คะนิ้งขืนตัวไว้
“ไม่หิว” ฝ่าาสุดหล่อถอนใจก้มลงกระซิบข้างหู
“ข้าหิว และมากด้วย หากยังไม่ไปจะทำอะไรดีนะ….ให้เ้าเป็คนตัดสินใจ” คะนิ้งเดินลิ่วออกจากตรงนั้นใจเริ่มสั่น ไม่ได้หิวข้าวแต่รู้สึกประหลาด หลี่จวินยิ้มในหน้า
บนโต๊ะเสวยที่ถูกจัดเตรียมไว้ด้วยอาหารหลากหลาย ที่จัดแต่งสวยงาม คะนิ้งเพิ่งจะยิ้มออก แต่ระงับอาการไว้ หลี่จวินนั่งลงก่อนจะฉุดให้คะนิ้งนั่งตาม
“ฝ่าาวันนี้ซินเหยารู้ว่าจะเข้าเฝ้าฝ่าาแต่เช้าเลย เข้าไปในห้องเครื่องจัดเตรียม เครื่องเสวยแต่เช้า”
“ดี ฝีมือการทำอาหารของพระสนมนับว่าไม่เป็รองใคร สนมอี่เชียงคงยังไม่เคยกินของพวกนี้เพราะเพิ่งจะ เข้าวังมา เช่นนั้นดูสนมเอกซินเหยากินให้ดูก่อนว่าเขากินกันอย่างไร” คะนิ้งหน้าบูดเพราะหิวเต็มทีแล้ว ซินเหยาหยิบตะเกียบคีบนู้นนี่ใส่ปากอย่างละชิ้นสองชิ้นทุกครั้งที่กินก้จะหันมายิ้มหวานให้หลี่จวินครั้งหนึ่ง คะนิ้งคิดว่าซินเหยาช่างลีลาเยอะออดอ้อนจนน่าหมั่นไส้
หลี่จวินหยิบตะเกียบคืบ ผักใส่จานให้ซินเหยาซินเหยา มองด้วยสายตาลึกซึ้ง คะนิ้งหันหน้าหนี ส่ายหัวเบื่อความรัก
“กินได้แล้วอี๋เซียง” คะนิ้งหยิบตะเกียบบ้าง หิวจนแทบจะกินได้ทุกอย่างกำลังจะคีบหมูชิ้นโตใส่ปากตะเกียบในมือของหลี่จวินก็คีบหมับเข้าที่ตะเกียบของเธอ
“เมื่อคืน ข้ารู้สึกว่า ...เ้าอ้วนไปหน่อยกินผักดีกว่า” คะนิ้งถอนหายใจปล่อยตะเกียบวางบนจาน หลี่จวินเลือกคีบผักหลายอย่างส่งให้คะนิ้ง ซินเหยาคีบส่งผักของหลี่จวินเข้าปากช้าๆ อย่างครุ่นคิด
“กินอิ่มแล้ว ข้าขอตัวเลยละกัน” คะนิ้งกินผัดผักแปดอย่างจนอิ่มแปล้เตรียมตัวลุกจากที่นั่ง หลี่จวินฉุดมือไว้มองสบตา
“วันนี้ข้าไม่เลือกป้าย มีสนมอีกมากที่รอให้ข้าเลือกป้ายแต่วันนี้ข้า ยินดีอยู่กับเ้าอีกคืนเช่นนั้น ห้ามไปไหนก่อนที่ข้าจะมีบัญชา”
“ยินดีเลยเหรอ ใช้คำผิดแล้วฝ่าาต้องบอกว่าขอร้องให้ข้าอยู่อีกคืน”
“ข้าเป็ฮ่องเต้ทำไมต้องขอร้อง ข้าชอบบัญชา” เถียงกันไปมาไม่สนใจซินเหยาแม้แต่น้อย
“เ้าว่าข้าผิด” ชี้มือมาที่อกกว้าง
“ป้าววววแต่ ฝ่าาต้องทรงปล่อยให้ฉันเอ้ยข้า ไปขี้ไปตดบ้าง”
“เ้าปวดท้องหรือ” แววตาทีเล่นทีจริง
“ไม่...เฮ้อ.ข้าหมายถึง แค่เปรียบเปรย”
“ได้แต่ต้องอยู่ในสายตาและ เสี่ยวซุน ตามหนิงเออร์ให้มารับใช้นางคอยจับตามองนาง” คะนิ้งเบ้ปากแลบลิ้น
“ฝ่าา หนิงเออร์เป็ถึงองครักษ์วังหลัง ทำไมต้องมาติดตามคนคนเดียวที่รั้งตำแหน่งสนมด้วย” หยางจื่อเย่น้องชายฝาแฝดของ หลี่จวินที่ใบหน้าเ็าเรียบเฉยเอ่ยปากทักท้วงเมื่อเข้ามาถึง คะนิ้งหันไปพอดีสบตาสายตาเย็นฉาแม้ใบหน้าจะละม้ายหลี่จวิน แต่ใบหน้าที่เหมือนมีหน้าเดียวไม่เคยยิ้มให้ใครนั้น เ็านัก
“ใครสน” คะนิ้งหลุดปากขมุบขมิบ
“นาง อาศัยทีข้าเผลอคิดหนีออกจากวังหลวงอย่างเดียว”
“แล้ว ฝ่าายังจะรั้งนางไว้”
“นางได้ชื่อว่าเป็สนม แล้วเมื่อคืนข้ากับนาง ในรอบหลายปีมานี้ ข้า ไม่เคย ร่วมห้องกับใคร เมื่อคืนเป้นเพราะไทฮองเฮาส่งนางมาข้าถึงปฏิเสธไม่ได้ แล้วหากในครรภ์ของนางมี องค์รัชทายาทอยู่เล่าไม่เป็การผิดต่อบรรพชนหรืออย่างไร”
“ฝ่าา ตามกฏของ ตระกลูเรา ฝ่าาต้องเลือกหญิงที่ฝ่าารักเพียงหนึ่งเดียวเพื่อที่จะให้กำเนิดองค์รัชทายาทลืมไปแล้วหรือ”
“ตามกฏว่าไว้อย่างนั้น แต่ใช่ว่าข้าจะไม่มีสิทธิ์เลือก แล้วเมื่อคืนข้าเมาหนักไป เผลอไผล ทั้งที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักนาง” คะนิ้งเลิกคิ้วสูงนี่เธอมาฟังเื่อะไรเื่การสืบพันธ์ของราชวงศ์ สำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ
“ไทฮองไทเฮาส่งนางมาเพื่ออะไรกันแน่ เช่นนั้นหากฝ่าาไม่ทรงโปรดนางก็ส่งนาง ไปทำแท้งกับหมอหลวง” จื่อเย่ แนะนำน้ำเสียงเรียบเฉย
“หยุด” คะนิ้งอดรนทนไม่ไหวจะไร้มนุษยธรรมเกินไปหรือเปล่า
“สามหาว” จื่อเย่ตวาด หลี่จวินเผลออมยิ้ม
คะนิ้งยกมือขึ้นชี้หน้าจื่อเย่
“เ้า..เ้าๆ ๆ ๆ หน้าตาก็ดีหล่อเหลาเอาการแต่ทำไม่เืเย็นขนาดนี้ ฟังให้ดีดี ข้ากับฝ่าาของเ้า เราไม่ได้มีซัมติงอะไรทั้งนั้น เมื่อคืนต่างคนต่างนอน แล้วข้าก็เป็สาวพรมจรรย์อยู่ด้วย หากมีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายตัวเองทำไมจะไม่รู้เพราะฉะนั้น ห้ามนำข้าไปทำแท้ง แล้ว ข้าก้ไม่ได้พิศวาส ฝ่าาหน้าหล่อนั่นเลย ตอนนี้อยากกลับบ้านแค่ขอปืนคืนเท่านั้นส่วนอื่นข้าจัดการเอง เข้าใจไหม” จื่อเย่นับประคำในมือหลับตาเฉย ไม่ใส่ใจคำพูดของคะนิ้ง
“ข้าไม่ให้ไป วังหลวงคิดว่าจะเข้าออกง่ายๆ หรืออย่างไร”
“ทำไมก็แค่เดินออกไป” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นยืน ก้าวเดินออกไปทันที กระบี่ด้ามทองประดับด้วยพลอย เป็ของพระราชทานกูกยกขึ้นขว้างหน้าไว้พอดี คะนิ้งกวาดขาพลิกตัวไปทางด้านหลังยก ร่างใหญ่ของใครอีกคนทุ้มลงพื้นเสียงดังสนั่น ไป๋จงรู้สึกเจ็บแต่ก็พยายาม ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะกลัวเสียหน้า ก้มเก็บกระบี่ที่หล่นลงพื้น ใบหน้าหล่อเหลาของไป๋จง ทนระงับความเ็ป หลี่จวินเห็นท่าไม่ดีคว้าตัวคะนิ้งมากอด กดรมฝีปากลงบนปากนุ่ม อย่างแรงต่อหน้าหลายคน ที่ไม่คิดว่าหลี่จวินจะกล้าแสดงบทรักต่อหน้าคนอื่น ถอนริมฝีปากออกคะนิ้งดิ้นรนทุบอกตุบตับ
“จำไว้ นี่คือบทเรียน อย่าได้แสดงความห้าวหาญเก่งกาจเช่นนี้อีก อี๋เซียงไม่เช่นนั้น เ้าจะอายคนอื่นไม่เลิก” กระซิบแ่เบา ข้างใบหูลมหายใจร้อนผ่าวรินรดต้นคอ
