ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 70 เริ่มต้นการประมูล

            “ได้ข้าจะแจ้งไปยังสมาคมการค้ามังกรดำตามที่นายน้อยสั่ง”

            “แล้วช่วงนี้ทางตระกูลฉีมีการเคลื่อนไหวอะไรบ้างท่านผู้อาวุโส”เฟิ่งหยูกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง

            “หลังจากที่ทางราชวงค์ตะวันฉายถูกปฏิเสธจากทางอาณาจักรเมฆาหวนเรื่องการสู่ขอองค์หญิงพวกเขาก็ตระเตรียมกองกำลังเกณฑ์ผู้คนจำนวนมากคาดว่าอีกไม่เกินสามเดือนน่าจะมีสงครามเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” จื่อซ่งกล่าวรายงาน

            “อีกไม่เกินสามเดือนอย่างนั้นหรือยังพอมีเวลาอยู่”เฟิ่งหยูพึมพำพร้อมกับนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

            “หลังงานประมูลค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกันเอาหละตอนนี้รบกวนเวลาพวกท่านมามากแล้ว กลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ” 

            หลังจากมอบหมายงานเสร็จสรรพเฟิ่งหยูกลับห้องพักพร้อมกับเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์เขาต้องการปรึกษากับเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายถึงเรื่องที่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเกิดสงครามระหว่างอาณาจักรขึ้นมา

             

              ก่อนวันประมูลสองวัน

            เฟิ่งหยูเดินทางไปยังสมาคมการค้ามังกรดำสถานที่จัดการประมูลสินค้าเมื่อเดินทางไปถึง เม้งหวู่จ๋าเป็นผู้ออกมาต้อนรับ

            “เจ้าหนูเจ้านี่ทำให้ข้าประหลาดใจได้ตลอดเวลาเลยนะว่าแต่ครั้งนี้เจ้ามีโชคเป็นอย่างมากเลยนะที่สามารถนำโลหิตมังกรออกมาประมูลได้แต่ข้าก็ยังเสียดายแทนเจ้าไม่น้อยที่ต้องจำใจต้องนำออกมาประมูลเช่นนี้”เม้งหวู่จ๋ากล่าวทักทายเฟิ่งหยูด้วยความเป็นกันเองและรูปร่างหน้าตาที่กลับเป็นวัยหนุ่มอีกครั้ง

            “เรื่องเล็กน้อยว่าแต่ท่านผู้อาวุโสข้าเองก็เตรียมของให้ท่านเหมือนกันนะ”เฟิ่งหยูหยิบขวดหยกที่มีโลหิตมังกรสายเลือดบริสุทธิ์หนึ่งหยดออกมาพร้อมกับยื่นให้เม้งหวู่จ๋า

            “ท่านรีบเก็บไปเลยไม่ต้องเปิดดู ไม่อย่างนั้นจะเกิดเรื่องใหญ่หลวงขึ้นอย่างแน่นอน”

            เฟิ่งหยูกล่าวเม้งหวู่จ๋ารีบเก็บขวดหยกนั้นไว้ทันที เขาไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในนั้นแต่ต้องเป็นสิ่งที่มีค่ามากอย่างแน่นอนเพราะสิ่งที่เฟิ่งหยูให้เขาแต่ละอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเขาทั้งสิ้น

            “ว่าแต่คืนนี้ท่านต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าและคนของข้านะ”เฟิ่งหยูกล่าว

            “ไม่มีปัญหาข้าจะจัดงานเลี้ยงให้เจ้าโดยเฉพาะเลย” เม้งหวู่จ๋ากล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น

            “ ฮ่า ฮ่าฮ่า ดี ดี พวกเราเจอกันเย็นนี้ก็แล้วกัน ตอนนี้ขอตัวไปพักผ่อนก่อน”

            เฟิ่งหยูเดินนำคนของตระกูลจื่อไปยังที่พักที่สมาคมการค้ามังกรดำจัดไว้ให้พวกเขามากันสิบกว่าคน ทุกคนที่มาล้วนแต่ตื่นเต้นดีใจเมื่อเจอเหตุการณ์เมื่อครู่พวกเขาได้แต่อ้าปากค้าง

            เพราะเม้งหวู่จ๋าเป็นใครเป็นถึงผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งของสมาคมการค้ามังกรดำ ออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยตัวเองแถมยังจะจัดงานเลี้ยงให้อีกด้วย พูดไปใครเขาจะเชื่อแต่สิ่งที่พวกเขาได้รู้ได้สัมผัสวันนี้นับเป็นการเปิดหูเปิดตากับพวกเขาอย่างแท้จริงเว้นแต่จื่อฮุ่ยและจื่อซ่งซึ่งทั้งสองคนนั้นเริ่มชินกับสิ่งที่ทุกคนตกตะลึงกันไปแล้ว

            “พวกเราไปพักผ่อนกันก่อนเถอะเย็นนี้ค่อยว่ากันอีกที”

            เฟิ่งหยูกล่าวกับทุกคนพร้อมกับกระซิบบอกเม้งหวู่จ๋า

            “เวลาท่านเปิดขวดให้สร้างกำแพงป้องกันเอาไว้หลาย ๆ ชั้นด้วยหละ”จากนั้นก็เดินจากไปพร้อมกับพวกตระกูลจื่อ

            เม้งหวู่จ๋ารีบกลับไปที่พักของเขาเมื่อถึงที่พักเขาปิดประตูห้องพร้อมกับสร้างกำแพงป้องกันหลายชั้นเหมือนที่เฟิ่งหยูแนะนำก่อนที่จะนำขวดหยกออกมาเปิดออก

            “ตูมมมม”

            พลังงานมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากขวดหยกมือของเม้งหวู่จ๋าสั่นเป็นเจ้าเข้า พร้อมกับพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก

            “โลลล หิตตมางงกร สายเลือดดด บริสสุทธิ์” เม้งหวู่จ๋าแทบจะพูดไม่เป็นภาษาคนเลยก็ว่าได้

             

            “โลหิตมังกรสายเลือดบริสุทธิ์เป็นโลหิตมังกรสายเลือดบริสุทธิ์จริง ๆเจ้าหนูเจ้าจะทำให้ข้าหัวใจวายสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน”เม้งหวู่จ๋าพึมพำพร้อมกับรอยยิ้ม

            เฟิ่งหยูไม่ได้เสียดายโลหิตมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ที่ให้กับเม้งหวู่จ๋าเลยสักนิดเพราะอีกไม่นานสงครามระหว่างอาณาจักรตะวันฉายและอาณาจักรเมฆาหวนของเขาจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนที่เขาให้โลหิตมังกรแก่ผู้นำสมาคมการค้ามังกรดำและให้โลหิตมังกรสายเลือดบริสุทธิ์แก่เม้งหวู่จ๋านั้น

            เฟิ่งหยูได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนไว้แล้วว่าหากสงครามเกิดขึ้นจริง ๆสมาคมการค้ามังกรดำจะเป็นตัวช่วยอย่างดีให้กับเฟิ่งหยูอย่างแน่นอนเพราะหากเขาขอร้องให้สมาคมการค้ามังกรดำงดจำหน่ายโอสถให้กับทางฝ่ายอาณาจักรตะวันฉาย

            เพียงแค่นี้เขาก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วเพราะสงครามต้องเกิดการบาดเจ็บล้มตายหากไม่มีโอสถผลของสงครามก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยง่ายดังนั้นที่เฟิ่งหยูตัดสินใจผูกมิตรกับพวกเขาล้วนแต่ไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว

            เขาไม่ต้องกังวลว่าโลหิตมังกรจะหมดไปเพราะในตัวของเฟิ่งหยูยังเหลืออีกมากมาย ที่สำคัญมังกรน้อยก็มีสายเลือดบริสุทธิ์ของมังกรอยู่ซึ่งสักวันมังกรน้อยจะสามารถย้อนคืนเป็นมังกรโบราณได้อย่างแน่นอน

            เม้งหวู่จ๋าเริ่มต้นดูดซับโลหิตมังกรเขาคิดว่าคงใช้เวลาหลายสิบปีกว่าโลหิตมังกรสายเลือดบริสุทธิ์หยดนี้จะหมดและอายุของเม้งหวู่จ๋าจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งพันปีเลยก็ว่าได้

             

            ตอนเย็นวันนั้น............

            เม้งหวู่จ๋าจัดงานเลี้ยงอย่างใหญ่โตต้อนรับเฟิ่งหยูพร้อมคณะตระกูลจื่อโดยมีผู้นำสมาคมการค้ามังกรดำปลีกตัวมาร่วมงานด้วย พวกเขาให้การต้อนรับเฟิ่งหยูและตระกูลจื่ออย่างดีเพราะทั้งคู่ต่างรู้คุณค่าของที่เฟิ่งหยูให้เป็นของขวัญเป็นอย่างดี ถึงแม้ผู้นำสมาคมจะได้โลหิตมังกรที่ไม่ใช่สายเลือดบริสุทธิ์แต่ก็สามารถทำให้เขายืดอายุได้อีกเป็นห้าร้อยปีอย่างต่ำ

            “ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆเจ้าหนู โลหิตมังกรที่เจ้ามอบให้ข้าเป็นสิ่งที่ข้าตามหามาตลอดร้อยปีเลยทีเดียวนับเป็นของที่หาได้ยากยิ่ง หากเจ้ามีอะไรให้พวกเราช่วยเจ้าก็บอกข้ามาได้เลย”ผู้นำสมาคมการค้ามังกรดำเอ่ยกับเฟิ่งหยู

            “ที่ข้าให้พวกท่านข้าเองนั้นไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน เพียงแค่พวกเราทำธุรกิจร่วมกันพวกท่านก็เปรียบเหมือนสหายของข้ายามข้าเดือดร้อนพวกท่านเองเป็นฝ่ายยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ข้าเองก็ถือคติที่ว่าใครดีมาข้าดีตอบใครร้ายมาข้าร้ายตอบ ก็เท่านั้น”

            เฟิ่งหยูกล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง

            “ประเสริฐประเสริฐยิ่ง  นับว่าครั้งนี้คงต้องยกความดีความชอบให้เม้งหวู่จ๋าที่ได้แนะนำเจ้าให้ข้าและสมาคมการค้ามังกรดำกิจการของพวกเราจึงได้เจริญมาได้จนถึงทุกวันนี้ เจ้านับว่าเป็นคนที่ข้าถูกใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            “แต่เอ๊ะ!! เม้งหวู่จ๋า กลิ่นอายนี้เจ้าเองก็ได้รับของขวัญจากเฟิ่งหยูเหมือนกันละสิ” ผู้นำสมาคมการค้ามังกรดำเอ่ยถาม

            “ใช่ท่านผู้นำข้าเองก็มอบให้กับผู้อาวุโสเม้งหวู่จ๋าเหมือนกัน” เฟิ่งหยูกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม

            พวกเขาดื่มกินกันอย่างมีความสุขพร้อมกับพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมายเหล่าผู้คนตระกูลจื่อสามารถสนิทสนมกับผู้นำสมาคมการนค้ามังกรดำ และเม้งหวู่จ๋าได้พวกเขาพูดคุยกันอย่างสนิทสนมและถูกคอกันเป็นอย่างดี

            วันต่อมาพวกเขาตื่นมาพร้อมกับรอยยิ้ม ตระกูลจื่อทุกคนรับรู้ถึงความสามารถของเฟิ่งหยูเป็นอย่างดีพวกเขาสามารถคุยกับบุคคลที่หลายตระกูลอยากจะเข้าหาได้อย่างสนิทสนมนับเป็นก้าวแรกของพวกเขาในการกลับมายืนอยู่แถวหน้าของตระกูลอันดับต้น ๆเลยก็ว่าได้

             

            วันถัดมา.........

             เป็นวันที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยกันมาอย่างใจจดใจจ่อเริ่มตั้งแต่เช้า สถานที่เปิดให้เข้าร่วมประมูลต่างหนาแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมากมายหลากหลายตระกูล หลากหลายสำนัก ไม่เว้นแม้แต่ทางราชวงศ์ตะวันฉาย ที่ส่งองค์ชายสามมาเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ด้วย

            เฟิ่งหยูและทุกคนต่างได้รับการต้อนรับอย่างดี เหล่าผู้คนจากสำนักใหญ่และเหล่าราชวงศ์และพวกของเฟิ่งหยูต่างอยู่บนชั้นพิเศษภายในห้องที่มีการบริการที่ดีเยี่ยมพวกเขาสามารถดื่มกินไปพร้อม ๆ กับการประมูลได้อย่างไม่มีปัญหา

            หลังจากนั้นไม่นานหญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำการประมูลเริ่มดำเนินการประมูลสิ่งของต่าง ๆ 

            “ข้าน้อยหลิวจิ่งเว่ย รับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการประมูลในครั้งนี้”

             เสียงหวานสดใสดึงดูดใจเหล่าผู้คนที่ส่งเสียงดังวุ่นวายให้เงียบกริบภายในพริบตาเดียวเท่านั้น

            “วันนี้เป็นการการจัดประมูลของสมาคมการค้ามังกรดำของเรา เรามีสินค้ามากมายหลากหลายชนิดมาให้พวกท่านได้รับชมและเลือกประมูลสินค้าที่พวกท่านสนใจ”

            มีหญิงสาวอีกคนเดินเข็นสินค้าชิ้นแรกออกมาเพื่อทำการประมูล

            “สินค้าชิ้นแรกของเราเป็นหินแร่บริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่งส่งเสริมให้เพิ่มพลังวัตของเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลาย สินค้าชิ้นแรกราคาประมูลเริ่มต้นที่หนึ่งร้อยเหรียญทอง สินค้าชิ้นนี้คือ แร่โลหะปฐพี”

            “หนึ่งร้อยสิบเหรียญทอง”

            “สองร้อยเหรียญทอง”

            “สองร้อยห้าสิบเหรียญทอง”

            “สองร้อยแปดสิบเหรียญทอง”

            ……………………………………………..

            …………………………………………….

            หินแร่โลหะปฐพีถูกประมูลไปในราคาสี่ร้อยห้าสิบเหรียญทอง

             

            “สินค้าชิ้นต่อไปของพวกเราได้รับมาเมื่อหลายวันก่อนนี้เป็นสินค้าที่หาได้ยาก และมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าร้อยเหรียญทอง สินค้าชิ้นนี้คือแก่ธาตุสัตว์อสูรระดับสาม”

            “หกร้อยเหรียญทอง”

            “หกร้อยสามสิบเหรียญทอง”

            “เจ็ดร้อยเหรียญทอง”

            ..............................

            .......................

            “ปัง”ราคาปิดที่ หนึ่งพันแปดร้อยเหรียญทอง

            “สินค้าชิ้นต่อไปราคาเริ่มต้นที่ หนึ่งเหรียญทองเป็นสินค้าที่ทุกคนไผ่ฝันที่อยากจะมีติดตัวด้วยกันทุกคน สินค้านี้คือแหวนมิติ”

            “สิบเหรียญทอง”

            “ห้าสิบเหรียญทอง”

            “พวกเจ้ามองของไม่เป็นหรืออย่างไรของชิ้นนี้ ราคาอย่างต่ำก็ห้าพันเหรียญทองแล้ว” ชายชราคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา

            “ข้าให้หกพันเหรียญทอง”

            “หกพันห้าร้อยเหรียญทอง”

            “หนึ่งหมื่นเหรียญทอง”เสียงหนึ่งดังขึ้นมา พร้อมกับทุกคนมองไปในทิศทางเดียวกันแต่กลับเป็นผู้เยาว์คนหนึ่ง ซึ่งทุกคนรู้จักดี เพราะเขาคือฉีเจิ้นจิว ที่มาเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้

            “หนึ่งหมื่นสองพันเหรียญทอง”

            เสียงดังจากห้องพิเศษห้องหนึ่งเอ่ยขึ้นมา

            “หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทอง” ฉีเจิ้นจิวเอ่ย

            “สองหมื่นเหรียญทอง”

            “สองหมื่นห้าพันเหรียญทอง”เสียงจาห้องพิเศษเอ่ย

            .............

            การดำเนินการต่อสู้เรื่องราคาอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเริ่มขึ้นจนสุดท้ายแหวนมิติวงนี้ได้ฉีเจิ้นจิวเป็นผู้ได้รับมันไปในราคาที่สูงถึงสามหมื่นเจ็ดพันเหรียญทอง

              การประมูลเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ  หลายสิ่งหลายอย่างถูกประมูลไปในราคาที่สูงหลายอย่างที่ไม่มีคนสนใจ

            จนมาถึงรายการที่เจ็ดสิบสาม

            “เพื่อให้ลูกค้าไม่ทุกท่านไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้สินค้าชิ้นนี้เป็นสร้อยมิติที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้เอง ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งเหรียญทองเช่นเดิมแต่ขนาดความจุ เนื้อที่ภายในสามารถบรรจุได้จำนวนมาก โดยมีขนาดกว้างห้าเมตรยาวห้าเมตร สูงห้าเมตร นับเป็นสินค้าที่หาได้ยากเป็นอย่างมากในปัจจุบัน”

            “ห้าหมื่นเหรียญทอง”ฉีเจิ้นจิวรีบให้ราคาทันที

            “ห้าหมื่นห้าพันเหรียญทอง”

            “หกหมื่นเหรียญทอง”

            ………………………….

            …………………………..

            …………………………..

            “ขาย”ราคาของสร้อยมิตินั้นถูกประมูลไปด้วยราคาสูงถึงหนึ่งแสนสามหมื่นเหรียญทองเลยทีเดียว

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน