ปึ้ด!
ร่างของจ้อยกลิ้งขลุกๆไปกับพื้นดินฝุ่นตลบปานลูกขนไก่ที่ถูกหวดเต็มแรง เขาไถลไปไกลจนเกือบจะตกคูน้ำข้างทางก่อนจะสะบัดหัวไล่ความมึนงงแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งได้อีกครั้ง ในอุ้งเท้าเล็กๆยังอุตส่าห์มีกิ่งไม้ที่คว้าติดมือมาได้ตอนโดนเตะอัด เขาจัดการเอามาเคี้ยวกร้วมๆบดขยี้รสฝาดของเปลือกไม้ผสมกับรสหวานปะแล่มของเกสรดอกไม้ประทังหิวพลางพ่นลมหายใจออกจมูกอย่างหงุดหงิด
"ไอ้วิชามหาโจรนี่มันยังไงกันแน่ฟะ? ์ประทานมาให้หรือนรกส่งมาแกล้งกันแน่ทำไมมันใช้ยากใช้เย็นยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทรขนาดนี้!"จ้อยบ่นอุบอิบพลางใช้อุ้งเท้าปาดฝุ่นออกจากขนสีขาวสะอาด"กว่าจะหยิบเศษผ้าเศษผ่อนจากตัวน้าขามมาได้แต่ละชิ้น เืตาแทบกระเด็น...นี่ถ้าผมเป็คนธรรมดา ป่านนี้กระดูกซี่โครงคงหักไปค่อนตัวแล้ว! แต่เอาเถอะ...ในเมื่อผมมันคนหัวรั้นไม่เชื่อหรอกว่าชั่วชีวิตนี้จะปล้นน้าให้ล่อนจ้อนไม่ได้!"
ว่าแล้วเ้ากระรอกขาวจอมกวนก็สะบัดหางพวงฟูสับเกียร์หมาวิ่งหน้าตั้งกลับไปหาเป้าหมายเดิมที่ยืนถือขวานรออยู่อีกรอบ!
ห้านาทีต่อมา...ฟิ้วววว! จ้อยลอยละลิ่วแหวกอากาศกลับมากลิ้งที่จุดเดิมเป๊ะเหมือนวางแผนไว้
ในป่าทึบมีเสียงหัวเราะเยาะหยันปนเอ็นดูของน้าขามในร่างกระต่ายั์ดังประสานมาตามลม"ไอ้หนู! แกจะกลับมาอีกกี่รอบกี่สิบรอบ ผลมันก็เหมือนเดิมนั่นแหละ!แต่อยากเล่นข้าก็ไม่ขัดศรัทธานะ บอกเลยว่าเตะแกเนี่ย... มันทั้งนุ่มเท้าทั้งเข้าข้อดีชะมัด เหมือนได้เตะลูกตะกร้อบุด้วยนุ่นยังไงยังงั้น!"
จ้อยที่โดนเตะจนเริ่มจับจังหวะได้ลุกขึ้นมาปัดก้นอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเขาดูเ้าเล่ห์และมีสมาธิมากกว่าเดิมเขาเริ่มบริกรรมคาถาสุดแสบที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อข่มขวัญศัตรู:
"เงินมึงก็คือของกู ของของมึงก็คือของกู แม้แต่กางเกงในมึงก็คือของกู...แม้แต่เส้นขนก็ไม่เหลือให้มึงเห็น พุทธัง บังตา ธัมมัง บังตา สังฆัง บังตา!"
"อย่าเพิ่งรีบตายใจไปเลยน้าขาม! ตราบใดที่ผมยังไม่หมดลมหายใจเตรียมตัวเขินจนหน้าเขียวได้เลย!" จ้อยคำรามลั่นแววตามุ่งมั่นสุดขีดก่อนจะพุ่งเข้าใส่เป้าหมายด้วยความเร็วแสง
....
เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่...จากนาทีเป็ชั่วโมง และจากชั่วโมงจนผ่านไปเกือบทั้งวัน
สภาพของจ้อยตอนนี้คือวิ่งไปโดนเตะลอยกระเด็นกลับมา แล้วก็วิ่งกลับไปใหม่วนลูปอยู่แบบนั้นจนตะวันดวงโตเริ่มคล้อยต่ำกลายเป็สีส้มแก่สิริมงคลน้าขามน่ะเริ่มจะหมดแรงเตะเพราะขำจนเหนื่อยส่วนจ้อยก็โดนเตะจนพุงกะทิแทบจะกลายเป็ิญญาสถิตอยู่ในลูกเท้าของน้าไปแล้ว
"พอเถอะไอ้หนู! ข้าล่ะยอมใจแกจริงๆ ฟ้าจะมืดค่ำแล้วนะ แกยังจะเอาอีกรอบเหรอ?"น้าขามะโถามพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรขนหูยาวๆ
จ้อยเงยหน้ามองฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีแววตาที่เคยขี้เล่นพลันแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมและลุ่มลึกอย่างที่น้าขามไม่เคยเห็นมาก่อน"ตาเดียว... ขอแค่ตาสุดท้ายของวันนี้ครับน้า พรุ่งนี้ผมสัญญาว่าจะไม่กวนใจน้าอีก...แต่ตอนนี้ ผมมาแล้ววว!"
ร่างสีขาวพุ่งทะยานฉีกอากาศเข้าไปราวกับศรพรหมมาสตร์น้าขามส่ายหัวอย่างระอาใจ "ไอ้เด็กดื้อเอ๊ย... ในเมื่ออยากบินนักก็ไปเกิดใหม่บนฟ้าซะเถอะมึง!"
ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่าเท้าขนาดมหาศาลของกระต่ายั์กำลังจะปะทะเข้ากับกลางลำตัวจ้อยไม่ได้หลบหนี ทว่าเขากลับโน้มตัวลงต่ำกว่าเดิม จู่ๆในหัวของเขาก็มีความรู้สึกบางอย่างสว่างวาบขึ้นมา!มันเป็ััที่เย็นเยียบแต่เบาสบายราวกับได้ล่องลอยอยู่ในสรวง์...ขโมยติดแล้วโว้ย!
ป้าบ!!
ร่างของจ้อยลอยละลิ่วขึ้นฟ้าไปเหมือนลูกตะกร้อโดนหวดเตะเต็มข้อแรงม้าแต่วินาทีนั้นเอง จ้อยกลับไม่รู้สึกเ็ปแม้แต่น้อยเขาะเิเสียงหัวเราะร่าออกมาอย่างบ้าคลั่งกลางนภากาศ ะเืไปทั่วป่าจันทรา
น้าขามมองตามร่างที่ลอยหายไปลับตาพลางขมวดคิ้วมุ่น"ไอ้กระรอกนี่มันโดนข้าเตะจนสมองฝ่อกลับบ้านเก่าไปแล้วรึไงวะ?" แกเริ่มสำรวจตรวจตราตัวเองทันทีด้วยความระแวง...กางเกงยังอยู่ไหม? อยู่ดี... รองเท้าล่ะ? ก็ยังคล้องคอแน่น... ของใช้จุกจิกอื่นๆ ล่ะ? ครบถ้วนทุกประการ!"ฮึ... สงสัยจะบ้าของจริง ข้ากลับไปถากถางต้นไม้ต่อดีกว่า"แกสะบัดก้นเดินกลับไปทำหน้าที่ของตนต่ออย่างไม่ยี่หระ
....
วิชาอาคมกายาเหล็กไหล:ของล้ำค่าระดับตำนาน!
ตุบ!จ้อยม้วนตัวสามตลบก่อนจะร่อนลงสู่พื้นดินอย่างสง่างามราวกับนักยิมนาสติกเหรียญทองเขาเคี้ยวเศษไม้ที่เหลือในปากกลืนลงคอไปเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจก่อนจะหลับตาลงััถึง "กลุ่มก้อนพลังงาน" ที่เพิ่งหยิบฉวยมาจากจิติญญาของน้าขาม
มันไม่ใช่สิ่งของที่เป็ชิ้นเป็อันแต่มันคือ... วิชาอาคมกายาเหล็กไหล!
"วิชาอาคมขั้นเทพ! ฮ่าๆๆๆ! รวยแล้ว! รวยกว่านี้ไม่มีอีกแล้วโว้ยยย!"จ้อยะโลั่นป่าจนนกยูงและนกสาริกาแถวนั้นบินแตกรังกันวุ่นวาย
หลังจากออกสเต็ปเต้นระบำกระรอกด้วยความสะใจอยู่พักใหญ่จ้อยก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงเพื่อพิจารณาสิ่งที่ได้รับมามันคือสุดยอดวิชาสายคงกระพันชาตรีที่ว่ากันว่าหายสาบสูญไปนานแสนนานหากใครฝึกจนสำเร็จ ร่างกายจะแปรสภาพเป็:
อยู่ยงคงกระพัน:ดาบเชือดไม่เข้า ปืนยิงไม่ออก แม้แต่ไฟนรกก็ยังเผาไม่ระคายขน
กายาอิทธิฤทธิ์:เสริมสร้างพละกำลังให้เทียบเท่าช้างสารพันเชือก และหากฝึกถึงขั้นสูงสุดจะสามารถจำแลงกายกำบังตนเป็อะไรก็ได้ตามใจปรารถนา
วิชานี้ถูกแบ่งออกเป็12 ขั้น ขั้นที่ 9 ก็เพียงพอจะทำให้คนธรรมดามีร่างเบาหวิวเหาะเหินเดินอากาศได้เหมือนเทวดา!และความลับที่น่าสยดสยองที่สุดของมันคือ... การเสริมพลังแบบทวีคูณ!ยิ่งฝึกถึงขั้นสูง พลังป้องกันและพละกำลังจะไม่ได้เพิ่มขึ้นทีละนิดแต่จะเพิ่มเป็เท่าตัวทับซ้อนกันไปเรื่อยๆ จนไม่มีใครสามารถประเมินขีดจำกัดได้!
แต่สิ่งที่ทำให้จ้อยตื่นเต้นจนขนลุกซู่ยิ่งกว่าสิ่งใดคือเขาไม่ได้แค่ได้ความรู้มาเปล่าๆ! ด้วยอานุภาพของวิชามหาโจรที่แยบยลเมื่อเขาขโมยมาได้สำเร็จ เขากลับได้รับ "ตบะความรู้"และประสบการณ์การฝึกฝนที่น้าขามสะสมมาหลายร้อยปีติดมาด้วย!
ในชั่วพริบตาเดียวจ้อยรู้สึกได้ว่ากระแสความร้อนผ่าวแล่นผ่านไขสันหลัง มัดกล้ามเนื้อเล็กๆใต้ขนสีขาวนุ่มนิ่มนั่นบีบอัดตัวจนแน่นเปรี๊ยะราวกับเหล็กเส้นกระดูกทุกชิ้นแข็งแกร่งขึ้นจนได้ยินเสียงลั่นเปรี๊ยะๆ ...เขาสำเร็จวิชากายาเหล็กไหลถึงขั้นที่ 3ในชั่วพริบตา!
"ไหนลองดูหน่อยสิว่ามันขลังแค่ไหน..."จ้อยเดินไปที่ต้นกัลปพฤกษ์ั์ต้นหนึ่ง เขาใช้อุ้งเท้าเล็กๆ สะกิดเบาๆไปที่ลำต้นเหมือนการเขี่ยเล่น
เปรี้ยง!!
เสียงดังปานฟ้าผ่า!ต้นไม้ขนาดสองคนโอบหักสะบั้นโค่นโครมลงดินทันที!จ้อยอ้าปากค้างจนแมลงเกือบบินเข้าปาก "โอ้โห...นี่ผมกลายเป็หนุมานคลุกฝุ่นเวอร์ชั่นกระรอกไปแล้วเหรอเนี่ย!ใครที่คิดจะลองดีกับผม เตรียมตัวโดนตบหัวทิ่มบ่อได้เลย!"
แต่ทว่า...ในขณะที่กำลังหัวเราะร่าอย่างได้ใจอยู่นั้นจ้อยก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา... เขารู้สึกว่า"ถังพลังงาน" หรือความอิ่มเอมในช่องท้องที่เคยแน่นปึ๋งมันกำลังรั่วออกไปอย่างรวดเร็ว!
โครกคราก!
ท้องของจ้อยร้องประท้วงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพลังงานมหาศาลจากรองเท้าฟางและของทิพย์ที่เคยคิดว่าจะหล่อเลี้ยงร่างกายได้เป็เดือนๆตอนนี้มันกำลังถูกร่างกายที่ "อัพเกรด"มาใหม่สูบไปใช้ราวกับเครื่องสูบน้ำขนาดั์ที่เร่งเครื่องจนสุดกำลัง!
"ฉิบหายแล้วไง..." จ้อยหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ"ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น... แต่ค่าบำรุงรักษามันพุ่งกระฉูดสวนทางกันเลย!จากเดิมที่เคยอิ่มแปล้ได้เป็เดือน ตอนนี้เหลือไม่ถึงสามวันแน่ๆ!"
นี่มันคือคำสาปชัดๆ!"เก่งได้ไม่เกินสามวิ" ของจริง!ถ้าจ้อยไม่มีของกินระดับเลิศรสมาเติมพลังงานให้ทันเวลา เขาคงต้องกลายเป็กระรอกที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าที่นอนอดตายอย่างน่าอนาถแน่ๆ!
....
ทางด้านน้าขาม...
ชายร่างั์ในร่างกระต่ายหยุดมือจากการถากไม้แกเกาใบหูยาวสีเทาของตนพลางทำหน้างงกวย "แปลกแฮะ...เมื่อกี้ข้ากำลังจะตั้งนะโมบริกรรมวิชากายาเหล็กไหล... ทำไมจู่ๆก็นึกบทสวดไม่ออกซะงั้น เหมือนมันหายวับไปจากสมองเฉยๆ ...แถมรู้สึกเหมือนน่องข้าจะลีบลงไปจึ๋งนึงด้วย...หรือว่าข้าจะเตะไอ้หนูนั่นจนเส้นพลิกไปเองวะ?"
น้าขามสะบัดหัวไล่ความคลางแคลงใจโดยไม่รู้เลยว่า "วิชาอาคมล้ำค่า" ที่แกหวงแหน...ได้ย้ายสำมะโนครัวไปสถิตอยู่ในพุงของไอ้กระรอกแสบเรียบร้อยแล้ว!