เมื่อสิ้นประโยคของสเตรียด ทั้งห้องก็เงียบสงัดราวกับป่าช้า
“สเตรียดคุงพอได้แล้ว!”
เซเรียพูดเสียงโกรธ
เซเรียพยายามเงียบมาโดยตลอดเธอไม่อยากให้ริโอะโดนแกล้งมากกว่าเดิมถ้าคนอื่นเห็นว่าเธอให้ท้ายเขาแต่ดูเหมือนมันจะเริ่มเลยเถิดไปไกลกว่าที่คิดซะแล้ว
“อาจารย์เข้าข้างมัน?”
ใบหน้าสเตรียดเคลือบด้วยแรงโทสะ
“เธอเป็ขุนนางนะ เลิกเชื่อข่าวลือมั่วๆ แล้วรังแกคนอื่นได้แล้ว!”
น้ำเสียงของอาจารย์สาวไม่เจือการล้อเล่นเลยสักนิด
“เราต้องจัดการก่อนที่มันจะก่อเื่สิครับมันจีบอาจารย์ด้วยใช่ไหม? ผมได้ยินมา”
สเตรียดตอกกลับเซเรียซ้ำ
“อาจารย์ไม่มีทางยอมให้เขาทำตัวน่าเกลียดแบบนั้นที่นี่หรอก”
เสียงใสที่เคยอ่อนหวานพูดซ้ำอย่างหนักแน่น
สเตรียดยอมแพ้ในคำพูดประกาศิตของเซเรีย
“ถ้าอาจารย์พูดแบบนี้ละก็...”
ถึงปากจะบอกเซเรียในเชิงว่ายอมรามือแต่ดวงตาของเขากลับจ้องมองริโอะแล้วพูดทิ้งท้ายไว้
“จำใส่หัวเ้าไว้นะไอ้ขี้ข้า!ตระกูลยุกโนของข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!”
“ไม่ลืมแน่ครับ”
ริโอะตอบแล้วก็ก้มหัวให้เซเรียครั้งหนึ่งก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ
...
เช้าของวันฝึกนอกสถานที่
ณ ป่าเขาซึ่งใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงจากนครหลวงโดยเครื่องบินเวทมนตร์
เหล่านักเรียนในชุดเครื่องแบบพร้อมอาวุธในมือกำลังรวมตัวกัน
“อาจารย์จะขอเริ่มอธิบายรายละเอียดของการฝึกในครั้งนี้”
แต่ละทีมจะมีสมาชิกทั้งหมด 10 คน
ทีมของริโอะประกอบไปด้วยริโอะ อัลฟรอนส์ คริสติน่า โรอาน่า ฟลอร่าสเตรียด และเด็กคนอื่นๆ อีก 4 คน หัวหน้าทีมคือ อัลฟรอนส์ โลดัน
พวกเขาทั้ง 10 กำลังจับกลุ่มเพื่อวางแผนกันอยู่
“การฝึกครั้งนี้จะจำลองว่าเราอยู่ในประเทศที่กำลังถูกศัตรูรุกรานกำลังคนของเรามีน้อยกว่าศัตรูมาก เมื่อหยุดศัตรูได้สำเร็จต้องรีบหนีออกจากที่นี่โดยไม่ให้ศัตรูจับเราได้จบตรงที่เราต้องทะลุผ่านูเาลูกนี้ไป”
อัลฟรอนส์อธิบายพลางยื่นแผนที่ให้สมาชิกในดู
“หากพวกเรายังไม่ถึงอีกฟากของูเาก่อนตะวันตกดินวันนี้เราจะถูกหักคะแนน ยิ่งถึงเร็วเท่าไรยิ่งได้คะแนนเยอะตามไปด้วย”
คะแนนจากการฝึกครั้งนี้ ไม่มีผลต่อการเรียนจบ หากได้คะแนนดีโอกาสที่จะได้เข้าเป็อัศวินสังกัดวังหลวงก็จะมีมากขึ้น
“ตามนี้นะ เราต้องถึงก่อน่บ่ายให้ได้”
อัลฟรอนส์พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
“เดี๋ยวนะ ถ้าที่นี่เป็เส้นทางปกติก็คงไม่ยาก แต่ป่าเขาแบบนี้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสัก 2 เท่าของการเดินทางในที่ปกติ ไม่ทันแน่”
โรอาน่าโต้แย้งด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ไม่ต้องห่วงนะคุณหนูโรอาน่า ข้ารู้จักเส้นทางที่ใกล้ที่สุดพวกเราถึงก่อนใครแน่”
อัลฟรอนส์ยิ้มอย่างผู้มีชัย
“หมายความว่ายังไง? เราเพิ่งรู้ว่าจะจัดฝึกที่นี่เมื่อวานนี้เองนะ”
โรอาน่าไม่เข้าใจ
“อัศวินบ้านข้า อดีตเขาเคยเป็นักผจญภัยบังเอิญว่าเขารู้จักภูมิภาคแถบนี้ เขาเลยบอกทางให้พี่อัลฟรอนส์”
สเตรียดที่เงียบฟังมาโดยตลอด พูดขึ้นอย่างภูมิใจ
“ถูกต้อง รู้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง คะแนนดีๆ เสร็จเราแน่!”
พูดแล้วอัลฟรอนส์ก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“แบบนี้ก็โกงน่ะสิ!”
โรอาน่าทำหน้ามุ่ย
“ข้อมูลลอยๆ แบบนั้นจะเชื่อได้ยังไงกัน?”
คริสติน่าออกความเห็นด้วยน้ำเสียงเ็า
อัลฟรอนส์มีสีหน้าไม่พอใจเมื่อได้ฟังจากองค์หญิง
“อย่ากังวลพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเทียบแผนที่ของทหารนายนั้นกับที่เราได้รับมาจากอาจารย์ดูแล้วเชื่อถือได้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
สเตรียดตอบแทนอัลฟรอนส์ที่เริ่มมีสีหน้าลังเลใจ
“...ถ้าใช้เส้นทางเก่าพวกนั้นแล้วเจอมอนสเตอร์หรือผีร้ายจะทำยังไง?”
คริสติน่าหรี่ตาลงแล้วหยั่งเชิงอัลฟรอนส์
“เราตรวจดูรอบๆ บริเวณนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ กฎคือเราต้องหนีจากศัตรูจะใช้เส้นทางเก่าๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
อัลฟรอนส์ตอบหวาดๆ
“ได้ ฝากเป็หน้าที่หัวหน้าอย่างเ้าเลยก็แล้วกัน”
คริสติน่ายอมแพ้ ถึงเธอจะมีศักดิ์เป็ถึงองค์หญิง
แต่ในการฝึกครั้งนี้ย่อมเท่าเทียม อำนาจในการตัดสินใจต้องตกเป็ของผู้นำทีม
“ปล่อยให้เป็หน้าที่กระหม่อมเถิดกระหม่อมสัญญาว่าจะทำให้ทีมของเราได้คะแนนสูงที่สุดในชั้นเรียนให้ได้พ่ะย่ะค่ะ”
อัลฟรอนส์ถอนหายใจแล้วค้อมศีรษะลง
แล้วทั้งทีมก็เดินเรียงแถวกันเพื่อฝึกซ้อมเตรียมรับศัตรูอีกรอบก่อนออกเดินทางจริง
“เฮ้ย ริโอะ!เป็เกียรติของเ้านะที่ข้าอุตส่าห์มอบหมายงานให้คนไม่เอาไหนอย่างเ้าทำไปขนของมา!”
พูดแล้วอัลฟรอนส์ก็ส่งสายตามองไปยังสัมภาระที่อยู่ห่างไปไม่มาก
ที่นั่นมีกระเป๋าเป้ขนาดใหญ่ และกระเป๋าสะพายข้างวางอยู่
ดูจากขนาดแล้วข้างในคงจะมีของใช้ในการฝึกครั้งนี้อัดแน่นเต็มไปหมดแน่นอน
น้ำหนักขนาดนี้จะให้ถือคนเดียวคงไม่ไหวแน่ แต่ริโอะเถียงไม่ได้จึงตอบไปเพียงว่า
“รับทราบครับ”
ริโอะยอมรับอย่างว่าง่าย
ริโอะแอบใช้พลังเวทเพิ่มกำลังกาย หากไม่ใช่หลังเขาต้องหักก่อนแน่
เขาใช้แค่พลังเวทไม่ได้ใช้เวทมนตร์จึงไม่ปรากฏสัญลักษณ์ออกมาให้ใครเห็น
ไม่มีใครสังเกตว่าเขาใช้พลังเวทช่วยด้วยซ้ำ
เสียงใสเล็กๆ เสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง
“เอ่อ....ไหวไหมคะ? แบกคนเดียวแบบนี้หนักนะ”
องค์หญิงฟลอร่าผู้ใสซื่อนั้นเอง
เื่นี้เหนือคาดมากเด็กชายแปลกใจเล็กน้อยที่คนเข้ามาถามคือฟลอร่า
ฟลอร่าอายุน้อยกว่าพวกริโอะแค่ 1 ปีแต่เธอเคยคุยกับริโอะในโรงเรียนเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
คือตอนที่เธอกล่าวขอบคุณริโอะหลังจากจบเื่เหตุการณ์ลักพาตัว
หลังจากนั้นริโอะก็รู้สึกหลายครั้งว่าถูกแอบมอง แต่เธอไม่เคยเข้ามาคุยด้วยเลยจนตอนนี้เนี่ยแหละ
“ให้ข้าช่วยถือไหม?”
ฟลอร่าเสนอความช่วยเหลือแก่ริโอะ
“ไม่เป็ไรพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมถือไหวขอบพระทัยที่ทรงกรุณาสามัญชนอย่างกระหม่อม”
ริโอะยิ้มปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ทั้งๆ ที่ประเทศเบลต์ลัมต์เต็มไปด้วยพวกชอบเหยียดหยามแต่ฟลอร่ากลับมีจิตใจดีงาม ดังดอกดอกไม้อันบอบบางในดงหนามแหลมที่พร้อมจะทิ้งแทงตลอดเวลาที่เราเอื้อมมือไปัั
เธอถูกเลี้ยงดูอุ้มชูมาราวกับไข่ในหินเธอจึงไม่รู้ตัวว่าการกระทำของตัวเองส่งผลต่อคนรอบข้างเช่นไรบ้าง
ริโอะจะรับความช่วยเหลือจากฟลอร่าลงได้ยัง
ขืนตอบตกลงไปพวกคนอื่นๆ ต้องด่าเขาแน่ๆ แถมน้ำหนักขนาดนี้ฟลอร่าก็คงจะแบกไม่ไหวแน่
ขอรับไว้แค่ความรู้สึกแล้วกันนะองค์หญิง
ทันใดนั้น
“องค์หญิง! อย่าเสวนากับไพร่เชียวเดี๋ยวจะติดเชื้อไม่ดีมาด้วยหรอกพ่ะย่ะค่ะ”
อัลฟรอนส์เห็นเหตุการณ์ จึงพูดจาเสียดสีริโอะ
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ใช้แรงงานคือหน้าที่ของพวกไพร่อยู่แล้วอย่าได้เห็นใจ”
สเตรียดพูดแล้วพยายามแยกให้ทั้งสองอยู่ห่างจากกัน
ริโอะโค้งให้ฟลอร่าทีหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เดินแยกห่างออกมา