อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    ระดับเหล็กดำ

    พอแหวนมิติมาถึง หลิวเวยอันค่อยวางใจได้สักที จะให้เขาไม่กังวลได้อย่างไร เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างแต่ก่อน ในแหวนมิติมีเมล็ดพันธุ์พลังงานเกือบแปดหมื่นเม็ดเชียวนะ ถ้าเปลี่ยนเป็นเงินก็ได้เหรียญทองแสนกว่าเหรียญแล้ว ไม่กังวลสิแปลก
    จ้าวหนานหนานกำลังสอนยัยหนูน้อยเรียนหนังสืออยู่ หลิวเวยอันนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เริ่มกินเมล็ดพันธุ์พลังงาน เขาจับยัดใส่ปากทีละหนึ่งกำมือไปเรื่อย ๆ ตอนแรกยังมีใจจำกัดจำนวนที่กินไป แต่สุดท้ายเขาด้านชาแล้ว ท่าทางก็เคลื่อนที่เหมือนหุ่นยนต์ขึ้นมา
    เมล็ดพันธุ์พลังงานแตกในปากทีละเม็ด กลายเป็นคลื่นพลังที่ซัดไปในร่างกาย เคลื่อนที่ไปตามชีพจร จากเล็กไปใหญ่ จากช้าไปเร็ว พละกำลังเข้าสู่เซลล์ ไปเพิ่มการทำงานของเซลล์ในตัวเขา เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก และเสริมความยืดหยุ่นของเส้นเอ็น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ดำเนินไปอย่างช้าและมั่นคง
    ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ตอนหลิวเวยอันยื่นมือไปคว้าไม่ได้อะไรอีก เขาจึงรู้ว่าเมล็ดพันธุ์พลังงานทั้งหมดถูกเขากินไปหมดแล้ว และในตอนนี้ ร่างกายของเขาก็เป็นเหมือนภูเขาไฟลูกหนึ่งที่มีคลื่นไหลเชี่ยวกรากในร่างกายด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง เขารู้สึกอัดแน่นไปทั้งตัวราวกับกำลังจะระเบิดออกมา
    เขารู้สึกได้ว่ากระแสน้ำเหล่านี้เป็นพลังงานมหาศาลทั้งหมด เป็นของดีทั้งนั้น แต่ปัญหาอยู่ที่เขาดูดซับของเหล่านี้ได้ช้าเกินไป ถ้าไม่ชักจูงละก็ พลังงานเหล่านี้ต้องบีบร่างกายเขาจนแตกออกมาแน่นอน ตอนนี้เขาคิดว่าตนไม่น่ากินเมล็ดพันธุ์พลังงานจำนวนมากภายในครั้งเดียวเลย เป้าหมายของเขาในตอนแรกคือการเสริมร่างกายที่ผอมซูบของตนให้แข็งแรง แต่คิดไม่ถึงว่าจะกินเลยจำนวนไปมากขนาดนี้
    คลื่นโหมในร่างกายเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และรุงแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผิวหนังของเขาเริ่มมีรอยแตกและมีเลือดซึมออกมาแล้ว ในตอนที่ร่างกายเขากำลังจะระเบิดออก หลิวเวยอันก็นึกถึงภาพลายแทงดวงดาวที่อยู่ในส่วนลึกของสมองขึ้นมา ภาพที่ซับซ้อนเป็นที่สุดแต่เขากลับจำมันได้ในพริบตาอย่างชัดเจน ไม่คาดเคลื่อนไปแม้แต่นิดเดียว เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เช่นนี้ เขากลับทำมันได้โดยไม่รู้ตัว
    เขาลองเคลื่อนพลังงานนี้ไปตามลายแทงดวงดาวดู เขาใช้จิตและสมาธิทั้งหมดที่มี จึงทำให้พลังงานนี้เปลี่ยนแปลงทิศทางเข้าสู่ทางที่เขาคิดไว้ได้ ภายในพริบตา หลิวเวยอันก็รู้สึกได้ว่าความอัดแน่นภายในร่างกายไม่ได้เพิ่มขึ้นแล้ว
    การเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งนั้นยากเสมอ แต่ถ้าเริ่มได้แล้วสิ่งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายดายไป ภายใต้การชักจูงจากจิตของหลิวเวยอัน พลังงานทั้งหมดต่างเคลื่อนที่ไปตามลายแทงดวงดาวทั้งหมดไม่มีคลาดเคลื่อนแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้เรื่องที่แปลกประหลาดได้เกิดขึ้นแล้ว พลังงานเริ่มถูกเขาดูดซับเข้าไป พลังงานยิ่งเดินตามลายแทงไปมากเท่าไหร่ ก็จะถูกดูดซับเร็วขึ้นเท่านั้น เมื่อครู่ตอนพลังงานพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย ก็เคยเคลื่อนผ่านจุดนี้มาก่อน แต่กลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ลายแทงดวงดาวนี้ดูเหมือนจะวิเศษเป็นอย่างมาก
    พอพลังงานเดินไปด้านหน้าเรื่อย ๆ ลายแทงดวงดาวในสมองส่วนลึกของเขาก็ถูกจุดสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ
    หนึ่งเซนติเมตร สองเซนติเมตร สามเซนติเมตร… ใช้เวลาเพียงแวบเดียวก็ถูกจุดสว่างไปหนึ่งแถบแล้ว จากนั้น ความเร็วก็เริ่มลดลง
    แผลของหลิวเวยอันหายดีตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้ ความรู้สึกอัดแน่นนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ก็มีของเหนียวหนืดสีดำซึมออกมาจากรูขุมขนของเขาคลุมผิวเขาไว้ชั้นหนึ่ง
    ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ตอนภาพลายแทงดวงดาวในส่วนลึกในสมองถูกจุดสว่างถึงเศษหนึ่งส่วนยี่สิบ ในร่างกายก็มีเสียงดังราวกับฟ้าผ่าดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงดังอีกเสียงหนึ่ง
    กร็อบ
    หลิวเวยอันถึงกับตกใจ คิดว่ากระดูกตนหักไปแล้วเสียอีก แต่จากนั้นก็ตามมาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกความผ่อนคลายโอบล้อมเอาไว้ในทันที เขารู้สึกสบายไปทั้งตัว ราวกับของบางสิ่งถูกทำลายออกแล้วทะลุเข้าไปในที่ที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน พอลืมตาขึ้น ก็มีแสงวิเศษส่องตรงออกมาจากดวงตาเขา ราวกับตะเกียงวิเศษที่เรืองแสงได้
    ข้างหูเขามีเสียงกรีดร้องดังขึ้น ทำให้หลิวเวยอันสะดุ้งครั้งหนึ่งพลางหันหลังอย่างกะทันหัน ตอนนี้ตาของเขาได้กลับเป็นปกติเหมือนเดิมแล้ว ที่แท้ก็เป็นจ้าวซินนี่เอง
    “ทำไมหรือ?”
    “เมื่อกี้ตาของพี่เรืองแสงได้ด้วย ทำไมตอนนี้ไม่เรืองแสงแล้วล่ะ?” จ้าวซินโน้มหัวเข้ามามองอย่างละเอียด แต่เธอก็ปิดจมูกตนทันทีพลางกล่าว “พี่เหม็นจังเลย”
    พอหลิวเวยอันโดนเธอว่าไปอย่างนั้น ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นเหม็นที่ส่งออกมา พอเขาก้มลงดู ก็ตกใจไปครั้งหนึ่ง บนร่างกายของเขาถูกครอบงำไปด้วยของสีดำอย่างหนึ่ง กลิ่นเหม็นส่งออกมาจากของสิ่งนี้นี่เอง เขาถามออกมาโดยสัญชาตญาณ “นี่มันอะไรเนี้ย”
    “รีบไปอาบน้ำเร็ว”เด็กหญิงพูดด้วยความรังเกียจ
    พอหลิวเวยอันกระโดดลงจากเตียง ก็ตกใจขึ้นอีกครั้ง กระดูกเขาส่งเสียงดังออกมา ราวกับไม่ได้ขยับเขยื้อนมาเป็นเวลาหลายปี ในขณะเดียวกัน เขาสามารถกระโดดลงพื้นได้โดยไม่มีเสียงอะไรเลย รู้สึกเหมือนร่างกายเบาอย่างกับนก ความรู้สึกแปลกประหลาดนี้หายไปอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าไปในห้องน้ำ
    พอชะล้างร่างกายเสร็จ ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าเขาถึงรู้ว่าเขาใส่เสื้อผ้าเก่าของตนไม่ได้ พอมองดูอย่างละเอียด ก็ตกใจอีกครั้ง รอยโครงกระดูกบนร่างกายเขาได้หายไปแล้ว เปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงทนทาน ร่างกายสมดุลสัดส่วนดี มีความเงาวาวที่บอกไม่ถูก ส่วนสูงก็เพิ่มขึ้นอีกพรวดพราด ตอนไม่ใส่รองเท้าสูงร้อยเจ็ดสิบแปดแล้ว ถ้าใส่รองเท้าก็น่าจะสูงประมาณร้อยแปดสิบแล้ว ร่างกายเดิมที่ผอมดั่งไม้ไผ่หายไป กลายเป็นชายหนุ่มที่แข็งแรงหล่อล่ำ
    “พี่หล่อจังเลย” เด็กหญิงตาสว่างประกายมองมาที่หลิวเวยอัน
    “กินข้าวเถอะ” จ้าวหนานหนานเขม่นตามองเธอครั้งหนึ่ง เด็กหญิงก็หดคอกลับ และทำสีหน้าเหมือนกุลสตรีอีกครั้ง เธอแอบหันมาทำหน้าผีให้ที่หลิวเวยอันอย่างเงียบ ๆ ครั้งหนึ่ง
    หลิวเวยอันเพิ่งสังเกตุเห็นว่าจ้าวหนานหนานนำอาหารมาวางไว้บนโต๊ะเสร็จหมดแล้ว จ้าวหนานหนานเป็นคนที่เงียบมากคนหนึ่ง หลิวเวยอันเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ แต่เธอกลับไม่มีความประหลาดใจเลยแม้แต่นิดเดียว ในหนึ่งมื้อหลิวเวยอันกินไก่ย่างไปสามตัวก็อิ่มแล้ว พอร่างกายกลับเป็นปกติความรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลาแบบแต่ก่อนก็หายไปแล้ว พอเขาล้างมือสะอาดแล้ว ก็เห็นว่าจ้าวหนานหนานก็หยุดกินพอดี เหลือเพียงแต่คนชอบกินอย่างจ้าวซินที่ยังกินไม่หยุด
    พอเขาดูเวลาก็เห็นว่าตอนนี้ห้าโมงยี่สิบแล้ว แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักคือเวลาผ่านไปสามวันแล้ว ตอนนี้เป็นสามวันถัดมา แต่เขาที่นอนอยู่บนเตียงกลับรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
    เขาไม่รู้สึกง่วงจึงใส่หมวกนิรภัยแล้วออนเข้าเกม
    เขาเดินเข้าเมืองสือโถวไปอย่างระมัดระวัง ก็พบว่าพบถนนไม่มีเรื่องผิดปกติเลย ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ ราวกับเรื่องของขบวนรถเฟยหม่าผ่านไปทั้งหมดแล้ว จนเขาเดินเข้าไปด้านหลังร้านขายยา 'ซอมบี้เภสัช' ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง
    เขาเจอเฮยหนิวที่หลังร้านขายยา 'ซอมบี้เภสัช' ตามที่คาดไว้ หวงหนิวและสือหนิวออกจากเกมไปแล้ว เหลือแต่เขาที่ยังรออยู่ เขาดีใจอย่างมากที่ได้เจอหลิวเวยอัน
    “ฉันเดาไว้ว่า วันนี้พี่น่าจะออน เดาถูกจริง ๆ ด้วย”
    “พวกนายสามคนไม่เป็นไรใช่ไหม”หลิวเวยอันถามด้วยความเป็นห่วง
    “ไม่เป็นไร สองสามวันนี้ขบวนรถเฟยหม่าเหมือนเป็นบ้าไปแล้ว ตามจับคนไปทั่วเลย ไม่รู้ว่าใครไปทำให้พวกเขาไม่พอใจ เลยไม่ได้นึกถึงพวกเรา” สีหน้าเฮยหนิวเคร่งขรึมขึ้น “แต่ว่าบนถนนมีแต่คนของพวกเขา ตอนพวกเราออนตอนเช้าเลยมาหลบที่นี่ทั้งวัน พอตอนบ่ายถึงได้แอบออกไปถามข้อมูลมา”
    “ได้ข้อมูลว่ายังไงบ้าง?” หลิวเวยอันถาม
    “ขบวนรถเฟยหม่ากำลังตามจับคน ๆ หนึ่งอยู่ เหมือนคน ๆ นี้จะขโมยของของขบวนรถเฟยหม่าไป เกิดเป็นเรื่องใหญ่มาก อีกอย่าง พี่กับผู้หญิงที่ฆ่าหมูคนนั้นก็เป็นหนึ่งในคนที่พวกเขาตามจับด้วย พี่ต้องระวังหน่อย แล้วก็...” เฮยหนิวหยุดไปครู่หนึ่งพลางกล่าว “ข้าได้ยินข่าวมาอย่างหนึ่งว่าคนที่ขโมยของน่าจะมีความสัมพันธุ์กับตระกูลเหอ สองวันมานี้ความสัมพันธุ์ของสองตระกูลนี้ค่อนข้างจะตึงเครียดเล็กน้อย”
    หลิวเวยอันยักคิ้วเล็กน้อย ก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าเป็นเพราะถุงเนื้อพวกนั้น จึงถามนิ่ง ๆ ออกไปว่า “ที่สุสานเป็นยังไงบ้าง? ผู้หญิงที่ฆ่าหมูคนนั้นได้ออนบ้างไหม”
    “สุสานถูกคนของขบวนรถเฟยหม่ายึดไปแล้ว” พอเฮยหนิวพูดถึงตรงนี้สีหน้าก็ไม่ค่อยดีนัก ขบวนรถเฟยหม่ายึดสุสาน ก็เท่ากับตัดเส้นทางการหาเงินของเขาไป เขามองหลิวเวยอันแวบหนึ่งเห็นว่าบนใบหน้าเขาไม่ได้มีความโกรธเท่าไหร่นักจึงวางใจลงบ้าง พูดต่อว่า “ไม่มีข่าวผู้หญิงที่ฆ่าหมูคนนั้นเลยไม่รู้ว่าเธอได้ออนบ้างไหม”“รู้แล้ว นายออกจากเกมไปก่อน สองสามวันนี้อาจจะไม่มีของให้ขนส่ง แต่ว่า อีกไม่กี่วันก็จัดการได้แล้ว” หลิวเวยอันกล่าว เฮยหนิวอยากจะพูดอะไรออกมาแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทั้งนั้น เขาไม่รู้ว่าหลิวเวยอันไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แต่พอคิดดูแล้ว หลิวเวยอันมีความสามารถมากกว่าเขา จึงไม่ได้พูดอะไร เขาประสานมือคารวะบอกลาพลางหมุนตัวไปออกจากเกม

    ตอนหลิวเวยอันกำลังจะจากไป ประตูห้องปรงยาก็ถูกเปิดออก ซุนหลิงจือเดินออกมาภายใต้แสงจันทร์เธอสวมชุดกระโปรงสีเขียวราวกับเอลฟ์ที่สง่างดงาม
    “หายไปตั้งหลายวัน นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก” ซุนหลิงจือเดินลงบนนไดพลางกล่าว
    “ที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อย” หลิวเวยอันยิ้มแห้ง สาวสวยคนนี้ยังพูดจาขวานผ่าซากไม่เปลี่ยน
    “ได้ยินว่านายมีปัญหากับขบวนรถเฟยหม่า ต้องการให้ฉันออกหน้าไปช่วยพูดไหม?” ซุนหลิงจือกล่าวแบบไม่ได้ใส่ใจนัก
    มีปัญหา? มองเขาสูงเกินไปแล้ว นี่ไม่ได้เรียกมีปัญหา นี่เรียกว่าทำให้ไม่พอใจ ซุนหลิงจือเป็นห่วงเรื่องของเขาด้วย นี่ทำให้หลิวเวยอันรู้สึกซาบซึ้งมาก ๆ แต่เขาไม่อยากพึ่งพาตระกูลซุนจึงพูดอย่างอ้อมค้อมว่า “เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น น่าจะจัดการได้ในไม่นาน ถ้าจัดการไม่ได้ค่อยมารบกวนคุณหนูซุนแล้วกัน”
    ซุนหลิงจือชะงักฝีเท้าครู่หนึ่ง เผยความแปลกใจบนใบหน้า ยิ้มกล่าว “ฉันก็ว่าทำไมถึงมั่นใจเพียงนี้ ที่แท้ก็เลื่อนมาถึงระดับเหล็กดำแล้วนี่เอง ระดับเหล็กดำแม้จะเป็นเพียงระดับเริ่มต้นเท่านั้น แต่ในเมืองสือโถวก็นับว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งแล้ว ยอดฝีมือระดับเหล็กดำ ขบวนรถเฟยหม่าไม่สนใจก็คงไม่ได้”
    “อะไรคือระดับเหล็กดำ?” หลิวเวยอันใจกระตุกวาบ
    “นายไม่รู้หรอ?” ซุนหลิงจือเลิกคิ้วเล็กน้อย
    “ไม่รู้” หลิวเวยอันตอบไปตามความเป็นจริง
    “ดูแล้วนายคงจะไม่เคยได้ยินจริง ๆ” ซุนหลิงจือเก็บสายตาที่มองหลิวเวยอันกลับ “ตอนนี้มีฉันเวลาว่างพอดี บอกบอกหน่อยละกัน อาวุธมีแยกระดับ มีเครื่องไม้ เหล็กดำ สำริด เงิน ผู้เล่นก็เช่นเดียวกัน เรียงจากระดับพลังต่อสู้จากน้อยไปมาก แบ่งออกเป็น ระดับเหล็กดำ ระดับสำริด ระดับเงิน ระดับทอง ระดับทองคำขาวและระดับทองรมดำ ส่วนที่อยู่ใต้ระดับเหล็กดำ ก็เป็นระดับที่ไร้คุณภาพ”
    “แล้วระดับเหนือทองรมดำขึ้นไปล่ะ?” หลิวเวยอันพูดแทรกขึ้น
    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ซุนหลินจือมองหลิวเวยอันแวบหนึ่งกล่าว “ถ้าวันไหนนายข้ามระดับทองรมดำไปได้ก็อย่าลืมมาบอกด้วย ให้ฉันได้เปิดหูเปิดตาสักหน่อย”
    หลิวเวยอันหน้าแดงเล็กน้อย ถาม “ยอดฝีมือที่เก่งที่สุดในตอนนี้อยู่ที่ระดับอะไร”
    “ไม่รู้หรอก มียอดฝีมือที่เก่งกาจมากเท่าไหร่ที่ไร้ชื่อเสียงไปทั้งชีวิต แต่คนที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าเก่งกาจที่สุดอยู่ในระดับทองรมดำ นายรู้เรื่องพวกนี้ไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าวันไหนนายทะลุผ่านระดับสำริดไปได้ ก็จะรู้เรื่องพวกนี้เอง” น้ำเสียงของซุนหลิงจือมีความเย็นชาอยู่เล็กน้อย เหมือนเธอนึกอะไรออกขึ้นมาจึงไม่ได้พูดต่อไป แต่ทว่า เขาเข้าใจความหมายของเธอแล้ว ก็คือเขาในตอนนี้ยังไม่มีสิทธิ์จะรู้เรื่องพวกนี้ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์
    ตอนแรกหลิวเวยอันจะถามเธอว่าดูออกว่าเขาเลื่อนมาในระดับเหล็กดำได้อย่างไร มีสัญลักษณ์อะไร หรือมีข้อรับรองอย่างไร แต่พอเห็นซุนหลิงจือเป็นเช่นนี้ เขาก็เลือกจะปิดปากแล้วบอกลาไป ซุนหลิงจือไม่ได้ยื้อเขาไว้ เธอโบกมืออย่างส่ง ๆ
    พอเดินออกจากร้านขายยา 'ซอมบี้เภสัช'แล้วเขาถอนหายใจแรง ๆ ครั้งหนึ่ง สายตาฮึดขึ้นมาอย่างมากมาย
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-

    คล้ายกับเรื่องอุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน