บทที่ 105
ท่ามกลางป่าไม้สีแดงที่กำลังผลัดใบ หญิงสาว และชายหนุ่มอยู่กันเพียงสองคน มีเบื้องหน้าเป็นฉากพระอาทิตย์ตกดินริมทะเลสาบอันงดงาม“ข้ากำลังคิดถึงผู้ชายคนหนึ่ง เป็นชายวัยกลางคนสวมผ้าคลุมเหมือนกับจอมเวทย์ ครั้งนั้นเขาลอบโจมตีข้าที่สมาคมการค้า แต่เมื่อข้าปัดป้องได้เขาก็แสดงตัวออกมาพร้อมกับบอกว่าต้องการทดสอบอะไรบางอย่างเท่านั้น แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว” ภามเล่าเรื่องที่เขาคิดมาเมื่อสักครู่ระหว่างที่ดูพระอาทิตย์ตกดินให้กับมีอาฟัง เพื่อตอบคำถามที่หญิงสาวสงสัย“เฮ้อ! โล่งอกไปนะเจ้าคะ” หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนถอนให้ใจโล่งอกให้กับความเข้าใจผิดของตน“โล่งอก โล่งอกเรื่องใด?” เกษตรกรหนุ่มยังคงไม่เข้าใจกับสิ่งที่แม่ค้าสาวโล่งอก“อ๋อ คือโล่งอกเจ้าค่ะที่ท่านภามไม่ได้ว่าอะไรที่ข้าพามาแวะที่ทะเลสาบ และทำให้ท่านได้มีเวลาคิดรำลึกถึงอดีตที่น่าจดจำ” มีอากล่าวแก้ตัวโดยไม่ทันได้คิดอีกครั้ง“อดีตที่น่าจดจำ? กับผู้ชายประหลาดคนนั้นน่ะเหรอ ข้าไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้นหรอกนะ เจ้าอย่าเข้าใจผิดสิ ที่ข้าคิดถึงเจ้านั่นเพราะได้เห็นปราสาทลูน่าซองค์ต่างหก” ภามอธิบายแก้ไขความเข้าใจผิด“ปราสาทลูน่าซองค์มันเกี่ยวข้องกับชายคนนั้นรึเจ้าคะ!” มีอาประหลาดใจ“ใช่ ข้าคิดว่าเขาอยู่ที่นั่น” กล่าวจบชายหนุ่มก็หันมองไปทางปราสาทหลังงาม ที่เบื้องหลังเหลือเพียงแสงตะวันน้อยนิดเท่านั้น “ฮัดเช่ย!” ชายวัยกลางคนหนวดเครา และผมยาวหยิกสีน้ำตาลเข้มแซมขาว ที่ร่างท่อนบนเปลือยเปล่า มัดกล้ามโตนั้นแสดงให้เห็นถึงการฝึกร่างกายมาอย่างเข้มงวด เขากำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำมูกที่มาจากการจามเมื่อครู่“ครูใหญ่เจ้าคะ ข้าบอกท่านแล้วว่าอากาศมันเย็น ท่านควรจะเสื้อตอนฝึกวิชากลางแจ้งแบบนี้นะเจ้าคะ” ผู้หญิงวัย 20 ปลายๆกล่าวกับชายตรงหน้า หญิงสาวมีผมยาวสีขาวมัดรวบสูงไว้ด้านหลัง แต่งกายด้วยชุดหนังสีดำรัดรูปคลุมด้วยเสื้อโค้ทหนังสีดำอีกชั้น แต่บุคลิกของเธอกลับเป็นผู้หญิงเรียบร้อยขัดกับรูปร่างเซ็กซี่ของเธอ“สเตล่าข้าไม่ได้จามเพราะอากาศเย็นแค่นี้หรอกนะ แต่เพราะมีคนกำลังนินทาข้าอยู่ต่างหาก!” ครูใหญ่กล่าวกับหญิงสาว“ท่านไม่ต้องมาแก้ตัวหรอกเจ้าค่ะ ท่านฝึกกลางสนามหญ้าโรงเรียนแบบนี้ทุกวัน แล้วก็จามทุกวันตั้งแต่เข้าฤดูใบไม้ร่วงมาแล้ว จะบอกว่ามีคนนินทาท่านทุกวันรึเจ้าคะ?” หญิงสาวนามสเตล่าไม่ยอมแพ้“แน่นอนสิ ก็ข้าคือ มหาจอมเวทย์นาธาน เกลเลียนผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเวทมนตร์ลูน่าซองค์ ใครๆมันก็ต้องพูดถึงคนที่ผลักดันสถาบันแห่งนี้ให้เป็นผู้นำด้านเวทมนตร์ในภูมิภาคตะวันออกของฟาร์เมียแน่นอนอยู่แล้ว” ครูใหญ่เบ่งกล้ามพร้อมโอ้อวดความสามารถของตนด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ“เฮ้อ! ข้าละเหนื่อยใจที่มาเป็นเลขาของท่านจริงๆเจ้าค่ะ” หญิงสาวถอนหายใจต่อหน้าหัวหน้าของตนอย่างไม่เกรงใจสักนิด“เชอะ! ยัยหนูสเตล่าข้าก็ไม่ได้เลือกเจ้ามาเป็นเลขาสักหน่อย ถ้าไม่ใช่เพราะวานีลต้องออกจากสถาบันไปละก็ เจ้าไม่ได้มาทำงานข้างกายข้าเช่นนี้หรอก” ชายหนวดเครารุงรังกอดอกกล่าวอย่างงอนๆ“เอ๋? แต่เลขาคนเก่าของท่านเป็นอัศวินที่มาจากเมืองหลวงนี่เจ้าคะ ไม่ใช่วานีลสักหน่อย” สเตล่าเกิดไม่เข้าใจเรื่องราวขึ้นมา“ก็ใช่น่ะสิ ข้าหมายถึงหลังจากเลขาคนเก่ากลับไปแล้ว ข้าตั้งใจจะให้สาวน้อยวานีลผู้อ่อนหวานมาเป็นเลขาแทน แต่เมื่อจำเป็นวานีลต้องออกจากที่นี่ไป ทำไมกรรมการบริหารถึงเลือกเจ้ามาแทน ทำไมไม่ให้หญิงสาวที่น่ารักเช่นเดียวกับวานีลมาเป็นเลขาของข้า!!!!!” ชายวัยกลางคนทรุดเข่าลงกับพื้น แต่เงยหน้าชูไม้ชูมือโวยวายกับท้องฟ้ายามค่ำ“ฮึ่ย! ข้าก็ไม่ได้อยากมาเป็นเลขาฯท่านเหมือนกันแหละเจ้าค่า!!!!!!! (ไลอ้อน โรร์)” สเตล่าตะโกนใส่ครูใหญ่ที่ยังนั่งคุกเข่าอ้อนวอนฟ้าดินอยู่ โดยไม่สนใจเธอด้วยความโกรธ ทำให้พรสวรรค์ที่ติดตัวมาสำแดงเดชโดยไม่ตั้งใจ“ตู้ม!!!” ร่างชายกล้ามแน่นวัยกลางคนถูกซัดกระเด็นกระแทกกำแพงหินอย่างแรงจนร่างฝังลึกเข้าไปหญิงสาวผมขาว ตกใจ และได้สติในที่สุด เมื่อร่างของผู้บังคับบัญชาเข้าไปติดอยู่ในกำแพงหินเป็นรอยพอตัวเลยทีเดียว“ค...ครูใหญ่ ข้าขออภัยเจ้าค่ะ” ก้มหัวขอโทษเป็นการใหญ่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาร่างใหญ่นั้นออกมาจากกำแพงยังไงดี“..........” ชายหัวยุ่งที่ติดอยู่ในกำแพงก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรเช่นกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลวีตาเร่“ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์วีตาเร่ ภามสหายข้า นี่พวกเจ้าคงไปแวะชมพระอาทิตย์ตกดินกันมาละสิ” ฮาคิมที่มาถึงบ้านก่อนมีอา และภามยืนต้อนรับที่หน้าประตูทางเข้าอาคารใหญ่ เขายิ้มเหมือนกับมีเลศนัยบางอย่าง“อาทิตย์อัสดงงดงามมาก แต่ข้าไม่ได้ไปทำอะไรแปลกๆกับน้องสาวเจ้าหรอกนะสบายใจได้” ภามเข้าใจถึงสายตาเจ้าเล่ห์ของพ่อค้าหนุ่ม“แหมๆๆ ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย เจ้าอย่าเพิ่งร้อนตัวไปสิ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราไปทานอาหารเย็นกันก่อนเถอะ แล้วอลันเล่ายังไม่ตื่นอีกรึ?” ฮาคิมไม่อยากชี้แจงให้มากความจึงเปลี่ยนเรื่องคุย“ยานอนหลับที่เจ้าใส่เข้าไปในไวน์คงมากเกินไปละมั้ง?” เกษตรกรหนุ่มจ้องตาคนตรงหน้า“เฮ้ยๆๆ! ข้าไม่ได้ใส่ยาอะไรลงไปทั้งนั้นนะ! เขาดื่มมากไปเองต่างหาก” เจ้าของร้านไวน์ถึงกับตกใจปฏิเสธพัลวัน“ฮ่าๆๆ ข้าล้อเจ้าเล่นเท่านั้นเอง อย่าเพิ่งร้อนร้อนตัวไปสิ” ภามหยอกกลับเพื่อนของเขา“หึ! ฝากไว้ก่อนเถอะ ตามมาทางนี้” ฮาคิมเชิดหน้างอนเล็กน้อย แล้วก็หันหลังพาเจ้าของฟาร์มไปยังห้องทานอาหาร บ้านของฮาคิมอยู่ท่ามกลางสนามหญ้ากว้างใหญ่ ตัวอาคารเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่สามชั้นรูปตัวU โดยเมื่อเดินเข้าจากประตูใหญ่ตรงกลางเข้าไป ก็จะเป็นโถงทางแยกซ้ายขวา ซึ่งส่วนนี้เป็นห้องรับแขกถ้าเดินตรงไปเป็นห้องอาหารใหญ่ ห้องพักคนรับใช้จะอยู่ชั้นแรก ห้องพักเจ้าของบ้านจะอยู่ชั้นสอง ห้องพักแขกอยู่ชั้นสาม แสงเทียน และตะเกียงจำนวนมาก ส่องแสงสว่างไปทั่วห้องอาหาร โต๊ะอาหารตัวใหญ่ยาวนั่งได้ฝั่งละ 10 คน แต่มีเพียงฮาคิมนั่งตรงหัวโต๊ะ ภามนั่งด้านขวามือเท่านั้น ส่วนอลัน ฮาคิมให้คนรับใช้แบกเขาขึ้นไปบนห้องพักเรียบร้อย แต่ก็เหมือนกับขาดบางอย่างไป“ตั้งแต่เรามาถึงที่นี่มีอาก็ขอตัวกลับห้อง เธอเป็นอะไรรึเปล่า? เดี๋ยวอย่ามองข้าแบบนั้นสิ” ชายหนุ่มถามถึงหญิงสาวที่หายไป ทั้งที่ยังไม่ได้ทานข้าวมื้อเย็น แต่มันก็ทำให้พี่ชายของเธอต้องสงสัยในคำถามของแขกเล็กน้อย“ก็ได้ๆ ข้าจะทำเป็นว่าเจ้าไม่ได้คิดอะไรกับน้องสาวข้าก็แล้วกัน และตอนนี้นางแค่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนมาทั้งวันเป็นชุดใหม่ ก่อนมาทานมื้อเย็นก็เท่านั้น” ฮาคิมรู้สึกขำทุกครั้งที่แซวชาวไร่ตรงหน้า สักครู่มีอาก็เดินเข้ามาในห้องอาหาร หญิงสาวเปลี่ยนชุดใหม่เป็นชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงิน มันขับให้ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ยาวสลวยของเธอโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางแสงเทียน การแต่งหน้าที่พอดีไม่มากไม่น้อยเกินไปทำให้หญิงสาวดูงามสง่า และลึกลับน่าค้นหา“หืม!” ภามถึงกับตกตะลึงกับความงามของหญิงสาว เขาเคยแต่เห็นหญิงสาวแม่ค้าไวน์ที่แต่งตัวเรียบง่ายธรรมดาอย่างกับเป็นลูกจ้างประจำร้าน ไม่เคยพบเธอยามแต่งกายเต็มยศเช่นนี้มาก่อน แต่เกษตรกรหนุ่มก็กลับมารักษามารยาทนิ่งขรึมได้อย่างรวดเร็ว แล้วเขาลุกขึ้นยืนต้อนรับตามมารยาท“ท่านภามเป็นแขก ไม่ต้องลุกมาต้อนรับข้าก็ได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวตามมารยาทแก่ชายหนุ่ม แต่ภายในใจกลับยินดียิ่งนัก“ค...คือข้าเป็นแขกก็ต้องให้เกียรติเจ้าของบ้านที่ต้อนรับเป็นธรรมดา” เกษตรกรหนุ่มถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว ซึ่งนั่นทำให้เพื่อนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะต้องส่ายหัวกับปากที่ไม่ตรงกับใจของภาม“อะแฮ่มๆ! เจ้าของบ้านคือข้าต่างหาก ข้าหิวแล้ว เอาอาหารมาลงได้!” ฮาคิมกล่าวลอยๆ แล้วก็หันไปสั่งกับคนรับใช้