ก้องภพกลับมามุ่งมั่นกับการฝึกอีกครั้ง เขาย่างสามขุมและออกหมัดต่อยไปยังต้นกล้วยด้วยความตั้งใจทว่าในระหว่างการฝึกอยู่นั้น ก้องภพก็ััได้ว่าเหมือนกำลังถูกสายตาของใครบางคนจ้องมองอยู่
ชายหนุ่มจึงลองหันหลังกลับไปและพบเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังโผล่ศีรษะออกจากชานบ้านท่าทางนั้นบ่งบอกว่ากำลังแอบมองเขาอยู่
เมื่อเธอเห็นว่าก้องภพหันกลับมา หญิงสาวก็รีบดึงศีรษะกลับไปเพื่อหลบสายตาของเขาทันที
“ใครกันนะ?” ก้องภพขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะเลิกคิดฟุ้งซ่านและหันกลับมาตั้งใจฝึกอีกครั้ง
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนแสงแดดยามเย็นสาดส่องเข้ามายังลานฝึก
“เอี๊ยะ เอี๊ยะ!” เสียงอุทานของก้องภพขณะต่อยดังลั่นลานฝึก
ตุบ ตุบ!
เสียงต่อยดังอย่างต่อเนื่อง
เอี๊ยะ เอี๊ยะ!
หลังจากการต่อยครั้งสุดท้ายเกิดดาเมจคริติคอลขึ้นที่ต้นกล้วยพร้อมกับการที่มันหักเป็สองท่อน
[ผู้เล่น ก้องภพ ทำการล้มต้นกล้วยต้นที่ 10 ได้สำเร็จ]
[ทักษะการต่อยเลื่อนระดับเป็ขั้นที่ 5]
“ผ่านสักทีเว้ยย!”
ก้องภพะโด้วยความดีใจก่อนจะรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนเรือนเพื่อแจ้งให้พระยาพิชิตทราบ
ก้องภพวิ่งขึ้นบันไดไม้ด้วยอาการตื่นเต้น จากนั้นเมื่อขึ้นมาบนเรือนก็พบพระยาพิชิตกำลังนั่งเล่นหมากรุกกับบ่าวรับใช้ชายที่หอกลาง
พระยาพิชิตเงยหน้าขึ้นมองก้องภพที่ยืนอยู่ตรงนั้นราวกับรับรู้ถึงการมาของเขาั้แ่ก้าวแรก ก้องภพโน้มตัวลงและคลานเข้าไปหาชายตรงหน้าอย่างนอบน้อม
“ผมทำครบตามที่อาจารย์บอกแล้วครับ” ชายหนุ่มหายใจหอบเล็กน้อยขณะพูด
“อื้ม...ใช้ได้ๆ” พระยาพิชิตหันไปหาบ่าวรับใช้ชายตรงหน้า“เอ็งไปเอาตำราเล่มนั้นมาให้ข้าหน่อย”
“ท่านพระยาหมายถึงตำราที่อยู่ในหอพระเล่มนั้นหรือขอรับ?”
“ใช่เล่มนั้นแหละ เอ็งไปเอามาให้ข้าที”
“ขอรับ” บ่าวชายพยักหน้าพร้อมกับลุกออกไปและไม่นานก็กลับมาพร้อมตำราเล่มหนึ่งที่มีปกสีทองที่เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์อัสดงก็ยิ่งทำให้ดูล้ำค่าและน่าค้นหา
บ่าวรับใช้ยื่นตำราในมือให้พระยาพิชิตด้วยท่าทางนอบน้อม พระยาพิชิตรับตำรามาถือไว้และมองปกตำราอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นส่งให้ก้องภพ
“เอ็งนำไปอ่านและจดจำให้ขึ้นใจ”
ก้องภพยื่นมือออกไปรับพร้อมกับตรวจดูภายนอกของตำราเล่มนี้และพบว่ามันเป็ตำราที่แม้จะเก่าแต่ก็ดูทรงคุณค่าบนหน้าปกมีข้อความเขียนว่า ‘ตำราการต่อสู้’
“ส่วนการฝึกวันนี้ให้พอแค่นี้ก่อน เอ็งไปพักผ่อนเสียเถิด”
“ครับอาจารย์”
ชายหนุ่มโน้มตัวให้อาจารย์อย่างนอบน้อมก่อนจะเดินกลับไปยังเรือนนอนของตนโดยที่ระหว่างทางเขาเอาแต่เฝ้ามองตำราในมือพร้อมกับคิดในหัวด้วยความตื่นเต้น
เนื้อหาภายในตำราจะเป็ยังไงน้า? จะมีเคล็ดลับอะไรที่ช่วยให้เราฝึกฝนเก่งขึ้นหรือเปล่านะ?
ก้องภพตั้งใจว่าเมื่อถึงห้องแล้วจะทิ้งตัวนอนที่เตียงพร้อมกับเปิดอ่านตำราที่เพิ่งได้มาอย่างละเอียด
ชายหนุ่มทำการปิดประตูเรือนนอนอย่างอารมณ์ดี จากนั้นหันหลังกลับมาเพื่อเตรียมพุ่งเข้าไปที่เตียงนอนตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้
ทว่าเมื่อเขาหันกลับมาก็ต้องสะดุ้งใเพราะได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนประจันหน้าอยู่และก้องภพก็จำได้ทันทีว่าเธอคือคนที่แอบดูเขาเมื่อเช้า
“เฮ้...อู้อี้”
ก่อนที่ก้องภพจะทันได้ส่งเสียงใดๆ หญิงสาวได้โผเข้าหาพร้อมกับใช้มือเล็กๆของเธอปิดปากเขาไว้
“ชู่! ประเดี๋ยวพ่อข้าก็ได้ยินกันพอดี”หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาพลางเงี่ยหูฟังด้านนอก
“ถ้าข้าปล่อยมือออก เอ็งอย่าส่งเสียงดังเข้าใจหรือไม่?”
ก้องภพพยักหน้าช้าๆ
“ห้ามเล่นเล่ห์ล่ะ มิเช่นนั้นข้าตีเอ็งตายแน่!” เธอกระซิบขู่เสียงเข้ม
ก้องภพเบิกตากว้างก่อนจะพยักหน้าอีกครั้ง
หญิงสาวจึงค่อยๆ เอามือออกแล้วก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย
“เธอเป็ใครเนี่ย แล้วมาหาฉัน้าอะไร?” ก้องภพรีบเอ่ยถามหญิงสาว
หญิงสาวเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย“ข้าต่างหากที่ต้องถามเอ็งว่าเอ็งเป็ผู้ใด มาจากที่ใดกัน เหตุใดพ่อข้าถึงไว้ใจและยอมสอนวิชาให้?”
“เธอเป็ลูกของอาจารย์อย่างนั้นเหรอ?”
หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้า
“เอ...คุ้นๆ ว่าเมื่อเช้าได้ยินชื่อของเธออยู่นะชื่อไรน้า…อ๋อ แก้ว เธอชื่อแก้วใช่ไหม?”
“โอ๊ย เลิกเฉไฉประเดี๋ยวนี้ ตอบข้ามาว่าเอ็งคือผู้ใด”แก้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โอเคๆ คือ...จะเริ่มยังไงดีล่ะ ฉันชื่อว่าก้องภพเป็ลูกศิษย์ของอาจารย์”
“ลูกศิษย์พ่อข้าอย่างนั้นรึ?” แก้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ“พ่อข้าไม่เคยสอนวิชาให้ใครเลยนอกจากคนสนิท”
“คือเื่มันยาวน่ะ ฉันก็มาที่นี่แบบงงๆ แถมพอมาถึงก็พบว่าตัวเองกลายเป็คนในคำทำนายของเทพพยากรณ์ที่พ่อเธอต้องสอนวิชาให้ซะอย่างนั้น”
แก้วฟังอย่างตั้งใจแม้ว่าดวงตาของเธอยังแฝงไปด้วยความสงสัย แต่ก็เริ่มเปิดเผยความรู้สึกในใจออกมา “พ่อยอมสอนให้แม้กระทั่งคนที่เพิ่งเคยเจอกัน แต่กับข้าที่เป็ลูกแท้ๆ กลับไม่เคยยอมสอนวิชาให้เลย...”
“ทำไมถึงเป็แบบนั้นล่ะ?” ก้องภพขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ก็เพราะข้าเป็สตรีน่ะสิ พ่อบอกว่าไม่เหมาะสมที่สตรีจักฝึกการต่อสู้ แต่เหตุผลนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยทั้งๆ ที่ข้าก็อยากฝึก อยากมีความสามารถเฉกเช่นเดียวกับพวกผู้ชาย”
ก้องภพรับรู้ได้ถึงความน้อยใจและความไม่พอใจในน้ำเสียงของเธอเขาเอื้อมมือไปจับไหล่เธอเบาๆ “บางทีพ่อของเธออาจมีเหตุผลที่ทำแบบนั้นท่านอาจจะไม่้าให้เธอไปเสี่ยงกับอันตราย”
แก้วส่ายหน้าพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มคลอในดวงตาของเธอ“ข้าไม่้าความหวังดีเช่นนั้น ข้าอยากพิสูจน์ตัวเอง อยากแสดงให้พ่อเห็นว่าสตรีก็เก่งไม่ต่างจากบุรุษ”
ก้องภพนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ“อืม...เข้าใจละ ในเมื่อเธอมุ่งมั่นขนาดนั้น เอาอย่างงี้ละกัน ถ้าฉันสามารถฝึกวิชากับพ่อเธอได้สำเร็จฉันจะมาสอนเธอเอง”
คำพูดของก้องภพทำให้รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าของแก้ว “เอ็งพูดจริงหรือ?”
“จริงสิ ฉันให้สัญญา” ก้องภพยื่นนิ้วก้อยออกไปหาหญิงสาว
แก้วใช้มือเล็กๆ ของเธอเช็ดน้ำตาพร้อมกับยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของอีกฝ่าย“เอ็งให้คำมั่นแล้วนะ ถ้าผิดคำมั่นเอ็งเตรียมตัวตายได้เลย” เธอชี้นิ้วขู่ก้องภพ
“สัญญาครับคุณหญิง” ก้องภพยิ้มกว้างพร้อมตอบอย่างคนอารมณ์ดี
ทันใดนั้นเสียงของคุณหญิงวาสนาก็ดังขึ้นมาจากชานบ้าน“แม่แก้ว! แม่แก้วอยู่ที่ใดลูก”
“ข้าต้องไปแล้ว ไว้พบกันใหม่นะ” แก้วกระซิบด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกพร้อมกับะโออกจากหน้าต่างด้วยความคล่องแคล่ว
เธอเดินไปตามทางเดินข้างเรือนอย่างเคยชินพร้อมกับส่งเสียงตอบรับ “ข้าอยู่นี่จ้ะแม่”
ก้องภพที่เฝ้าดูการกระทำของเธอจากหน้าต่าง ได้แต่อมยิ้มกับท่าทางของเธอ
หลังจากนั้นก้องภพได้ทิ้งตัวลงนอนที่เตียงพร้อมกับหยิบตำราขึ้นมาเปิดอ่านกลิ่นของกระดาษเก่าที่ผ่านกาลเวลามานานได้ลอยขึ้นมาแตะจมูกของเขา ดวงตาของก้องภพกวาดผ่านตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือที่อ่อนช้อยอย่างช้าๆ
ในแต่ละหน้าของตำราได้บันทึกถึงกระบวนท่าแม่ไม้มวยไทยซึ่งมีการเขียนอธิบายไว้อย่างละเอียด ั้แ่การยืนเตรียมพร้อม การใช้หมัด ศอกเข่าและเท้าเพื่อโจมตีและป้องกันในทุกสถานการณ์ โดยข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบพร้อมด้วยภาพวาดประกอบที่แสดงท่าทางให้เห็นชัดเจน
“โอ้โห ที่แท้ก็เป็ตำรามวยไทยนี่เอง” ชายหนุ่มพิมพำขณะเปิดหน้าตำราไปเรื่อยๆก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าการสอนท่าจระเข้ฟาดหาง
ก้องภพเริ่มอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาในตำราอย่างตั้งใจ จนเมื่อเขาอ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายก็ผล็อยหลับไปด้วยความเพลียหลังจากนั้นข้อความแจ้งเตือนของระบบได้แสดงขึ้นมา
[ผู้เล่น ก้องภพ ได้เรียนรู้และปลดล็อกสกิลแม่ไม้มวยไทย
ผู้เล่น ก้องภพ ปลดล็อกท่า จระเข้ฟาดหาง]
เมื่อเสียงร้องของนกดังเจื้อยแจ้วปลุกชายหนุ่มจากการนอน ก้องภพบิดี้เีพลางมองไปยังหน้าต่างที่เวลานี้มีแสงแดดอ่อนๆส่องเข้ามาแล้ว จากนั้นจึงได้ลุกจากเตียงเพื่อออกจากเรือนนอนตามปกติ ในตอนนี้ก้องภพรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าพร้อมสำหรับการฝึกวันใหม่
เหตุผลก็เพราะว่าการนอนในเกมนี้สามารถช่วยฟื้นฟูค่าสถานะของตัวละครได้ไม่ว่าจะเป็ค่าความเหนื่อยล้า ค่าพลังชีวิต หรือแม้แต่ค่าติดสถานะดีบัพบางชนิด
ก้องภพเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาวและพบเข้ากับคุณหญิงวาสนาที่กำลังนั่งพับดอกบัวถวายพระโดยมีแก้วเป็ลูกมือ
“อ้าวตื่นแล้วรึ” คุณหญิงวาสนาหันมาทักทายชายหนุ่ม
“ครับ” ก้องภพพยักหน้าพร้อมยกมือไหว้เธออย่างนอบน้อม
“ไหว้พระเถอะจ้ะ” คุณหญิงวาสนายิ้มให้เขาพลางหันไปหาลูกสาว“นี่แม่แก้ว ไหว้พี่เขาหรือยัง?”
แก้วทำหน้าทำตาเหมือนประท้วง แต่สุดท้ายก็ยอมยกมือไหว้ก้องภพแบบลวกๆ
“ประเดี๋ยวเถอะแม่แก้ว ทำกริยาเยี่ยงนี้ได้อย่างไร”คุณหญิงวาสนาพูดน้ำเสียงดุกับลูกสาว
“แหะแหะ ไม่เป็ไรหรอกครับ” ก้องภพหัวเราะเสียงแห้งพลางมองไปทั่วเรือน“แล้วอาจารย์อยู่ไหนเหรอครับ?”
“เพลานี้คุณพี่น่าจะอยู่แถวสวนหลังบ้านกระมังเอ็งลองไปเดินหาดู”
“ครับ” ก้องภพพยักหน้าพร้อมกับทำท่าขอตัวลาอย่างนอบน้อม
ชายหนุ่มเดินไปตามเส้นทางเดิมที่ใช้เมื่อวานนี้ก่อนจะมาถึงสวนหย่อมที่อยู่ติดกับลานฝึกชายหนุ่มสอดส่องสายตามองไปรอบๆ และพบว่าพระยาพิชิตกำลังยืนมองบ่าวชายคนหนึ่งกวาดใบไม้ในสวนอยู่
ก้องภพจึงไม่รอช้า เขารีบเดินตรงไปหาอาจารย์ทันทีและเมื่อเขาอยู่ห่างจากพระยาพิชิตไม่กี่สิบเก้า...
“มาแล้วรึเ้าก้องภพ” ชายวัยกลางคนกล่าวทักทายก้องภพทั้งที่ยังยืนหันหลังให้ราวกับมีตาวิเศษที่มองเห็นได้จากด้านหลัง
“คะ...ครับอาจารย์” ก้องภพตอบด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย
พระยาพิชิตหันกลับมาหาชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แล้วเมื่อคืนเอ็งได้อ่านตาราที่ข้ามอบให้หรือไม่?”
“ก็...อ่านนิดหน่อยครับอาจารย์ แต่ผมยังจำไม่ค่อยได้เท่าไร”
“อื้มๆ เอ็งจงอ่านทุกคืนจนกว่าจักจำได้ขึ้นใจ”
“ครับอาจารย์” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับ“แล้ววันนี้จะฝึกอะไรเหรอครับ?”
“วันนี้เอ็งจักต้องเรียนรู้การเตะ” เมื่อพูดจบพระยาพิชิตก็เดินนำชายหนุ่มกลับมายืนอยู่ที่ลานฝึกอีกครั้ง
“การเตะนั้นหวังผลอยู่สองแบบ นั่นคือเตะเพื่อโจมตีและเพื่อป้องกันโดยหากเอ็งเตะเพื่อโจมตีจักต้องวางเท้าไปด้านหน้าเพื่อหวังผลการเตะครั้งต่อไป แต่หากจะเตะเพื่อป้องกันเอ็งจักต้องวางเท้าไปยังด้านหลังเพื่อเดินถอยหลัง”
หลังจากนั้นพระยาพิชิตก็เริ่มสาธิตวิธีการวางเท้าเมื่อเตะโจมตีและป้องกันให้ชายหนุ่มดู
“เอ้า ไหนทำให้ข้าดูสิ”
ก้องภพจัดการเตะตามแบบที่พระยาพิชิตสอนได้ทันทีราวกับคนมีพร์ด้านการจดจำ
“อื้มๆ ใช้ได้ เช่นนั้นหน้าที่ในวันนี้ของเอ็งก็คือเตะล้มต้นกล้วยให้ได้สิบต้น”
“ครับอาจารย์”
ชายหนุ่มเริ่มทำการเตะต้นกล้วยตรงหน้าโดยมีพระยาพิชิตเอามือไพล่หลังเฝ้ามองท่าทางการเตะของเขา
หลังจากนั้น ในทุกๆ วันของก้องภพก็วนเวียนอยู่กับการออกอาวุธโดยใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ที่พระยาพิชิตเป็ผู้สอนหน้าที่ของเขาก็คือการใช้ทักษะที่เรียนรู้มาล้มต้นกล้วย โดยที่จำนวนต้นกล้วยที่ต้องล้มในแต่ละวันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จากสิบเป็ยี่สิบ จากยี่สิบเป็สี่สิบ และสุดท้ายต้องล้มต้นกล้วยมากถึงวันละหนึ่งร้อยต้นเลยทีเดียว…