(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 110 ซวนหยวนผู้แข็งแกร่ง

            ทุกคนในสนามรบต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในที่สุดตำนานแห่งยุคการเปลี่ยนแปลงก็ได้เคลื่อนไหวแล้ว ชายวัยกลางคนผมสีแดงเพลิงที่เพิ่งโจมตีมังกรสายฟ้าจนปลิวกระเด็นไป เขาก็คือซวนหยวน ผู้นำแห่งสำนักมังกร ผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก


            ซวนหยวนเอามือไพร่หลังและลอยอยู่ท่ามกลางสนามรบที่พังทลาย สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเฉยชาและดูยิ่งใหญ่


            ตัวของเขาได้มองไปยังเหล่านักสู้และเจ้าหน้าที่ที่ยังคงอยู่ในสนามรบ ก่อนจะตะโกนด้วยเสียงที่ดังและเต็มไปด้วยพลัง


            “อย่าได้ยอมแพ้! จงลุกขึ้นสู้! พวกเราคือปราการที่เป็นความหวังของมนุษย์ชาติ!”


            “พวกเราจะต้องยืนหยัดและปกป้องทุกสิ่งที่เรารัก! มอนสเตอร์พวกนี้จะไม่อาจทำลายเราได้!”


            เสียงของเขาดังก้องไปทั่วสนามรบ ราวกับเป็นคำสั่งที่ปลุกจิตวิญญาณของทุกคน


            “——!!”


            คำพูดของซวนหยวนปลุกใจเหล่านักสู้และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่เหลืออยู่ในสนามรบ พวกเขารู้ว่าการปรากฏตัวของท่านผู้นี้คือสัญญาณแห่งความหวัง การที่ผู้นำแห่งสำนักมังกรมาถึง ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าโลกนี้ยังมีพลังและความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด


            “มังกรสายฟ้า รอบก่อนแกยังไม่เข็ดใช่ไหม?”


            แววตาของซวนหยวนแข็งกร้าวเมื่อมองไปยังร่างขนาดใหญ่ พร้อมกับที่เขาเริ่มปลดปล่อยยีนที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมา พลังที่ยิ่งใหญ่และรุนแรงปะทุขึ้น ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่กระจายออกไปทั่วบริเวณ กฎต้นกำเนิดแห่งไฟที่เขาครอบครองได้ถูกควบแน่นและพร้อมถูกปลดปล่อย


            ขณะที่ท้องฟ้าซึ่งเคยถูกปกคลุมด้วยเมฆครึ้มได้เริ่มเปลี่ยนแปลง พลังแห่งเปลวเพลิงถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของซวนหยวน ความร้อนที่รุนแรงแผ่กระจายไปทั่วอาณาเขตรอบๆตัวเขา ทำให้เกิดประกายไฟที่รุนแรงและเจิดจ้า ประหนึ่งว่าทั้งโลกถูกล้อมรอบด้วยทะเลเพลิง


            “ครืนนนนนนนนนนนน!”


            วินาทีนั้นเอง เขตแดนแห่งเปลวเพลิงก็ปรากฏออกมา รัศมีของมันแผ่กระจายไปทั่วอาณาเขตของสนามรบ ประหนึ่งเป็นโดมพลังขนาดใหญ่ที่ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด เปลวเพลิงที่ร้อนแรงส่องประกายแสงสีส้มแดงรอบตัวซวนหยวน พลังอำนาจนี้ทำให้แม้แต่มังกรสายฟ้ายังต้องชะงัก


            “นั่นน่ะเหรอพลังของสิ่งที่เรียกว่าเขตแดนแห่งกฎ มันต่างไปจากฎต้นกำเนิดแบบปกติยังไงอะท่านอาจารย์ดาวาล?”


            แววตาของทันย่าเบิกกว้างเมื่อได้เห็นถึงกฎต้นกำเนิดพลังที่รุนแรง แต่เขาก็ต้องประหลาดใจอยู่เล็กน้อยที่เห็นว่ามันเล็กจ้อยยิ่งนัก


            [ถูกต้องแล้วศิษย์รัก เจ้าประหลาดใจใช่ไหมละที่รู้ว่าเขตแดนแห่งกฎ มันก็เหมือนกับการปลดปล่อยกฎต้นกำเนิดทั่วๆไป ทว่ามันมีข้อแตกต่างอยู่เล็กน้อย กฎต้นกำเนิดดั่งเดิมที่ปลดปล่อยออกมาโดยปกติจะไม่ทรงพลังเทียบเท่าอย่างแน่นอน]


            [แต่ถ้าควบแน่นกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมให้กลายมาเป็นเขตแดนระดับแรกได้ คุณสมบัติและพลังอำนาจของกฎต้นกำเนิดก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น]


            [อย่างแรกเลยก็คือ มันจะสร้างสภาวะพิเศษที่เป็นผลบวกต่อตัวผู้ใช้กฎต้นกำเนิด อีกทั้งยังสร้างอาณาเขตที่ทำให้ผู้ครองสามารถปลดปล่อยยีนพันธุกรรมได้สูงมากที่สุด ขณะเดียวกัน เขตแดนก็สามารถระงับพลังของศัตรูได้ เอาง่ายๆว่าทำให้มันอ่อนแอลงไปตามค่าความชำนาญ]


            [ในการต่อสู้ระดับขั้นดาวฤกษ์ขึ้นไป พวกเราจะได้เห็นการเปิดใช้เขตแดนแห่งกฎอยู่บ่อยครั้ง]


            [กรณีของซวนหยวนเป็นเพียงแค่ขั้นแรกเท่านั้น ทว่าแค่ขั้นแรกมันก็ทรงพลังมากพอที่จะทำให้ผู้มีพลังใต้ขั้นดาวฤกษ์ต้องหมดสิ้นสภาพ]


            พอได้ฟังคำที่เด็กสาวกล่าว ทันย่าก็หันขวับกลับไปมองยังซวนหยวนที่ตอนนี้กำลังลุกโชน รายล้อมไปด้วยเปลวเพลิง และรัศมีพลังของกฎต้นกำเนิดก็เป็นอย่างที่ท่านอาจารย์บอกเอาไว้ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเปลวเพลิงที่รุนแรงนั้นเหมือนกำลังถักทอกันเป็นโดมขนาดใหญ่รอบตัว


            “มังกรสายฟ้า แกคือภัยพิบัติของโลก!”


            “วันนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้แกมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”


            ซวนหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็ง ขณะมองตรงไปยังมังกรยักษ์ที่กำลังฟื้นตัวจากการโจมตี


            ในอดีตซวนหยวนและมังกรแห่งสายฟ้าเองก็เคยเผชิญหน้ากันในสนามรบ และผลลัพธ์ในครานั้นคือซวนหยวนบาดเจ็บสาหัส แต่ก็สามารถขับไล่มังกรสายฟ้าออกไปจากเมืองป้อมปราการได้ ทว่านั้นก็เมื่อหลายปีก่อน ในตอนนี้ซวนหยวนได้ยกระดับพลังขึ้นมาเทียบเท่าแล้ว


            “โฮกกกกกกกกกกกกก!”


            มังกรสายฟ้าคำรามออกมาอย่างเดือดดาล และกางกรงเล็บที่เต็มไปด้วยคลื่นสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ซวนหยวนในทันที


            “เปรี๊ยง!”


            ทันใดนั้นการปะทะกันระหว่างทั้งสองเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด พลังงานที่แผ่กระจายออกมาจากทั้งคู่ ทำให้พื้นที่รอบๆสั่นสะเทือนราวกับว่าทั้งโลกกำลังเผชิญกับพายุพลังงาน


            ทั้งสองมีระดับพลังที่เทียบเท่ากัน แต่การต่อสู้นี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับซวนหยวน


            เขายกมือขึ้นสูง เปลวเพลิงในเขตแดนรอบตัวเขาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับว่าพลังแห่งเปลวเพลิงนั้นตอบสนองต่อคำสั่งของเขา มันพร้อมที่จะถูกปลดปล่อยออกไปเป็นการโจมตีที่รุนแรงและมหาศาล


            ขณะที่มังกรสายฟ้าโฉบตัวเข้ามาด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง ร่างของมันถูกห่อหุ้มด้วยสายฟ้าที่เปล่งประกายสีทอง มันปล่อยพลังสายฟ้าที่รุนแรงออกมาจากปากและกรงเล็บที่แหลมคม แรงกระแทกจากการโจมตีของมันทำให้ท้องฟ้าแตกกระจายและอากาศโดยรอบสั่นสะเทือน


            ซวนหยวนรับมือกับการโจมตีของมังกรสายฟ้าอย่างไม่ลังเล เคลื่อนไหวและปลดปล่อยเทคนิคการต่อสู้ของตนอย่างต่อเนื่อง


            พลังแห่งเปลวเพลิงที่แผ่กระจายออกมาจากร่างทำให้ทุกการโจมตีของมังกรสายฟ้าอ่อนแรงลงบ้าง เขตแดนแห่งกฎต้นกำเนิดที่สร้างขึ้นช่วยปกป้องเขาจากการโจมตีที่รุนแรงของมังกร และยังช่วยเสริมพลังในการโจมตีของเขาให้ทรงพลังยิ่งขึ้น


            การต่อสู้ระหว่างทั้งสองเป็นการปะทะกันของพลังที่น่าสะพรึงกลัว มังกรสายฟ้าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ปล่อยพลังสายฟ้าเป็นลำแสงที่พุ่งตรงไปยังซวนหยวน


            แต่ซวนหยวนก็สามารถตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาควบคุมเปลวเพลิงของตนเองและใช้มันเป็นเกราะป้องกัน พร้อมทั้งโจมตีสวนกลับไปด้วยการปลดปล่อยเปลวเพลิงที่รุนแรงและรวดเร็ว


            โดยปกติ มอนสเตอร์กลายพันธุ์ระดับชนชั้นจักรพรรดิจะมีความแข็งแกร่งมากกว่ามนุษย์


            แต่มนุษย์มีข้อได้เปรียบในด้านการควบคุมและใช้พลังอย่างชาญฉลาด


            ซวนหยวนใช้เขตแดนแห่งกฎของเขาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เปลวเพลิงที่เขาควบคุมสามารถรีดเค้นประสิทธิภาพในการโจมตีและป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ เขตแดนของเขายังสามารถลดทอนพลังของมังกรสายฟ้าได้บ้าง ทำให้การโจมตีของมันอ่อนแรงลงในบางครั้ง


            “ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!”


            ประหนึ่งเสียงกลองรบที่ดังกึกท้องฟ้า การต่อสู้ระหว่างซวนหยวนและมังกรสายฟ้าเป็นเหมือนการปะทะกันของสองพลังที่ไม่มีใครเทียม


            เปลวเพลิงและสายฟ้าส่องประกายสว่างเจิดจ้าท่ามกลางสนามรบที่โกลาหลวุ่นวาย


            เสียงระเบิดและเสียงคำรามดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทั้งสองพยายามเอาชนะกันด้วยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตน


            แม้ว่าการต่อสู้นี้จะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก ซวนหยวนยังคงยืนหยัดด้วยความมุ่งมั่น


            เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้มังกรสายฟ้านี้ทำลายล้างเมืองต่อไป มันจะนำมาซึ่งหายนะที่ไม่อาจแก้ไขได้ เขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อหยุดยั้งมัน และในขณะเดียวกัน เขาต้องหาโอกาสโจมตีให้ได้เพื่อเอาชนะมังกรแห่งสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวนี้ให้ได้


            การปะทะระหว่างซวนหยวนและมังกรสายฟ้ายังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด เปลวเพลิงและสายฟ้าปะทะกันกลางอากาศ


            ซวนหยวนไม่ยอมอ่อนข้อ เขาควบคุมเขตแดนแห่งเปลวเพลิงของตนอย่างชำนาญ


            “แกไม่ใช่ศัตรูที่ข้าจะปราบได้ง่ายๆ”


            “แต่ข้าเองก็ไม่ใช่เหยื่อของแกเช่นกัน!”


            ซวนหยวนคำรามออกมาขณะที่กำหมัดของตนเองแน่น


            “เทคนิคหมัดดวงดาว— หนึ่งอาทิตย์กลกาล”


            ทันใดนั้นเขาได้รวบรวมกฎต้นกำเนิดแห่งเปลวเพลิงเข้าสู่หมัดของตน หมัดนั้นเปล่งแสงเป็นสีแดงเข้มและร้อนแรงยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ และเขาได้พุ่งตัวเข้าไปยังมังกรสายฟ้าที่กำลังปล่อยกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าออกมาอีกครั้ง


           “เปรี๊ยง!”


            เปลวเพลิงจากหมัดของซวนหยวนปะทะเข้ากับสายฟ้าของมังกร เกิดเป็นเสียงระเบิดดังสนั่นที่ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ


            การโจมตีของซวนหยวนไม่ได้หยุดแค่เพียงครั้งเดียว เขาใช้ความเร็วและความชำนาญในการต่อสู้หลบหลีกการโจมตีของมังกรสายฟ้า พร้อมทั้งโจมตีโต้กลับไปด้วยหมัดเปลวเพลิงที่ทรงพลังของเขา ทำให้ร่างขนาดใหญ่ที่เหมือนเป็นเป้านิ่ง ถูกอัดจนเกล็ดมังกรต้องพังทลาย


            “ไอ้มนุษย์ตัวจ้อย!”


            มังกรสายฟ้าส่งเสียงคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ตัวของมันพยายามโจมตีซวนหยวนด้วยพลังสายฟ้าที่รุนแรงยิ่งขึ้น


            สายฟ้าฟาดลงมาราวกับห่าฝนแห่งการทำลายล้าง แต่มันก็ไม่สามารถเจาะผ่านเปลวเพลิงที่ปกคลุมร่างของซวนหยวนได้ง่ายๆ ทุกครั้งที่สายฟ้าฟาดลงมา เปลวเพลิงของซวนหยวนก็ลุกโชนขึ้นมาต้านทาน สร้างเป็นอาณาเขตป้องกันแห่งเปลวเพลิงที่แข็งแกร่ง


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน