“ก่อนอื่นเลยนะ คุณจะต้องค่อยๆ แตะคันเร่งหลังจากเข้าเกียร์ D” ชายหนุ่มอธิบายอย่างใจเย็น เขาสละเวลาบ่ายวันอาทิตย์เพื่อสอนคนกำลังเห่อขับรถคันใหม่
หญิงสาวฟังแล้วลองทำตามด้วยท่าทางเงอะงะ ฟันขาวเป็ระเบียบราวกับมุขขบริมฝีปาก มือกำพวงมาลัยเกร็งจนข้อนิ้วกลายเป็สีขาว
จะรอดมั้ยเนี่ย
ชายหนุ่มชั่งใจ “เพิ่มความเร็วอีกนิดก็ได้” ระยะทางแค่ 500 เมตร คงจะต้องใช้เวลาเดินทางสักครึ่งชั่วโมงกระมังหากขับด้วยความเร็วที่แม้แต่หลับตาเดินถอยหลังยังเร็วกว่า
“หักพวงมาลัยสิ”
“หักไปทางไหนคะ” หญิงสาวตื่นเต้น มือไม้เริ่มสั่น แอร์รถทำงานเต็มประสิทธิภาพแต่หน้าผากกับฝ่ามือชื้นเหงื่อ
เชื่อแล้วล่ะว่ากลัวจริงๆ
ครั้งล่าสุดตอนหัดขับรถเกียร์ธรรมดาของพ่อเธอหยุดมันกับต้นไม้ขนาดใหญ่ เสียงกรี๊ดลั่นรถหลังเสียงชนอัดดังสนั่นหวั่นไหว โชคดีหากไม่คาดเข็มขัดนิรภัยตัวคงกระเด็นออกไปอัดก๊อบปี้กับต้นไม้ด้วยอีกคน
ค่าซ่อมรถหมดไปค่อนแสน หม้อน้ำแตก ต้องยกเครื่อง ทำสีใหม่ หลังจากนั้นหญิงสาวก็ปอดแหกสนิท เลิกล้มความตั้งใจที่จะขับรถเอง นั่งรถสาธารณะยังสบายใจซะกว่าขับรถด้วยฝีมือห่วยๆ ให้เสี่ยงทั้งตัวเองทั้งเพื่อนร่วมทาง
“คุณต้องใจเย็นๆ นะ” เขาเองก็พยายามใจเย็นเช่นกัน ขับรถเกียร์อัตโนมัติง่ายซะยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เขาแค่ไม่อยากจะดุให้ใบบัวเสียความมั่นใจ เกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว ยังออกตัวอย่างนิ่มนวลกับหักเลี้ยวไม่ได้ดั่งใจจนเขาต้องช่วยจับพวงมาลัยให้ตรงทางเสียทุกที
“ปกติคุณหัวทึบแบบนี้ตลอดหรือเปล่าเนี่ย”
เธอมองเขาด้วยแววตาผิดหวังอย่างยิ่ง บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะปากร้ายก็ใช้คำพูดคมกริบยังกับกรรไกรมาเฉือนใจกัน
“ไม่ต้องมองผมด้วยแววตาค่อนขอดแบบนั้นเลยนะ”
เวลาเป็ครูภัทรกรดุชะมัดยาด
“บัวกำลังพยายามอยู่นี่ไงคะ”
“พยายามแล้วแต่ทำไมคุณถึงทำผิดซ้ำๆ แบบเดิมมาเป็สิบรอบ” เขาทั้งหงุดหงิดทั้งงุนงงในคราวเดียวกัน ปกติทำงานเก่งไม่ใช่หรือ แต่พอเื่ขับรถเขาอยากหยิบไม้เรียวตีเข้าให้จริงๆ ผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก
ดวงตากลมโตเริ่มน้ำตาคลอหน่วย
อะไรเนี่ย แค่นี้ก็เสียใจเหรอ!
ภัทรกรผ่อนลมหายใจ พยายามดึงสติ ให้ใจเย็นลงกว่าเดิม
“อยากลองขับอีกสักหน่อยมั้ย”
หญิงสาวสั่นหน้าดิก กลั้นน้ำหูน้ำตาแทบไม่อยู่ เขาอยากจะดุจริงๆ แค่นี้ก็จะถอดใจแล้วเหรอ แต่เมื่อนึกถึงอุบัติเหตุที่หญิงสาวเคยประสบคงจำฝังใจจริงๆ จึงไม่ได้คะยั้นคะยอว่าให้ลองดูอีกนิด ค่อยเป็ค่อยไปก็ได้
“คราวนี้ผมให้คุณพักนะ แต่อย่าเพิ่งถอดใจ”
กณิกนันท์ลูบรอยแผลเป็เพราะกระจกบาดตอนประสบอุบัติเหตุตรงหลังมือปรอยๆ พลางข่มใจตัวเองให้ลืมความกลัวเ่าั้เสียที
“ค่ะ”
“ถ้าคุณขับเก่งกว่านี้ผมจะเลี้ยงบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น”
“จริงเหรอคะ” คนชอบของกินตาลุกวาว หายงอนเป็ปลิดทิ้งราวกับกดปุ่มดีลีทประโยคดุๆ ที่โดนต่อว่าก่อนหน้านี้ไปจนหมดเกลี้ยง
“จริง ถ้าคุณขับเก่งขึ้นั้แ่วันนี้ ผมจะเลี้ยงวันพรุ่งนี้เลยก็ได้”
ดวงตาคนฟังมีแววความมุ่งมั่นเปล่งประกาย เขาเพิ่งรู้ว่าเอาของกินมาล่อก็ติดกับอย่างง่ายดาย
“งั้นบัวยังไม่เลิกค่ะ สอนต่อได้เลย”
“เอางั้นเลยเหรอ”
“ค่ะ” เธอตอบอย่างหนักแน่น
ภัทรกรยิ้มอารมณ์ดี นึกเอ็นดูปนขำภรรยา ผู้หญิงคนนี้ใช้ของกินล่อง่ายกว่าเงินทองเป็กระตั๊กซะอีก
...