จางหลี่แทบจะคลั่งเมื่อได้ยินเพื่อนที่เคยเรียนมาด้วยกันพูดแบบนั้น
หมอนี่สมัยก่อนเป็นอันธพาลเลือดร้อน เรียนไม่จบเพราะซ้อมคู่อริจนต้องเข้าโรงพยาบาล
ภายหลังใช้ชีวิตแบบหมาข้างถนน กระทั่งแม่ของเธอขอร้อง จางหลี่จึงใช้เส้นสายตัวเองให้เฉียวเจิ้นอวี่เข้าทำงานที่นี่
หมอนี่ไม่ใช่คนดีอย่างเห็นได้ชัด เป็นคนโง่และโง่มาก
ผู้หญิงอย่างซ่งจื่อจิงไม่สามารถไปมีเรื่องด้วยได้ ทำไมถึงไม่เข้าใจ
“เฉียวเจิ้นอวี่ ขอโทษคุณซ่งเดี๋ยวนี้ หรือว่านายอยากตกงานฮะ!” จางหลี่กัดฟันกรอด จ้องตาเพื่อนสมัยเรียนถมึง
“ตกงานก็ตกงานสิ แต่ผู้หญิงแบบนี้ฉันไม่มีวันขอโทษเด็ดขาด!” เฉียวเจิ้นอวี่เย้ยหยันพลางส่งสายตาเชือดเฉือนให้ซ่งจื่อจิง “นอกจากนั้นฉันไม่ได้ทำอะไรผิด เมื่อครู่ก็แค่ช่วยจางหลี่ หรือว่าไม่จริง ทุกคนเองก็เห็นเหมือนกันนี่นาใช่ไหม”
กลุ่ม รปภ ไม่กล้ามองหน้าเฉียวเจิ้นอวี่ ซึ่งนั่นทำให้เขาโกรธ
ไอ้พวกขยะ!
“ไอ้พวกสุนัขเอ้ย พวกมึงนี่มันชั้นต่ำจริงๆ!” เฉียวเจิ้นอวี่ด่าในใจ พลางลูบแหวนตะขาบสีดำบนนิ้วชี้ซ้าย
ก่อนหน้านี้ไม่นานเขายังเป็นแค่คนธรรมดา แต่เมื่อได้รับแหวนตะขาบสีดำร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้น เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขากล้าแข็งข้อ จนไม่เห็นหัวใครในบริษัท
“ช่างเถอะ แต่อย่าให้มีครั้งต่อไปก็แล้วกัน ไม่งั้นฉันไล่นายออกแน่!” ซ่งจื่อจิงยอมถอยมาก้าวหนึ่ง ไม่สิความจริงหล่อนรู้สึกกลัวต่างหาก ยามที่มองดวงตาของชายหนุ่มคนนี้ มันทำให้เธอรู้สึกคล้ายถูกคุณหลินจ้องมอง
“ขอบคุณคุณซ่ง” จางหลี่ก้มศีรษะแล้วสะกิดแขนเฉียวเจิ้นอวี่ แต่เขากลับไม่สนใจ ผิวปากแล้วเดินวางท่าเหมือนกับที่นี่เป็นบริษัทตัวเอง
จางหลี่กระทืบเท้าด้วยความโกรธ แต่ต้องจนด้วยเกล้า ตอนนี้เรื่องที่สำคัญคือผู้บริหารคนใหม่ ซ่งจื่อจิง
................
อย่างรวดเร็วซ่งจื่อจิงเข้ามาในห้องประชุม
ภายในห้องค่อนข้างกว้างขวาง โต๊ะตัวยาวสีดำและมีเก้าอี้มากกว่ายี่สิบตัว
มีพวกตาแก่นั่งรออยู่ก่อน โดยหนึ่งในนั้นคือคังต้วนคนที่โทรหาหลินอู๋เฉิน
จางหลี่เริ่มแนะนำอีกฝ่าย สำหรับคังต้วนค่อนข้างระมัดระวังตัวสูง โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร นี่มันก็แค่ไม้ประดับของตระกูลซ่งไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณหลินกล้าให้บริหาร เขาไม่กลัวบริษัทเจ๊งหรือไง
ซ่งจื่อจิงนั่งลงตำแหน่งประธาน กวาดสายตามองกลุ่มคนครู่หนึ่ง ตามด้วยรอยยิ้มกล่าว “ถึงพวกคุณจะเป็นผู้ถือหุ้น หรือผู้บริหารก็ตาม คำสั่งของฉันคือที่สุด ที่นี่ฉันใหญ่สุด มีใครจะคัดค้านไหม”
“ไม่มี ไม่มีอยู่แล้ว พวกเราตกลงกันก่อนหน้านี้ว่าคุณจะเป็นผู้กำหนดทิศทางฉินกรุ๊ปฯ จากนี้ไป พวกเราจะฟังคำสั่งของคุณ” คังต้วนกัดฟันตอบ
ต่อหน้าผู้หญิงไร้ราคาถ้าหากไม่ถูกสนับสนุนโดยตัวตนแข็งแกร่ง ก็ไม่อยากสุภาพด้วย
“ดี! แบบนี้สิดี ค่อยง่ายขึ้นหน่อย ฉันจะได้ไม่ต้องตบใครอีกเป็นครั้งที่สอง” ซ่งจื่อจิงดูผ่อนคลายลง ไม่สิกำลังยิ้มหยันอยู่ต่างหาก
สำหรับเรื่องที่เธอทำข้างล่าง มีใครบ้างไม่รู้
แต่อย่างใดก็ตามด้วยการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง ตัวตนของซ่งจื่อจิงจึงไม่สามารถแตะต้องได้
“เธอเป็นเลขาของประธานคนก่อนสินะ” ซ่งจื่อจิงเหลือบมองจางหลี่
หญิงสาวเมื่อถูกถามก็พยักหน้า ยิ้มให้สวยที่สุด “ใช่ค่ะ ฉันเป็นเลขาของประธานฉินหยูฝาน”
เมื่อฉินกรุ๊ปฯ ถูกเปลี่ยนมือ ประธานถูกปลด เลขาอย่างเธอก็เหมือนกับเรือน้อยกลางคลื่นลม
ถ้าหากโดนไล่ออกก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าก่อนหน้านี้เธอพยายามทำดีกับซ่งจื่อจิงมากแค่ไหน
“ต่อจากนี้เธอเป็นคนของฉัน ปฏิบัติกับเจ้านายคนเก่ายังไงก็ปฏิบัติกับฉันอย่างนั้น อ้ออีกอย่าง...งานทุกอย่างเธอจัดการนะ”
“เอ่อ...ได้ค่ะ” จางหลี่ดีใจจนเนื้อเต้น แต่คำพูดต่อมาก็ทำให้เธอระมัดระวังตัว
”แต่...มีข้อแม้ ไม่รู้ว่าเธอจะทำได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ก็ลาออกไปซะ หรือจะให้ฉันไล่ออก”
“ได้ค่ะ ไม่ว่าจะงานแบบไหนฉันก็ทำได้ทั้งนั้น คุณซ่งโปรดบอกมาได้เลย”
“ใครบอกให้เธอเรียกชื่อฉัน เรียกฉันว่าประธาน!” ซ่งจื่อจิงลุกขึ้นยืน ตามด้วยตบแก้มเลขาสาวจนหน้าหัน
เหตุการณ์แบบนี้เพิ่งเคยเกิดขึ้นในที่ประชุม แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
ทุกคนทำได้เพียงก้มหน้าลง ไม่อยากเข้าไปสอดเพราะเดี๋ยวปัญหาจะตามมา
“เข้าใจแล้วค่ะ ท่านประธาน!” จางหลี่จับแก้มตัวเอง
ใจเธอโกรธถึงขีดสุด แต่ต้องอดทนไว้เพราะงานมันหายาก อีกอย่างที่นี่ก็เงินดี
ซ่งจื่อจิงพยักหน้าพึงพอใจ จากนั้นการประชุมก็ดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ
..........
Ferrari Portofino M มุ่งหน้าสู่บ้านพักติดทะเลสาบมูลค่า 20 ล้านหยวน
ระยะห่างจากมหาลัยมาที่นี่มากกว่า 30 กิโลเมตร ไม่ถือว่าไกลเกินไปแต่ถ้าเป็นในช่วงเวลาเร่งด่วนที่รถติดหนัก ก็อาจไปสายได้
เนื่องจากเป็นรถหรู รปภ หน้าบ้านพักจึงไม่กล้าแสดงตัวดูถูก
พวกเขาเคารพนอบน้อมเหมือนกับสุนัข เมื่อยืนยันตัวเสร็จก็ปล่อยให้รถขับผ่านเข้าไป
ภายในแถบบ้านพักมีการจัดวางเป็นระเบียบด้านโครงสร้าง ไม่รกระเกะระกะแบบหมู่บ้านราคาถูก นอกจากนั้นถนนยังกว้างขวาง ขับรถเข้าออกสบายไม่ต้องกลัวเบียดฟุตบาท
อย่างรวดเร็วหลินอู๋เฉินขับรถมาถึงบ้านตัวเอง มันตั้งอยู่ติดกับทะสาบหงถิงด้านหลัง เป็นวิวสวยๆ สำหรับคนรวย
ลงมาจากรถเสร็จชายหนุ่มเริ่มสำรวจบ้าน ที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าป่านหลงวิลล่าอย่างเห็นได้ชัด
โรงจอดรถจอดได้สี่คัน มีบ่อน้ำพุเล็กๆ หน้าบ้าน สนามหญ้า พอเดินผ่านตัวบ้านทะลุถึงด้านหลังจะพบกับสระน้ำขนาดเล็ก ถัดไปเป็นทะเลสาบหงถิง มองเห็นเรือโบราณกำลังพายโดยชายสวมชุดจีนโบราณ นอกจากนั้นยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่ที่นั่น
“เป็นที่ที่ดีจริงๆ ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าบ้านพักราคา 30 ล้านหยวนของที่นี่เป็นยังไง” หลินอู๋เฉินนั่งลงที่ข้างสระน้ำ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด'เว็บเทพบรรพกาล'เข้าไปในกระทู้ซื้อขาย หาบ้านพักติดทะเลสาบหงถิง
“เดี๋ยวนะบ้านหลังนี้มัน...มีหลังเดียวแถมยังใหญ่ที่สุด ใกล้ทะเลสาบหงถิงที่สุดงั้นเหรอ?”
หลินอู๋เฉินจำได้ว่าบ้านของที่นี่แพงสุดคือ 30 ล้านหยวน
ส่วนที่เขาได้จากซ่งซือเจียงก็แค่ 20 ล้านหยวน ดังนั้นเมื่อเห็นว่ามีหลังที่แพงกว่าเขาจึงค่อนข้างสนใจ
'บ้านพักติดทะเลสาบหงถิง เป็นบ้านสไตล์จีนโบราณ มีสามชั้นและโรงจอดรถขนาดใหญ่ สระน้ำ ภูเขาจำลองน้ำตก ภายในประกอบไปด้วยห้องฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ ห้องทานอาหาร ห้องอาบน้ำ ห้องครัว ห้องชมภาพยนตร์ ฯลฯ ราคา 5000 เหรียญ'
“ถูกขนาดนี้ไม่ซื้อก็บ้าแล้ว” หลินอู๋เฉินไม่คิดให้เสียเวลา ก็แค่เงิน 500 หยวน แลกกับบ้านหลังใหญ่ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในหงถิง แล้วทำไมเขาถึงไม่ซื้อ
เมื่อกดคำสั่งซื้อ ระบบบอกว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 1 นาที โปรดรอรับพัสดุหน้าบ้าน...
.......
ณ สำนักงานบ้านพักติดริมทะเลสาบหงถิง
ไป๋จิงถิงผู้จัดการสาวคนสวยสูง 1.70 เมตร ใบหน้ารูปแตง ผมถูกปล่อยลงมาด้านข้างเปิดใบหูด้านซ้ายสวยหวาน สวมชุดสูททางการ กำลังนั่งอยู่ในสำนักงาน พร้อมสำหรับออกไปต้อนรับลูกค้าทุกเมื่อ
ในขณะนั้นเองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอได้เคลื่อนไหว
หลังจากเหลือบมองได้ครู่หนึ่ง ดวงตาเธอถึงกับเบิกโพลง
ขณะเดียวกันชายคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามา พร้อมกับกล่าวว่า “ไป๋จิงถิง มีใครบางคนซื้อบ้านหลังที่ใหญ่ที่สุดในราคา 50 ล้านหยวนแล้ว!”
“ค่ะเจ้านาย ฉันเองก็เพิ่งเห็นเมื่อครู่” ไป๋จิงถิงตอบ คนที่เข้ามาโดยไม่เคาะประตูไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือหัวหน้าสำนักงานของเธอ ต้าโหว
“ใช่ วันนี้นี่มันอะไรกัน ชายชราจากตระกูลซูจะเดินทางมาเปิดบ้าน ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนที่ซื้อบ้านราคา 50 ล้านหยวนที่ใหญ่ที่สุดของเราเหรอ” ต้าโหวเริ่มคิดไปไกล ถึงขั้นเริ่มวางแผนไปพบหน้าชายชราด้วยตัวเอง
ไป๋จิงถิงเหลือบมองดูข้อมูลของผู้ซื้อ “ไม่น่าใช่นะคะ ผู้ซื้อชื่อว่าหลินอู๋เฉิน อายุ 20 ปี”
“เอ๋...ไม่ใช่เหรอ” ต้าโหวดูค่อนข้างผิดหวัง “แล้วหลินอู๋เฉินเป็นใคร เขาเคยซื้อบ้านของเราบ้างหรือเปล่า”
“สักครู่นะคะ” ไป๋จิงถิงพิมพ์บางอย่างลงบนคีย์บอร์ดไม่นานข้อมูลก็ปรากฏ “หลินอู๋เฉินไม่เคยซื้อบ้านของเรา แต่เขาอยู่ในรายชื่อผู้ได้รับโอนบ้านจากคนอื่น ดูเหมือนจะเป็นตระกูลซ่ง”
“ตระกูลซ่ง...” ต้าโหวพึมพำเสียงเบา
“ยังไงก็เถอะ ถึงชายชราจากตระกูลซูจะไม่ได้ซื้อบ้านหลังที่ใหญ่ที่สุด แต่บ้านราคา 30 ล้านหยวนก็ไม่ใช่น้อยๆ นี่ไป๋จิงถิง รีบเตรียมตัวเร็วเข้าเราจะไปต้อนรับพวกเขากัน”
“ค่ะหัวหน้า”
ทั้งสองชึ้นรถเก๋งราคาไม่กี่แสนหยวนออกไปต้อนรับ
ถึงแม้รถจะเป็นแบรนด์ฝั่งตะวันตก แต่ต่อหน้าชายชราตระกูลซูก็งั้นๆ ไม่มีค่าคู่ควรให้กล่าวถึง
ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงที่นัดหมาย
มีรถหนึ่งคันจอดอยู่ พวกเขากำลังเปิดประตูรถลงมา มีด้วยกันสี่คน หนึ่งในนั้นเป็นบอดี้การ์ดทำหน้าที่ขับรถ
“คุณซูสวัสดีครับ ผมเป็นผู้ดูแลบ้านพักริมทะเลสาบหงถิง ต้าโหวยินดีรับใช้ครับ”
แต่ก่อนที่ชายชราตระกูลซูจะตอบสนอง ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายเขาได้กล่าวขึ้นว่า “เดี๋ยวนะ มันไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ที่สุดนี่นา ทำไมถึงเป็นงั้นล่ะผู้เฒ่าซู”