กลุ่มนี้มีคนไม่มาก มีคนเดินนำหน้ามา 2 คน
พอมาถึงโซนกิตติมศักดิ์ กลุ่มตระกูลและสมาคมต่างยืนโค้งให้ความเคารพ หนึ่งในคนที่เดินนำหน้ามา เป็นชายชราสูงวัยผมขาวสวมชุดบัณฑิตคงแก่เรียน
“สวัสดี ท่านรองผู้อำนวยการสถานศึกษา!
“สวัสดีทุกท่าน
นี่คือสหายของข้าวันนี้มีโอกาสได้ต้อนรับเลยพาเข้ามาชมการแข่งขันในครั้งนี้ คนด้านข้างเป็นผู้อาวุโสหญิงสวมชุดคลุมสีเทาที่เป็นเอกลักษณ์ทุกคนต่างยืนโค้งเคารพให้เนื่องจากเห็นสัญลักษณ์ในชุดคลุมนี้
ใกล้เวลาทำการแข่งขัน แต่ละคนแต่ละกลุ่มเริ่มแยกย้ายเข้าประจำที่ของตน
ไม่นานก็ถึงเวลาที่จะแข่งขัน “ผู้ประกาศของสนามแข่งขันพูดผ่านอุปกรณ์ขยายเสียง
“วันนี้เป็นการต่อสู้ในรูปแบบของการลงนามสู้ศึกถึงความตาย ขออธิบายการแข่งขันประเภทนี้ การต่อสู้ประเภทนี้ได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่ายสู้จนฝั่งใดฝั่งหนึ่งจะขอยอมแพ้ หรือหากเกิดการปะทะกันจนถึงชีวิตก็ล้วนอยู่ในขอบเขตของการแข่งขันครั้งนี้หากฝั่งใดที่ประสงค์จะขอยอมแพ้ให้ออกจากม่านปราการด้วยตนเอง
“หือ!ๆ เรียกเสียงฮือฮา จากผู้ชมเป็นอย่างมาก
ผู้ชมการแข่งขันต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา
“นี่ก็แสดงว่า ถ้าอีกฝ่ายยังไม่ยอมเลิกราไปดักอยู่ที่ทางออก อีกฝ่ายก็คงตายแน่นอน อืม! ใช่ๆ
มังกี้ที่เป็นหนึ่งในผู้ชมในสนามอดเป็นห่วงนาฟไม่ได้
“น้องชายถ้าไม่ไหว ให้หาทางหนีเอาไว้ก่อนนะข้าเอาใจช่วย”
“แก๊ง!”ๆๆ “ผู้ประกาศของสนามเริ่มกล่าวต่อ
“ฝั่ง A เป็นหนึ่งใน “อันดับรายชื่อนักสู้ลำดับที่ 2 ผู้มีฉายาว่า “คุณชายขาว”
เฮ ๆ ๆ เสียงเชียร์ดังสนั่นทั้งสนาม “คุณชายขาว! “คุณชายขาว! “คุณชายขาว! แล้วก็ปรากฏชายหนุ่มออกมาจากฝั่งA เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี สวมชุดขาวรูปร่างผอมสูง ผิวซีดขาวทั้งร่างกายเดินออกมาตัวเปล่าไม่มีอาวุธใดๆ
“ฝั่ง A “สถิติการต่อสู้ ชนะ 12 ครั้ง ไม่เคยพ่ายแพ้และเคยชนะข้ามระดับมาแล้ว 5 ครั้ง
“เฮ ๆ ๆ ผู้ชมรอบสนามตะโกนเชียร์ เสียงดังขึ้นไปอีก “คุณชายขาว! “คุณชายขาว! “คุณชายขาว! เสียงเชียร์เรียกชื่อ” “คุณชายขาว!” ดังลั่นสนาม
“คู่ต่อสู้ฝั่ง B เป็นหนึ่งใน “อันดับรายชื่อนักสู้ลำดับที่ 9
ผู้มีฉายาว่า “น้ำตาเลือด”
นาฟปรากฏตัวออกมาจากฝั่ง B วันนี้ชายหนุ่มยังแต่งตัวลักษณะเดิม ข้างลำตัวมีกริชไม้ด้ามสั้นด้านหลังแขวนโล่ไม้ รูปลักษณ์ดั่งเดิม
“ฝั่ง B “สถิติการต่อสู้ ชนะ 2 ครั้ง ไม่เคยพ่ายแพ้
“แก๊งๆๆ ม่านพลังสีใสเคลื่อนมาคลุมทั้งสนามด้วยสนามที่ใหญ่ ความสูงของม่านพลังก็สูงตามไปด้วย
“ฟู่!” อยู่ๆ ก็ปรากฏ ประตูบานหนึ่งขนาดไม่ใหญ่มากอยู่มุมหนึ่งของสนาม ใช้สำหรับเป็นทางออก
“กลุ่มผู้ใช้พลังมองจากที่ไกลๆ วันนี้ น้ำตาเลือดดูสีหน้าแววตาจริงจังมาก และไม่รู้ว่าทั้งคู่ไปมีเรื่องบาดหมาง อะไรกันถึงขึ้นต้องสู้กันถึงตาย
ต่างฝ่ายต่างเดินเข้ามาประจันหน้ากันในระยะใกล้จ้องมองกันอย่างไม่ละสายตา เชกันมองนาฟแล้วยิ้มที่มุมปาก ก้าวเข้ามาใกล้อีก ควบคุมน้ำเสียงให้เบา
“ข้านับถือในความกล้าของเจ้า แต่ยังไงวันนี้แกต้องตาย! อย่าคิดว่าพวกข้าไม่รู้ว่าแกไปทำอะไรไว้นะ
นาฟมองชายหนุ่มตรงหน้านี้อย่างอย่างไม่ละสายตา
“แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าแกจะรักษาสัญญา
“ฮ่าๆแกไม่ได้อยู่ในฐานะมาต่อรองกับข้านะ แต่เอาเถอะ ในเมื่อแกรับคำท้าแล้ว ข้าก็จะทำตามข้อตกลง
พร้อมหันหน้ามามองกลุ่มตระกูลเชคาลแล้วพยักหน้าให้
นาฟหันมองตาม เห็นคนในกลุ่มเชคาลพยักหน้าตอบกลับก่อนจะละสายตากลับมา เหลียวเห็นผู้อาวุโสหญิง เมื่อคืนนี้ นั่งอยู่แถวๆ นั้นด้วย
ผู้ชมโดยรอบ เริ่มงุนงงสงสัยว่าทั้งสองฝ่ายคุยอะไรกัน
“เชกันถอยกลับมา 3-4 ก้าวหยิบบัตรมิติออกมาทำท่าล้วงบางสิ่ง แค่คุณชายขาวแสดงตัวว่ามีบัตรมิติ ผู้ชมโดยรอบก็ส่งเสียงฮือฮาแล้วสมกับเป็นทายาทตระกูลใหญ่
ของแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครจะมีไว้ครอบครองได้ง่ายๆสร้างความสนอกสนใจในหมู่ผู้ใช้พลังด้วยกันเพราะคนเหล่านี้ก็อยากมีสิ่งนี้ไว้ครอบครองเหมือนกัน
“ฟุบ!” ออกมาแล้ว ผู้ชมโดยรอบส่งเสียง เฮๆๆ
ดังลั่นสนาม ปรากฏเชกัน หยิบแขนกลไกขนาดใหญ่ออกมาสวมไว้ที่แขนขวา
“นี่มัน แขนกลเชคาล! กลุ่มผู้ใช้พลังแทบพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน ผู้ใช้พลังคนหนึ่งอดที่จะเอ่ยไม่ได้ “ถ้าข้ามีของแบบนี้อยู่กับตัวคงเสริมพลังของข้าได้หลายเท่าแน่!
“เจ้าไม่รู้อะไร ของแบบนี้มีแต่พวกเชคาลถึงใช้ได้มันเป็นการพัฒนาวิทยาการอาวุธโดยเฉพาะ เพื่อใช้กับร่างกายของคนตระกูลนี้
“เชกันเปิดระบบแขนกลไก “วิ๊ง!” พร้อมเดินตรงเข้าหานาฟทันที
นาฟคว้าโล่ออกมาจับด้วยมือขวายกขวางลำตัวไว้ขยับก้าวถอยหลังออกไปทีละก้าว
เชกันสังเกตว่านาฟไม่ได้รีดเร้นพลังต่อสู้ใดๆ จึงขยับตัวเร็วขึ้น “จะหนีไปไหน “วิ๊ง!”ๆ เสียงแขนกล สั่นไหวอย่างรุนแรงเชกันพุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว ง้างหมัดต่อยทันที
นาฟชักขาหลังยันพื้นไว้ย่อตัวเอามือซ้ายมาประคองมือขวา “เปรี้ยง!”
เสียงดังสนั่นคลื่นรุนแรงปะทุขึ้นจากการปะทะกันครั้งนี้ฝุ่นควันที่จางหาย พื้นสนามเกิดร่องรอยแตกร้าวราวกับเป็นใยแมงมุม หนึ่งหมัดผละออกจากโล่ ลากรอยเท้าที่หนักหน่วงถอยออกไป
“เปรี้ย..!ๆ” จู่ๆ แขนกลไกค่อยๆ แตกร้าว“โครม!” แล้วระเบิดหลุดร่วงลงมาจากแขนเชกัน “อั๊กก!”เชกันสำลักเลือดคำโต ทิ้งแขนขวาลงข้างลำตัว สภาพเลือดนอง เนื้อหลุดลุ่ยเห็นกระดูกแตกด้านในดูแทบไม่ได้
ผู้ชมทั้งหมดถึงกับเงียบไปทั้งสนามต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น “เชโกสที่มองจากด้านบนถึงกับชักสีหน้าขมวดคิ้ว
นาฟที่ยืนนิ่งอยู่ท่าเดิมค่อยๆ ปรับตัวขยับยืนตรงขึ้น สายตายังเพ่งมองไปเบื้องหน้า
“อั๊ก!” เชกันกระอักเลือดออกมาอีกคำ “นี่แก! โล่นั้นหมายความว่ายังไงทำไมถึงรับแรงโจมตีของแขนกลได้
กลุ่มคนบางพวกที่รู้ถึงพลังแขนกลก็เกิดอาการตกใจเช่นกัน แรงโจมตีของแขนกลเชคาล เทียบเท่าปืนใหญ่จะมีอะไรทนทานได้ แต่โล่นั้นคือ?
เชกันสะบัดเศษชิ้นส่วนแขนกลออกยืดตัวตรงขยับเดินเข้าหานาฟอีกครี้ง ขณะก้าวเดิน ร่างกายอยู่ๆก็ฟื้นสภาพอย่างรวดเร็ว “ฟู่!”กระดูกที่แตกร้าวสมานเข้าหากัน เนื้อเยื้อที่แขนเริ่มฟื้นฟูตัวเองไม่เกินสิบลมหายใจ ร่างกายก็กลับมาเป็นดังเดิม
ผู้ชมส่งเสียงฮือฮา ที่ได้เห็นสิ่งอัศจรรย์ตรงหน้าอีกครั้ง
ผู้ใช้พลังที่เคยเอ่ยว่าอยากได้แขนกลนั้นถึงกับตกตะลึง
“เข้าใจแล้ว!ถ้าเป็นข้าใช้แขนกลนั้นคงรับแรงสั่นสะเทือนจากภายในไม่ได้แน่