ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 72 แขนกลปะทะโล่

    กลุ่มนี้มีคนไม่มาก มีคนเดินนำหน้ามา 2 คน

    พอมาถึงโซนกิตติมศักดิ์ กลุ่มตระกูลและสมาคมต่างยืนโค้งให้ความเคารพ หนึ่งในคนที่เดินนำหน้ามา เป็นชายชราสูงวัยผมขาวสวมชุดบัณฑิตคงแก่เรียน

       “สวัสดี ท่านรองผู้อำนวยการสถานศึกษา!

        “สวัสดีทุกท่าน 

    นี่คือสหายของข้าวันนี้มีโอกาสได้ต้อนรับเลยพาเข้ามาชมการแข่งขันในครั้งนี้  คนด้านข้างเป็นผู้อาวุโสหญิงสวมชุดคลุมสีเทาที่เป็นเอกลักษณ์ทุกคนต่างยืนโค้งเคารพให้เนื่องจากเห็นสัญลักษณ์ในชุดคลุมนี้

    ใกล้เวลาทำการแข่งขัน แต่ละคนแต่ละกลุ่มเริ่มแยกย้ายเข้าประจำที่ของตน

     

    ไม่นานก็ถึงเวลาที่จะแข่งขัน “ผู้ประกาศของสนามแข่งขันพูดผ่านอุปกรณ์ขยายเสียง

    “วันนี้เป็นการต่อสู้ในรูปแบบของการลงนามสู้ศึกถึงความตาย ขออธิบายการแข่งขันประเภทนี้ การต่อสู้ประเภทนี้ได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่ายสู้จนฝั่งใดฝั่งหนึ่งจะขอยอมแพ้ หรือหากเกิดการปะทะกันจนถึงชีวิตก็ล้วนอยู่ในขอบเขตของการแข่งขันครั้งนี้หากฝั่งใดที่ประสงค์จะขอยอมแพ้ให้ออกจากม่านปราการด้วยตนเอง

    “หือ!ๆ เรียกเสียงฮือฮา จากผู้ชมเป็นอย่างมาก

     

    ผู้ชมการแข่งขันต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

    “นี่ก็แสดงว่า ถ้าอีกฝ่ายยังไม่ยอมเลิกราไปดักอยู่ที่ทางออก อีกฝ่ายก็คงตายแน่นอน อืม! ใช่ๆ

    มังกี้ที่เป็นหนึ่งในผู้ชมในสนามอดเป็นห่วงนาฟไม่ได้

    “น้องชายถ้าไม่ไหว ให้หาทางหนีเอาไว้ก่อนนะข้าเอาใจช่วย”

     

        “แก๊ง!”ๆๆ  “ผู้ประกาศของสนามเริ่มกล่าวต่อ

    “ฝั่ง A เป็นหนึ่งใน “อันดับรายชื่อนักสู้ลำดับที่ 2  ผู้มีฉายาว่า  “คุณชายขาว”

    เฮ ๆ ๆ เสียงเชียร์ดังสนั่นทั้งสนาม “คุณชายขาว!  “คุณชายขาว!  “คุณชายขาว!   แล้วก็ปรากฏชายหนุ่มออกมาจากฝั่งA  เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี สวมชุดขาวรูปร่างผอมสูง ผิวซีดขาวทั้งร่างกายเดินออกมาตัวเปล่าไม่มีอาวุธใดๆ 

    “ฝั่ง A “สถิติการต่อสู้ ชนะ 12 ครั้ง ไม่เคยพ่ายแพ้และเคยชนะข้ามระดับมาแล้ว 5 ครั้ง

    “เฮ ๆ ๆ  ผู้ชมรอบสนามตะโกนเชียร์ เสียงดังขึ้นไปอีก  “คุณชายขาว!  “คุณชายขาว!  “คุณชายขาว!  เสียงเชียร์เรียกชื่อ” “คุณชายขาว!” ดังลั่นสนาม

     

    “คู่ต่อสู้ฝั่ง B เป็นหนึ่งใน “อันดับรายชื่อนักสู้ลำดับที่ 9 

    ผู้มีฉายาว่า “น้ำตาเลือด”

    นาฟปรากฏตัวออกมาจากฝั่ง B  วันนี้ชายหนุ่มยังแต่งตัวลักษณะเดิม ข้างลำตัวมีกริชไม้ด้ามสั้นด้านหลังแขวนโล่ไม้ รูปลักษณ์ดั่งเดิม 

     “ฝั่ง B “สถิติการต่อสู้ ชนะ 2 ครั้ง ไม่เคยพ่ายแพ้

    “แก๊งๆๆ  ม่านพลังสีใสเคลื่อนมาคลุมทั้งสนามด้วยสนามที่ใหญ่ ความสูงของม่านพลังก็สูงตามไปด้วย

     “ฟู่!” อยู่ๆ ก็ปรากฏ ประตูบานหนึ่งขนาดไม่ใหญ่มากอยู่มุมหนึ่งของสนาม ใช้สำหรับเป็นทางออก

    “กลุ่มผู้ใช้พลังมองจากที่ไกลๆ วันนี้ น้ำตาเลือดดูสีหน้าแววตาจริงจังมาก และไม่รู้ว่าทั้งคู่ไปมีเรื่องบาดหมาง อะไรกันถึงขึ้นต้องสู้กันถึงตาย

     

       ต่างฝ่ายต่างเดินเข้ามาประจันหน้ากันในระยะใกล้จ้องมองกันอย่างไม่ละสายตา เชกันมองนาฟแล้วยิ้มที่มุมปาก ก้าวเข้ามาใกล้อีก ควบคุมน้ำเสียงให้เบา

     

     

       “ข้านับถือในความกล้าของเจ้า แต่ยังไงวันนี้แกต้องตาย! อย่าคิดว่าพวกข้าไม่รู้ว่าแกไปทำอะไรไว้นะ

    นาฟมองชายหนุ่มตรงหน้านี้อย่างอย่างไม่ละสายตา

       “แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าแกจะรักษาสัญญา

        “ฮ่าๆแกไม่ได้อยู่ในฐานะมาต่อรองกับข้านะ แต่เอาเถอะ ในเมื่อแกรับคำท้าแล้ว ข้าก็จะทำตามข้อตกลง

    พร้อมหันหน้ามามองกลุ่มตระกูลเชคาลแล้วพยักหน้าให้

    นาฟหันมองตาม เห็นคนในกลุ่มเชคาลพยักหน้าตอบกลับก่อนจะละสายตากลับมา เหลียวเห็นผู้อาวุโสหญิง เมื่อคืนนี้ นั่งอยู่แถวๆ นั้นด้วย

    ผู้ชมโดยรอบ เริ่มงุนงงสงสัยว่าทั้งสองฝ่ายคุยอะไรกัน

    “เชกันถอยกลับมา 3-4 ก้าวหยิบบัตรมิติออกมาทำท่าล้วงบางสิ่ง  แค่คุณชายขาวแสดงตัวว่ามีบัตรมิติ ผู้ชมโดยรอบก็ส่งเสียงฮือฮาแล้วสมกับเป็นทายาทตระกูลใหญ่

     

    ของแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครจะมีไว้ครอบครองได้ง่ายๆสร้างความสนอกสนใจในหมู่ผู้ใช้พลังด้วยกันเพราะคนเหล่านี้ก็อยากมีสิ่งนี้ไว้ครอบครองเหมือนกัน

    “ฟุบ!” ออกมาแล้ว ผู้ชมโดยรอบส่งเสียง เฮๆๆ

    ดังลั่นสนาม ปรากฏเชกัน หยิบแขนกลไกขนาดใหญ่ออกมาสวมไว้ที่แขนขวา

    “นี่มัน แขนกลเชคาล! กลุ่มผู้ใช้พลังแทบพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน  ผู้ใช้พลังคนหนึ่งอดที่จะเอ่ยไม่ได้  “ถ้าข้ามีของแบบนี้อยู่กับตัวคงเสริมพลังของข้าได้หลายเท่าแน่!

    “เจ้าไม่รู้อะไร ของแบบนี้มีแต่พวกเชคาลถึงใช้ได้มันเป็นการพัฒนาวิทยาการอาวุธโดยเฉพาะ เพื่อใช้กับร่างกายของคนตระกูลนี้

    “เชกันเปิดระบบแขนกลไก “วิ๊ง!” พร้อมเดินตรงเข้าหานาฟทันที

    นาฟคว้าโล่ออกมาจับด้วยมือขวายกขวางลำตัวไว้ขยับก้าวถอยหลังออกไปทีละก้าว

     

    เชกันสังเกตว่านาฟไม่ได้รีดเร้นพลังต่อสู้ใดๆ จึงขยับตัวเร็วขึ้น  “จะหนีไปไหน “วิ๊ง!”ๆ เสียงแขนกล สั่นไหวอย่างรุนแรงเชกันพุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว ง้างหมัดต่อยทันที

    นาฟชักขาหลังยันพื้นไว้ย่อตัวเอามือซ้ายมาประคองมือขวา “เปรี้ยง!”

    เสียงดังสนั่นคลื่นรุนแรงปะทุขึ้นจากการปะทะกันครั้งนี้ฝุ่นควันที่จางหาย พื้นสนามเกิดร่องรอยแตกร้าวราวกับเป็นใยแมงมุม หนึ่งหมัดผละออกจากโล่ ลากรอยเท้าที่หนักหน่วงถอยออกไป 

    “เปรี้ย..!ๆ”  จู่ๆ แขนกลไกค่อยๆ แตกร้าว“โครม!” แล้วระเบิดหลุดร่วงลงมาจากแขนเชกัน  “อั๊กก!”เชกันสำลักเลือดคำโต ทิ้งแขนขวาลงข้างลำตัว สภาพเลือดนอง เนื้อหลุดลุ่ยเห็นกระดูกแตกด้านในดูแทบไม่ได้

    ผู้ชมทั้งหมดถึงกับเงียบไปทั้งสนามต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น “เชโกสที่มองจากด้านบนถึงกับชักสีหน้าขมวดคิ้ว

     

    นาฟที่ยืนนิ่งอยู่ท่าเดิมค่อยๆ ปรับตัวขยับยืนตรงขึ้น สายตายังเพ่งมองไปเบื้องหน้า

    “อั๊ก!” เชกันกระอักเลือดออกมาอีกคำ “นี่แก! โล่นั้นหมายความว่ายังไงทำไมถึงรับแรงโจมตีของแขนกลได้

    กลุ่มคนบางพวกที่รู้ถึงพลังแขนกลก็เกิดอาการตกใจเช่นกัน แรงโจมตีของแขนกลเชคาล เทียบเท่าปืนใหญ่จะมีอะไรทนทานได้ แต่โล่นั้นคือ?

    เชกันสะบัดเศษชิ้นส่วนแขนกลออกยืดตัวตรงขยับเดินเข้าหานาฟอีกครี้ง ขณะก้าวเดิน ร่างกายอยู่ๆก็ฟื้นสภาพอย่างรวดเร็ว “ฟู่!”กระดูกที่แตกร้าวสมานเข้าหากัน เนื้อเยื้อที่แขนเริ่มฟื้นฟูตัวเองไม่เกินสิบลมหายใจ ร่างกายก็กลับมาเป็นดังเดิม 

    ผู้ชมส่งเสียงฮือฮา ที่ได้เห็นสิ่งอัศจรรย์ตรงหน้าอีกครั้ง

    ผู้ใช้พลังที่เคยเอ่ยว่าอยากได้แขนกลนั้นถึงกับตกตะลึง

    “เข้าใจแล้ว!ถ้าเป็นข้าใช้แขนกลนั้นคงรับแรงสั่นสะเทือนจากภายในไม่ได้แน่