ตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ถึงพลังปราณที่อัดแน่นเต็มเปี่ยมในจุดเสินเชวี่ยจากนั้นก็ยิ้มออกมา ในใจหวังว่าอยากให้บรรลุขั้นฌานให้ไว้ขึ้น หากสามารถบรรลุจนถึงขั้นชีพจรพลิ้วไหวพละกำลังของเขาน่าจะแข็งแกร่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
ทว่าตู้เซ่าฝู่ไม่เคยลืมเรื่องที่เจินชิงฉุนกำชับไว้ขั้นเบิกนภาก้าวไปขั้นชีพจรพลิ้วไหวไม่ควรรีบร้อน ทำให้พื้นฐานมั่นคงแข็งแรงให้ดีก่อนจึงจะสำคัญกว่าบรรดาทายาทที่สืบทอดสายโลหิตโบราณและตระกูลสุดยอดเหนือชั้นไม่เคยปล่อยให้ทายาทรีบร้อนบรรลุขั้นสั่งสมพื้นฐานที่ควรมีให้แข็งแกร่งให้มากที่สุดก่อนนี่จึงจะสำคัญกว่า
ไม่อย่างนั้นบรรดาทายาทที่สืบทอดสายโลหิตโบราณและตระกูลสุดยอดเหนือชั้นคงสามารถสร้างยอดฝีมือวัยรุ่นได้จำนวนมากทว่ายอดฝีมือเหล่านี้เมื่อพัฒนาไปถึงฌานขั้นหนึ่งๆ จะสามารถพัฒนาไปต่อได้ยากแล้ว
ที่เรือนหลังในจวนหลันหลิง สาวใช้เรียกตู้เซ่าฝู่ให้รับประทานอาหารเช้าเพิ่งจะไปถึงเรือนด้านข้าง ก็เห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาแววตาเป็นประกาย
เขาเห็นหญิงสาวอายุราวๆยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองยืนอยู่ที่เรือนนั้นแล้วนางสวมชุดกระโปรงยาวสีมรกตก้าวมวยผมครึ่งศีรษะเป็นวงโค้งสองข้างติดอยู่บนหัวอีกครึ่งหนึ่งหวีปล่อยยาวรับกับใบหน้าอันวิจิตรคิ้วเรียวเรียงตัวสวยดูแล้วอ่อนโยนทว่านางกำลังคิ้วขมวดให้ความรู้สึกแข็งกร้าวและปฏิเสธผู้คนรอบข้างดวงตาสองข้างกลมโตสุกใส นัยน์ตานิ่งสงบไร้ความรู้สึก รวมๆแล้วหญิงสาวคนนี้คือหญิงสาวที่งดงามมากๆ ไร้ที่ติคนหนึ่ง
“คุ้นตาจังแหะ”
ตู้เซ่าฝู่มองสำรวจสาวงามไร้ที่ตินางนั้นมองนิ่งไม่กะพริบตา ในใจรู้สึกเหมือนว่าเคยรู้จักกันนางมาก่อน
ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็สังเกตเห็นรอยแผลจางๆ ที่ริมฝีปากล่างสีหน้าก็ตะลึงจนอุทานออกมาว่า “นึกไม่ถึงว่าแต่งเป็นผู้หญิงแล้วจะงามเช่นนี้”
เมื่อโอวหยังส่วงได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ใบหน้างดงามนั้นกลับไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ตอบกลับมาริมฝีปากแดงชุ่มชื้นไม่ยิ้มเลยแม้แต่น้อย สีหน้านิ่งดูเย็นชา ท่าทางไม่เป็นมิตรราวกับเป็นการสื่อกับอีกฝ่ายว่าอย่ามาเข้าใกล้ นางไม่สนใจตู้เซ่าฝู่เลยแม้แต่น้อยทำเหมือนว่านางไม่เคยรู้จักตู้เซ่าฝู่มาก่อน
“เซ่าฝู่จมูกของเจ้าเป็นอะไร?”
เงาของหยวนซันซันค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเมื่อนางมาถึงเรือนนี้ก็เห็นว่าจมูกของตู้เซ่าฝู่ได้รับปากเจ็บก็รู้สึกร้อนใจและเป็นห่วง จึงรีบถามในทันที
“ป้าซัน ข้าบังเอิญไม่ระวังไปชนกำแพงมา” ตู้เซ่าฝู่เหลือบไปมองโอวหยังส่วงที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นจึงตอบหยวนซันซัน
“เจ้าเด็กคนนี้นี่ทำไมประมาทขนาดนี้ จมูกบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้เชียวเมื่อวานพี่สาวของเจ้าก็กัดปากตัวเองเสียแรง เจ้าพวกเด็กสองคนนี้นี่นะ”
หยวนซันซันถอนหายใจเบาๆอย่างเป็นห่วง จากนั้นแนะนำโอวหยังส่วงให้กับตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “มา ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักกับพี่สาวของเจ้าเมื่อวานข้าเคยเกริ่นให้เจ้าฟังก่อนแล้ว นางโตกว่าเจ้าสามปีครึ่งตอนที่พี่สาวของเจ้าเกิด มารดาของเจ้าก็อยู่ข้างกายข้า แต่ตอนที่มารดาของเจ้าให้กำเนิดเจ้ากับน้องสาวข้ากลับไม่ได้อยู่ข้างกายของนาง
“พี่ส่วง” ตู้เซ่าฝู่ทักทายโอวหยังส่วงด้วยท่าทางเคารพมากทำให้ดูเหมือนเป็นมิตรมากๆ
“อืม”
โอวหยังส่วงเลยต้องพยักหน้าขานรับเบาๆ นางรู้สถานะของเด็กหนุ่มคนนี้จากปากของมารดานางแล้วทำให้นางประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูกบิดาของเจ้าหนูคนนี้คือคนที่บิดาของตนมักจะเอ่ยถึงบ่อยๆเป็นชายที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก
“พี่ส่วงพี่ไม่ค่อยชอบข้าหรือ ทำไมเย็นชากับข้าจัง”
ตู้เซ่าฝู่มองโอวหยังส่วงด้วยสีหน้าจริงจังกล่าวว่า “มีจุดไหนที่พี่ไม่ชอบข้าหรือบอกมาแล้วข้าจะปรับปรุงนะ?”
เมื่อตู้เซ่าฝู่พูดจบ หยวนซันซันก็หันไปมองหน้าโอวหยังส่วงตำหนิน้ำเสียงเบาๆ ว่า “นางหนูทำไมลูกเย็นชากับน้องชายของเจ้าขนาดนี้ น้องชายของเจ้าเพิ่งจะมาถึงเมืองหลันหลิงเองเจ้าไม่ควรรังแกน้องชายของเจ้านะ”
โอวหยังส่วงลุกขึ้นใบหน้าของสาวงามเริ่มยิ้ม เป็นรอยยิ้มงดงามที่ทุกคนที่ได้เห็นรู้เชยชมนางกล่าวกับมารดาว่า “ท่านแม่ ข้าไม่ได้เย็นชากับน้องข้ากำลังคิดเรื่องการฝึกวรยุทธอยู่พอดี น้องเซ่าฝู่มา ข้าต้องดีใจอยู่แล้ว”
“งั้นก็ดีต่อไปเจ้าดูแลน้องชายของเจ้าดีๆ อย่าให้น้องชายเจ้าต้องถูกใครรังแก” หยวนซันซันพูดกับโอวหยังส่วงอย่างจริงจังจากนั้นก็ยิ้มแย้มให้ด้วยทั้งใบหน้า
“ได้เลยค่ะท่านแม่”
โอวหยังส่วงพยักหน้าจากนั้นหันหลังให้มารดา หันหน้ามองตู้เซ่าฝู่ สีหน้าของนางเคร่งขรึมขึ้น แววตาสองข้างของนางดูโมโหมากจ้องขู่เตือนอีกฝ่าย ทว่ากลับดัดน้ำเสียงให้ฟังดูอ่อนโยน กล่าวว่า “น้องเซ่าฝู่ ต่อไปข้าจะดูแลเจ้าดีๆ”
ตู้เซ่าฝู่จะดูไม่ออกได้อย่างไรว่าโอวหยังส่วงโกรธแค้นตนอยู่เหลือบไปมอง กล่าวว่า “พี่ส่วงต่อไปพี่คงไม่ทำร้ายข้าหรอกเนอะ?”
“เด็กโง่พี่สาวจะทำร้ายน้องชายได้อย่างไร หากพี่สาวของเจ้ารังแกเจ้า ให้เจ้ารีบมาบอกข้าพอถึงตอนนั้นข้าจะจัดการนางให้เอง” ป้าซันลูบหน้าผากของตู้เซ่าฝู่อย่างเอ็นดูขณะที่พูด
“พี่ส่วง พี่ได้ยินแล้วเนอะ หากพี่รังแกข้า ข้าจะบอกป้าซัน” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มบางๆ ให้กับโอวหยังส่วง
“เจ้า……” โอวหยังส่วงโมโหจนอยากกระทืบเท้า ทว่าเพราะมารดายังอยู่ที่นี่ด้วยนางจึงไม่สามารถทำได้
บริวารคนรับใช้ทั้งหลายในจวนเตรียมอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้วมีโจ๊กและติ่มซ่ำที่ทำอย่างประณีตน่าทาน ทว่าตู้เซ่าฝู่กลับเขมือบลงท้องอย่างรวดเร็วไปปริมาณมาก
สำหรับผู้ฝึกฌานหากระดับฌานสูงมากขึ้น จะสามารถลดระดับความหิวของร่างกายได้ว่ากันว่าหากฌานสูงถึงระดับหนึ่งก็จะสามารถบรรลุขั้นเป็นเซียนที่ไม่จำเป็นต้องรับประทานอะไรอีกเลย
ตอนนี้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ว่า ตอนนี้เขาไม่กินข้าววันหนึ่งก็ไม่เป็นปัญหาอะไรเพียงแต่เมื่อเห็นของน่ากิน ก็รู้สึกน้ำลายสออยากจะกินอยู่ดี
โอวหยังส่วงนั่งตัวตรงนางชิมอาหารอย่างละเมียดละไม รับประทานไปเพียงเล็กน้อย
ทว่าหยวนซันซันที่อยู่ข้างๆกลับมองตู้เซ่าฝู่มากกว่า กลัวว่าตู้เซ่าฝู่จะกินไม่อิ่ม เอาแต่คอยบอกให้ตู้เซ่าฝู่กินไปเยอะๆ
เพียงไม่นาน โอวหยังส่วงก็รับประทานเสร็จขอตัวออกไปก่อน
ตู้เซ่าฝู่คุยเล่นเป็นเพื่อนป้าซันสักพักก็ออกจากที่นั่นไประหว่างทางพบกับหวงที่สาม เขาจึงทราบข่าวมาจากปากของหวงที่สามว่าหานซินมาที่จวนหลันหลิงเพื่อขอพบตน
“เขามาจวนหลันหลิงเพื่อพบข้า แต่ไม่ใช่ผู้ปกครองมณฑล?” ตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าสงสัย เพราะว่าที่นี่คือจวนหลันหลิงไม่ใช่บ้านสกุลตู้
“คุณชายน้อยเซ่าฝู่ หานซินว่ามาอย่างนี้ข้ารับรองเขาให้ไปราท่านอยู่ที่เรือนด้านข้าง เขาไม่ได้มาเพียงคนเดียว ยังพาเจ้าคนแซ่หลินเมื่อวานมาด้วย” หวงที่สามพูดเสริมขึ้นมาอีกประโยคเป็นพิเศษ กล่าวว่า “แบกมา เจ้าคนแซ่หลินคนนั้นหลังจากที่ถูกพวกเราอัดสั่งสอนไปแล้ว ก็ยังถูกหานซินอัดสั่งสอนต่อตอนนี้ประมาณว่าสภาพปางตายแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่ครุ่นคิดสักครู่ จากนั้นบอกหวงที่สามว่า“ไปบอกหานซินว่าข้าไม่มีเวลาว่างไปพบเขา”
“คุณชายน้อยเซ่าฝู่หานซินมาน่าจะเพราะเรื่องทหารรักษาเมืองเมื่อคืน น่าจะมาเพื่ออธิบายให้ฟัง” หวงที่สามกล่าว
“ข้ารู้แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับข้า ที่จริงข้าก็ไม่ใช่คนของจวนหลันหลิงอย่างแท้จริง เรื่องนี้ข้ายื่นมือเข้าไปยุ่งไม่ได้” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า เขาจะเดาไม่ออกได้อย่างไรว่าหานซินคิดอะไร
เพียงแต่กว่าจะดึงตัวเองหลุดพ้นออกมาจากเรื่องเมื่อวานได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในขณะนี้ตู้เซ่าฝู่ไม่อยากเข้าไปพัวพันอะไรอีกแล้ว
เมื่อวานที่ตู้เซ่าฝู่ทำไปแค่เพราะอยากปกป้องมู่หรงโยวรั่วกับไต้ซิงอวี่สองคนนั้นต่อมาเพราะมู่หรงโยวรั่วฝากข้อความไว้แบบนั้น เขาจึงไปสวนโบราณ ตอนนี้รู้ว่ามู่หรงโยวรั่วมีโอวหยังส่วงคอยคุ้มกันให้เขาก็ไม่ได้กังวลอะไรอีก
“ถ้าหานซินไม่ยอมกลับหากเขาไปขอพบท่านผู้ปกครองมณฑลล่ะก็……”
หวงที่สามกังวลว่าเรื่องเมื่อคืนจะไปถึงหูผู้ปกครองมณฑลเพราะเรื่องที่สวนโบราณไม่ใช่เรื่องที่ดีน่าฟังสักเท่าไร
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มและพูดขัดจังหวะหวงที่สาม“ผู้ปกครองมณฑลเก็บตัวจำศีลอยู่ เขาอยากพบก็พบไม่ได้หรอกยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่มีทางไปขอพบผู้ปกครองมณฑล หากจะพบต้องเป็นบิดาของเขาที่จะขอพบเขาไม่มีคุณสมบัติขอเข้าพบผู้ปกครองมณฑล ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก”
หวงที่สามพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรกล่าวว่า “คุณชายน้อยเซ่าฝู่งั้นเรื่องหัวหน้ากองทหารรักษาเมืองเมื่อคืนจะทำอย่างไรดี?”
“ไม่ได้ส่งเรื่องให้เป็นธุระของทหารส่วนตัวของจวนหลันหลิงแล้วหรือข้าชื่อว่าหัวหน้ากองจางรู้ว่าควรทำอย่างไร” ตู้เซ่าฝู่กล่าว…………
ในจวนหลันหลิง ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้ว่าทำอะไรดีอยากฝึกฌาน ทว่าไม่มีที่เหมาะสมสำหรับฝึก ในใจเขาอยากพบผู้ปกครองมณฑลเร็วๆเขาจะได้ลาจากที่นี่ไปได้ไวๆ
เมื่อถึงเวลากลางวันตู้เซ่าฝู่เดินทางออกจากจวนหลันหลิงเพียงลำพังเพื่อไปที่ที่พักโบราณของไต้ซิงอวี่เพราะอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนยังอยู่ที่นั่นอยู่เลย
เพียงแต่เมื่อตู้เซ่าฝู่ไปถึงที่พักโบราณก็รู้สึกตะลึงประหลาดใจมาก เขาคิดไม่ถึงว่าโอวหยังส่วงก็อยู่ด้วยแถมยังแต่งตัวเป็นอิสตรีปกติออกจากจวน นางยืนอยู่กับมู่หรงโยวรั่วทั้งสองดูงดงามทำให้รู้สึกใจเต้นได้เช่นกัน ทำให้ตู้เซ่าฝู่อดใจไม่ไหวยืนเหม่อมองอยู่สักพัก
“โฮก”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามเสียงเบากระโจนเข้าหาตู้เซ่าฝู่อย่างดีใจรู้สึกว่าจะได้รอดพ้นจากที่นี่แล้ว
“พี่เซ่าฝู่” ไต้ซิงอวี่เดินเข้ามาหาตู้เซ่าฝู่ทักทายอย่างเป็นมิตร
เมื่อโอวหยังส่วงเห็นตู้เซ่าฝู่ก็แสดงสีหน้าไม่พอใจ ทำหน้าตาบูดบึ้งแค้นเคืองราวกับตู้เซ่าฝู่ไปติดเงินนางมาหลายแสนเสวียนกล่าวว่า “เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
“ข้ามาหาซิงอวี่” ตู้เซ่าฝู่เหลือบมองโอวหยังส่วง ในใจคิดว่า อะไรจะเกลียดขนาดนั้น ก็แค่กัดปากเจ้าจับส่วนที่ไม่ควรจับเอง และที่สำคัญเจ้าเป็นคนกัดข้าก่อนเองนะ
“นึกไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะเป็นคนครอบครัวเดียวกันข้าประหลาดใจมากจริงๆ หากรู้แต่แรกคงไม่เกิดเรื่องอย่างเมื่อคืนหรอก” มู่หรงโยวรั่วก้าวเดินไปข้างหน้าช้าๆ มาหยุดอยู่ที่ตรงกลางระหว่าง ตู้เซ่าฝู่กับโอวหยังส่วงยิ้มบางๆ แสดงสีหน้าแววตารู้สึกผิด
“ไม่เป็นไร” ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้สึกโกรธเคืองหรือถือสาอะไร ทว่าโอวหยังส่วงที่อยู่ข้างๆกลับถลึงตาใส่ตู้เซ่าฝู่อย่างไม่ชอบใจ
มู่หรงโยวรั่วมองหน้าตู้เซ่าฝู่กล่าวว่า “เซ่าฝู่ เจ้ามาพอดีเลยพวกเราเตรียมจะออกไปเดินเล่นข้างนอกกันพอดี เจ้าไปด้วยกันดีหรือไม่?”
“ดีเลย พี่เซ่าฝู่ไปเป็นเพื่อนพวกเราพวกเราก็ไม่ต้องกลัวคนเลวแล้ว” ไต้ซิงอวี่พูดอย่างดีใจ