“ผมมีแผนจะขยายพื้นที่ และเป้าหมายคือ โซนอุตสาหกรรมและการเกษตร ซึ่งห่างจากฐานของเหล่าไปไม่ไกลมากนัก”
"เท่าที่ดูฐานของเราตอนนี้ก็มั่นคงและแข็งแกร่งมากพอสมควรแล้ว หากจำเป็นจริงๆคิดว่าพวกเราควรหาแหล่งอาหารมาเพิ่มจะดีเสียกว่า"
"ฉันเห็นด้วยกับคุณหมวยนะคะ แต่ขอเพิ่มเรื่องอุปกรณ์รักษาและยาต่างๆที่จำเป็นต่อการรักษาผู้คนในกรณีฉุกเฉินด้วยคะ"
หมวยและหมอนิ่มต่างเสนอความเห็นของตัวเอง ด้วยตำแหน่งของหมวยที่เขาจัดวางเธอเป็นเรขาส่วนตัวนั้น ทำให้เธอมีอิสระเสรีในการคิดพอสมควร ส่วนหมอนิ่ม เนื่องจากทักษะที่เธอมีทำให้สถานภาพของเธอภายในฐานหลบภัยแห่งนี้ถูกยกระดับขึ้นมาเป็นสมาชิกหลักในกลุ่มของเขาทันที
สำหรับสมาชิกหลักที่เขาจัดวางไว้ ประกอบด้วย หยก หลิน นานะ แก้ม มุก หมวย หมอนิ่ม กัน ชิน กล้าและสมาชิกชายอีก 2-3 คน ทุกคนล้วนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งสถานะทางร่ายกายโดยรวมของทุกคน ยกเว้นเขา เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 6
"พวกคุณรู้อะไรมั้ย ปัจจุบันโลกกำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว แม้พวกเราจะไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเราต้องเข้าใจตรงกัน คือ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด"
"สำหรับสิ่งที่ผมกล่าวไปนั้น อยากจะสื่อให้ทุกคนรู้ว่า ปัจจุบันพวกเราเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่ได้เป็นเผ่าพันธุ์ผู้นำอย่างเช่นอดีตอีก และจากการคาดการณ์ของผม ผมคิดว่า เวลานี้โลกของเรากำลังอยู่ในช่วงของการคัดสรรตามธรรมชาติ"
"เผ่าพันธุ์ไหนจะอยู่รอดหรือทุกเผ่าพันธุ์จะสูญสลาย และถูกแทนทีด้วยเผ่าพันธุ์ใหม่ คือพวกกลายพันธุ์แทน ศัตรูของเราไม่ได้มีเพียงมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่มันคือทุกๆเผ่าพันธุ์บนโลกแห่งนี้ต่างหาก"
"ตามกฏการคัดเลือดของธรรมชาติ หากเผ่าพันธุ์ใดมิอาจปรับตัวได้ทันก็จะถูกลบหายออกไปจากโลกใบนี้ โดยมิมีวันหวนคืนกลับมา"บรรยากาศและคำพูดของเขาสะกดให้ทุกคนรู้สึกตื่นตัว พวกเขาต่างคิดตามและเริ่มตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้ความคิดเห็นของเขาจะเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น แต่คำพูดเหล่านั้นพลันดูน่าเชื่อถือเมื่อทุกๆอย่างมันเริ่มเอนเอียงไปในทิศทางเดียวกัน
หากอดีตมนุษย์คือผู้ล่า แล้วปัจจุบันมนุษย์กลายเป็นผู้ถูกล่าเสียเอง สุดท้ายแล้วพวกเราจะยังเหลือรอดสักกี่คน หรือไม่อาจหมดสิ้นซึ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เคยรุ่งเรืองก็เป็นได้
"พวกเราจำเป็นต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เพียบพร้อมกับทุกสถานการณ์ มีฐานที่มั่นที่ถูกปกปักด้วยกำแพงหนาใหญ่ มีกำลังพลที่มากด้วยความสามารถ และมีสิ่งเอื้ออำนาวยที่พร้อมจะสนับสนุนพวกเราไปให้สุดทาง"
"สำหรับสิ่งที่ทุกคนเสนอมาผมไม่ขัด เพราะนั่นก็คือสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเช่นกัน ทว่าแหล่งอุตสาหกรรมเหล่านั้น มีทั้งอุตสาหกรรมรถยนตร์ เหล็ก หรืออื่นๆอีกมากมาย ซึ่งหากพวกเรายึดครองมันได้ อนาคตเราย่อมมีแหล่งผลิตอุปกรณ์ เพื่อช่วยให้เราประจันหน้ากับภัยร้ายต่างๆได้เช่นกัน"
"ส่วนผู้ชำนาญในด้านนั้น ผมคิดว่าพวกคุณต่างรู้จักเขาดี จริงมั้ยครับ คุณก้อง คุณแพรวและคุณเสก"
เขาผายมือไปด้านข้าง ปรากฏชายหญิงวัยกลางคนจำนวน 3 คนเดินเข้ามา พวกเขาคือบุคคลากรที่เขาคัดสรรมาจากผู้รอดชีวิต แต่ละคนมีความสามารถและชำนาญการในด้านที่แตกต่างกัน โดยคุณก้องมีความสามารถทางด้านอิเล็กโทรนิค คุณแพรวมีความสามารถทางโปรแกรมเมอร์ และคุณเสกคือคนที่ชำนาญทางด้านการจัดวางและก่อสร้างทั้งหมด
"พวกเขาคือคนที่มีความชำนาญเฉพาะทางภายในฐานหลบภัยแห่งนี้""หลังจากพวกเราเข้ายึดแหล่งอุตสาหกรรมเหล่านั้นได้ พวกเราจะวางผังและแผนการณ์ใหม่ทั้งหมด โดยมีคนทั้ง 3 เป็นแกนนำ"
"แต่ก่อนจะเริ่มดำเนินการ ผมมี 2-3 เรื่องที่คิดว่าพวกเราจำต้องจัดการกันเสียก่อน"เขาหยิบแผนที่ที่ยึดมาได้ กลางลงบนโต๊ะ คนอื่นๆที่เห็นเช่นนั้นต่างพากันเดินเข้ามามุงดู พวกเขาพบแผนที่ซึ่งระบุตำแหน่งและรายละเอียดต่างๆได้อย่างละเอียดยิบ
"ก่อนที่จะบุกพื้นที่อุตสาหกรรมเหล่านั้น ที่นี่คือเป้าหมายแรกที่เราจะต้องจัดการเสียก่อน"เขาชี้นิ้วลงไปยังตำแหน่งรูปรถบนแผนที่ ซึ่งจากตำแหน่งนั้นมันอยู่ห่างจากฐานหลบภัยแห่งนี้ หลาย 100 กิโลเมตร
"นั่นคือ โกดังสร้างรถถัง"กันที่เห็นแบบนั้น พลันอุทานออกมา คนอื่นเมื่อได้ยินต่างพากันหันมามองเขาเป็นทางเดียว
"ใช่มันคือที่นั่นแระ""ยานพาหนะคือความได้เปรียบอย่างหนึ่ง ยิ่งมันเป็นยานพาหนะที่มีอาวุธครบมือด้วยแล้ว แทบไม่ต่างจากกองกำลังชั้นยอด" "และด้วยรถถังเหล่านั้น หากเรายึดครองมาได้การบุกโจมตีแหล่งอุตสาหกรรมที่มีจำนวนคนอาศัยหลายหมื่นคนย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้"
"อีกอย่าง ผมจำเป็นจะต้องยกระดับพวกคุณทุกคนให้แข็งแกร่งกว่านี้ ด้วยระดับมาตรฐานที่มีอยู่ในตอนนี้ หากเจอพวกกลายพันธุ์ขั้น 3-4 เกรงว่าพวกคุณจะตายกันหมด"
อึกคนอื่นๆต่างพากันกลืนน้ำลายตัวเอง พวกเขาเข้าใจดีถึงความแข็งแกร่งของอสูรกลายพันธุ์ เพราะครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเสียกำลังพลมากถึง 20 คนในยามที่เผชิญกับอสูรกลายพันธุ์ขั้น 3 เพียงตัวเดียว และตอนนั้นหากไม่ได้เขาเข้าไปช่วยเกรงว่าคนอื่นๆคงจะตายกันหมด
"มีโอกาสสูงมากที่อีกไม่นาน พวกซอมบี้และอสูรกลายพันธุ์เหล่านี้จะวิวัฒนาการและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากยังอยากมีชีวิตรอด ก็ต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้"
"เพราะฉะนั้นการเดินทางเพื่อยึดโกดังผลิตรถถังครั้งนี้ ทุกๆคนในที่นี้จำต้องยกระดับตนเอง ซึ่งมาตรฐานที่ผมกำหนดคือ 12 ซึ่งระดับเหล่านี้ พวกคุณอาจจะไม่รู้ แต่ผมสามารถบอกพวกคุณได้ว่าปัจจุบันพวกคุณมีความแข็งแกร่งแค่ไหนจากระดับตัวเลขที่ผมจะบอก"
"เอาเป็นคนที่มีระดับสูงที่สุดในที่นี้ ยกเว้นผม คือนานะ ซึ่งเธอมีระดับอยู่ที่ 10"
"ส่วนคนที่เหลือ เฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 เท่านั้น"
คำพูดของเขาพลันตอย้ำถึงความอ่อนแอที่พวกเขามี แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าหัวหน้าตนเองประเมินพวกเขาแบบใดถึงระบุเป็นตัวเลขออกมาได้ แต่ลึกๆพวกเขากลับเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นคือความจริง
"และยิ่งเราลดจำนวนซอมบี้หรืออสูรกลายพันธุ์ภายในอาณาเขตของพวกเราได้มากเท่าไหร่ โอกาสรอดของพวกเราในอนาคตย่อมสูงมากเท่านั้น"
"คิดว่ายังไง"
"เออ หากเป็นอย่างที่พี่วินพูดจริงๆ หลินคิดว่าเราควรจะต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของเราให้เร็วที่สุดคะ"
"หนูก็เห็นด้วยนะพี่"
คนอื่นๆเริ่มแสดงความคิดเห็นและตอบสนองต่อคำพูดของเขาเพิ่มขึ้น ทุกๆคนในทีนี้ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว ไม่ว่าใครก็ตามย่อมมีความสำคัญและถือเป็นเสาหลักของฐานหลบภัยแห่งนี้ได้
ถึงพวกเขาจะรู้ดีว่าสิ่งที่ผู้นำตนเองพูดนั้นคือความจริง และมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ทุกคนจะทำได้ตามที่เขาพูด ทว่าพวกเขากลับเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่ผู้นำของพวกเขาจะทำไม่ได้
"เอาละ"”งั้นอีก 3 วันนับจากนี้ พวกเราจะออกเดินทางตามที่ตั้งไว้"
"ทุกคนไปจัดการหน้าที่ของตัวเองให้พร้อม อีก 3 วันเจอกัน"
"ครับ/ค่ะ"
ถึงตำแหน่งเหล่านี้จะไม่ได้เป็นความลับเท่าไหร่ ทว่ารายละเอียดภายในกลับมีคนรู้เพียงน้อยนิดเท่านั้น ด้วยระยะทางที่ห่างจากฐานหลบภัยของพวกเขามากกว่า 100 กิโลเมตร จึงทำให้ต้องวางแผนการเดินทางดีๆ และเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
ปัจจุบันด้วยจำนวนคนภายในฐานหลบภัยแห่งนี้มีมากเกือบ 2000 คนแล้ว ทำให้เขาคัดกรองกองกำลังอาสาและนำมาฝึกได้มากถึง 8 กองพลหรือประมาณ 800 กว่าคน
โดยทุกๆคนจะต้องผ่านการฝึกฝนตามขั้นตอนที่วางไว้ คล้ายๆกับการฝึกฝนทางทหารตำรวจ โดยมีตำรวจและทหารยศร้อยเอกขึ้นไปที่เคยผ่านการฝึกมาแล้วเป็นผู้คุมสอน
ที่สำคัญทุกๆคนในกองพลของเขาจะต้องยกระดับสถานะของตัวเองอยู่ตลอดเวลา จากการฆ่าซอมบี้ ทำให้ระดับเฉลี่ยของกองพลเขาอยู่ที่ระดับ 3 เป็นส่วนใหญ่ และด้วยการกวาดล้างเช่นนี้ ส่งผลให้บริเวณ 5 กิโลเมตรรอบฐานหลบภัยเป็นเขตปลอดซอมบี้ทันที
ส่วนพวกซอมบี้หรืออสูรกลายพันธุ์ระดับ 2 เขามักจะให้กองพลของเขารวมกลุ่มจัดการ เพื่อฝึกการประสานงานและการวางแผนต่อสู้
ทำให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะพลิกแพลงตามสถานการณ์มากยิ่งขึ้น ยกเว้นพวกกลายพันธุ์ตั้งแต่ขั้น 3 ขึ้นไปเท่านั้นที่เขากำชับว่าห้ามปะทะโดยเด็ดขาด หากยังอยากมีชีวิตอยู่
ตลอด 3 วันทุกๆคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขมักเขม่น ไม่เพียงแค่เหล่าแกนนำเท่านั้น กระทั่งผู้อาศัยและกำลังอาสาที่รู้ข่าวคราว แม้ใจหนึ่งพวกเขาจะหวั่นๆ แต่อีกใจกลับเชื่อมั่นว่าผู้นำของพวกเขาจะต้องทำสำเร็จ
เคร้งๆ"เห้ยรีบขนอันนั้นไปสิ""จัดไปๆ"
และเมื่อทุกๆคนคิดกันได้แบบนี้ พวกเขาจึงต่างร่วมมือร่วมใจกันจัดการทุกสิ่งอย่างให้พร้อมก่อนถึงวันกำหนดออกเดินทาง สำหรับการไปครั้งนี้ เขาจะนำกองกำลังไปเพียง 300 คนหรือ 3 กองพลเท่านั้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะมาถึง ไม่ว่าจะมาจากซอมบี้ อสูรกลายพันธุ์หรือกระทั่งมนุษย์ด้วยกันเองก็ตาม
จนกระทั่งวันที่ 3 ที่เขานัดไว้ก็มาถึง เวลานี้พวกเขาต่างขนกำลังพลขึ้นรถหลายสิบคัน หากกลัวว่าน้ำมันจะหมดแล้วละก็ เลิกคิดไปได้เลย ด้วยทักษะธาตุน้ำมันที่เขามี ทำให้เขาสามารถเสกน้ำมันออกมาได้เป็นจำนวนมากอย่างน่าเหลือเชื่อ
ปริมาณน้ำมันที่เขาผลิตออกมาต่อวันนั้นมากมาย ซึ่งบรรจุเก็บไว้ในแทงค์ ที่ตั้งไว้ห่างจากที่พักของผู้อาศัย โดยจะมีเวรพลัดกันเข้าไปตรวจตราทุกๆ 3 ชั่วโมง
เป้าหมายครั้งนี้มีเพียงต้องสำเร็จเท่านั้น เพื่อดำเนินแผนการครั้งต่อไป หากล้มเหลวมีเพียงความตายที่อาจรอเราเบื้องหน้า และศึกครั้งนี้เขาพร้อมจะใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
บืนๆๆๆเมื่อถึงเวลาที่กำหนด พวกเขาเริ่มออกรถ มุ่งหน้าไปยังโกดังผลิตรถถังตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การเดินทางแม้จะเจออุปสรรคขวางกั้นและเหล่าซอมบี้ทั้งขั้น 2 และ 3 ก็ตาม ทว่าพวกมันก็ไม่อาจหยุดยั้งการเดินทางครั้งนี้ของพวกเขาไปได้แม้แต่น้อย
End