมีโทรศัพท์มือถือที่สามารถเรียนทางออนไลน์ได้แล้วยังไม่ถูกพ่อแม่จิกใช้หาว่ามัวแต่ดูโทรศัพท์ไม่ยอมช่วยงานบ้านทั้งที่เด็กก็กำลังเรียนทางออนไลน์อยู่
ไม่ได้ทำการสันทนาการอย่างอื่นแต่ประการใด
มีแต่คนรวยเท่านั้น จึงจะทำตัวเป็นคนมีคุณธรรมระดับหนึ่งได้
คนจนไม่มีสิทธิทำเช่นนั้น
ต่างกันแค่ว่าพวกคนรวยจะทำหรือไม่เท่านั้นเอง
“แค่นั้นจะไปพออะไร เอาไปห้าสิบบาทเลย”
บาบูกับบาบอนมองหน้ากันแล้ววันทาท่วมหัว
“ขอบคุณนายจ๋ามากจะที่เมตตาพวกชั้นให้ตั้งห้าสิบบาทต่อเดือน”
“ฟังให้จบก่อน คนละห้าสิบบาทต่อเดือนและข้าจะเลี้ยงขนมหวานที่มีน้ำตาลทรายแดงพวกเจ้าด้วยหากพวกเราไปเที่ยวตลาดกัน”
“โอ้ ขอบพระคุณน้ำใจของนายจ๋ามากจ๊ะ”
แค่เพียงขนมมีน้ำตาลทรายแดง
ก็ทำให้บาบูและบาบอนน้ำลายสอแล้ว
ชีวิตมันมาตรฐานราคาถูกเช่นนี้ล่ะ
แบบเดียวกับที่นายทหารเกณฑ์ทหารมาในเมืองและชี้ให้ดูว่าในเมืองหลวงมีรถไฟฟ้าก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีและถือว่ามีเมตตามีบุญคุณกับพลทหารแล้วนั่นเอง