Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่57 ถล่มแก๊งเฉียว (1)

    ณตึกร้างสถานที่ผลิตยา

     

    “ป่านนี้ทํามันเจ้าพวกตํารวจหน้าโง่นั่นถึงยังไม่บุกเข้ามาอีก?’’ชั้นใต้ดินหน้าแทงค์ผลิตยา ชายวัยกลางคนเฉียวเต้าเจาขมวดคิ้ว จากที่ได้รับรายงานมาดูเหมือนว่าวันนี้พวกเขาจะต้องรับมือกับกองกําลังรบพิเศษพวกเขาที่ไม่สามารถค้นย้ายสินค้าได้ทันจึงตั้งใจที่จะสู้รบกับพวกมันและวางแผนตอบโต้เอาไว้

     

    อย่างไรก็ตามใครจะไปคิดกันล่ะว่าเมื่อถึงเวลาที่พวกมันหน้าจะบุกมาก็ยังไม่มีวี่แวว!

     

    นี่มันเกิดห่าอะไรขึ้น!

     

    หรือว่าพวกมันจะเปลี่ยนแผน?

     

    “หัวหน้าดูเหมือนว่ากองกําลังรบพิเศษจะมาถึงนานแล้วและพวกมันกําลังสังเกตการเราอยู่จากที่ห่างออกไปไม่ไกลในตึกร้างแห่งหนึ่งทั้งนี้จากที่เพิ่งได้โทรไปหาหมานไค่มันก็ได้บอกผมว่าพวกนั้นน่ะมาถึงแล้วจริงๆและเตรียมที่จะบุกแล้ว อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพวกมันจะรอใครบางคนอยู่’’ข้างๆกัน ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย เขาคนนี้มีใบหน้าเย็นชาและหยิ่งยโส ในความคิดของเขาเมื่อพวกนั้นบุกมาต่อให้เป็นถึงกองกําลังรบพิเศษ แต่ด้วยคนที่พวกเขาว่าจ้างมาพวกมันก็ล้วนต้องตกตาย

     

    ตายอย่างอนาถ!

     

    “ใครคนหนึ่ง...มันสําคัญถึงขนาดกองกําลังรบพิเศษต้องให้การรอคอยเลยเหรอ?’’มองไปยังเนี่ยหยวน เฉียวเต้าเจาก็สับสน เขาคิดว่าคนๆนั้นจะต้องสําคัญเป็นอย่างมากไม่งั้นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้คงไม่มีค่าพอให้รออีกฝ่ายหรอก

     

    “ไม่ว่ามันจะเป็นใครแล้วพวกนายจะกังวลไปทําไม?ในเมื่อพวกนายจ้างฉันคนนี้มาแล้ว ต่อให้เป็นชาวยุทธ์ฉันก็สามารถที่จะสังหารมันได้!’’ชายชราที่นั่งเงียบๆมาตลอดแสยะยิ้มอย่างไม่แยแส เขาคนนี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกงหลิงหรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้ใช้กําลังภายใน

     

    เพราะอย่างนั้นแก๊งเฉียวจึงได้จ้างวานชายชราคนนี้มาด้วยเงินนับล้านหยวนเพื่อสู้รบครั้งนี้

     

    พูดง่ายๆถึงแม้ต่อให้เป็นกองกําลังรบพิเศษแต่ด้วยจํานวนคนที่มีแค่สามสิบคนเฉียวเต้าเจาที่มีลูกน้องเป็นร้อยพร้อมอาวุธครบมือจึงไม่กลัวอะไรมากดังนั้นเมื่อได้จ้างวานผู้ใช้กําลังภายในมาเขาก็มั่นใจมากถึงที่สุดว่าเขาสามารถที่จะลบล้างกองกําลังรบพิเศษทั้งหมดนี้ให้หายไปจากมาเก๊าได้

     

    ถูกต้อง!เฉียวเต้าเจาเตรียมที่จะประกาศศักดาให้มาเก๊ารู้ว่าแก๊งเฉียวนั้นไม่สามารถยั่วยุได้!

     

    “ก็จริงอย่างที่คุณพูดพวกเรามีคุณอยู่และด้วยจํานวนลูกน้องที่ติดอาวุธครบมือต่อให้กองกําลังรบพิเศษจะพาชาวยุทธ์มาเหมือนกัน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเอาชนะเรา!’’ทางด้านเฉียวเต้าเจาที่ได้ยินคําพูดของฮ่าวเจียก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างไรก็ตามถึงจะผิดพลาดและเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมันก็คงจะไม่เกินเลยไปกว่าถอยหนีและผลสู้รบเสมอซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็เป็นผลสําเร็จที่พวกเขาจะขนย้ายสินค้าออกไปหมดพอดี ดังนั้นไม่ว่าครั้งนี้จะรบชนะหรือเสมอแผนการของพวกเขาก็สําเร็จเป็นแน่อยู่แล้ว

     

    “แน่นอนและแม้ว่าชาวยุทธ์ที่ว่าจะเป็นผู้ใช้กําลังภายในเหมือนกันแต่ด้วยกระบี่ในมือของฉันเล่มนี้มันก็ไม่มีผู้ใช้กัาลังภายในหน้าไหนจะเอาชนะฉันได้!’’ฮ่าวเจียเลียลิมฝีปากชอบใจแล้วเงื้อมปลายกระบี่ที่แหลมคมออกมา

     

    วินาทีนั้นเมื่อปลายกระบี่ถูกเงื้อมออกมาจากฝักมันก็ทอประกายแสงสีเงินระยิบระยับให้เห็น

     

    “กระบี่เหล็กไหล!’’เห็นแบบนั้นเนี่ยหยวนและเฉียยวเต้าเจาก็อุทานออกมาอย่างตกตะลึง

     

    “ถูกต้อง!ในบรรดาชาวยุทธ์มีน้อยมากที่ครอบครองอาวุธชั้นยอดอย่างฉันดังนั้นด้วยกระบี่เหล็กไหลที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเหล็กไหลนี้ฉันก็กล้าฟันธงเลยว่าต่อให้มีผู้ใช้กําลังภายในมา มันก็เป็นไปไม่ได้ที่มันจะสู้กับฉันที่ครอบครองกระบี่เหล็กไหล!’’ฮ่าวเจียพยักหน้าแล้วอธิบาย

     

    กระบี่เหล็กไหลนั้นเป็นอาวุธชั้นยอดในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์อย่างแท้จริงมันจึงมีความคมเป็นอย่างมาก ดังนั้นข้อได้เปรียบจึงมีมากกว่าอาวุธทั่วไปทั้งนี้ด้วยวิธีการสร้างพิเศษ ต่อให้เป็นกระสุนปืนก็ยากที่จะเจาะผ่านได้มันจึงทําให้แม้จะเป็นอาวุธที่ถูกทําขึ้นด้วยเหล็กไหลเหมือนกันก็ไม่สามารถที่จะเทียบเท่าได้!

     

    ทางด้านเฉียวเต้าเจาและเนี่ยหยวนที่มีข้อมูลมาบ้างแล้วยิ่งพอได้ยินจากปากของฮ่าวเจียด้วยพวกเขาก็อดรู้สึกทึ่งไม่ได้ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็มั่นใจมากขึ้นว่าถึงแม้จะมีผู้ใช้กําลังภายในมาเข้าร่วมกับทางกองกําลังรบพิเศษจริงๆมันก็เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะเอาชนะผู้ใช้กําลังภายในที่ครอบครองอาวุธชั้นยอด!

     

    …

     

    เวลาเดียวกันหลังจากที่เซี่ยวจี๋ได้แสดงฝีมือออกมา แม้ยี่เฟิงจะยังคงช็อคอยู่บ้าง แต่ทุกอย่างที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเพราะหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อชายหนุ่มได้เอ่ยปากถามชื่อใครคนหนึ่งเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันก็เกิดขึ้น นั่นคือทุกๆคนล้วนได้รับเทคนิคการต่อสู้ในแบบของตัวเองไป

     

    เพียงแต่ยี่เฟิงนั้นไม่ได้มีส่วนร่วมกองกําลังรบพิเศษจึงทดสอบฝีมือการต่อสู้กันเองพวกเขาที่ตะหนักรู้เกี่ยวกับเทคนิคการต่อสู้มากขึ้นจึงไม่มีใครกินใครลงด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงมีฝีมือเทียบเท่ากันหมด ไม่เป็นสองรองใครแตกต่างจากยี่เฟิงที่ได้แต่ดูอย่างตกตะลึงและอิจฉาตาร้อน

     

    “หมอนี่ไม่ธรรมดา!’’ปัจจุบัน ยี่เฟิงมองไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาต่างออกไป มันเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจคนบ้าที่ไหนจะสามารถสอนเทคนิคการต่อสู้ให้คนๆหนึ่งในประโยคเดียวได้?

     

    แน่นอนว่าไม่!

     

    ทว่าชายหนุ่มคนนี้กลับต่างออกไปเพียงประโยคเดียวของเขา คนทั่วไปก็มีความเข้าใจในเทคนิคการต่อสู้เพิ่มขึ้นมาก

     

    หากไม่ใช่คนจริงแล้วจะทําได้ยังไง?

     

    “หัวหน้านี่คือคลิปที่ผมพูดถึง!’’ขณะที่ยี่เฟิงกําลังอัศจรรย์ใจ เซี่ยวจี๋ก็เดินมาถึงพร้อมโทรศัพท์ในมือที่กําลังเล่นคลิปวิดีโอหนึ่งอยู่มันเป็นคลิปที่ชายหนุ่มได้ทําให้บอดี้การ์ดในชั้นที่หนึ่งพิการในฝ่ามือเดียว

     

    ทันทีที่ดูจบดวงตาของยี่เฟิงก็แทบที่จะถลนออกมาจากเบ้า

     

    เป็นไปได้อย่างไร!

     

    หรือว่าหมอนี้จะเป็นผู้ใช้กําลังภายที่เลื่องลือในคนหมู่น้อย?

     

    สําหรับยี่เฟิงแล้วคนๆหนึ่งที่สามารถคว้ากระสุนเอาไว้ได้โดยไม่เป็นอะไรซํ้ายังสามารถทําให้คนๆหนึ่งพิการได้ในฝ่ามือเดียวมันเป็นอะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

     

    ดังนั้นเขาที่ได้เห็นคลิปวิดีโอนี้จึงรู้สึกตื่นตะลึงและไม่อยากเชื่อเป็นอย่างมาก

     

    ตอนนี้ยี่เฟิงจึงตะหนักเข้าใจในทันทีถึงความหมายที่ลูกน้องของเขาต้องการจะสื่อ

     

    บัดซบ!ที่แท้ฉันเองที่เป็นไอ้บ้า!

     

    คิดได้ดังนั้นหน้าของยี่เฟิงก็ซีดเผือดก่อนที่จะกลับมาปกติเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆเขาคงจะถูกชายหนุ่มจัดการสั่งสอนจนพิการไม่ต่างอะไรไปจากคนพวกนั้น

     

    “ปรมาจารย์ผมต้องขอโทษคุณจริงๆที่มองคุณผิดไป!’’ยี่เฟิงไม่ลังเลที่จะเดินไปขอโทษชายหนุ่มทันที

     

    “อืม’’ต่อหน้าการขอโทษ มู่หลินเพียงพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจเขาไม่ใส่ใจอยู่แล้วที่คนบ้าคนหนึ่งจะมาขอโทษอะไรอย่างนี้

     

    กลับกันยี่เฟิงที่เห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้าให้ก็คิดว่าถูกยกโทษให้แล้วเขาจึงรู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมากและประสานมือคารวะ“ปรมาจารย์รบกวนคุณชี้แนะผมสักบทความจะได้ไหม?’’

     

    เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้สึกอิจฉาและอยากได้ในสิ่งที่ลูกน้องของเขาได้กันเขาจึงคิดว่าหากเขาได้รับการถ่ายทอดความรู้จากชายหนุ่มฝีมือการต่อสู้ของเขาจะต้องโดดเด่นเหนือกว่าพวกลูกน้องอย่างแน่นอน

     

    “ย่อมได้!’’แค่ประโยคเดียว มู่หลินไม่คิดจะงกเขาจึงเอ่ยด้วยนํ้าเสียงลุ่มลึก“กายและใจรวมเป็นหนึ่ง...’’

     

    ทันใดนั้นจิตวิญญาณของยี่เฟิงพลันซึบซับมันเป็นส่วนหนึ่งเองโดยไม่รู้ตัวเขาจึงงุนงงว่ามันหมายถึงอะไร ถึงจะอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าถามออกไปเพราะที่ผ่านมาหลังจากที่ได้เห็นพวกลูกน้องได้รับการชี้แนะ ทุกคนก็ไม่ได้ถามเขาจึงกลัวว่าหากตัวเองแสดงความไม่รู้ออกไป คงได้ถูกมองเป็นคนโง่แน่ๆ

     

    ‘สงสัยคงต้องเอากลับไปศึกษาต่อที่บ้าน!’ แม้จะไม่รู้ว่ากายและใจรวมเป็นหนึ่งหมายความว่าอะไรแต่ยี่เฟิงก็ตัดสินใจแล้วว่าจะนําไปศึกษาที่บ้านเพราะผลการชี้แนะของชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่อะไรที่ดูถูกได้เขาจึงเชื่อว่าหากเขาสามารถเข้าใจมันได้เพียงสักนิดความเก่งกาจของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมากมายเป็นแน่!

     

    “นายทําได้ยังไงกันแน่?’’ท่ามกลางกองกําลังรบพิเศษที่กําลังดวลฝีมือเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งหลันเอ๋อร์ที่ตกตะลึงอยู่นานก็อดถามไม่ได้เธอไม่เข้าใจจริงๆว่าชายหนุ่มคนนี้ไปเอาความสามารถสอนคนที่น่าอัศจรรย์อย่างนี้มาได้อย่างไรแล้วทําไมมันถึงได้น่าทึ่งขนาดนี้?

     

    ไม่เข้าใจจริงๆ!

     

    มู่หลินเพียงยิ้มโดยไม่พูดอะไรเพราะเขาก็ได้บอกไปแล้วว่าเขาเก่ง ดังนั้นเขาจะไม่พูดถึงมันอีก

     

    เหตุผลที่มู่หลินสามารถถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจให้คนๆหนึ่งได้เป็นผลมาจากหนึ่งในวิชาชีพเสริมของผู้บําเพ็ญเพียรที่ต้องมีความลํ้าลึกของจิตวิญญาณสูงมาก

     

    ซึ่งนั่นก็คือวิชาชีพเสริม...ปราชญ์เต๋า!

     

    ผู้ที่จะเป็นปราชญ์เต๋าได้นอกจากจะต้องมีความลํ้าลึกของจิตวิญญาณสูงส่งแล้วเขายังต้องมีความเข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่างของเต๋าอีกด้วยดังนั้นเมื่อเข้าถึงแก่นแท้ของมันเพียงประโยคเดียวก็สามารถที่จะทําให้คนผู้หนึ่งรู้แจ้งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้อย่างง่ายดาย

     

    ทว่า!ทว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะทําได้! นั่นก็คือ มู่หลิน!

     

    ในแดนเต๋าถึงจะมีผู้บําเพ็ญเพียรที่เป็นปราชญ์เต๋านับไม่ถ้วนแต่ก็มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่นรับรู้ได้โดยง่ายและคนที่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้คนๆนั้นเข้าใจได้ในทันทีและตรงจุดอย่างถ่องแท้มีเพียงมู่หลินคนเดียว เขามีความลึกลํ้าจิตวิญญาณสูงส่งมากและด้วยความที่ต้องเรียนรู้วิชาชีพเสริมและเรื่องต่างๆมากมายความเข้าใจในเต๋าของเขาจึงอยู่ในระดับที่ไม่อาจหาผู้ใดมาเทียบ

     

    บอกได้ว่าไร้พ่าย!

     

    ไร้พ่ายอย่างสิ้นเชิง!

     

    “เอาล่ะทุกคนจัดระเบียบ!ได้เวลาไปทลายแก๊งผลิตยาเสพติดกันแล้ว!’’ เห็นว่าได้เวลาแล้ว มู่หลินก็ลุกขึ้นยืนแล้วส่งเสียงเรียกทุกคนที่กําลังทดสอบความแข็งแกร่งอย่างตั้งอกตั้งใจ

     

    “ครับ!’’ทันทีที่ได้ยิน ทุกคนไม้เว้นแม้แต่ยี่เฟิงต่างจัดระเบียบแถวขานรับด้วยความเคารพต่อชายหนุ่มอย่างรวดเร็วขณะเดียวกันพวกเขาก็หัวเราะอย่างชั่วร้ายในใจ

     

    แก๊งเฉียว…

     

    แกจะเป็นแก๊งแรกที่ได้เป็นเครื่องทดสอบความแข็งแกร่งใหม่ของพวกเรา!

     

    เพราะงั้นล้างคอรอไว้ได้เลย!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน