ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 20 : การไล่ล่าของหมาป่า

            สมิธตวาดเสียงดังลั่น “รีบยิงมันสิวะ!”

     

            สติของพวกเขาถูกดึงกลับมาแล้วพร้อมกับระดมยิงใส่ไอแซกที่ยืนท้าทายกลางแจ้ง

     

            ภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ยังคงติดตราตรึงใจใครหลายคนจนนึกหวาดกลัวเทคโนโลยีทันสมัยแบบนี้ไม่ใช่จะพบเห็นกันได้โดยง่ายหากไม่มีกำลังทรัพย์หรืออำนาจมากพอ

     

            พวกเขาหลงลืมไปอย่างแก๊งหมาป่าเหมันต์มีฐานผลิตสิ่งพวกนี้อยู่แล้ว

     

            เรื่องเทคโนโลยีก็อีกเรื่องไหนจะเผชิญหน้ากับผู้ใช้พลังวิญญาณอีกซึ่งขอบเขตของคนพวกนี้นั้นแตกต่างจากคนธรรมดาสามัญอย่างพวกเขาเป็นที่สุดกล่าวได้ว่าแม้จะถูกรถสิบล้อชนเข้าอย่างจังด้วยความเร็วสูงก็ไม่อาจทำให้คนเหล่านี้ตกตายได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

     

            อุปมาเปรียบคนใช้พลังวิญญาณเป็นเพียงเม็ดทรายที่หยิบขึ้นมาหนึ่งกำมือในหาดทรายกว้างซึ่งมีปริมาณน้อยมากๆ แต่ก็มีคุณภาพเหลือคณานับเช่นกัน

     

            แม้จะระดมยิงเข้าใส่เท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าจะทะลุผ่านบาเรียสีฟ้าครามนั้นไปได้เลยเสมือนเม็ดฝนกระทบร่มแกร่ง

     

            ไอแซกแสยะยิ้มกวัดแกว่งดาบในมือเล่น“ดิ้นรนเหมือนหนอนเน่า”

     

            “แก! อย่าอยู่เลย!”สมิธคว้าระเบิดมือพลางแกะสลักแล้วโยนไปยังที่ไอแซกสามลูก

     

            ม่านตาของไอแซกขยับกว้างขึ้นเขาไม่คิดว่าสมิธจะเล่นลูกไม้บ้าระห่ำขนาดนี้แม้อาวุธจากแร่ไทรเวย์เนียมจะทรงอานุภาพขนาดไหน แต่ทว่าตัวนี้มันยังเป็นตัวต้นแบบประสิทธิภาพยังไม่เต็มร้อยแถมขอบเขตการใช้พลังก็มีอยู่มากการเปิดใช้งานผลาญพลังวิญญาณไปหลายเท่าตัว ระยะเวลาอยู่ได้ไม่นานหากเจอการโจมตีอันรุนแรง

     

            หากยังไม่ได้ทดลองมากกว่านี้คงนำไปอ้างอิงเพื่อแก้ไขไม่ได้แน่ ไอแซกจึงกระโดดหลบหาที่กำบังเขาคว้าเอาปืนของศัตรูที่นอนตายอยู่ ขึ้นยิงไปยังฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว

     

            สมิธคาดเดาไว้แล้วว่าไอแซกจะสามารถหลบได้เขาหาที่กำบังแล้วตะโกนออกไป “แกเป็นคนของแก๊งหมาป่าเหมันต์จริงๆสินะถึงมีไอ้อาวุธบ้าบอนั่นได้”

     

            “เหอะ! บอกคนตายก็มีแต่เสียน้ำลายพวกแกแกว่งเท้าหาเสี้ยนเองแท้ๆ ยอมแพ้แล้วบอกคนบงการมา”ไอแซกก้มหน้าลงมองหน้าปัดบอกพลังงานเกราะและดาบแล้วพบว่ายังอยู่ในระดับที่ใช้งานได้อยู่

     

            “ดูก็รู้ว่าเป็นของต้นแบบใกล้พังแล้วสิท่า เอาเถอะ ข้าจะสั่งสอนแกให้รู้จักคำว่า ยากูซ่าให้ขึ้นใจเอง!”สมิธปาขวานสับเข้ากลางหัวลูกน้องของไอแซกจังๆ จนสิ้นชีพไปคราวเดียว

     

            มูลค่าอันมหาศาลถูกพรากไปต่อหน้าต่อตาไอแซกแน่นอนว่าไม่ใช่คุณค่าชีวิต แต่เป็นงบประมาณที่เขาบ่มเพาะดูแลคนผู้นั้นมานานแรมปี

     

            ใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยความโมโห “แก!อย่าอยู่เลยไอ้หัวสนิม!”เขาวิ่งดาหน้าเข้าใส่ไม่คิดชีวิตพลางเปิดคำสั่งบาเรียขึ้นกันลูกกระสุน

     

            ชายผู้เคราะห์ร้ายคนแรกถูกตัดร่างขาดเป็นสองท่อนล้มลงไปความเรียบเนียนของบาดแผลเหมือนถูกของมีคมผนวกเข้ากับความร้อนแรงสูงโดยแสงสีฟ้าครามยังเคลือบอยู่บนบาดแผลดังกล่าว

     

            “ยิงมัน! ยิงมันเข้าไป!”สมิธรีบออกคำสั่งกับลูกน้องที่เหลือให้ยิงไอแซกที่กำลังบ้าเลือดวิ่งเข้ามา

     

            เปร้ง! เปร้ง! เปร้ง!แต่ว่ากระสุนก็ไม่อาจเจาะทะลุผ่านบาเรียอันทรงพลังนั้นได้สักที

     

            “เอามานี่!”สมิธแย่งปืนบาซูก้าจากลูกน้องซึ่งเจ้าปืนนี้มีประสิทธิภาพสูงอย่างมากในการเจาะทะลวงเกราะของรถถังได้อย่างสบาย“ไม่ตายก็ให้มันรู้ไป ไอ้หมาขี้เรื้อน!”

     

            ขนกายของไอแซกลุกชันแจ้งเตือนถึงภัยคุกคามที่คืบคลานเข้ามาตรงหน้าด้วยระยะแล้วเขาไม่อาจหลบเลี่ยงการปะทะได้จึงเลือกรีดเร้นพลังวิญญาณเท่าที่มีออกมาทั้งหมด

     

            สมิธทำการเหนี่ยวไกปืนยิงหัวรบนั่นออกไปยังไอแซกทันทีที่เล็งเป้าได้แล้ว

     

            ตู้มมมม!

     

            แรงปะทะสร้างคลื่นลมโหมกระหน่ำพัดพาทำลายสิ่งโดยรอบเป็นรัศมีกว้าง

     

            ไดจิที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนออกมาอย่างเสียงดัง“ท่านไอแซก!” น้ำเสียงปนไปด้วยความเป็นห่วงเจ้านายของตนซึ่งคนภายในกองกำลังก็ทำเช่นเดียวกัน

     

            “ไร้ประโยชน์!”

     

            ไอแซกวิ่งผ่านม่านควันเข้าใส่สมิธบาเรียด้านหน้าขาดแหว่งเป็นรูโหว่งช่วงใหญ่เสื้อผ้าบางส่วนถูกทำลายจนเกิดบาดแผลถลอก

     

            ดวงตาของสมิธเบิกกว้างสั่นกลัว “บ้าน่ารอดมาได้ไง ยิงมันเข้าไป! หากใครฆ่ามันได้ข้ามีรางวัลให้อย่างงาม!”เขารีบเปลี่ยนกระสุนปืนแล้วยิงนำเหล่าลูกน้อง

     

            ไอแซกร่างกายห่อหุ้มไปด้วยพลังวิญญาณเสริมสร้างประสาทสัมผัสเพิ่มมากขึ้นสามารถปัดป้องกระสุนด้วยดาบในมือออกไปได้อย่างน่ามหัศจรรย์อีกทั้งเขายังกระโดดไปฟันคอลูกสมุนของแก๊งวัวคลั่งให้ตกตายไปอีกคนต่อหน้าต่อตาของสมิธ

     

            ชายหนุ่มผมสีเทากระโดดหลบออกด้านข้างแต่ไม่อาจพ้นวิถีของกระสุนที่เข้ามา จนเกิดบาดแผลค่อนข้างลึกทางไหล่ซ้าย

     

            เห็นสัญญาณแจ้งเตือนพลังงานใกล้หมดของเกราะเขาจึงรีบหาที่กำบัง “น่ารำคาญชะมัด พวกแกทำบ้าอะไรอยู่วะไดจิอย่าบอกว่าพวกมันตายกันหมดแล้ว!”

     

            ไอแซกปลดการใช้งานบาเรียแล้วทุ่มทั้งหมดไปยังดาบแทน

     

            ไดจิกลืนน้ำลายลงคอก่อนรวบรวมความกล้าพูดขึ้น “ตายไปสิบ บาดเจ็บเจ็ด คอยเคลื่อนย้ายดูแลรักษาอีกห้านับท่านไอแซกและผมแล้ว ตอนนี้ยังสู้ไหวอยู่เพียงหกคนครับ”ส่วนตัวเขาก็ถูกยิงเข้ากลางอก แต่โชคยังดีที่บาเรียนสามารถต้านไว้ได้ส่วนหนึ่งจึงแค่จุกเท่านั้น

     

            อาการหัวเสียฉายชัดเต็มหน้าไอแซกเขาถอนหายใจแล้วถามอีกครั้ง “แล้วฝั่งนั้นล่ะ”พร้อมกับยิงหัวของคนจากด้านบนที่โผล่หน้ามาเล็งปืนใส่ ตกตายอนาถไปอีกราย

     

            “คาดว่าหายไป 3 ใน 5 ส่วน แต่ไม่รู้เพราะอะไร พวกมันจึงสามารถเรียกกองกำลังเสริมได้ตอนนี้ทางฝ่ายเทคนิดกำลังสกัดกั้นสิ่งอื่นอยู่ครับ”ไดจิเปิดสนามพลังงานแม่เหล็กสร้างความปั่นป่วนให้แก่กลุ่มคนแก๊งวัวคลั่ง

     

            ตัวการเบื้องหลังคงหินกว่าที่คิด

     

            “ฆ่าพวกมันก่อนที่จะมีคนมาเพิ่มปลดล็อกทุกอย่างที่มี ทุ่มหน้าตักไปให้หมด แกก็ด้วยไดจิ ฆ่าพวกมันไม่ให้เหลือแล้วรอดกลับมาให้ได้ นอกจากฉัน ห้ามให้ใครฆ่าแกเด็ดขาด!”ชายหนุ่มฉีกเสื้อตัวเองมาพันที่แผลเพื่อห้ามเลือด

     

            ความเด็ดเดี่ยวไม่กลัวตายแฝงตามการขานรับของกองกำลังที่เหลือพวกเขากระชากอาวุธมีคมอันทันสมัยมาถือไว้ ร่างกายห่อหุ้มไปด้วยพลังงานวิญญาณหลากสีแรงกดดันอันมหาศาลถาโถมเข้าใส่กลุ่มแก๊งวัวคลั่งจนแตกตื่น

     

            ไดจิเลียมีดตัวเองไปหนึ่งที“ถึงเวลาล่าแล้ว” เขาปลดปล่อยพลังวิญญาณสีแดงให้ลุกโชนท่วมตัวรวดเร็วกว่าคนอื่นยอมคมมีดทั้งสองให้แดงฉาน

     

            ไดจิพุ่งตัวเข้าไปด้านหลังของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลการเคลื่อนไหวของเขานั้นรวดเร็วปราดเปรียวราวกับหมาป่าอย่างไรอย่างนั้นมีดแทงเข้าทะลุจุดตายที่คอของเหยื่อรายหนึ่งพร้อมกับปามีดอีกอันไปปักกลางหน้าอกของชายที่อยู่ข้างๆจนสิ้นลมหายใจไปอีกคน

     

            การช่วงชิงโอกาสของไดจิทำให้รูปการกลับมาอยู่ทางฝ่ายแก๊งหมาป่าเหมันต์แม้จะมีเสียงกระสุนปืนยิงเป็นจังหวะ แต่ดูเหมือนจะเบาลงไปทุกที

     

            ภาพอันสยดสยอง เสียงคร่ำครวญทรมานกลิ่นเหม็นสาบ และรสชาติแห่งความตายปรากฏให้พบเห็นทั่วทุกมุม

     

            ดวงตาของไอแซกปิดลงเขารวบรวมสมาธิเพื่อปิดกั้นความวุ่นวายทุกอย่างเป้าหมายถูกระบุภายในห้วงแห่งความคิด

     

            “เจอแกแล้ว”ไอแซกเปิดตาขึ้นแล้วพบระเบิดลูกหนึ่งตกอยู่ตรงหน้า

     

            ตู้มมม!

     

            สมิธสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “ชิ!”เขาโยนระเบิดมือไปยังตำแหน่งที่ไอแซกหลบอยู่แต่ทว่าไอแซกกลับไหวตัวทันหลบออกไปได้ทันเสียอย่างนั้น

     

            “พวกแกสองคนคอยยิงสกัดจากตรงนี้ส่วนแกนำคนไปสามคนคอยยิงจากที่สูง ที่เหลือคนตามข้ามา” สมิธเห็นท่าไม่ดียื้อต่อไปมีแต่ขาดทุน เขาจึงเลือกวิธีสุดท้าย

     

            แม้ยากที่จะทำใจยอมรับการละทิ้งของหัวหน้า“ครับหัวหน้า!” แต่หากให้ตามไปก็เท่านั้นพวกเขาจึงขานรับแต่โดยดีในชะตากรรมของตัวเอง

     

            พวกเขาดำเนินตามคำสั่งไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อยปลอกกระสุนร่วงลงพื้นตามการเหนี่ยวไกแต่ไม่อาจพรากชีวิตของไอแซกที่วิ่งตัดเข้าใกล้มาทุกทีได้

     

            ไดจิสังหารคนตรงหน้าแล้วหมุนตัวกลางอากาศลอยข้ามเหนือตู้คอนเทนเนอร์“เป้าหมายกำลังจะหลบหลีกครับ ท่านไอแซก”

     

            ไอแซกตวาดลั่นทันทีที่ได้ยิน“ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย! จัดการไอ้พวกตัวประกอบที ต้องรีบฟื้นพลัง”

     

            อาการหงุดหงิดทำให้อารมณ์ของไอแซกเหวี่ยงไปเป็นที่เรียบร้อยเขามองกลุ่มคนตรงหน้าไม่ต่างจากมดปลวกแสนไร้ค่า แต่ยังพยายามดิ้นรนชวนหัวเสีย

     

            สัญญาณมือของไดจิบอกให้คนด้านข้างสังหารด้านบนและรอบนอกส่วนตัวเขาวิ่งตัดหน้าไอแซกทะลวงเป้าหมายเป็นเกราะให้ชั้นหนึ่ง

     

            คนที่เหลือขานรับและทำตามไม่อิดออดถึงแม้จะไม่ใช่คำสั่งของไอแซก แต่ว่าไดจิก็มีภาษีสั่งการอยู่ไม่น้อยหน้าเช่นกันเพราะพวกเขาเหล่านี้ต่างรู้ถึงความเก่งกาจของชายดังกล่าวแถมเขายังเป็นคนสนิทของท่านไอแซกอีกด้วย

     

            เหล่าหน่วยรบพิเศษปฏิบัติการกันรวดเร็วสอดคล้องประสานงานกันเป็นทีม ราวกับฝูงหมาป่าที่ออกล่ากันเป็นฝูงก็ไม่ปานพวกเขาเหล่านี้ต่างคอยเป็นห่วงเป็นใยและสอดส่องดูแลเหล่าเพื่อนพ้องเป็นอย่างดีเหล่าคนที่เสียชีวิตก็ถูกหน่วยที่คอยปฐมพยาบาลลากตัวไปยังที่รถโดยไม่ให้ตกหล่นแม้แต่คนเดียว

     

            แตกต่างจากเหล่าลูกน้องของสมิธพวกเขาหนีถอยคอยยิงจากด้านบนเพียงอย่างเดียว แล้วตกตายตามกันไปไม่อาจทานทนการโจมตี

     

            ไดจิไม่น้อยหน้าไปกว่าลูกน้องเขาเคลื่อนไหวในแนวราบ วิ่งเข้าซัดตัดสังหารเหล่าศัตรูรวดเร็วไร้ที่ติลูกสมุนที่อยู่ที่นี่ของแก๊งวัวคลั่งได้ตกตายไปจนเกือบหมดสิ้นแล้วซากศพต่างนอนตายอยู่ในจุดต่างๆ จนเกิดเป็นภาพที่น่าใจหาย

     

            บรื้นนน!รถยนต์ขนาดใหญ่เร่งเครื่องเสียงดัง วิ่งปัดดินโคลนกระเด้งตามความแรงของรอบ

     

            “เป้าหมายเข้าถึงรถแล้ว”ไดจิหันตามเสียงที่ได้ยิน ก่อนพบว่าไอแซกหายไปจากด้านหลังแล้ว

     

            “ตามอยู่!”เสียงลมเสียดสีกันดังตามคำพูดของไอแซก

     

            ชายหนุ่มคาดเดาไว้ก่อนแล้วว่ามันจะเกิดขึ้นเช่นนี้เขาวิ่งอ้อมตัดเนินไปตามทางด้วยความเร็วปานหมาป่าวิ่งล่าเหยื่อ

     

            ไอแซกวิ่งดักทางแล้วหยุดยืนมองรถของสมิธที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้เขากระชับดาบในมือแน่น พลังวิญญาณขับให้ดาบงอกยาวขึ้นหลายเมตร

     

            กระบวนท่าสังหารถูกเปิดใช้เขาง้างดาบขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะฟาดลงเป้าหมาย ออร่าซอร์ด

     

            ดวงตาของสมิธกับลูกน้องเบิกกว้างด้วยความตกใจพร้อมกับรถถูกแยกออกจากกันไปสองด้านแล้วกระแทกเข้ากับต้นไม้ทั้งสองข้างทางจนเกิดเสียงดังตามความเสียหาย

     

            สมิธคลานออกจากซากรถที่ถูกแยก “แค่กแค่ก!” เขาก็สำลักเลือดตัวเองอยู่กับพื้น

     

            ตึก! ตึก!เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังดังเข้ามาในสมองของเขาจนสมิธต้องเงยหน้ามองไปยังคนนั้น

     

            “ใครสั่งให้แกปล้นธนาคาร”

     

            “เหอะ! คาดหวังอะไรของแกถึงตายข้าก็ไม่มีวันพูด” รอยยิ้มของสมิธเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

     

            “ตายงั้นเหรอ ง่ายไปมั้ง!”