ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 140 ขอเข้าพบ
รุ่งเช้า คฤหาสน์ชั่วคราวตระกูลพีไรซ์ เมืองขนาดกลาง B-24
ร่างสูงของสตรีก้าวเดินฉับๆ มุ่งตรงเข้าไปยังเรือนหลักของตระกูลพีไรซ์ด้วยความร้อนใจ
สตรีนางนี้สวมใส่อาภรณ์สีฟ้าอ่อน พลิ้วไหวตามแรงเหวี่ยงของการเดิน และนางก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้อาวุโสเหลียนจงจากสำนักจันทรานิรันดร์
ท่วงท่าการเดินองอาจ แต่ก็แฝงความอ่อนช้อยไว้ภายใน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ นางเดินมาจนถึงหน้าห้องทำงานของหัวหน้าตระกูลพีไรซ์
“อ๊ะ คารวะผู้อาวุโสเหลียนจง ถึงกับมาที่นี่ด้วยตนเอง ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรให้พวกเราช่วยเหลือหรือไม่?” เมลิกที่กำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องทำงานของหัวหน้าตระกูลเช่นเดียวกันรีบประสานมือขึ้นทักทายหญิงวัยกลางคนตรงหน้าทันทีที่เห็น
“หาได้มีอะไรให้ช่วยเหลือไม่ ข้าเพียงแค่อยากมาแสดงความจริงใจต่อหัวหน้าตระกูลเท่านั้น รวมถึงขอบคุณคาลอสและบรรพบุรุษของพวกเจ้าด้วย” หญิงวัยกลางคนยิ้มแย้มออกมาต่อหน้าอีกฝ่าย
ไม่บ่อยนักที่สมาชิกในตระกูลพีไรซ์จะได้เห็นรอยยิ้มของผู้อาวุโสเหลียนจง และครั้งนี้ดูเหมือนว่านางจะอารมณ์ดีมากจริงๆ
“ถ้าเช่นนั้นให้ข้าตามคาลอสมาที่นี่ด้วยดีหรือไม่?” เมลิกถามเพื่อเอาใจอีกฝ่าย
“โอ... ถ้าไม่ลำบากเจ้าจนเกินไปก็ขอความกรุณาด้วย” หญิงวัยกลางคนก้มศีรษะลงเล็กน้อยพร้อมกับประสานมือไว้ที่หน้าอก
“ไม่ๆ ไม่ลำบากเลยท่านผู้อาวุโส เดี๋ยวข้าจะรีบไปตามคาลอสมาให้เดี๋ยวนี้” เมื่อเห็นอีกฝ่ายคารวะตน เมลิกก็ลนลานทำอะไรไม่ถูก รีบประสานมือแล้วขอตัวจากไป
เสียงการพูดคุยจากสองคนด้านนอก ลอดเข้าไปถึงด้านใน มาคัสที่ได้ยินก็ค่อยๆ แง้มประตูเปิดออกมา
“ผู้อาวุโสเหลียนจง? มีเรื่องอะไรหรือไม่” มาคัสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยยามเมื่อเห็นว่าบุคคลหน้าห้องเป็นใคร นางเป็นถึงอีโวลผู้ทรงพลัง ครองตำแหน่งผู้อาวุโสจากสำนักจันทรานิรันดร์ซึ่งมีอำนาจเทียบเคียงขุมอำนาจใหญ่ภายในมหานคร ไม่ว่าใครก็ต้องให้ความเคารพ
“ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรหรอก อย่าได้ตกใจไป ข้าเพียงมาขอบคุณ และแสดงความจริงใจต่อตระกูลพีไรซ์เท่านั้น” สตรีในอาภรณ์สีฟ้าประสานมือขึ้นเหนืออก ก้มศีรษะให้คนตรงหน้า
“เดี๋ยวก่อนๆ ผู้อาวุโสไม่ต้องสุภาพขนาดนั้น ว่าแต่แสดงความจริงใจต่อตระกูลพีไรซ์...ขอบคุณ ขอบคุณใครอย่างนั้นหรือ?” มาคัสงุนงงไปหมด ตนเพิ่งตื่นได้ไม่นาน อีกฝ่ายก็มาหาพร้อมกับขอบคุณตน
ในระหว่างนั้นคาลอสก็เดินทางมาถึงพร้อมกับเมลิกที่เดินตามมาด้านข้าง
“ยินดีที่ได้พบผู้อาวุโสเหลียนจง ขออภัยที่เข้ามาขัดการสนทนา” ชายหนุ่มเดินเข้ามาก่อนจะประสานมือโค้งคำนับอีกฝ่าย
“ไม่เป็นไร ข้าเองก็อยากพบเจ้าเช่นเดียวกัน ขอบคุณเจ้ามากที่นำสิ่งนั้นมามอบให้ข้า และฝากคำขอบคุณไปถึงบรรพบุรุษของพวกเจ้าด้วยที่มอบของขวัญล้ำค่าเช่นนี้ให้ สิ่งนั้นไม่ใช่ของธรรมดา เผลอๆ จะมีคุณค่าสูงกว่าของวิเศษที่ข้าเก็บสะสมมาทั้งชีวิตอีกกระมัง” เหลียงจงประสานมือโค้งคำนับกลับไปที่คาลอสด้วยความจริงใจ องศาในการก้มหัวแทบจะไม่ต่างจากคาลอสตอนที่ก้มหัวให้นาง
“เอ่อ เดี๋ยวก่อนๆ ผู้อาวุโสเหลียนจงสุภาพเกินไปแล้ว ข้าทำหน้าที่เพียงส่งมอบคำขอบคุณแทนบรรพบุรุษ หากต้องการขอบคุณจริงๆ เอาไว้สบโอกาสที่บรรพบุรุษเดินทางมาที่นี่ค่อยบอกต่อท่านก็ยังไม่สาย” คาลอสเองก็ลนลานไม่ต่างจากชายชราทั้งสอง การที่อีโวลผู้ทรงพลังอำนาจมาโค้งคำนับให้กับตนเอง ช่างเป็นความรู้สึกที่น่ากระอักกระอ่วน
“และจริงๆ แล้วยันต์แผ่นนั้นเป็นของแทนคำขอบคุณจากบรรพบุรุษที่มีต่อท่าน ขอบคุณที่ท่านคอยช่วยเหลือตระกูลพีไรซ์ให้อยู่รอดปลอดภัยครบทุกคน หาไม่แล้วบรรพบุรุษก็ไม่รู้เช่นกันว่าตอนนี้จะต้องรู้สึกผิดมากเช่นไรที่ปกป้องตระกูลพีไรซ์เอาไว้ไม่ได้” คาลอสพูดจบก็ค่อยๆ ก้มหัวให้อีกฝ่ายอีกครั้ง เพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับคำขอบคุณจากบรรพบุรุษไปอย่างเต็มใจ
หญิงวัยกลางคนส่ายศีรษะน้อยๆ ก่อนจะพูดว่า “นั่นเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว บรรพบุรุษของเจ้าและอาจารย์ของข้าสนิทสนมแน่นแฟ้นกันดี อาจารย์ของข้าจึงสั่งให้ข้ามาช่วยดูแลตระกูลพีไรซ์ รวมถึงเป็นการเที่ยวพักผ่อนไปในตัว ฉะนั้นในระหว่างที่ข้ายังอยู่ที่นี่ จะไม่มีทางยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับตระกูลพีไรซ์เด็ดขาด”
คาลอสถอนหายใจเล็กน้อย สิ่งนั้นเขาเข้าใจดี แต่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันค่อนข้างร้ายแรงอย่างมาก หากไม่มีอีกฝ่ายก็ไม่รู้ว่าตระกูลพีไรซ์จะอยู่กันครบสมบูรณ์เช่นตอนนี้หรือไม่
“อย่างไรตระกูลของพวกเราก็ติดค้างท่าน และที่สำคัญคือบรรพบุรุษเองรู้สึกเช่นนั้น จึงมอบสิ่งของแทนคำขอบคุณ แสดงความจริงใจให้แก่ผู้อาวุโสเหลียนจงไม่ต่างกับที่ท่านต้องการจะแสดงความจริงใจต่อตระกูลของพวกเรา” ชายหนุ่มพยายามพูดให้ทุกอย่างออกมาลงตัวที่สุด
“ก็เช่นเดียวกัน สิ่งของที่บรรพบุรุษของเจ้ามอบมามีประโยชน์ต่อข้าอย่างยิ่ง มากเสียจนข้าไม่รู้จะตอบแทนเช่นไร... สิ่งที่ทำได้คงมีแต่การมาแสดงความจริงใจต่อตระกูลพีไรซ์ด้วยตนเอง ขอบคุณตัวแทนของตระกูลอย่างท่านมาคัส และเจ้าด้วย” หญิงวัยกลางคนยังคงประสานมือค้างไว้ ยอมโอนอ่อนผ่อนตามไป ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างมีเจตนาดี จะอวดอ้างการติดค้างบุญคุณกันไปไย “และหากข้าได้มีโอกาสเจอบรรพบุรุษของพวกเจ้า ข้าจะรีบมาขอบคุณท่านด้วยตนเองอย่างแน่นอน”
“เป็นเช่นนั้นก็ดียิ่งแล้ว แต่หากมีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือโปรดบอกได้ตลอดเวลา ข้าและสมาชิกตระกูลพีไรซ์ทุกคนยินดีอำนวยความสะดวกให้ผู้อาวุโสเต็มที่” เมื่อทุกคนตกลงกันได้แต่โดยดี มาคัสก็กล่าวปิดท้ายก่อนที่ผู้อาวุโสเหลียนจงจะขอตัวกลับไปที่เรือนพัก
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในสายตาของชายชราเมอร์ดิสแทบทั้งหมด แม้จะไม่ชัดเจนนักว่าพูดคุยกันถึงเรื่องอะไร แต่สิ่งที่เขาเห็นคืออีโวลผู้ทรงเกียรติถึงกับก้มหัวให้สมาชิกตระกูลพีไรซ์ นี่ไม่ได้หมายความว่าอาวุโสเหลียนจงที่เป็นอีโวลระดับสอง ให้ความเคารพตระกูลพีไรซ์อย่างสูงยิ่งหรอกหรือ?
ตอนแรกชายชราตั้งใจจะมาขออนุญาตมาคัส ให้องค์ชายและองค์หญิงได้พำนักที่นี่หลังจากปรึกษาเรื่องราวกับอลันมาเรียบร้อยช่วงเช้ามืด ซึ่งอลันก็ค่อนข้างเห็นดีด้วย เพราะรายนั้นก็อยากจะกลับไปรายงานองค์ราชาและช่วยปราบปรามกบฏให้สิ้น ถือเป็นการจบภารกิจคุ้มครองได้อย่างสบายใจ
แต่เมื่อมาถึง กลับมีคนที่เร็วกว่า นั่นก็คือผู้อาวุโสเหลียนจง และสิ่งที่บังเอิญเห็นกลับทำให้ภาพของตระกูลพีไรซ์ในใจของเมอร์ดิสสูงขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ ตระกูลพีไรซ์มีเบื้องลึกเบื้องหลังเช่นใดไม่รู้ แต่ที่รู้คือจะต้องเป็นเกราะป้องกันภัยให้กับองค์ชายวาริสและองค์หญิงวีนัสได้แน่ ชายชราคิด
เมื่อเห็นว่าทางสะดวก เมอร์ดิสก็ค่อยๆ เดินออกจากที่ซ่อน ไปหาคนทั้งสามที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
“ยินดีที่ได้พบท่านมาคัส ท่านเมลิกและท่านคาลอส” ชายชราเดินเข้าไปหาทั้งสามทันทีโดยไม่รอให้เสียเวลา
คาลอสและเมลิกต่างก็หันหน้าไปมองมาคัส ทั้งสามคนเองก็งุนงงเช่นกันที่เช้าวันนี้มีบุคคลสำคัญถึงสองคนมาขอพบหัวหน้าตระกูลในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ยินดีที่ได้พบท่านเช่นกัน เมื่อคืนหลับสบายดีไหม มีเหตุด่วนอะไรหรือจึงมาหาข้าแต่เช้าเช่นนี้?” มาคัสถามออกไปตามมารยาท อีกใจหนึ่งก็แอบแปลกใจเล็กน้อย
เมอร์ดิสส่งยิ้มสุภาพพร้อมกับตอบกลับไปตามมารยาท ก่อนจะเข้าประเด็นเรื่องที่เขานอนคิดมาทั้งคืน นั่นคือการขออนุญาตพำนักอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์แห่งนี้ต่อไปสักระยะหนึ่ง เหตุเพราะเขต C กำลังมีการศึกสงคราม คงไม่ปลอดภัยนักหากให้สองราชนิกุลเดินทางรอนแรมไปตามพื้นที่รกร้าง
อย่างน้อยหากมีสถานที่เหมาะๆ ให้หลบภัยได้ก็คงดียิ่ง อีกทั้งที่นี่ยังมีฮาล์ฟอยู่ด้วย เท่ากับว่าองค์ชายและองค์หญิงก็ไม่ต่างไปจากเครือญาติของตระกูลพีไรซ์ คงจะดีหากให้ทั้งสองพระองค์ได้รู้จักผู้คนในตระกูลแห่งนี้มากขึ้น
“เรื่องนี้......” มาคัสขมวดคิ้ว เรื่องนี้ทำให้ผู้นำตระกูลอย่างเขาหนักใจเล็กน้อย หากเป็นก่อนหน้านี้ ก่อนที่ตระกูลพีไรซ์จะถูกฝูงสัตว์อสูรโจมตี เขาคงยินดีมากที่จะให้อีกฝ่ายมาพักในฐานะแขก
แต่ยามนี้ทุกอย่างภายในตระกูลยังไม่ลงตัวสักอย่าง ธุรกิจทั้งหลายก็ชะลอตัว คฤหาสน์ที่อาศัยอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่ทรัพย์สินจริงๆ ของตระกูล อาศัยความสัมพันธ์ที่คาลอสมีต่อเจ้าเมืองและลูกสาวเจ้าเมือง ทำให้อีกฝ่ายยื่นมือช่วยเหลือ อีกทั้งคฤหาสน์แห่งนี้ยังค่อนข้างคับแคบ คนที่เคยอยู่ในรั้วในวังมาก่อนจะทนอยู่ได้ที่นี่ได้นานจริงๆ หรือ?
มาคัสครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่นาน กว่าจะตอบกลับไป
“จริงๆ แล้วตระกูลของข้าในตอนนี้ยังไม่ค่อยลงตัวนัก... หลังจากนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย อาจจะต้องเปลี่ยนที่อยู่กันบ่อยครั้ง และปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตขนานใหญ่ ต้องถามว่าพวกท่านสามารถรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้หรือไม่ ทนความอึดอัดที่เกิดขึ้นได้หรือเปล่า?” มาคัสประสานมือขึ้นถาม แววตาดูจริงจังอย่างยิ่ง
“เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง องค์ชายและองค์หญิงทรงอยู่ง่าย นอนค้างแรมบนเกวียนก็ยังทำได้ คฤหาสน์แห่งนี้สะดวกสบายกว่าเป็นไหนๆ ฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย ส่วนเรื่องที่ตระกูลของท่านอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงข้าก็ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนจะเดินทางมาแล้ว ขอให้มั่นใจว่าพวกเราทุกคนพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน!” ชายชราเมอร์ดิสประสานมือ กดหน้าลงเล็กน้อย พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาที่ดูหนักแน่น เขาในตอนนี้เป็นทั้งผู้คุ้มกัน ข้ารับใช้ และผู้ปกครองของวัยรุ่นทั้งสอง จำเป็นต้องวางแผนเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของเจ้านาย
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะห้ามไม่ให้พวกท่านอยู่พำนักที่นี่ พวกท่านก็พักในเรือนรับรองแขกไปก่อน หากมีการเปลี่ยนแปลงอะไร ข้าจะแจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุด” มาคัสกล่าว
ทั้งสองฝั่งต่างก็ขอบคุณกันและกัน ก่อนที่เมอร์ดิสจะจากไปด้วยรอยยิ้ม ในที่สุดเขาก็หาที่พักพิงที่ปลอดภัยให้กับองค์ชายองค์หญิงทั้งคู่ได้แล้ว!
ทั้งสามคนยืนพูดคุยกันอีกครู่หนึ่งก่อนที่ซายาโกะจะเดินเข้ามา จริงๆ แล้วเธอนัดหมายกับหัวหน้าตระกูลไว้ก่อนแล้วว่าจะคุยเรื่องธุรกิจในอนาคตของตระกูลพีไรซ์ แต่เมื่อคืนอาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก มาคัสจึงให้นางเตรียมการประชุมเอาไว้ และเชิญผู้อาวุโสทุกคนให้เข้าร่วมในวันนี้
“ห้องประชุมพร้อมแล้วเจ้าค่ะ สามารถเริ่มการประชุมได้ทุกเมื่อ” ซายาโกะมาถึงก็พูดเข้าประเด็นทันทีโดยไม่มีอ้อมค้อม
มาคัสที่ได้ฟังก็พยักหน้า ก่อนจะหันไปทางคาลอส “คาลอส ฝากเจ้าเชิญผู้อาวุโสทุกคนเข้าร่วมประชุมด้วย บอกว่าข้า เมลิก ซายาโกะ และคาเบโร่จะล่วงหน้าไปก่อน รอการมาถึงของทุกคน”
“ขอรับ หัวหน้าตระกูล” คาลอสประสานมือรับคำสั่งจากอีกฝ่าย ก่อนที่ทุกคนจะแยกตัวกันไป
การประชุมในครั้งนี้กินเวลาหลายชั่วยาม คุยทั้งเรื่องการลงหลักปักฐานในที่แห่งใหม่ ธุรกิจที่หยุดชะงัก การกว้านซื้อที่ดินเพื่อสร้างคฤหาสน์และโรงงานผลิตโอสถ บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความตึงเครียด มีการถกเถียงกันไปมา
สุดท้ายมติประชุมลงความเห็นว่าจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าเมือง B-24 ดูก่อน อย่างไรเสียคาลอสที่เป็นอัจฉริยะของตระกูลก็มีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับซีเลีย ลูกสาวของท่านเจ้าเมือง หากตกลงกับอีกฝ่ายได้ อาจหาที่ดินเหมาะๆ สักผืนสำหรับสร้างคฤหาสน์แห่งใหม่ ทั้งยังอาจจะมีสำรองทุนเหลือไว้สำหรับดำเนินธุรกิจด้วย
แน่นอนว่าตระกูลพีไรซ์ในตอนนี้ไม่ได้มีทุนทรัพย์มากนัก แต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่ หากเจรจาเรื่องการทยอยจ่ายทีหลังได้สำเร็จ แผนการการตั้งถิ่นฐานใหม่ครั้งนี้จะเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว และธุรกิจต่างๆ ก็จะฟื้นตัวกลับมาในเวลาไม่นาน
เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น มาคัสก็เขียนหนังสือขออนุญาตเข้าพบส่งไปยังจวนเจ้าเมืองทันทีโดยไม่รอช้า