ชายฉกรรจ์สองคน จึงลุกออกจากโต๊ะหลังจากดื่มไปหลายแก้วเดินหายไปหลังเวที @@พอเรนิตาทำธุระเสร็จเดินพ้นประตูห้องน้ำมา
ได้เล็กน้อย ก็มีมือปริศนาจากด้านหลังพร้อมผ้าเช็ดหน้าอ้อมมาปิดปากปิดจมูกเธอโดยไม่ทันได้หันมามองข้างหลัง แล้วเธอก็ทิ้งตัวลงบนอ้อม
แขนของคนที่เอามือปิดปาก
“นี่ถ้าไม่ติดว่านายสั่งไว้กูจะเปิดบริสุทธิ์อีเด็กนี่ซักทีวะ แม่งเห็นแล้วเปรี้ยวปาก”
“ไป อย่าเพิ่งพูด เดี๋ยวใครมาเห็น”
เรนิตา ถูกประคองร่างในสภาพหลับไปดื้อๆ หายไปทางห้องน้ำด้านหลังร้านที่เป็ทางมืดที่ตรงไปยังลานจอดรถขณะที่เธอกำลังถูก
หิ้วปีกออกไป ก็มีหญิงวัยกลางคนออกจากห้องน้ำพอดี เหลือบซ้ายไปเห็น“แหม เป็สาวเป็นาง ไม่บันยะบันยังมั่งเลย กินจนเมาเพื่อน
ต้องหิ้วไปส่งบ้านละมั้งเนี่ย”
ขณะที่โต๊ะของหัวหน้าจุ้ยและทีมงานพิราบขาวก็ยังเฮฮากันไม่พักกระทั่งปราการ เริ่มขยับตัว ขนมก็ทำท่าวางช้อน เผื่อรอฟังคำพูดบางอย่างเพื่อนชายที่นั่งตรงข้าม
ปราการ - พี่จุ้ยผมต้องขอตัวกลับก่อนนะพี่
หัวหน้าจุ้ย - อ้าวเหรอจะกลับแล้วเหรอ
ปราการ - ใช่พี่พอดีวันนี้แม่อยู่บ้านคนเดียว
ตุ๋มติ๋ม – งั้นฝากขนมไปด้วยคนสิพี่การ
พอตุ๋มติ๋มเปิดประเด็นทำเอาขนมถึงกับเขิน ตีแขนเพื่อนเบาๆ ไปทีนึง แต่ในใจลึกๆ ก็อยากนั่งรถไปกับปราการนั่นแหละและสุดท้าย
ก็กลับบ้านพร้อมกัน คล้อยหลังไม่นาน ตุ๋มติ๋มก็รู้สึกเอะใจว่าเพื่อนรักหายไปห้องน้ำนานจัง “เอ๊ ทำไม เร มันไปห้องน้ำนานจังนะ ใครพอ
จะไปตามให้ได้บ้างไม๊ค่ะ”
เงียบ ไม่มีการตอบกลับจากคำถามของตุ๋มติ๋มทว่า พี่แอนที่ดูเงี่ยหูฟังประโยคนั้นของตุ๋มติ๋ม เลยเอ่ยปากอาสาไปตามให้จากนั้นก็ลุก
จากโต๊ะตรงไปที่ห้องน้ำทันที @@ พี่แอนเรียกอยู่นานสองนาน ก็ไม่มีการขานรับกลับออกมา เลยกลับมาโต๊ะบอกตุ๋มติ๋มให้รู้ แต่การบอกของ
พี่แอนดันไปเข้าหูหญิงวัยกลางคน คนเดิมที่นั่งใกล้กับโต๊ะของทีมพิราบขาว เลยลุกมาบอกว่า
“เมื่อกี้น้าเห็น ผู้หญิงวัยรุ่นคนนึงใส่เหมือนเสื้อเชิ้ตขาวปล่อยผมยาว กางเกงยีนส์ ดูเหมือนจะเมา ไม่รู้เป็เพื่อนพวกหนูรึเปล่าเห็นมี
เพื่อนผู้ชายสองคน พากลับบ้านไปแล้ว”
ตุ๋มติ๋ม - ชะ ใช่ค่ะ ที่น้าพูดมาการแต่งตัวเหมือนเพื่อนหนูมากเลย แต่ว่าอะไรนะ มีเพื่อนพากลับไปเหรอ (น้ำเสียงเริ่มกระวนกระวาย)
พอทุกคนได้ยินดังนั้น ถึงกับหน้าเครียดตุ๋มติ๋มเอามือกุมหัว หัวหน้าจุ้ย ก็ดูร้อนใจเช่นเดียวกับคนอื่นๆแต่ที่กังวลและเป็ห่วงสุดๆ คือ คิมหันต์ ที่เริ่มใจคอไม่ดี เค้นถามหญิงวัยกลางคน ว่าถูกคนพาออกไปทางไหนและเมื่อได้ความ จึงวิ่งตรงไปยังมอเตอร์ไซค์คู่ใจ เพื่อออกตามหา
##########
ร่างบางเอวเอสผมยาวสลวย ถูกวางอยู่ที่เบาะหลังส่วนชายฉกรรจ์ทั้งสองขับฝ่าความมืดเพื่อพาเรนิตาไปยังบ้านเช่าแห่งหนึ่งนอกเมือง
นนท์ที่นายของมันตระเตรียมไว้ ถึงแยกไฟแดงพวกมันทั้งสองหยุดรถเพื่อรอไฟเขียวร่างของเรนิตาเริ่มขยับ เธอจึงค่อยๆ ยกหัวขึ้นมา เพื่อดูว่า
อยู่ที่ไหนตามด้วยสีหน้าใที่เห็นว่าอยู่ในรถของใครที่เธอไม่รู้จัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อมือทั้งสองถูกมัดและที่ปากถูกยัดด้วยกระดาษ
ซักพักมอเตอร์ไซค์ของปราการก็มาจอดเทียบข้างรถเก๋ง ปราการมองตรงไปข้างหน้าเพื่อรอดูสัญญาณไฟ แต่ขนมเหลือบมองทางขวาตรง
รถเก๋งและมันชัดเจนพอที่จะทำให้ขนมสังเกตเห็นเพื่อนของเธอชะเง้อหน้าขึ้นมาตรงขอบกระจก
“เฮ้ยนั่นมัน เร นี่หว่า พี่กาน พี่กาน หนมเห็นไอ้เร อยู่ในรถคันนั้น”
“จริงเหรอขนมแน่ใจนะ”
“จริงค่ะพี่หนมจำได้ เกิดอะไรขึ้นกับเร กันเนี่ย มันโดนใครจับไปไม่รู้ พี่รีบขับตามไปเร็ว” “พี่กานเร็วๆ จะตามไม่ทันแล้ว”
“ได้ๆแต่ถ้าตามติดเกินไป เดี๋ยวพวกมันจะรู้ได้ ว่าเราแอบตามมันอยู่นะ”
สุดท้ายปราการก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาห่างๆจากไฟแดงที่เจอเมื่อครู่กับขนม ระยะทางร่วมๆ 10 กิโลเมตร เป็พื้นที่นอกเมืองนนท์ ซึ่ง
แถวนั้นเวลาราว3 ทุ่ม ทุกอย่างเงียบสะงัด แทบไม่มีผู้คนเดินผ่านไปมา ตรงข้ามบ้านเช่าหรือคล้ายห้องเช่านั้น เป็ป่าหญ้าสูงท่วมหัว @@ ปราการ พอเฉลียวใจเมื่อเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวจอด อยู่เบื้องหน้าห่างไปราว50 เมตร เค้าเห็นทางซ้ายมือมีซอยแยกเข้าไป จึงขับเลี้ยวไปเพื่อ
ทำทีเหมือนไม่ให้ชายในรถเก๋งรู้ว่าถูกสะกดรอยตาม @@ ทว่า ปราการ และขนมได้ซุ่มมองอยู่ข้างกำแพง มีเสาไฟช่วยบังได้เห็นร่างของ
เพื่อนเธอถูกหิ้วหัวท้ายเข้าไปยังห้องพักรายวัน โดยที่ร่างของเรนิตายังคงออกแรงดิ้นเพื่อสลัดให้หลุดจากชายโฉดทั้งสอง
ขนม– พี่กานนั่นไง เร มันถูกหิ้วเข้าไปในนั้นแล้ว ทำไงดี
ปราการ- ใช่ๆ พี่เห็นแล้ว ขอพี่คิดก่อนนะ
ขนม– พวกมันจะทำอะไร เร รึเปล่า หนมกลัวจังเลย
ปราการ– เราตั้งสติกันก่อนนะ ช่วยกันคิด / เอ๊ะ หลบก่อน ทางนั้นเหมือนมีรถอีกคันขับเข้ามา
แล้วปราการก็ดึงร่างอ้อนแอ้นของขนมมาอยู่แนบกายภายใต้ความมืดซึ่งข้อศอกของเขาไปเฉี่ยวโดนหน้าอกของขนมอย่างไม่ตั้งใจ
และเธอเองก็ไม่ได้ปัดป้องแต่อย่างใดปล่อยให้ท่อนแขนล่ำชนไฟหน้าไซส์มินิอยู่อย่างนั้น@@ เมื่อเห็นรถอีกคันที่เข้ามาจอดต่อหลังคันแรก
ชายที่เดินลงมาหันซ้าย หันขวา มองรอบๆ คล้ายมีความระแวง แต่เมื่อดูแล้วเห็นว่าปลอดคน จึงเดินเข้าไปในห้องพักเดียวกันนั้น
ปราการ- ขนม (ไม่มีเสียงตอบ) / ขนม เป็อะไรรึเปล่า
ขนม- อ้อ เปล่าค่ะ
ปราการ - ผู้ชายคนนั้นพี่ดูไม่คุ้น ขนมเคยเห็นรึเปล่า
ขนม – คนนั้นเหรอ เอ่ ขนมรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่นึกไม่ออกเลยค่ะ / พี่คิดออกยัง จะทำไงดี
###########
“อื้อ อื้ออื้ออออ” เสียงรอดออกมาจากห้องเช่านั้น มาเข้าหูปราการและขนมที่ยังคงแอบซุ่มดู
ขนม- พี่กาน ได้ยินไม๊
ปราการ- อืม ได้ยินเหมือนกัน
ขนม - รึว่า จะเป็เสียงเรร้อง แต่ทำไม
ปราการ – ใช่ เหมือนโดนอะไรอุดปากเลยร้องได้ไม่ถนัดแน่ๆ / เอ๊ะนั่น มีมอเตอร์ไซค์เข้ามาพอดีเลย ได้การละ
ปราการเลยตระเตรียมแผนกับขนม และย่องไปในความมืดกวักเรียกมอเตอร์ไซค์คันนั้นให้จอด
สาวนิรนาม – ว๊ายส์ ตายละโผล่มาอย่างนี้ใหมด
ปราการ - เออ พี่ครับช่วยผมหน่อย
สาวนิรนาม- จะให้ช่วยอะไรเหรอ พ่อหนุ่ม มาดักปล้นหรือเปล่าเนี่ย / ถ้าจะเอามอเตอร์ไซค์ก็เอาไปเลยนะแต่อย่าทำอะไรชั้น
ปราการ– มะ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมไม่ได้เป็โจร คือ อย่างนี้นะครับพี่
สิ่งที่ปราการคิดไว้มันจะต้องได้ตามแผน ต้องลงล็อคทุกอย่าง เพื่อไม่ให้เพื่อนของเค้าได้รับอันตรายสาวนิรนามวัย 20 ปลาย ร่างสูง
สมส่วนในชุดเสื้อกล้ามคอกว้างสีดำ กางเกงขาสั้นตัดกับผิวขาวเนียนช่างดึงดูดสายตาแก่ผู้พบเห็นยิ่งเห็น โดยเฉพาะบุรุษหนุ่ม
เธอกำลังรอจังหวะที่ปราการกำลังให้สัญญาณ เพื่อจะเดินไปหยุดที่หน้าห้องเช่ารายวันนั้น และทันทีที่ชายฉกรรจ์สองคนออกมายืนดู
เชิงหน้าห้องเช่าตามที่คาดการณ์สาวนิรนาม พยักหน้ากับปราการเป็อันรู้กัน และเดินทำทีคล้ายคนเมา ไปอ่อยอยู่ต่อหน้าชายฉกรรจ์เอามือ
สะบัดแถวใบหน้าคล้ายอากาศร้อน จนลิปสติกหลุดจากมือ กลิ้งไปกำลังจะเข้าใต้ท้องรถดันมีเท้าปริศนามากั้นลิปสติกไว้ เธอจึงตามไปก้มตัว
ลงเก็บ ให้จังหวะคอเสื้อกล้ามหย่อนปล่อยร่องนมคัพ36 เข้าสายตาชายผู้นั้นพอดี
สาวนิรนาม– อุ๊ยส์ ตายจริง มีขาใครไม่รู้ช่วยไว้ ไม่งั้นหนูต้องก้มเก็บ ลำบากแย่เลย
ชายฉกรรจ์1 – ไงจ๊ะ น้องสาว กลางค่ำกลางคืน มาทำอะไรแถวนี้
สาวนิรนาม– อื้ม จะบอกยังไงดีละ พี่อยากฟังเื่ของหนูเหรอ
ชายฉกรรจ์2 – ไม่เป็ไรจ๊ะ พี่สองคนพร้อมฟังเื่ของน้อง
สาวนิรนาม– ว่าแต่เราไปหาที่นั่งคุยตรงอื่นดีมั้ยจ๊ะพี่ ตรงนี้ เดี๋ยวใครมาเห็น
ชายฉกรรจ์1 – เอาสิจ๊ะ จะคุยในพงหญ้าหรือมุมมืด ตรงไหนก็ได้ พี่ได้หมด
สาวนิรนาม– ว๊ายส์ ดูพี่พูดสิ ในพงหญ้า คันแย่เลยนะจ๊ะ / อืม แล้วตอนนี้หนูคอแห้งมากเลย พี่สองคนไปดื่มเป็เพื่อนหนูหน่อยได้ไหม
ชายฉกรรจ์1 – ได้สิจ๊ะ พี่รอคำนี้มานานแล้ว / โชคดีอะไรของกูวะเนี่ยคืนนี้ อยู่ๆก็ได้เมียซะงั้น
ชายฉกรรจ์ 2 –มึงจะไปจริงเหรอวะ นายสั่งให้เราเฝ้าหน้าห้องเช่าไว้นะ
ชายฉกรรจ์1 – ถ้ามึงป๊อด มึงก็อยู่บนโลกมนุษย์นี่แหละ เดี๋ยวกูไปเที่ยว์แป๊บเดียวเดี๋ยวลงมา
ชายฉกรรจ์ 2 – งั้นกูไปด้วย จะปล่อยให้มึงเสพสุขคนเดียวได้ไง
###########
หลังจากชายผู้ที่ขับรถเก๋งคันที่สอง เข้าห้องเช่าไปแล้วก็ได้พบกับร่างสาวน้อยร่างบางนั่งขดอยู่มุมห้อง โดยมือยังถูกมัด ที่ปากถูกอุด
ด้วยผ้าดูตัวสั่นด้วยความกลัว เมื่อเห็นร่างชายผู้นั้นตรงเข้าไปหาภายใต้ความมืดที่มองหน้าไม่ถนัดว่าเป็ใครกระทั่งไฟหัวเตียงสีเหลืองนวล
เปิดขึ้น เรนิตา ทำหน้าใอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคมเพชร อยู่ในห้องกับเธอสองต่อสอง แต่เค้ากลับไม่ประหลาดใจ เพราะมันอยู่ในแผนที่วางไว้แล้ว