ภายในกลุ่มเขต X เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังพิมพ์ข้อความแสดงออกถึงความแตกตื่น กลางดึกคืนนี้มีผู้ร้ายจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกันแล้วลงมือสังหารไปมากถึง 5 คน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าร้ายแรงมากจนทำให้ผู้คนเริ่มหวาดกลัวว่าผู้ร้ายเหล่านี้จะหนีไปหลังจากลงมือเสร็จ
ไม่ใช่เพียงแค่เขต X เมืองหวงซีที่เริ่มมีคนพูดถึงการจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน เมืองใกล้เคียงเริ่มมีการพูดถึงเรื่องนี้หนาหู ไม่เพียงแค่เมืองที่อยู่ใกล้ๆ เมืองใหญ่เริ่มมีการเข้ามาส่องดูไลฟ์ของผู้ร้ายที่กำลังจับเจ้าหน้าที่อีก 5 คนเอาไว้ด้วยท่าทางหดหู่ ในสมัยนี้ไม่ควรจะมีผู้ร้ายภายในเมือง
“ บอกมาซะใครจ้างพวกแกมา! ”
อ้ายเสินยังคงข่มขู่เจ้าหน้าที่ เขาพยายามถามย้ำเรื่อยๆเพื่อให้พวกมันยอมปริปาก หากให้เขาตัดสินใจคงปล่อยเจ้าหน้าที่พวกนี้จากไป แต่มังกรพยายามกระซิบบอกเขาเรื่อยๆว่าให้ทำต่อเพราะไม่เชื่อว่าพวกมันจะไม่รู้ความจริง
“ ยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว!!! ”
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ร้องเสียงหลงพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายยอมบอกความจริง
แม้จะรู้ดีว่าการบอกเรื่องนี้ไปแล้วจุดจบจะเป็นเช่นไร เหตุการณ์ที่เกิดในตอนนี้กลับทำให้มันตายเร็วกว่า ถ้าหากมันบอกความจริงแม้จะรู้ว่าต้องตายเพราะผู้ว่าจ้าง อย่างน้อยมันก็น่าจะหาคนคุ้มกันเพื่อหลบหนีไปประเทศใกล้ๆได้ ดังนั้นจึงคิดจะบอกความจริงเพื่อให้ตัวเองได้มีโอกาสหลบหนีไปใช้ชีวิตสงบๆ
“ เป็นองค์กรทะลายแสงจันทร์ พวกเขาจ้างให้เรามาปิดฟิตเนสแห่งนี้ พวกเขาจ้างเราด้วยเงิน 1,000 ล้านเหรียญให้ปิดที่นี่ ปล่อยฉันไป ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะฉันบอกสิ่งที่รู้แล้ว ”
เจ้าหน้าที่ขอร้องให้ปล่อยเขาออกไป เขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่แล้ว เจ้าหน้าที่อีก 4 คนพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาถูกองค์กรทะลายแสงจันทร์จ้างวานมาทำลายที่นี่
“ ถ้าคุณไม่เชื่อภายในแหวนเก็บของหัวหน้าเรามีหลักฐานนั้นอยู่ คุณนำมันออกมาดูได้เลย ”
อ้ายเสินให้คนลากตัวเจ้าหน้าที่หญิงมาที่ประตูแล้วค้นดูแหวนเก็บของ ทันใดนั้นเองเจ้าหน้าที่หญิงที่ควรจะตายไปแล้วกลับฟื้นขึ้นมา คนอื่นๆที่ถูกหักคอก็ฟื้นขึ้นเช่นเดียวกัน
“ จะตกใจไปทำไม ฉันก็แค่แกล้งหักคอเท่านั้น ”
หลังจากบอกความจริงว่าเขาทำอะไรกับตัวประกัน อ้ายเสินจึงยื่นมือรับซองเอกสารจากป๋อหลินที่ลงมือค้นตัวเจ้าหน้าที่ จากนั้นเขาจึงนำกล้องออกมาถ่ายรูปเพื่อให้คนในไลฟ์ดู ก่อนจะโยนหลักฐานชิ้นนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านนอก
“ โอเค ฉันหวังว่าจะได้เห็นข่าวดีนะ เป็นถึงหน่วยตรวจสอบกิจการของส่วนกลางแต่กลับรับงานจากมือสังหาร ถ้าพวกแกไม่จบเรื่องนี้อย่าอายใครล่ะถ้ามีคนพูดจาลับหลังเสียๆหายไปเพราะพวกแกไม่ได้ลงโทษจริงจัง ”
อ้ายเสินเตะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกไปนอกร้าน ไม่มีใครตายจากการถูกจับเป็นตัวประกัน มีเพียงอาการบาดเจ็บตามร่างเท่านั้น แค่ใช้สกิลรักษาของนักบวชก็สามารถกลับมาหายดีได้ในเวลาเพียง 1 วัน
หลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลายกล้องโทรศัพท์ก็ได้โยนออกไปให้ฮันเตอร์ที่เป็นเจ้าของก่อนที่กลุ่มของอ้ายเสินจะวิ่งหายเข้าไปในร้าน
ท่ามกลางสายตาฮันเตอร์ราว 100 คนที่ไม่ได้ออกไปด้านนอก พวกเขาทุกคนล้วนมองเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นราวกับกำลังดูละครเวที
“ เจ้าของร้านบอกว่าจะแจกโปรฟรีหากเขากลับมา มีใครอยากจะได้โปรฟรีไหม ”
“ ฉัน ฉันเอาด้วย ”
ของทุกอย่างในฟิตเนสแห่งนี้ล้วนแล้วตีมูลค่าเป็นเงินได้มากมายมหาศาล อุปกรณ์ออกกำลังกายเพิ่มค่าสถานะให้พวกเขา 0.1 แล้วยังมีโปรตีนเพิ่มค่าสถานะ 0.2 นอกจากนั้นยังมีการชี้แนะทักษะและมีคอร์สปลุกพรสวรรค์ เมื่อรู้ว่ามีโปรพิเศษแต่ละคนจึงให้ความร่วมมือกลุ่มคนสวมหน้ากากเป็นอย่างดี
“ ลืมเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปซะ บอกตำรวจไปว่าไม่รู้เรื่องเลยเพราะหลบมุมอยู่หลังจากถูกคุมตัว ”
สมาชิกร้านพยักหน้าเข้าใจ อ้ายเสินจึงเล่าต่อ
“ อย่างต่อมาคือต่อยกันซะ ใช้หมัดต่อยกันจนกว่าจะได้รับสัญญาณให้วิ่งออกไป ”
“ ใช้หมัดต่อยกันนี่เหรอ ”
หนึ่งในฮันเตอร์แสดงใบหน้ากังวล แต่เมื่อนึกถึงโปรลับแล้วจึงยอมทำตาม
“ ใช่ ต่อยจนใบหน้าบูดเบี้ยวราวกับถูกจับเป็นตัวประกันจริงๆ จากนั้นฉันจะให้สัญญาณแล้วรีบวิ่งออกไปพร้อมๆกัน เข้าใจไหม ”
ม่านพลังปิดกั้นการมองเห็นของคนจากด้านนอก อ้ายเสินเห็นว่าได้เวลาแล้วจึงลงมือต่อยกับป๋อหลินและจางเยว่ คนอื่นๆเห็นว่าลูกพี่ต่อยกันแล้วจึงกรู่กันเข้าไปต่อยลูกพี่ก่อนเพราะรู้สึกหมั่นไส้
เหล่าฮันเตอร์เห็นว่าพวกเขาก็ต้องต่อยกันเพื่อรับโปรลับเริ่มกำหมดชกหน้ากัน ใครล้มห้ามซ้ำเพราะจะทำให้บาดเจ็บเกินไป
ภายในตึกที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของผู้คนที่กำลังต่อยกันกลับไม่ได้ส่งเสียงออกไปด้านนอก เจ้าหน้าที่ที่รอจับผู้ร้ายพยายามเข้าล้อมตึกไม่ยอมให้พวกมันหายไปไหน แต่แล้วม่านพลังที่คลุมทับตึกเอาไว้ก็ได้หายไป เปิดฉากให้เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปในตึกเต็มกำลัง
เพียงแต่ว่าฮันเตอร์ส่วนหนึ่งที่อยู่ข้างในต่างก็วิ่งออกมาด้านนอกเช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องแบ่งหน้าที่ในการคัดกรองผู้คน
“ ช่วยด้วย ช่วยพวกเราด้วย! ”
ป๋อหลินร้องด้วยท่าทางหวาดกลัวพลางลากเอาร่างของอ้ายเสินออกมาจากตึก เขาถูกรุมจนสลบคาเท้าของคนอื่นๆจนใบหน้าบูดเบี้ยวยากจะมองออกว่าเป็นใคร
จางเยว่วิ่งรั้งท้ายเขาพยายามยกหามเพื่อนร่วมทีมออกมาไม่ต่างกัน เหล่าฮันเตอร์ที่ออกจากร้านพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากคุณหมอและพยาบาล กระทั่งฮันเตอร์จำนวนมากออกมาจากร้านเหล่าเจ้าหน้าที่ก็บุกเข้าไปด้านใน
“ ไปไปไปไป อย่าปล่อยให้มันหนีออกไปได้ ”
ผู้กองออกคำสั่งเต็มที่ พวกเขาจะต้องจับผู้ร้ายออกมาให้ได้ แม้เขาจะรู้ว่าผู้ร้ายคือหนึ่งในคนที่นอนกระอักเลือดอยู่ในฝูงชนก็ตาม เขากลับทำเป็นมองไม่เห็น
ตำรวจจากส่วนกลางรีบพุ่งเข้าไปในตึก พวกเขาโกรธแค้นมากที่เพื่อนร่วมทีมถูกเล่นงาน ครั้งนี้นับว่าเสียหน้ามากที่ต้องมาถูกจับเป็นตัวประกันในเขตเล็กๆ แต่เมื่อเข้ามาในตึกพวกมันกลับตรวจสอบหาพลังชีวิตของผู้ร้ายไม่ได้ สิ่งที่เจอมีเพียงเด็กสาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องราวใดๆกับกิ้งก่าตัวสีแดงที่กำลังชะโงกหน้าขึ้นมองพวกเขาที่เปิดประตูเข้าไป
“ เรียกเจ้าหน้าที่ของเมืองมา ส่วนเราไปชั้นอื่นต่อ มันจะต้องหลบอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ ”
ตำรวจจากส่วนกลางวิ่งขึ้นไปบนตึก มังกรเห็นดังนั้นอนุญาตให้ผู้คนด้านนอกเข้ามาตรวจสอบตึกได้ทั้งหมด มันสามารถใช้ฟังก์ชันจัดการตึกแห่งนี้ได้ไม่ต่างจากเถ้าแก่จึงไม่กลัวว่าใครจะแอบวางของอันตรายเอาไว้ข้างใน
ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่หญิงก็รีบเข้ามาในห้องอุ้มเป่าเป้ยออกไป มันจึงรีบกระโจนเกาะไหล่เจ้าหน้าที่เพื่อออกจากตึกแห่งนี้เช่นเดียวกัน
จนกระทั่งออกมาด้านนอก มังกรได้หันมองภายในตึกพบว่าไฟแต่ละชั้นกำลังถูกเปิดจากเจ้าหน้าที่ที่พยายามหาตัวคนร้ายที่ลงมือจับคนเป็นตัวประกัน ทว่าการตามหากลับคว้าน้ำเหลวต่อให้จะขึ้นไปบนดาดฟ้าก็ตาม
“ มีใครเห็นผู้ร้ายไหม ”
เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านนอกเริ่มสอบถามฮันเตอร์หลังจากที่พวกเขาไม่สามารถตามหาคนร้ายได้
ฮันเตอร์แต่ละคนที่ออกมาจากตึกล้วนแล้วส่ายหน้าบอกเจ้าหน้าที่ให้รู้ว่าพวกเขาก้มหน้าอยู่ตลอด
ทันใดนั้นป๋อหลินก็ได้เอ่ยสิ่งที่คิดขึ้นมาได้
“ คุณตำรวจ ผมเห็นแสงสีฟ้าสว่างวาบ มันอาจจะใช้ไอเทมหลบหนีออกจากตึกไปแล้วก็ได้ ”
“ ใช่ๆ ผมก็เห็นแสงสีฟ้า ”
ฮันเตอร์เริ่มเออออพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของป๋อหลิน เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังออกเป็นสอง กองกำลังหนึ่งยังคงค้นหาภายในตึกต่อไป ส่วนอีกกองกำลังกระจายกันไปทั่วเมืองเพื่อตรวจหาคนร้ายที่อาจจะใช้ไอเทมเคลื่อนย้ายออกไปจากร้าน
ในระหว่างที่ผู้คนเริ่มคุยกันเสียงดัง เป่าเป้ยน้อยที่พบว่าที่นอนขยับได้จึงค่อยๆลืมตาตื่น
“ พี่สาวคนฉวยนี่ ”
ตำรวจหญิงที่เคยอุ้มเป่าเป้ยน้อยเมื่อนานมาแล้วยิ้มกว้าง เด็กสาวยังคงชมเธอเหมือนเดิมและเหมือนจะจำหน้าเธอได้ด้วย
“ ใช่แล้วจ้ะ พี่สาวคนสวยเอง พี่ทำให้เป่าเป้ยตื่นเหรอจ๊ะ ”
เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจหญิงไม่รู้ว่าเด็กน้อยจะฟังรู้เรื่องหรือเปล่าจึงอธิบายเหตุการณ์คร่าวๆให้ฟัง
“ คนม่ายดีบุกตึก คนม่ายดี ”
“ ใช่แล้วจ้ะ คืนนี้เป่าเป้ยอยู่กับพี่สาวไปก่อนนะ ”
เด็กสาวพยักหน้าเธอยังคงง่วงนอนจึงซบอกตำรวจสาวแล้วหลับต่อไป
เฟยหลงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทำเพียงมองด้วยดวงตาเฉยชา ก่อนที่เถ้าแก่จะเดินทางจากไปกำชับมันเอาไว้ว่าจะมีคนเดินทางมาเล่นงานอย่างแน่นอน
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากความคิดของมันเอง สิ่งที่ทำเป็นเพียงการฝากฝังของเจ้าของร้านเท่านั้น
แม้จะไม่รู้ล่วงหน้าว่าคนที่ลงมือเป็นใครก็ตาม สิ่งที่เจ้าของร้านกำชับคือการทำให้เป็นเรื่องใหญ่แล้วใช้วิธีทรมานจนกว่าจะมีความจริงปรากฎออกมา
ซึ่งมันไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากดูเพราะจะมีคนอื่นทำให้สิ่งที่เกิดภายในร้านเป็นเรื่องใหญ่เอง การที่ผู้คนมุงดูหน้าร้านเยอะผิดปกติ มันคิดว่าคงจะเป็นฝีมือขององค์กรนทีสดับแสงที่เปลี่ยนฝั่งมาอยู่กับเถ้าแก่
เมื่อเห็นว่าร้านจะปลอดภัยไปจนกว่าเถ้าแก่จะกลับมามันจึงเกาะไหล่เฝ้าเป่าเป้ยไม่ห่าง พรุ่งนี้ทุกอย่างคงกลับมาเป็นเหมือนเดิม ส่วนกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลัง หากต้องการเล่นงานร้าน พวกมันจะต้องรอไปเรื่อยๆเพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังไล่ตามหาตัวคนร้ายที่หายไป
การไล่ล่าของเจ้าหน้าที่จะทำให้ร้านของพวกเขาปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเพราะได้รับการคุ้มกันฟรีจากทางการ ซึ่งเรื่องนี้เจ้าของร้านบอกมันเอาไว้เช่นกัน
---------------------------------------------------------------
“ หัวหน้า คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าจะลงมือต่อ ”
สมาชิกทั้ง 14 คนหันมองหัวหน้าองค์กรของพวกเขา นับตั้งแต่ถูกกวาดล้างยกกลุ่มพวกเขาก็ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของร้านฟิตเนสเล็กๆ ต่อให้เลเวลของพวกเขาจะยังเท่าเดิมแต่ตอนนี้ค่าสถานะภายในของพวกเขากลับเพิ่มขึ้นมาถึง 20 หน่วย องค์กรมือสังหารที่เคยอยู่ในระดับเดียวกันจึงไม่ใช่องค์กรที่น่ากลัวอีกต่อไป
“ ใช่ ถ้าเถ้าแก่กลับมาแล้วรู้ว่าเราไม่ทำอะไรเลยอาจจะมีเรื่องร้ายได้ ”
“ งั้นก็ไปกัน ไปทำให้มันหายๆไป ”
มือสังหารทั้ง 15 แยกกันออกเป็น 3 กลุ่ม เป้าหมายของพวกเขาคือการถล่มองค์กรทะลายแสงจันทร์ หนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายระหว่างที่เจ้าของร้านไม่อยู่
เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่แค่การทำลายที่นี่ แต่เป็นการหาผู้อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างหน่วยตรวจสอบให้มาเล่นงานร้าน