ในตอนเช้าขจรก็ได้ไปดูที่ดินกับ ผู้จัดการชิน แต่พอจะเข้าไป ก็มีตำรวจกับรถมูลนิธิมากันเต็มไปหมด มีผู้กองนพพร ยืนอยู่กับจ่าแบล็ค มองเจ้าหน้าที่มูลนิธิ นำศพที่ตายเกลื่อน มาทำการห่อผ้า เพื่อขนย้ายไปเก็บที่โรงพยาบาล
“ เกิดอะไรขึ้นครับ”
“ แล้วคุณมาทำไมที่นี่?”
“ ที่ดินแปลงนี้ผมเพิ่งประมูลมาเมื่อวานนี้”
“ โอ้ นี่ท่านชายมอบที่ดินแปลงนี้ให้คุณแล้ว?”
“ ครับ”
“ เมื่อประมาณตี 3 มีคนขับรถผ่านแถวนี้ ได้โทรแจ้งว่า มีเสียงปืนและระเบิด ดังขึ้น ที่ สวนสนุกร้างแห่งนี้ พอเรามาตรวจสอบ ก็พบคนตายเป็นชาวต่างชาติ และคนไทยบางส่วน ทุกคนน่าจะเป็นทหารรับจ้าง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมพวกเขาถึงได้ลงมือฆ่ากันจนตายแบบนี้”
ขจรมองไปที่ซากศพแต่ละคนล้วนถูกยิงตาย ด้วยกระสุนปืน บางคน ร่างกายแหลกเหลว จากระเบิด ตายกันมากกว่า ห้าสิบคน น่าแปลก พวกมันเข้ามาทำอะไรในนี้
“ ผมขอตัวสักครู่”
“ คุณจะไปไหน ตอนนี้ที่นี่เป็นพื้นที่ควบคุม คุณกลับบ้านไปก่อนดีกว่า”
“ ไม่ต้องห่วง ผมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหลักฐานแน่ ผมจะไปคุยกับเจ้าที่ ผู้กองอยากไปด้วยกันไหม”
ผู้กองนพพร ถึงกับถอยหลังโบกมือให้ขจรไปเอง
“ ผมมีงานที่ต้องทำ คุณไปเองเถอะ หากมีเบาะแสคนร้ายค่อยบอกกับผมก็แล้วกัน”
ผู้จัดการชินพาขจรมาที่ศาลเจ้าที่ ของ สวนสนุกร้างแห่งนี้ ซึ่งเป็นศาลพระพรหมสี่หน้า ตั้งอยู่กับ ศาลปู่ย่า คนละหลังกัน แต่ว่า รูปปั้นพระพรหมสี่หน้านั้น หายไปแล้ว เหลือแต่ศาลเปล่าๆ เท่านั้น
ขจรมายืนตรงหน้าศาลปู่ย่า ที่ตอนนี้มีแต่เศษซากถ้วยชา กระถางธูปแตกหัก ขี้ถูปแตกกระจายไปทั่วพื้น ดอกไม้แห้งตกอยู่รอบๆ ศาล มอบไปรอบๆ สัมผัสได้ถึงวิญญาณมากมาย หามีใครเป็นผีเจ้าที่ไม่
“ คุณชายเห็นอะไรบ้างหรือเปล่าครับ” ผู้จัดการชินเอ่ยอย่างหวาดหวั่น
“ ที่นี่ไม่มีผีประจำศาล มีแต่พวกสัมภเวสี อยู่เต็มไปหมด ผมไม่รู้ว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น เพราะสัมภเวสีพวกนี้ ไม่สามารถคุยรู้เรื่องได้ ดูเหมือนพวกมันจะไม่มีความทรงจำเหลืออยู่แล้ว”
“ แล้วเราจะเอายังไงต่อดีครับ นิมนต์พระมาช่วยสวดไล่วิญญาณพวกนี้ไหม?”
“ ไม่ต้อง เรื่องนั้นผมก็ทำได้ แต่ผมอยากรู้ ประวัติที่สวนสนุกร้าง มากกว่านี้ ดูเหมือนว่า ที่นี่น่าจะเคยมีเหตุการณ์ที่คนตายเป็นจำนวนมากนะครับ”
“ ครับ เดี๋ยวผมจะให้คนที่ชำนาญเรื่องนี้ตรวจสอบให้ครับ”
ขจรเดินต่อไปเข้าไปในตึกของที่ทำการสวนสนุกแห่งนี้ แต่ไม่ทันได้เข้าไป ผู้จัดการชินก็เข้ามารายงานว่า
“ ได้เรื่องแล้ว”
“ ว่า”
“ เมื่อสิบปีก่อน มีการแสดงโชว์กายกรรมในโดมขนาดใหญ่ ที่สร้างจากผ้าใบ วันนั้นอยู่ๆ ก็เกิดเพลิงไหม้ คนที่อยู่ด้านใน เกือบห้าร้อยคนมีคนตายมากกว่าครึ่ง มีข่าวลงหนังสือพิมพ์อยู่แค่วันเดียว เรื่องก็เงียบ เจ้าของเป็นชาวอเมริกัน แต่ข่าววงในบอกว่า เขาเป็นสายลับซีไอเอของอเมริกา ที่แฝงตัวมาอยู่ที่เมืองไทย จึงสามารถบีบบังคับให้รัฐบาลสมัยนั้น ห้ามออกข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“ บางทีในนี้อาจมีความลับที่พวกซีไอเออเมริกันซ่อนอยู่ พวกมันถึงได้ต้องการซื้อที่ดินกลับคืนไป แต่ว่า แล้วพวกอังกฤษ กับ ฝรั่งเศสมาเกี่ยวอะไรด้วย”
ผู้จัดการชินได้แต่ส่ายหน้า ขจรพยายามมองหาวิญญาณของคนตายไปเมื่อคืน แต่ทว่าก็หามีไม่ บางทีพวกมันอาจถูกดูดลงนรกไปหมดแล้วก็ได้
ขจรเดินสำรวจอาคารที่ตอนนี้มีทั้งหมด 4 อาคาร เป็นที่เก็บของสองอาคารและมีอาคารสำนักงาน อีก 2 อาคาร แต่ไม่ทันสำรวจข้างใน ก็มีเสียงมือถือดังขึ้นมาจาก ผู้จัดการชิน
“ ท่านทูตอเมริกา ติดต่อมาเองเลยหรือครับ ได้ครับ ผมจะบอกคุณชาย”
ขจรได้ฟังก็รู้สึกแปลก
“ ท่านชายโทรมาครับ ว่าท่านทูตอเมริกา อยากขอซื้อที่ดินคืน ในราคาสองเท่าที่เราประมูลได้”
ขจรเองถึงกับแปลกใจ ไม่คิดว่า ท่านทูตอเมริกา จะมาพูดด้วยตัวของท่านเอง แสดงว่า มันต้องมีความลับบางอย่างอยู่ในที่ดินแปลงนี้แน่
“ ผู้จัดการชินกลับไปก่อน ขอผมตรวจสอบอีกสักครู่แล้วค่อยกลับไป”
“ ได้ครับ”
“ ท่านหินเจ้าปัญญา ที่นี่ต้องมีห้องลับแน่ๆ ผมจะหาห้องพวกนี้ได้อย่างไร”
“ เจ้าอสรพิษน้อย นั่นไง ประสาทสัมผัสของมันเร็วกว่า มนุษย์ทั่วไปหลายสิบเท่า”
ขจรนำเจ้างูน้อยออกมา
“ อสรพิษน้อย ช่วยข้าหน่อย แถวนี้มีทางเข้าห้องลับตรงไหนบ้าง”
เจ้างูน้อย พุ่งตัวพริ้วกายเข้าไปในตึก ขจรก็รีบตามไปอย่างกระชั้นชิด จนเจ้างูน้อย
มาหยุดที่พื้นห้อง มันวนรอบๆ คล้ายกับบอกว่า ข้างล่างมันมีบางอย่างอยู่
ขจรเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วนำดาบออกมา แล้วฟันลงไปที่พื้น ทันใดนั้นเอง แผ่นพื้นปูน ก็แตกออกเป็นสองส่วน เผยให้เห็นประตูเหล็กที่มีกุญแจล็อคเอาไว้ ขจรไม่รอช้า ใช้มือปล่อยพลังปราณออกไปแล้วบิดมันออกมาทันที
เขาเดินลงไปชั้นล่าง ก็พบว่าด้านในเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ แต่ว่าไม่มีสิ่งใดเป็นหลักฐานเหลืออยู่ มีแต่เศษซากกระดูกมากมาย ทิ้งเอาไว้ เท่าที่สังเกตชุดที่ยังคงอยู่เป็นชุดนักวิทยาศาสตร์มากกว่า มองแล้วพวกเขาได้ตายมาไม่นานมานี่เอง แต่ว่าพวกเขาตายได้อย่างไร ขจรเดินเข้าไปในชั้นใต้ดินอีกชั้น แต่พอลงไปก็ได้กลิ่นคล้ายกลิ่นก๊าซมันคงเป็นก๊าซพิษ ที่มนุษย์ทั่วไปหากได้กลิ่นนี้ต้องตายแน่ๆ ขจรได้ใช้พลังเกราะเพชรป้องกันเอาไว้
ทำให้เขาสามารถลงไปชั้นใต้ดินได้ พอลงเข้าไปก็กลับพบซากสิ่งมีชีวิตบางอย่างตั้งอยู่ตรงกลางลานชั้นใต้ดิน
เจ้าซากสัตว์โบราณตัวนี้มีหัวโผล่ขึ้นมา หน้าตาของมันคล้ายกับสิงโตแต่มีเขาเหมือนกระทิง แม้ว่ามันจะตายมาหลายล้านปีแล้ว แต่ยังคงมีการแพร่พิษออกจากตัวของมันออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ มันคือตัวอะไรครับเนี่ย”
“ มันคือ กิเลนไฟ หัวมันเหมือนสิงห์แต่ลำตัวมันเหมือนงูยักษ์ เป็นสัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในจักรวาลนี้ แล้วมันมาอยู่ได้อย่างไร เจ้าตัดเขาของมันกลับไปเก็บเอาไว้ ในมิติหนังสัตว์ เจ้าได้เจอของดีเข้าให้แล้ว”
ขจรก็ไม่ได้ถามอะไรมากนัก รีบใช้ดาบสยบฟ้า ตัดเขาของเจ้ามังกรนาคราชตัวนี้ แล้ว ส่งเข้าไปใน แผ่นหนังมิติทันที
“ เขากิเลนมันมีพลังถึง 1 ล้านปี เจ้าไม่ต้องหาทรัพยากรที่ไหนแล้ว เจ้าสามารถใช้เขาของมันมาเปลี่ยนเป็นพลังให้เจ้าได้ ในอนาคต ช่างโชคดีค่าจริงๆ”
ขจรเดินขึ้นมาชั้นบน แต่ก็ยังคงมีความรู้สึกว่า ที่ดินแปลงนี้ยังคงมีอะไรบางอย่างอยู่ เพราะเจ้ากิเลนไฟ ไม่ใช่สัตว์ที่อยู่บนโลกนี้ ต้องมีบางอย่างพามันมาแน่ๆ
แต่ขจรต้องรีบกลับไปที่ ตำหนักริมน้ำเพื่อพูดคุยกับท่านชายเรื่องที่ดินแปลงนี้ก่อน
“ ไม่ขายครับ แผ่นดินนี้เป็นของคนไทย เท่าไรผมก็ไม่ขายให้คนต่างชาติอย่างแน่นอนครับ”
“ ในเมื่อเธอยืนยันแบบนี้ ฉันก็จะตอบกลับท่านทูตไป เธอไม่ต้องกลัว สบายใจได้”
ขจรขอตัวกลับห้องพัก แล้วเข้าไปในมิติแผ่นหนัง ซึ่งหินเจ้าปัญญาบอกว่า ถึงเวลาที่จะเลื่อนพลังขั้นวิญญาณเทพยุทธ์ ระดับต้นได้แล้ว โดยที่ใช้กล้วยไม้วิญญาณ 1 ต้นมาทำการดูดซับเข้าไปในร่าง พอต้นกล้วยไม้วิญญาณเริ่มเหี่ยวแห้งไป พลังวิญญาณของเขาก็ค่อยๆ กล้าแกร่งขึ้น ประสาทสัมผัสของเขาสามารถตรวจสอบ จิตวิญญาณของคนตายได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนถึงสองเท่า
พอเขาลืมตาขึ้นมา เขาก็มีพลังขั้นวิญญาณเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ระดับ เป็นขั้นวิญญาณเทพยุทธ์ระดับกลางแล้ว ตอนนี้เขาสามารถเคลื่อนย้ายวัตถุขนาดเล็ก และมีประสาทสัมผัสรับรู้ได้ดีกว่าแต่ก่อนถึงสองเท่า
ในตอนเช้า ขจรได้เข้าไปที่ค่ายมวยสยามยุทธ์ เพราะมาดามเกรซแจ้งมาว่า โปรแกรมชกสำหรับที่จะคัดตัวไปซีเกมส์นั้น ใกล้จะเริ่มต้นแล้ว
“ นี่คือ อาจารย์ลีออง เขาจะเป็นคนช่วยฝึกฝน วิชามวยสากลให้กับเธอนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แล้วอีกเจ็ดวัน จะมีการคัดตัว ไปแข่งขันซีเกมส์ที่ประเทศ สิงคโปร์
ฉันหวังว่า เธอจะต้องเป็นตัวแทนทีมชาติไปแข่งขันในครั้งนี้ให้ได้”
“ สวัสดีครับ”
อาจารย์ลีอองนั้นอายุประมาณ 40 ปี ยังดูหนุ่มแน่น ร่างกายสมส่วนดูแล้วคงฝึกฝนร่างกายอยู่เป็นประจำ
“ หน่วยก้านไม่เลว เวลาเหลือน้อย พรุ่งนี้มาเข้าค่ายเก็บตัวก็แล้วกัน”
“ ผมขอมาฝึกเฉพาะตอนเย็นได้ไหมครับ”
“ มันจะไปได้อย่างไร คนอื่นๆ เขาซ้อมกันมาเป็นปีๆ”
“ อาจารย์ ให้เขาทดสอบก่อน หากว่าเขาทำได้ ก็แล้วแต่เขาเถอะ” มาดาเกรซเอ่ย ซึ่ง อาจารย์ลีอองถึงกับไม่ค่อยพอใจนัก ที่มาดามเกรซสปอยขจรเป็นพิเศษ
“ ถ้าหากว่า เขาสามารถชกกับโจโจ้ได้ถึงสามยก ผมก็จะยอม แต่ถ้าไม่ได้ ผมก็จะไม่รับสอนเด็กคนนี้”
“ ว่าไงขจร โอเคไหม?”
“ โอเค ครับ”
ขจรเปลี่ยนเสื้อผ้า ขึ้นไปรอบนเวที พบกับคู่ต่อสู้ ชื่อว่าโจโจ้ ซึ่งดูจากร่างกายแล้ว ดูท่าจะมีน้ำหนักตัวมากกว่าเขาประมาณ 4 รุ่น น่าจะเป็นรุ่นซุปเปอร์เฟเธอร์เวท130ปอนด์
“ น้องชาย นี่เป็นคำสั่งของ อาจารย์ อย่าว่ากันเลยนะ” โจโจ้เห็นขจรที่มีน้ำหนักแค่ 115 ปอนด์ ต่ำชั้นกว่าเขามาก เลยรู้สึกผิด
“ พี่ชาย ต่อยเต็มที่เลย”
พอเสียงระฆังดัง โจโจ้ ก็เดินเข้าหา แล้วลองเชิงแย็บ ซ้าย เย็บขวา ทักทายไปก่อน สองสามหมัด แต่อยู่ๆ ขจรที่เตี้ยกว่า แขนสั้นกว่า ก็พุ่งตัวปล่อยหมัดตรงเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง !
หมัดของขจรยิงตรงเข้าปลายคาง แม้นว่า มีเฮ็ดการ์ด ก็ยังเอาไม่อยูู่ โจโจ้ ถึงกับหงายท้องลงไปนอนกับพื้นเวที สลบไปโดยไม่ทันตั้งตัว
แพทย์ประจำค่าย รีบขึ้นมา แล้วนำแอมโมเนียมาให้ดมทันที
ขจรเห็นโจโจ้ฟื้นแล้ว ก็เข้าไปจับมือ แล้วลงจากเวทีลงมา
“ พรุ่งนี้เย็นเราเจอกันนะครับ อาจารย์”
อาจารย์ลีออง ได้แต่พยักหน้าแบบงงๆ แต่ว่ามาดามเกรซถึงกับหัวเราะออกมา
ทันใดนั้นเอง ก็มีชายสิบคน เดินเข้ามาในค่ายมวยสยามยุทธ์ พร้อมกับยื่นสัญญาเงินกู้ให้กับมาดามเกรซดู
“ สวัสดีมาดาม ผมมาทวงหนี้กับนักมวยที่ชื่อโจโจ้ หวังว่ามาดามจะให้ความสะดวกด้วย”
โจโจ้ที่ฟื้นขึ้นมา ก็รีบลงมาแล้วดูเอกสารเงินกู้ทันที
“ นี่พ่อผมไปเล่นพนันอีกแล้วหรือครับ”
“ ใช่ คราวนี้เขาติดหนี้บ่อนของเรา 2 ล้านบาท วันนี้ครบกำหนดแล้ว พ่อของคุณอยู่กับเราที่บ่อน เขาบอกว่า คุณจะช่วยเขาได้”
โจโจ้ได้ฟังตัวเลข ถึงกับทรุดตัวลงไปกับพื้น ขจรเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ยิ่งทำให้หวนคิดถึง ตนที่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อน แล้วคนที่มาทวงหนี้ ก็เป็นคนชุดเดียวที่จับแม่กับน้องสาวของเขาไป แล้วเป็นมันนี่เอง ที่ยึดเงินของเขาไปสามล้านบาท
“ อ้าว นี่นายก็อยู่นี่ด้วยหรือ ช่วงนี้ไม่เห็นเจ๊จง ไปเล่นที่บ่อนบ้างเลย ฝากบอกด้วย ว่า มีคนคิดถึง”
ขจรได้แต่นิ่งเฉยไม่ตอบโต้อะไร จนมาดามเกรซได้เอ่ยขึ้นมาว่า
“ ฉันจะช่วยจัดการเรื่องหนี้สินให้เอง แต่ว่า ครั้งนี้ฉันจะช่วยเป็นครั้งสุดท้าย ไปบอกพ่อของเธอด้วย” มาดามเกรซเอ่ยจบก็เซ็นเช็ค สองล้านบาทให้กับ คนที่ทวงหนี้ไป
โจโจ้ถึงกับกราบเท้ามาดามเกรซทันที
“ พ่อของคุณ ช่างมีลูกที่ประเสริฐจริงๆ ขอบคุณมาดามมากนะครับ ไปล่ะน้องชายฝากบอกแม่ให้ไปเยี่ยมเยียนพวกเราบ้างนะ” พวกทวงหนี้ เดินออกไปอย่างมีความสุข
“ บ่อนเฮียเก้า คืนนี้เราได้เจอกันแน่” ขจรเอ่ยออกมาเบาๆ
มาดามเกรซเข้ามาตบไหล่ขจรเบาๆ ว่า
“ ฉันรู้ว่า เธอกับ แม่ เคยเจอเรื่องแบบนี้มาแล้ว อย่าไปยุ่งกับพวกมัน อนาคตของเธอมีค่ากว่าคนพวกนี้”
“ ครับ มาดาม”
แต่ว่า ขจรเชื่อที่ไหน เขากลับมาที่โรงแรม แล้วเปลี่ยนร่างเป็นอีกคนที่เคยใช้ชื่อว่า ทับ เจ้าสมิงคลา เขาแต่งตัวแบบธรรมดาที่สุด แล้วเดินทางไปเยาวราช
มายืนที่หน้าตึกหลงอู่ที่มีความสูงถึง19ชั้น ที่เซียนพนันต่างรู้จักกันดีว่านี่คือ ตึกของเจ้าพ่อเยาวราชาเฮียเก้า ตำรวจท้องที่ไม่กล้าแตะต้อง
ขจรเคยมาแล้ว จึงบอกรหัสของนักพนัน แล้วก็ขึ้นไปที่ ชั้น 8 แล้วไปแลกชิพกับพนักงานมา 1 แสนบาท มายืนอยู่ที่โต๊ะไฮโล มีคนยืนแทงกันอยู่เกือบสิบคน
“ พี่ชาย ไฮโลนี่เล่นยังไงครับ”
ขจรเอ่ยถามนักพนันรุ่นพี่ ที่มองขจรอย่างไม่ใส่ใจ แต่ก็ตอบอย่างเสียไม่ได้
“ แต้ม 4-10 เรียกว่า ต่ำ แต้ม 11-17 เรียกว่า สูง เลือกแทงเอา ถ้าถูกจะได้ 1 เท่า
ถ้าแทง แต้มตามลูกเต๋า ถูก 1 หน้า จ่าย 1 เท่า สองหน้า จ่ายสองเท่า สามหน้าจ่ายสามเท่า ถ้าเจอตอง ได้ 24 เท่า ถ้าเลือกแทงแบบเต็ง ก็จะได้เงินตามยอดที่เขาเขียนเอาไว้ตรงนั้น”
“ โห ถ้าแทงเลข 17 แต้ม แล้วถ้าถูก ก็จะได้ 50 เท่าเลยหรือครับ”
“ อืม แต่ตั้งเล่นมา ฉันไม่เคยเห็นมันออก 17 แต้มเลยสักครั้ง แล้วก็ไม่มีใครบ้าแทง แต้ม 17 กันสักคน”
“ โห ผมอยากลองครับ”
ขจรเอ่ยจบ วางที่แต้มหมายเลข 17 ทันที ด้วยชิพมูลค่า 1 แสนบาท นักพนันรวมทั้งเจ้ามือ ต่างมองขจรเป็นจุดเดียว ต่างคิดว่า ไอ้บ้านี่มาจากไหน สงสัยไม่เคยเล่นมาก่อนแน่ๆ เลย แต่ตามกติกา เมื่อวางแล้ว ก็ไม่มีการคืนกลับไป
เจ้ามือก็กระหยิ่มย่องในใจ ตั้งแต่เขาเขย่ามา ไม่เคยมีใครกล้าแทง และ เขาเองก็ไม่เคยเขย่าได้แต้มนี้มาก่อน แต่พอทุกคนแทงกันครบ เจ้ามือเริ่มเขย่าลูกเต๋า
พอเปิดออกมา ลูกเต๋าทั้งสามลูก มีเลข 6 เลข 6 และ เลข 5 รวมแล้ว ได้ 17 แต้มพอดี
“ 17 แต้ม เย้ ! ผมชนะใช่ไหม นี่ผมต้องได้ 50 เท่า 5 ล้านบาทใช่ไหมพี่”
“ ใช่ คุณได้ 5 ล้าน” เจ้ามือกัดฟันกรอด ยืนชิพมูลค่า 5 ล้านจ่ายไป
“ แล้วถ้าผมแทงตัวเลขออกมาเหมือนกันหมด ทั้งสามลูก นี่จะได้เท่าไรครับ”
“ 24 เท่า” เจ้ามือได้ยินตอบด้วยเสียงห้วนๆ
“ ดี ผมแทง ตอง3 สี่ล้านไปเลย เหลือเก็บเอาไว้ 1 ล้านก็พอ”
ขจรวาง ชิพไป 3 ล้าน ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะกันใหญ่ เจ้ามือถึงกับยิ้ม แต่พอเปิดออกมา ลูกเต๋าทั้งสาม กลายไปเลข 3 ทั้งหมด
“ โอ้ 24 เท่าของเงิน 4 ล้าน เป็นเงินเท่าไรว้า” ขจรนับนิ้วมือไปมา อย่างตั้งใจ
แต่พวกนักพนันต่างมองหน้าขจรเหมือนเห็นผี เจ้ามือทำหน้าเลิกลั่กแล้ว มองไปที่กล้องวงจรปิด คล้ายส่งสัญญาณให้ หัวหน้าช่วยทำอะไรสักอย่างแล้ว
“ 96 ล้าน” เจ้ามือกัดฟันพูดจนพลาดไปกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด มอบชิพให้กับ ขจร 96 ล้านบาท
“ ฮ่า ฮ่า รวยแล้วเรา เลิกดีกว่า พี่ไปแลกชิพมาใส่การ์ดเงินสดให้ผมหน่อย”
ขจรรีบมอบการ์ดของตนมอบให้ เด็กเดินชิพในบ่อนทันที
แล้วไม่นานก็มีคนนำการ์ดมาคืน พร้อมกับมีชายหนุ่มเป็นผู้จัดการ เดินเข้ามาหาแล้วบอกว่า
“ น้องจะรีบกลับไปไหน ตอนนี้ดวงกำลังขึ้น ไม่เล่นต่อล่ะ ทางบ่อนของเรา มีข้อเสนอพิเศษ หากแลกร้อยล้านชิพ จะได้ชิพ เพิ่มอีก 1 ล้านชิพ”
“ โอ้โห ให้ฟรีๆ 1 ล้านชิพเชียวหรือครับ”
“ ใช่ แต่ต้องเล่นต่ออีก อย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือ 50 เกมเป็นอย่างน้อย"
“ โอ้โห ใจดีขนาดนี้เชียว งั้นผมเล่นต่อก็ได้” ขจรนำการ์ดที่มีเงิน 101 ล้านบาท ไปแลกชิพทันที
“ คืนนี้เล่นกันไปอย่างยาวๆ เลยนะครับ คุณลูกค้า” ผู้จัดการเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วสั่งให้เซียนป่อง มาเป็นเจ้ามือคนใหม่แทน ขจรก็แอบยิ้มในใจ
“ คืนนี้ฉันจะทำให้บ่อนของแก ต้องเหลือแต่ชื่อเท่านั้น..