ตอนที่ 2 พลัดพราก
ตอนที่ 2
เมื่อประตูลิฟต์ปิดเข้าหากันสนิทภาวัชที่กำลังอยู่ในภาวะยืนตะลึงด้วยความใ เขารีบยื่นมือไปเพื่อที่จะกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์แต่ไม่ทันเพราะลิฟต์กำลังเคลื่อนที่ขึ้นไปชั้นบนแล้ว ภาวัชรีบกดลิฟต์เพื่อออกมาในชั้นถัดไปเมื่อเขาออกมาได้ก็รีบวิ่งไปกดลิฟต์อีกตัวเพื่อลงมาที่ชั้น 1 แต่ลิฟต์ตัวข้างๆก็กำลังขึ้นไปชั้นบนเช่นกันเขาเลยรีบวิ่งลงบันไดมาให้เร็วที่สุด
“พี่ครับๆ ผู้หญิงคนนั้นไปไหนแล้ว” ภาวัชวิ่งมาจับแขนรปภ.เขย่าแขนพร้อมกับถามด้วยท่าทางลนลาน
“ใครครับคุณ ผู้หญิงคนไหน ตึกนี้มีผู้หญิงเป็ร้อยเป็พันคน คุณถามถึงคนไหน”รปภ.ถามกลับ พร้อมยกมือขึ้นเกาศีรษะตัวเอง
“ผู้หญิงผมสั้น ตัวเล็กๆไงพี่ คนที่น่ารักๆ” รปภ.ยังคงทำหน้างงๆใส่ภาวัช
“โอ๊ย!!”
ภาวัชะโออกมารู้สึกว่าพูดไปรปภ.ก็คงไม่รู้ เขารีบวิ่งมาตามทางเดินวิ่งมาดูที่ลานจอดรถหน้าตึก แต่ภาวัชก็ไม่พบเจอคนที่เขาอยากเจอแม้แต่เงา
“ติ๊ดๆๆๆๆๆ”
เนติญา ค่อยๆกดรหัสเข้าห้องที่คอนโดอย่างช้าๆ จิตใจเธอในตอนนี้ไม่อยู่กับร่องกับรอยเลยเธอเข้าห้องมา แขวนกระเป๋าบนที่แขวนกระเป๋า
“เนเน่…เนเน่..เนเน่!!!”เสียงกล้วยไม้เรียกเพื่อนของเธอซ้ำๆ จากเบาๆจนต้องะโ เพราะเธอเห็นท่าทางเหม่อลอยของเนติญาและเพื่อนของเธอก็ถอดรองเท้านานเหลือเกินแล้วยังไม่เสร็จเสียที
เนติญาสะดุ้ง
“อืม..กล้วย” เนติญาตอบเบาๆ
“แกเป็อะไร ทำไมสีหน้าเป็แบบนั้น มีเื่อะไรที่ทำงานรึเปล่า” กล้วยไม้ถามเพื่อนด้วยความห่วงใย
ไม่ทันสิ้นคำถามดีเบ้าตาของเนติญาเต็มไปด้วยน้ำตาที่คลออยู่ สายตาเธอจ้องมายังกล้วยไม้เพื่อนของเธอเหมือน้าความช่วยเหลือ
“เป็อะไรเนย์ แกเป็อะไร บอกชั้นสิเนย์” กล้วยไม้รีบวิ่งมากอดร่างเล็กๆของเพื่อนสาวพร้อมลูบศีรษะเนติญาเบาๆ
“ฮือออออๆๆๆ” เนติญาร้องไห้ออกมาโดยไม่อดกลั้นอีกต่อไปตัวเธอสั่นเครืออยู่ภายใต้อ้อมกอดของเพื่อนรัก
เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะนึงเนติญาเริ่มสงบลง
“เนย์ บอกชั้นได้รึยัง เกิดอะไรขึ้น” กล้วยไม้และเนติญานั่งอยู่บนโซฟายาวตัวเดียวกันมือของกล้วยไม้กุมมือของเนติญาเอาไว้แน่น
“วันนี้..เมื่อกี้ตอนเลิกงาน ฉันเจอ…เจอ…”
“เจอใคร!” กล้วยไม้รีบถามต่อเมื่อเห็นเพื่อนเงียบไป
“เจอ…เจอเค้า” เนติญาตอบพร้อมก้มหน้าลง
“เค้าไหน!” กล้วยไม้มองหน้าเนติญาด้วยแววตาสงสัย งุนงง
เนติญาเงยหน้าขึ้นมามองกล้วยไม้เมื่อกล้วยไม้ได้สบตากับเพื่อนของเธอ ทันใดนั้นเธอก็ฉุกคิดขึ้นได้ เธอรู้แล้วว่า “เค้า” ที่เนติญาพูดถึงหมายถึงใคร
กล้วยไม้รีบโน้มตัวเข้าไปกอดเนติญาอีกครั้ง
“แกแน่ใจนะเนย์ ว่าใช่เค้า แกเจอที่ไหน ได้พูดคุยกันมั้ย” กล้วยไม้ถามเนติญาต่อ
“ใช่สิใช่ ทำไมชั้นจะจำเค้าไม่ได้ เจอที่ลิฟต์ตึกบริษัท ลิฟต์ปิดพอดี แต่ว่า!กล้วย เค้ามาทำอะไรที่นี่อะกล้วย เกือบ 7 ปีแล้วนะกล้วยทำไม! ทำไมอยู่ๆ เค้าถึงมาอยู่ตรงหน้าชั้น”
“หรือชั้นตาฝาดไปอะกล้วย”
“ไม่สิ ไม่ใช่ ไม่ได้ตาฝาด นั่นเค้าแน่ๆ ใช่แน่ๆ ชั้นมั่นใจ”
“ใช่เค้า! เค้าะโเรียกชื่อชั้น”
“ใช่ๆๆ เค้าเรียกชื่อชั้น”
เนติญาเล่ายาวด้วยความลนลานน้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง
“ใจเย็นๆเนย์..เนย์ใจเย็น ชั้นอยู่กับแกตรงนี้ไง แกอย่าเป็แบบนี้สิเนย์”
“เนเน่คนเก่งของเพื่อน” กล้วยไม้มองเนติญาด้วยความรักความห่วงใยทำให้เนติญาสงบลงมา
“เนย์พรุ่งนี้แกก็ไปเชียงใหม่แล้ว จะใช่หรือไม่ใช่เค้า เค้าจะไปทำอะไรที่ตึกบริษัทแกพรุ่งนี้แกก็ไม่ไปที่ตึกแล้ว แกก็ไม่ต้องเจอเค้าแล้ว ชั้นพูดถูกมั้ย”
“อืม…” เนติญาตอบกล้วยไม้ด้วยเสียงเบาๆในลำคอ
“โน่น หันไปดูบนโต๊ะกินข้าวสิ ชั้นทำของโปรดแกไว้ทั้งนั้น ไป!! ไปกินข้าวกัน” กล้วยไม้ยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเล็กๆของเนติญาแล้วโอบไหล่เธอให้ลุกขึ้น พาไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว
“เนเน่ของชั้นเข้มแข็ง และแข็งแกร่งที่สุดเสมอมา พรุ่งนี้แกไปเชียงใหม่ จะได้เจอโลกใบน้อยๆของแกแล้วไงยิ้มหน่อยสิ” กล้วยไม้พูดและส่งยิ้มให้เนติญาบนโต๊ะกินข้าว
“อื้ม!!” เนติญาตอบรับเพื่อน และยิ้มทั้งน้ำตา
“เอ้านี่ กินๆๆ” กล้วยไม้ตักกับข้าววางบนจานให้เนติญา
ณ ออฟฟิศบริษัททริปเปิ้ลทรี ดีไซน์
“ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูห้องทำงานของกิ่งกานต์ดังขึ้น
“เชิญค่ะ” กิ่งกานต์ตอบรับ พร้อมคิดในใจ เวลาป่านนี้แล้วใครยังอยู่ที่บริษัทอีกนะ
“เซอร์ไพรส์!!!!!” เสียงของภาวัชดังขึ้นต่อหน้าแม่ของเขา
“ภาวัช! ลูกกลับมาแล้ว” กิ่งกานต์รีบลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานวิ่งเข้ามาโผกอดลูกชายสุดที่รักของเธอ
“มาไม่บอกแม่จริงๆเลยนะลูกเนี่ย แล้วนี่โทรหาพ่อเค้ารึยัง”
“ยังเลยครับแม่ ลงเครื่องมาผมก็รีบมาหาแม่เลยนี่แหละครับ เดี๋ยวเจอพ่อที่บ้านทีเดียวเลยจะได้เซอร์ไพรส์พ่ออีกรอบไงครับ” สองแม่ลูกนั่งคุยกับบนโซฟารับแขกในห้องทำงาน
“งั้นก็..กลับบ้านกันเลย ไปหาคุณพ่อกัน” กิ่งกานต์รีบบอกลูกชายของเธอ
เช้าวันใหม่
“เนเน่..เนเน่ๆ” กล้วยไม้เขย่าตัวของเนติญาเบาๆ
“ตื่นได้แล้ว ไปสนามบิน” กล้วยไม้เข้ามาปลุกเนติญาในห้องนอนของเธอเพราะเธอเห็นว่าเสียงนาฬิกาปลุกดังนานแล้ว แต่เพื่อนของเธอก็ไม่ปิดเสียงนาฬิกาเสียที
“กล้วยทำไมแกตื่นเร็วจัง แกโต้รุ่งอีกแล้วใช่มั้ย” เนติญาถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“นอนเช้ามันปกติของนักเขียนอย่างชั้นอยู่แล้วไง มิใช่ปัญหา” พูดจบกล้วยไม้ก็จับที่มือทั้งสองข้างดึงแขนเพื่อนของเธอให้ลุกออกจากเตียง
“ไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวชั้นไปส่งสนามบิน”
“พี่เนย์ๆ ทางนี้ครับพี่เนย์” คมะโเรียกเนติญาที่สนามบิน
“มาถึงเร็วจังเลยคม คนอื่นๆล่ะอยู่ไหน มากันครบรึยัง” เนติญารีบถามถึงลูกน้องคนอื่นๆในทีม
“นัท พี่บอย แล้วก็นิ่ม มาแล้วครับพี่เนย์ ไปโหลดสัมภาระกันอยู่ เหลือก็แต่พี่บัวครับรายนั้นคุณนายสายประจำ ฮ่าๆๆๆ”
“แต่..เมื่อกี้ผมโทรหาพี่บัวแล้วครับ ใกล้ถึงแล้ว ไม่ตกเครื่องแน่นอนครับผม”คมรายงานสถานการณ์ของเพื่อนร่วมทีมให้เนติญาฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เนเน่ แกเจอน้องๆแล้ว งั้น..ชั้นกลับก่อนนะ ขอให้เดินทางปลอดภัยนะเพื่อนรักแกรีบกลับมาล่ะ ชั้นเหงาตายเลยอยู่คนเดียวนานๆ อ้อ! ที่สำคัญฝากกอดสองแสบด้วยนะบอกว่าน้ากล้วยคิดถึงที่สุดในโลกเล้ย!!”
“จ้าาาา!! ขอบใจมากนะกล้วย”
กล้วยไม้และเนติญาบอกลากันเนติญาหันหลังไปกอดเพื่อนของเธอ
ณ สนามบินเชียงใหม่
“พี่เนย์คะ เหมือนเคยได้ยินคุณกานต์พูดว่าพี่เนย์เป็คนที่นี่เหรอคะ”นิ่มหนึ่งในลูกทีมของเนติญาเอ่ยถามเธอขึ้นมา ขณะที่กำลังเดินกันไปที่ประตูทางออกของผู้โดยสาร
“ใช่จ้า พ่อแม่พี่อยู่ที่นี่หมดเลย” เนติญาตอบคำถามของนิ่ม
“ก็ว่าอยู่ เพราะคุณกานต์บอกนิ่มว่าไม่ต้องเตรียมบ้านพักให้พี่เนย์”นิ่มพูดต่อ เนติญาหันมายิ้มกับนิ่ม เธอไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น
“เออ..จะว่าไปพี่เนย์ไม่เคยพูดเื่ส่วนตัวกับพวกเราเลยนะพวกเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวพี่เนย์เลย นอกจากเื่งาน” นิ่มหันไปกระซิบกับเพื่อนๆในทีมที่เหลือที่เดินตามกันมา
“หม่ามี๊ๆๆๆ” เสียงเด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อยสองคนดังประสานกันเมื่อเนติญา และลูกทีม เดินออกมาใกล้ถึงด้านหน้าประตูผู้โดยสารขาออก
เนติญาปล่อยมือจากกระเป๋าเดินทางที่เธอลากอยู่แล้วอ้าแขนทั้งสองข้างของเธอออก ย่อเข่านั่งลงต่ำ เด็กน้อยทั้งสอง วิ่งโผเข้ามาสู่อ้อมกอดของเธออย่างรวดเร็วแรงปะทะจากเด็กๆ เกือบทำให้ร่างเล็กๆของเธอล้มลงกระแทกพื้นเลยทีเดียว
“ไอดิน อิงดาว ลูก..คิดถึงหม่ามี๊มั้ยคะ”เนติญาเอ่ยถามเด็กน้อยทั้งสองคน
“คิดถึงครับ/ค่ะ” ทั้งสองคนตอบประสานเสียงพร้อมกัน
“หม่ามี๊ก็คิดถึงลูกทั้งสองคนที่สุดในโลกเลย” เนติญาพูดจบก็ลุกขึ้นยืนจับมือเด็กน้อยทั้งสองคนไว้ ฝั่งขวาคนนึง ฝั่งซ้ายอีกคนนึง
“แล้วนี่ลูกมากับใครบ้างคะ คุณยายมาด้วยมั้ย หม่ามี๊บอกแล้วไงให้รอหม่ามี๊ที่บ้านก็ได้”
“โน่นไงครับ มากับลุงต้นครับ ดินมารับหม่ามี๊ฮับ” เด็กชายตัวน้อยรีบตอบทั้งที่พูดยังไม่ค่อยจะชัดเท่าไหร่ พร้อมชี้ไปที่ทางออก
เนติญาจูงมือเด็กน้อยทั้งสองคนเดินไปหาคนที่รอเธออยู่ซึ่งก็ยืนอยู่ไม่ห่างกันมากนัก
“มาถึงนานรึยังต้น รอนานมั้ย” เธอรีบถามชายหนุ่มตรงหน้า
“ไม่นานเนย์ กะเวลาเอาจากไฟล์ทบินของเนย์ ไม่ได้มารอก่อนนานๆ” ชายหนุ่มตอบพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
คม บอยนิ่ม นัท และบัว ลูกทีมของเนติญาที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่ไกลกันเท่าไหร่ กำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้าของพวกเขา
“เอิ่ม..หม่ามี้”
“เอิ่ม..ลูก!!ฝาแฝด!!”
“และโตขนาดนี้แล้ว พี่เนย์แต่งงานแล้วเหรอ”
“แล้วผู้ชายคนนั้น”
“พ่อของลูก สามีพี่เนย์รึ!!”
5 ประโยคที่มาจากทั้ง 5 คน ขานรับกันไปมาด้วยความสงสัยและงุนงง