ความรู้สึกตื่นเต้นเผยบนใบหน้าเฉินห่าว ด้านหน้าของเขาคืออัฒจันทร์สูง 10 ชั้น บริเวณที่เขายืนอยู่นั้นเป็นสนามกว้างมุงหลังคาที่ประดับไปด้วยหินปรับสภาพอากาศจนข้างใต้เย็นราวกับติดแอร์
เป่าเป้ยน้อยติดอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องคุณพ่อพยายามมองสำรวจทุกอย่างด้วยท่าทางสงสัยพลางมองไปยังอัฒจันทร์ที่เริ่มมีพี่สาวพี่ชายจำนวนมากเดินขึ้นไปนั่งจนเก้าอี้ค่อยๆเต็ม
เฉินห่าวมองดูเวลาเห็นว่าจำเป็นต้องสอนแล้วจึงเริ่มฉีกยิ้มเป็นลำดับแรกแล้วแนะนำตัว
“ สวัสดีฉันชื่อเหวิน ยินดีที่ได้รู้จัก ”
น้ำเสียงเป็นกันเองเอ่ยออกมาจากอาจารย์สอนพิเศษ เสียงที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางสบายๆกลับดังก้องไปทั่วอัฒจันทร์ราวกับใช้สกิลร้องตะโกน
“ เทอมนี้ฉันมีเวลา 15 สัปดาห์ในการสอนพวกเธอ เราจะเจอกันอาทิตย์ละ 1 ครั้งเพียงเท่านั้น หากมีอะไรสงสัยสามารถสอบถามฉันในระหว่างเรียนได้เสมอ ”
ไม่มีใครยกมือสอบถาม ไม่มีใครเอ่ยความสงสัย ทุกคนทำเพียงนั่งนิ่งรอให้เฉินห่าวเอ่ยทุกอย่างให้จบก่อน
“ สิ่งที่ฉันจะสอนพวกเธอในระยะเวลา 15 สัปดาห์นี้คือการปรับพื้นฐานของสิ่งที่มีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น แก้ไขความสามารถในการเคลื่อนไหว เอาล่ะมีใครสงสัยอะไรไหม ”
เฉินห่าวเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สอบถาม หนึ่งในนักศึกษาปี 1 จึงยกมือ
“ เชิญ ”
“ อาจารย์ครับ ทำไมคุณถึงเป็นอาจารย์สอนพิเศษได้กันครับ ส่วนมากอาจารย์จะมีเลเวล 160 ไปจนถึง 200 ไม่ใช่เหรอครับ ”
เฉินห่าวเห็นถึงปัญหาและเขาก็รู้ด้วยว่าคำถามนี้เอ่ยออกมาจากคนที่เริ่มมีอคติกับตัวของเขา
การที่ทุกคนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ ส่วนใหญ่เป็นผู้แข็งแกร่งและมาจากขุมอำนาจต่างๆ การที่มีอาจารย์สอนพิเศษเลเวล 110 ปรากฎตัวในเทอมคงจะทำให้หลายคนรู้สึกว่าทางมหาวิทยาลัยกำลังขัดขวางการเรียนของพวกเขาด้วยการนำผู้ไม่มีฝีมือเข้ามาสอน
“ อ๋อ ฉันก็แค่ไปงานวันเกิดเด็กสาวคนหนึ่งแล้วก็ถูกตาผู้อำนวยการเข้าก็เลยได้มาที่นี่ มีอะไรงั้นเหรอ ”
เฉินห่าวตามน้ำไป เขารู้วิธีแก้ปัญหาหากว่ามีใครสักคนกำลังด้อยค่าเขาที่เป็นอาจารย์ วิธีนั้นก็คือพิสูจน์ให้เห็น
ในระหว่างที่เพื่อนภายในห้องกำลังแสดงท่าทางไม่พอใจกับอาจารย์ที่มีเลเวลเพียง 110 ฉู่เฉียวได้ยินเรื่องเล่าเมื่อครู่จึงมองอาจารย์คนใหม่ชัดๆเพราะเรื่องราวที่เขาเล่าตรงกันกับที่เธอพบเจอ
“ เอ ถ้าเป็นพี่ชายเฉินทำไมหน้าเปลี่ยนไปล่ะ ”
ฉู่เฉียวมองอาจารย์สอนพิเศษ เพื่อนของเธอที่อยู่ในงานวันเกิดต่างก็หันมองหน้ากัน ใบหน้าของอาจารย์ไม่คุ้นเลยเพียงแต่ว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาคุ้นเป็นอย่างมาก
“ คิดว่าใช่ไหม ”
นักศึกษาทั้ง 15 หันมองหน้ากันน้ำเสียงและช่วงจังหวะการเว้นวรรคเหมือนคนที่พวกเธอรู้จักมาก อีกฝ่ายกลับหน้าเปลี่ยนไป
“ คุณจะบอกว่าแค่ไปงานวันเกิดแล้วก็ถูกทาบทามอย่างนั้นเหรอครับ งั้นผมขออนุญาตออกจากคลาสนะครับเพราะนักศึกษาทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางเรียน ”
“ เชิญเลยตามสบาย ใครวางอีโก้ลงไม่ได้ก็ออกไปเลย ส่วนใครที่อยากรู้ว่าฉันจะสอนอะไรแค่นั่งนิ่งๆก็พอ ”
เฉินห่าวไม่ได้รั้งให้ใครอยู่ต่อนักศึกษามีสิทธิในการเลือกเรียน ส่วนหลักสูตรของเขาเป็นหลักสูตรพิเศษไม่มีการตัดคะแนน นักศึกษาสามารถเข้าหรือออกจากคลาสได้ตามใจชอบเพราะเจอหน้ากันอาทิตย์ละ 1 วันเท่านั้น
นักศึกษาที่สอบถามเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง เฉินห่าวทำเพียงยิ้มแล้วก็ไม่คิดจะหันมองตามเช่นเดียวกัน สิ่งที่เขาจะมอบให้นับว่ามีค่าเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่สนใจกลุ่มคนที่แสดงพฤติกรรมต่อต้านเขาอย่างชัดเจน
เขาวางแผนเอาไว้ว่าจะสร้างสัมพันธ์กับกลุ่มต่างๆ การที่นักศึกษาแสดงพฤติกรรมออกมาอย่างชัดเจนก็ทำให้เขารู้แล้วว่าใครบ้างควรจะอยู่ให้ห่างตัว
“ ฉันมีเวลา 5 นาที ใครไม่พอใจที่ฉันเลเวล 110 เชิญ ”
เฉินห่าวผายมือไปยังประตูห้อง หลังจากมีนักศึกษาคนหนึ่งเดินออกไปแล้วหลายคนหันมองเพื่อนรอบๆเพื่อดูว่าจะมีใครออกไปอีกหรือไม่จะได้ตามไป แต่ละคนล้วนแล้วอยากดูแนวโน้มของคนส่วนใหญ่ ทันใดนั้นก็มีนักศึกษาอีก 30 คนเดินออกจากห้องไม่สนใจอาจารย์สอนพิเศษคนใหม่เลย
อย่างไรก็ตามหลายคนอยากอยู่ต่ออีกสักพักเพราะอยากรู้ว่าอาจารย์สอนพิเศษกำลังจะสอนอะไร การจะเข้าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ ต่อให้จะเป็นเพียงอาจารย์สอนพิเศษชั่วคราวทางคณะกรรมการของมหาวิทยาลัยจะต้องคัดเลือกมาแล้ว เขาคงไม่ได้เดินไปเจอผู้อำนวยการที่งานวันเกิดอย่างแน่นอน
“ เอ….ทำไมหน้าตาคุ้นๆจัง ”
เหมยลี่มองไปยังเด็กตัวน้อยๆแต่งตัวเป็นผึ้ง เธอไม่รู้ว่าเป็นเด็กผู้หญิงหรือว่าเด็กผู้ชายเพราะมีเพียงส่วนใบหน้ากลมๆที่ยื่นออกมาจากชุด
เพียงแต่ว่าจมูกและดวงตาน้อยๆที่กวาดไปมารอบๆอย่างตื่นเต้นกลับดูคุ้นเคยเธอจึงเปลี่ยนที่นั่งเข้าไปใกล้ให้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆก่อนจะยื่นหน้าออกจากโต๊ะจนคนที่อยู่ใกล้ๆสนใจว่าเหมยลี่กำลังจ้องอะไร
สิ่งที่น่าแปลกใจไม่ใช่เหมยลี่ หลี่อิงที่นั่งอยู่ด้านหลังขยับมานั่งด้านหน้าราวกับว่ามีบางอย่างกำลังดึงความสนใจ แม้ไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่การทำให้อันดับ 1 และอันดับ 2 เปลี่ยนที่นั่งทำให้หลายคนเลือกจะอยู่ต่อ
“ เอาล่ะในเมื่อพร้อมกันแล้วเรามาเริ่มบทเรียนแรกกันเถอะ หลายคนคงคาดหวังว่าฉันจะสอนอะไรที่มันสุดยอดสามารถสั่นสะเทือนฟ้าสั่นสะเทือนดิน บางคนคิดว่าฉันอาจจะมาสอนเทคนิคลับเอาไว้สังหาร แต่ฉันบอกก่อนว่าสิ่งที่ฉันจะสอนนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนมองข้าม เห็นสิ่งที่อยู่ในมือของฉันไหม ”
เฉินห่าวชูหนังสือปกสีน้ำตาลให้นักศึกษาดู หน้าปกเขียนเอาไว้ว่าฝ่าเท้าสายลม แต่ละคนที่เห็นชื่อปกทักษะล้วนแล้วเลิกคิ้วขึ้นสูงเพราะมันคือทักษะอ่อนแอที่สุดในหมู่ทักษะที่ทางมหาวิทยาลัยสอนจึงไม่มีใครสนใจมันเลยสักคนเดียว
“ ฉันจะสอนมัน ”
“ อาจารย์คะ คุณแน่ใจนะว่าจะสอนทักษะนี่ ”
“ ใช่ครับอาจารย์ คุณแน่ใจนะว่าจะสอนมัน ทักษะนี้มันใช้งานไม่ได้แล้วยังฝึกยากอีก ทักษะเลเวลต่ำกว่ายังใช้งานได้ดีกว่าเลยครับอาจารย์ ”
นักศึกษาเริ่มแสดงความไม่พอใจเมื่อรู้ว่าทักษะที่อาจารย์เหวินต้องการสอนเป็นเพียงทักษะไร้ค่า
“ ไร้ค่าเหรอ จริงหรือเปล่า ทักษะไร้ค่าหรือว่าพวกเธอที่ไร้ค่ากันจึงมองไม่เห็นความสามารถที่แท้จริงของมัน ”
นักศึกษาเริ่มโกรธเมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์เหวิน
“ อาจารย์ครับ ถ้ามันดีรุ่นพี่ที่จบไปก็ต้องใช้งานมันแล้ว ในประวัติศาสตร์ของทางมหาวิทยาลัยไม่มีรุ่นพี่คนไหนแนะนำเลย แล้วก็ไม่มีใครนำมันไปใช้งานด้วย ”
“ น่าเสียดายจริงๆเลยนะ แค่ปรับอีกนิดเดียวแท้ๆมันจะกลายเป็นทักษะเท้าที่สุดยอดมาก สามารถใช้ได้ถึงเลเวล 90 เลย น่าเสียดาย น่าเสียดาย ”
เฉินห่าวยกมือกุมหน้าผากแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงความเศร้าใจ
“ อาจารย์ครับ ถ้ามันดีแสดงว่าอาจารย์จะต้องเข้าใจมันแล้ว ทำไมไม่ลองใช้ให้เราดูหน่อยครับ ”
“ นั่นสินะ แค่บอกว่าดีใครจะไปเชื่อ อาจารย์ช่วยแสดงให้เราเห็นหน่อยได้ไหมครับ ”
เป่าเป้ยหันมองคุณพ่อหลังจากได้ยินพี่ชายและพี่สาวอยากให้คุณพ่อแสดงทักษะออกมา
“ ให้หนูช่วยไหมคะ ” เป่าเป้ยชกลมด้วยความฮึกเหิมอยากจะช่วยคุณพ่อสอน
“ ไม่จ้ะ เดี๋ยวพอจัดการเอง ” เป่าเป้ยพยักหน้าให้คุณพ่อ ก่อนจะมองไปยังพี่สาวสองคนที่กำลังจ้องมองเธอไม่วางตา เป่าเป้ยจึงชูมือสองข้างขึ้นมาโบกทักทายด้วยท่าทางดีใจเพราะเจอพี่สาวเหมยลี่และพี่สาวหลี่อิง
“ ใช่จริงๆด้วย! ”
เหมยลี่แสดงท่าทางตกใจก่อนจะหันมองหลี่อิงที่เห็นเหมือนกัน เด็กน้อยสวมใส่ชุดผึ้งคือเป่าเป้ยแน่นอน ยิ่งเห็นรอยยิ้มและการทักทายทั้งสองก็ยิ่งมั่นใจว่าเด็กตัวน้อยนี้จะต้องเป็นเด็กที่เถ้าแก่เฉินฝากเลี้ยงบ่อยๆ
“ แล้วเถ้าแก่มาทำอะไรที่นี่ หรือว่ามาหาสมาชิกร้านเพิ่มแล้วทำไมต้องปลอมตัวด้วยล่ะ ”
เหมยลี่เท้าคาง เธอพยายามโปรโมทร้านให้เถ้าแก่บ่อยมากไม่รู้เลยว่ามีใครไปที่หลงเฉียงฟิตเนสหรือเปล่า เพียงแต่ว่าเพื่อนทั้ง 5 ในกลุ่มของเธอเดินทางไปแล้วก็กลับมาพร้อมความแข็งแกร่ง ซึ่งพวกเขาก็ช่วยกันโปรโมทร้านตลอด
“ มีใครอยากจะฝึกทักษะนี้ไหม ภายใน 1 ชั่วโมงสามารถใช้มันได้นิดๆหน่อยพอต่อสู้ได้ รับประกันเลยว่าสามารถต่อยหน้าเพื่อนที่นั่งอยู่ภายในนี้ได้ 1 หมัดเลย แม้จะเป็นเลเวลน้อยที่สุดในห้องนี้ก็ตาม ยกเว้นเด็กสาวสองคนนี้ ”
เฉินห่าวชี้มือไปที่หลี่อิงและเหมยลี่ ต่อให้เขาจะใช้สกิลปรับแก้ไขข้อผิดพลาดให้ไปก็ไม่สามารถต่อยเด็กสาวทั้งสองนี้ได้
“ ครูครับ งั้นผมขออาสา ”
เด็กชายร่างกายกำยำลุกขึ้น เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้อาสาฝึกทักษะแต่ขออาสาต่อยกับคนที่ฝึกทักษะที่อาจารย์เหวินกำลังจะสอน
“ งั้นนายเลือกคนที่อยากจะสู้ด้วยเลย จะเอาใครก็ได้ ”
เด็กชายร่างกายกำยำชี้มือไปยังเด็กอีกคนที่นั่งอยู่เกือบจะด้านหลังสุด เขาสวมใส่แว่นตากลมๆ ข้างหนึ่งมีรอยร้าวราวกับทำตก อีกฝ่ายมีร่างกายซูบผอมและเหมือนจะไม่ถนัดต่อสู้
“ แน่ใจนะ นายสามารถเปลี่ยนคู่ต่อสู้ได้นะ ”
“ ไม่ครับ ผมเลือกเขาออกมาเลยเจ้าแว่น ”
เฉินห่าวกวักมือเรียกนักเรียนที่นั่งอยู่ด้านหลังห้องให้มาหา อีกฝ่ายแสดงท่าทางกล้าๆกลัวๆเขาจึงตบไหล่เบาๆ โดยมีเป่าเป้ยพยายามยื่นมือน้อยๆไปตบไหล่แปะๆเลียนแบบเพื่อปลอบใจอีกฝ่ายไม่ให้ตระหนกจนเกินไป
ชู่ชู่ค่า