“วาเลนไทน์ไม่ใช่เด็กยุ่งยาก แค่อย่าให้หนีหายไปก็พอ” เสียงทุ้มกล่าวตอบอย่างไม่ตรงประเด็น
ปลายประโยคที่เอ่ยขึ้นทำให้ตะวันวาดนึกถึงใบหน้าโล่งใจของอีกฝ่าย เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานบวกกับความเป็ห่วงของเขาทำให้เธอแอบใจอ่อน.. ั์ตากลมมองกลับออกไปยังสาวน้อยที่นั่งอยู่ภายนอกห้อง..
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบอะไร อันธกานต์ก็เข้าใจเสร็จสรรพว่าเธอตกลง
“ตะวัน เื่วันนั้น..” ชายหนุ่มเปลี่ยนหัวข้ออย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ร่างสูงขยับเดินเข้าใกล้เธอ ขณะที่ตะวันวาดเขยิบถอยห่างเขาอย่างไม่รู้ตัว
อันธกานต์ชะงักฝีเท้า
“อย่าเข้ามานะคะ” ตะวันวาดกล่าวออกไป แม้น้ำเสียงจะดูไม่มั่นใจเลยสักนิด คนตัวเล็กขบริมฝีปากตัวเอง เหตุการณ์ในคืนก่อนวันแต่งงานนั้นยังคงตามหลอกหลอนเธอ..
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องที่เธอ เขายิ้ม.. รอยยิ้มที่ถ้าตะวันวาดไม่มัวใคงรับรู้ได้ว่ามีแววแห่งความเศร้าซ่อนอยู่ เขาไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายทำเช่นนั้น.. ถ้าเธอไม่รู้สึกอะไรเลยคงน่าแปลกใจยิ่งกว่า
“เธอคงไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น.. หลาย ๆ อย่าง” เสียงทุ้มกล่าวต่อ
ตะวันวาดปราดสายตามองเขา.. เธอไม่ปฏิเสธ
“และถึงพี่อธิบายไป.. เธอก็คงไม่เข้าใจ”
คิ้วเรียวเริ่มขมวดน้อย ๆ หัวใจคนตัวเล็กเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความกระดากอายแต่เป็ความไม่เข้าใจ
ใช่! เธอไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น!ตะวันวาดรับรู้ถึงความโกรธที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในตัวเธอ
“คุณ้าอะไรกันแน่” เสียงหวานถามอย่างตั้งแง่ นอกจากคุยกับสายธารเมื่อคืนแล้ว.. ตะวันวาดทั้งนั่งคิดนอนคิดเื่นี้อยู่หลายตลบ เธอรู้สึกได้ว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนั้นอันตรายกว่าที่เธอคิด..
ผู้ชายที่ทำให้พี่สาวเธอแต่งงานกับเขาทั้งที่รู้จักกันไม่ถึงปี..
ผู้ชายที่กำลังจะเป็เ้าบ่าว.. แต่กลับจูบเธอในคืนก่อนแต่งงาน..
ผู้ชายที่รู้มาตลอดว่าเธอเป็ใคร.. แต่ทำเหมือนไม่รู้จักเธอ..
“....”
อันธกานต์เงียบไป..
“นี่ลูกหลานใครคะ..” บุคคลที่สามที่ปรากฏตัวขึ้นก็ทำให้ทั้งคู่หันไปตามเสียง
เพตราแย้มรอยยิ้มขณะที่มองออกไปยังวาเลนไทน์ ผมสีแดงเพลิงของเธอถูกดัดเป็ลอนในวันนี้
“ลูกสาวผมครับ” อันธกานต์ตอบ
ผู้ช่วยสาวสวยฉายแววประหลาดใจบนใบหน้าเล็กน้อย..
“ไม่รู้เลยนะคะว่าคุณธันมีลูกสาวโตขนาดนี้แล้ว” เพตรากล่าวน้ำเสียงแอบเสียดาย.. เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเริ่มทำงานกับอันธกานต์แล้ว เธอรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์มากจริงๆ
อันธกานต์ยิ้มน้อยๆ
“่นี้น่าจะต้องเข้ามาวุ่นวายที่ออฟฟิคสักพักครับ” เสียงทุ้มกล่าวต่อ ขณะที่เพตราพยักหน้ารับ
“ฉันชอบเด็กมาก.. ไม่มีปัญหาเลยค่ะ” เธอกล่าวก่อนหันไปมองวาเลนไทน์อีกครั้ง
ตะวันวาดมองเพตราสลับกับอันธกานต์
“ขอบคุณมากครับ ผมรู้ว่ามันไม่ professional (เป็มืออาชีพ) เท่าไหร่ แต่เมื่อวานแกหนีออกจากบ้าน ผมเลยไม่กล้าเสี่ยงทิ้งแกไว้” ร่างสูงกล่าวต่อ พลางเหล่สายตามองตะวันวาด ชายหนุ่มพูดจ้อ ราวกับว่าบทสนทนาเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
“หนีออกจากบ้าน!? ทำไมล่ะคะ” เธอถามอย่างใ
“เพิ่งบินมาจากอเมริกาครับ.. น่าจะยังไม่ชิน” อันธกานต์ตอบกว้าง ๆ ั์ตาสีน้ำตาลเข้มมองลูกสาวสลับกับมองตะวันวาด
แม้ว่าเพตรามีหลายคำถามที่อยากจะรู้ แต่ก็ทราบว่ามันค่อนข้างเป็เื่ส่วนตัว หญิงสาวจึงเลือกที่จะหยุดความสงสัยไว้เพียงเท่านั้น
อันธกานต์เริ่มคุยงานต่อกับเพตราทันที เขาหันเอ่ยกับตะวันวาด
“ยังไงผมฝากด้วยนะครับ” เสียงทุ้มกล่าวกับเธอโดยใช้คำแทนตัวเองที่เปลี่ยนไป.. ตะวันวาดแอบประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ได้คำตอบเมื่อระลึกได้ว่าเพตราอยู่ภายในห้อง
ตะวันวาดเดินกลับออกมาจากห้องทำงานและกลายเป็พี่เลี้ยงจำเป็ไปโดยปริยาย..
วาเลนไทน์กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเธอทันทีที่ตะวันวาดปรากฏตัวขึ้น เธอมองหน้าเด็กหญิงอย่างยิ้มๆ ..
มันคงไม่แย่ขนาดนั้นหรอกมั้ง..
3 ชั่วโมงผ่านไป..
มันแย่กว่าที่ตะวันวาดคิด..
หญิงสาวนั่งมองเด็กน้อยที่นั่งระบายสีอยู่ฝั่งตรงข้ามของเธอ สองมือกุมศีรษะอย่างคิดไม่ตก.. วาเลนไทน์เดินมาหาเธอแทบจะทุกครึ่งชั่วโมงด้วยคำถามมากมาย และนั่นทำให้ตะวันวาดแทบจะไม่ได้ทำงานเลย ร่างบางยกมือขึ้นแปะหน้าผากพลางคิดไม่ตกว่าจะจัดการสาวน้อยอย่างไรดี
“พี่ซันนี่”
ยังไม่ทันขาดคำ.. ตะวันวาดคิด ยิ้มแห้งตอบกลับเด็กน้อยที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอ
“ทำไมเ้าหญิงต้องผมสีทอง” ั์ตาสีเขียวกลมโตใสซื่อจ้องมองเธออย่างรอคอยคำตอบ.. ตะวันวาดอยากจะถอนหายใจเป็รอบที่ร้อยแต่ก็ต้องฮึบเก็บเอาไว้
‘ระบายสีหน้าไหนดี’
‘ดอกไม้สีอะไรดี’
‘แด๊ดดี๊จะชอบกระโปรงสีเขียวมั้ย’
คำถามล้านแปดจากวาเลนไทน์ทำให้เลเวลความคิดสร้างสรรค์และความอดทนของตะวันวาดสูงขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง เธอรู้สึกเอ็นดูในสิ่งที่อีกฝ่ายถามเพราะมันเป็คำถามที่แสดงออกถึงความไร้เดียงสา ความอยากเรียนรู้ และความฉลาดที่วาเลนไทน์มี แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มีงานที่จะต้องสะสาง!!!
ตะวันวาดยังไม่ทันจะตอบวาเลนไทน์ เพตราก็เดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของอันธกานต์เสียก่อน
“เพราะว่าเ้าหญิงเกิดที่อเมริกาเหมือนวาเลนไทน์ไงจ๊ะ” เสียงสดใสตอบสาวน้อย วาเลนไทน์หันไปมองเพตรา
“แล้วทำไมพี่ผมแดงคะ?” เธอถามด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น
เพตราอดขำไม่ได้ เธอหันไปหาตะวันวาดก่อนจะเดินไปหาวาเลนไทน์
“ตะวัน พี่ขอรายละเอียดของโรงแรมที่เราติดต่อเอาไว้ทั้งหมดหน่อย แล้วก็อัปเดตหน่อยว่าแต่ละที่คิดยังไงกับ proposal (ข้อเสนอ) ที่เรายื่นไป”
เพตราเดินไปหาวาเลนไทน์ก่อนจะนั่งย่อลงคุยกับเธอ
“พี่เป็นางเงือก” หญิงสาวกระซิบ
วาเลนไทน์ขมวดคิ้วน้อยๆ
“นางเงือกคืออะไร” คนตัวเล็กกระซิบถามเธอกลับ
เพตรายิ้มน้อยๆ
“Mermaid (นางเงือก) ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น วาเลนไทน์ก็มองเธอตาโต
เพตรายกนิ้วชี้ขึ้นพร้อมห่อริมฝีปาก
“อย่าบอกใครล่ะ นี่เป็ความลับของเราสองคน” เธอกล่าวก่อนขยิบตาให้วาเลนไทน์ และเดินกลับไปหาตะวันวาด
ร่างบางรีบยืนขึ้น เธอยกข้อมือมองนาฬิกา
“ตะวันขอเวลาอีกสักชั่วโมงได้ไหมคะ จะรีบทำให้สรุปให้เสร็จก่อนบ่ายโมงค่ะ”
เพตราชะงักเล็กน้อย สีหน้ากังวล เธอชะเง้อมองชายหนุ่มที่จ้องหน้าจอแล็ปทอปสีหน้าจริงจังภายในห้อง ก่อนจะหันกลับมามองตะวันวาด
“อืมม.. งั้นเดี๋ยวพี่รอหลังทานข้าวกลางวันก็ได้ แต่บ่ายโมงตรงขอวางไว้บนโต๊ะคุณธันเลยนะ” เธอกล่าว ตะวันวาดพยักหน้ารัว ๆ
ขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนาอยู่โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าวาเลนไทน์นั้นได้เดินลิ่ว ๆ ตรงเข้าไปยังห้องทำงานของแด๊ดดี๊เสียแล้ว
คนตัวเล็กเรียกความสนใจของอันธกานต์ขึ้นมาได้ ชายหนุ่มเงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มองลูกสาวที่เดินเข้ามาหาเขา
“แด๊ดดี๊.. พี่คนนั้นเป็นางเงือก” วาเลนไทน์วิ่งเข้าไปหาชายหนุ่ม
คำบอกเล่าของลูกสาวทำให้นักธุรกิจหนุ่มต้องปรับจูนการรับฟังของตัวเองอย่างรวดเร็ว
“What? (อะไรนะ) ” เขาอุทานเป็ภาษาอังกฤษอย่างเคยชิน
วาเลนไทน์ยืนแนบชิดชายหนุ่ม ตัวเธอสูงเพียงแค่หน้าอกของเขาขณะนั่ง ขาเล็กเขย่งป้องมือกระซิบข้างหูคนเป็พ่อ
“The red-hair lady, she’s a mermaid (ผู้หญิงผมแดงคนนั้น.. เธอเป็นางเงือกค่ะ) ” คนตัวเล็กเปลี่ยนภาษาตามอีกฝ่าย
อันธกานต์ขยับตัวออกจากคนตัวเล็ก สองมือจับบ่าเธอไว้ก่อนจะหลุดขำ
“ฮ่าๆๆๆ ”
ท่าทางของแด๊ดดี๊ทำให้วาเลนไทน์หน้าบึ้งตึงทันที
“แด๊ดดี๊ไม่เชื่อเหรอ” เธอถาม ยกมือกอดหน้าอก
อันธกานต์ชะงักเล็กน้อย ดึงสาวน้อยเข้ามากอด แต่ยังไม่ตอบเธอ
“เที่ยงแล้ว หิวหรือยังคะ” เขาตวัดสายตามองเวลาในหน้าจอแล็ปทอปของเขา ก่อนกล่าวถามเธอ
“แด๊ดดี๊ไม่เชื่อเลิฟ” วาเลนไทน์ยังไม่ปล่อยเื่นี้ไปง่าย ๆ ใบหน้าสวยงองุ้ม ั์ตาสีเขียวอมเทามองพื้นต่ำ
อันธกานต์มองลูกสาว อ้าปากค้างน้อย ๆ เขาไม่รู้จะปฏิบัติกับเธอต่ออย่างไร ขณะเดียวกันเพตราที่เดินกลับเข้ามาในห้องก็ดึงความสนใจของเขาไป
“คุณธันค่ะ เราพักเที่ยงกันก่อนไหมคะ” เสียงหวานกึ่งถามกึ่งเกรงใจ เธอรู้ว่าปกติอันธกานต์มักไม่ออกไปไหนถ้าหากหัวข้องานที่ค้างอยู่ยังไม่เสร็จเป็เื่ๆ ไป
เพตรามองร่างเล็กที่เธอเพิ่งเห็นอยู่นอกห้อง
“หิวหรือยังคะ วาเลนไทน์” เธอถามสาวน้อย
วาเลนไทน์ยังคงใบหน้าบึ้งตึง คนตัวเล็กสะบัดตัวเองหลุดจากอันธกานต์ เธอมองเพตราแวบหนึ่ง ก่อนจะวิ่งกลับออกไปภายนอกห้อง
“วาเลนไทน์” เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงดุขึ้น เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่มีมารยาท และไม่ยอมตอบเพตรา
แต่วาเลนไทน์ไม่สนใจ คนตัวเล็กไม่แม้แต่จะหยุดฟังคำพูดของอันธกานต์ด้วยซ้ำ
“แกดูสีหน้าไม่ดีเลยนะคะ” หญิงสาวตั้งข้อสังเกต คิ้วโค้งสวยโก่งตัวขึ้นเล็กน้อย
“น่าจะโกรธผมน่ะครับ” ชายหนุ่มตอบ แอบลอบถอนหายใจ
ทั้งคู่เดินตามวาเลนไทน์ออกไปนอกห้อง
คนตัวเล็กยืนร้องไห้อยู่เบื้องหน้าตะวันวาด ก่อนหญิงสาวจะดึงเธอเข้ามาปลอบ
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ” เสียงหวานกล่าว ขณะที่มือก็ลูบขึ้นลงแผ่นหลังของวาเลนไทน์