ััอบอุ่น น้ำเสียงละมุน และหัวใจที่เต้นแรงคือสิ่งสุดท้ายที่รินรดารับรู้ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะค่อย ๆ เลือนหายไปจนมืดสนิท พร้อม ๆ กับตัวเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอยู่กับในปัจจุบันอีกครั้ง
เฮือก!
“ไทย” รินรดาลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง ในขณะที่สมองก็คิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ ว่าเมื่อกี้ที่ย้อนกลับไปเธอช่วยชีวิตเขาสำเร็จแล้วหรือยัง
เธอนั่งครุ่นคิดอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ จนไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งรอบกายเลยสักนิดว่าตอนนี้สถานที่ที่เธออยู่ไม่ใช่บ้านที่เธอเคยอาศัยกับกรณ์อีกต่อไปแล้ว
“ตื่นแล้วเหรอริน ไทยเตรียมมื้อเช้ารอรินแล้วนะ ลงมาทานด้วยกันเถอะ”
“ไทย!” รินรดาโพล่งชื่อเขาทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเปิดประตูเข้ามา ก่อนที่เธอจะเก็บอาการดีใจไว้ไม่ไหว รีบพรวดพราดะโลงจากเตียงเข้าไปสวมกอดร่างสูงอย่างแแ่
“รินมีอะไรหรือเปล่า”
“ไทยจริง ๆ ด้วยอะ ไทยตัวจริง ฮืออ” เธอร้องไห้ฟูมฟายและเรียกชื่อเขาออกมาซ้ำ ๆ ไม่หยุด จนทินภัทรรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
เขาขมวดคิ้วงุนงง ก่อนจะค่อย ๆ ดันรินรดาออกห่างเล็กน้อย แล้วมองภรรยาตรงหน้าที่ตื่นมาก็ทำตัวแปลก ๆ
“อย่าบอกนะว่าฝันร้าย ดูสิ น้ำตาไหลเป็ทางเลย ระวังไม่สวยนะ”
“ฮึก! ไทยอยู่กับรินจริง ๆ เหรอ” รินรดาคว้ามืออบอุ่นของเขามาถูที่แก้มตัวเองไปมาด้วยความคิดถึง ในขณะที่ทินภัทรยกฝ่ามืออีกข้างขึ้นมาลูบปลอบประโลมไปตามเส้นผมยาวสลวยเบา ๆ เขาปล่อยให้เธอค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลงก่อนแล้วถึงชักชวนเธอให้ลงไปกินข้าวเช้าด้วยกันอีกครั้ง
รินรดากอดแขนทินภัทรลงไปข้างล่าง เธอนั่งประจำที่โต๊ะทานข้าวตักข้าวและรินน้ำใส่แก้วให้ ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าราวกับเธอกำลังฝันไปไม่มีผิด ซึ่งถ้ามันเป็แค่ความฝันจริง ๆ เธอก็ไม่อยากตื่นอีกเลย
“ทานเยอะ ๆ นะริน ่นี้รินผอมไปนะ รู้ตัวไหม”
“ขอบคุณนะไทย” รินรดาส่งยิ้มให้ ในขณะที่ทินภัทรกำลังตักเมนูโปรดใส่จานให้เธอ เธอมองหน้าเขาเพียงชั่วครู่ พลันเหตุการณ์หลายอย่างก็เริ่มผุดพรายขึ้นมาในหัว ความทรงจำใหม่ ๆ หลั่งไหลเข้ามา ั้แ่่เวลาที่เธอคบหากับเขาสมัยเรียนจนกระทั่งแต่งงาน แล้วย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้
“มองจานข้าวอมยิ้มอะไรคนเดียว มีความสุขที่ได้ทานกับข้าวฝีมือไทยขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ใช่ รินมีความสุขมาก ๆ เลย”
“ถ้ามีความสุขก็ทานให้หมดด้วย ไทยจะขุนรินให้อ้วนเอง” พูดแล้วเขาก็จัดการตักเมนูต่าง ๆ ใส่จานข้าวให้เธอเพิ่มไปอีก
รินรดากินทุกอย่างที่เขาตักให้จนพูนจาน กระทั่ง่เวลาของมื้อเช้าผ่านพ้นไป
“ไทย ทำอะไรอยู่อะ”
“กำลังจะออกไปล้างรถ รินมีอะไรเหรอ หรืออยากให้ไทยช่วยอะไรไหม”
หญิงสาวรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที เธอไม่ได้มีธุระอะไรสำคัญและไม่ได้อยากให้เขาช่วยอะไรทั้งนั้น
“ไม่มีอะไรหรอก แต่รินขอกอดไทยหน่อยได้ไหม”
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ปกติเราก็นอนกอดทุกวันอยู่แล้วนะ”
“แต่เราอยากกอดไทยตอนนี้นี่นา”
“เอาสิ” ทินภัทรพูดพลางอ้ารอ รินรดาจึงพุ่งตัวเข้าไปหาสวมกอดเขาอย่างไวทันที
“รินรักไทยนะ ขอบคุณที่กลับมาหาริน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ชิดแผ่นอกกว้างขณะซุกใบหน้าเข้าหาความอบอุ่นของคนรัก ก่อนจะเงี่ยหูฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเสียงดังเช่นกัน
เธอไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานแล้ว นี่คือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดสิบปี และก็คงมีแค่ทินภัทรคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ได้
เมื่อความสุขท่วมท้นรินรดาก็อยากฟังเื่ราวสมัยเรียนว่าหลังจากที่คบกับทินภัทรชีวิตเธอเป็ยังไงบ้าง เพราะความทรงจำใหม่นั้นมีแค่เหตุการณ์สำคัญ ๆ ผุดเข้ามาในหัว ไม่ค่อยปะติดปะต่อกันสักเท่าไหร่ เธอจึงนึกถึงเพื่อนสาวคนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอย่างญาดาที่รับรู้ความเป็ไปในทุกเื่ราวของเธอและทินภัทรมาตลอด
“เดี๋ยวรินโทรหาญาก่อนนะ” รินรดาบอกเสียงใสในขณะที่ทินภัทรกำลังจะออกจากบ้าน
พอได้ยินชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูทินภัทรก็ถึงกับหยุดชะงักและขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ญาคือใครเหรอ”
“ไทยจำญาดาไม่ได้เหรอ”
ทินภัทรส่ายหน้าน้อย ๆ เป็คำตอบ
“ญาดาเพื่อนสมัยเรียนไง ตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ ผมยาว ๆ ที่ชอบแซวเราสองคนอะ ไทยจำไม่ได้เหรอ”
“อ๋อ ญาดาที่เคยนั่งติดกับรินตอนปีหนึ่งป้ะ รินบอกว่าชอบทำตัวจุ้นจ้านไม่ใช่เหรอ งานแต่งเราก็ไม่ได้เชิญเขามานี่นา”
คำตอบที่ได้รับทำเอารินรดาอ้าปากค้าง ก่อนที่ภาพความทรงจำหลายอย่างจะเริ่มผุดพรายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถูกกระตุ้น ั้แ่ความสัมพันธ์ของเธอกับทินภัทรพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวะโในวันนั้น เธอก็เอาแต่เกาะติดเขาแทบจะตลอด จนไม่มีเวลาให้กับกลุ่มเพื่อนที่เคยสนิทกันเลย กระทั่งเพื่อน ๆ ทุกคนก็เริ่มหมดความสำคัญสำหรับเธอไปทีละน้อย ซึ่งตอนนั้นตัวเธอไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะแค่มีทินภัทรก็เพียงพอแล้ว จนสุดท้ายเธอก็เหลือแค่ทินภัทรจริง ๆ
“อ่า งั้นเหรอ”
“อืม รินเลิกคบไปนานแล้วนะ นานจนไทยแทบจะจำชื่อไม่ได้แล้ว”
“ขอบคุณนะที่เตือน รินก็ลืมไปเลย” รินรดายิ้มน้อย ๆ ให้ความโหวงเหวงในอกเมื่อนึกถึงภาพความทรงจำดี ๆ ที่เคยมีญาดาอยู่เคียงข้างจนเรียนจบ โดยเฉพาะหลังจากที่ทินภัทรจากไปญาดาก็ไม่เคยทอดทิ้งเธอไปไหน ทว่านั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ต่างหาก
รินรดาใช้ชีวิตคู่อยู่กับทินภัทรอย่างมีความสุขอยู่หลายวัน เขาทำให้เธอมีรอยยิ้มมากกว่าสิบปีที่ต้องอยู่โดยไม่มีเขาเสียอีก ชีวิตของเธอตอนนี้มีความสุขเสียจนเธออยากจะอยู่แบบนี้ไปตลอดชั่วนิรันดร์ แต่่เวลาแห่งความสุขก็มักจะผ่านพ้นไปไวเสมอ
“ไทย”
“หืม?”
“วันเสาร์นี้เรากลับไปเยี่ยมพ่อไทยกันไหม เราไม่ได้เจอท่านมานานแล้ว คิดถึง” เธอพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง ในขณะที่คนฟังกลับค่อย ๆ มีสีหน้าหม่นหมองลง
“เป็อะไรหรือเปล่าไทย”
“คือ รินลืมไปแล้วเหรอ”
“....”
“พ่อไทยฆ่าตัวตายตามแม่ที่เสียชีวิตเพราะโรคหัวใจไง เรายังไปงานศพพวกท่านด้วยกันไม่ใช่เหรอ” ทินภัทรตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือนิด ๆ ดวงตาทั้งสองข้างของเขารื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดที่เป็สาเหตุทำให้พ่อกับแม่ต้องจากไป
รินรดาที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกตัวชาวาบทันที ก่อนที่เธอจะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต มีเพียงแม่ของเขาที่เสียชีวิตเพราะโรคหัวใจ แล้วไม่นานทินภัทรก็ฆ่าตัวตายตาม แต่คราวนี้กลับเป็พ่อของเขาที่ตายแทน เธออดรู้สึกผิดตามไม่ได้ ยิ่งได้เห็นว่าคนที่เธอรักยังคงเศร้าเสียใจกับการจากไปของผู้เป็พ่อมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งทนมองต่อไปไม่ไหวจริง ๆ
“ไทยไม่ต้องเสียใจนะ รินจะช่วยเอง”
“ช่วยยังไงเหรอ”
“ไม่ต้องรู้หรอก ไทยรู้ไว้แค่ว่ารินรักไทยก็พอแล้วนะ”
“ริน...”
“รินรักไทยมากกว่าชีวิตของรินเลย” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงและแววตาหนักแน่น แม้ว่าในใจลึก ๆ จะแอบกังวลกับการตัดสินใจของตัวเองก็ตาม แต่ต่อให้ต้องกลับไปแก้ไขอดีตอีกเป็ร้อยครั้งเธอก็จะทำ ขอเพียงแค่ให้ทินภัทรได้มีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบันอย่างมีความสุขก็พอ