[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

191 1 มกรา

แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังกระจกด้วยความสนใจ ถึงมันจะมีเพียงครึ่งเดียวในตอนนี้ก็ตาม ดูเหมือนผู้อำนวยการจะรู้ว่าอีกครึ่งอยู่ไหน  เขาสนใจเวทย์ตรงหน้ามากก็เพราะว่ามันเป็นเวทย์ที่ทำให้เขาควบคุมแรงโน้มถ่วงได้นับว่าเป็นเวทย์หายากมีคนน้อยมากที่ได้ครอบครอง แม้จะไม่ใช่เวทย์มิติการได้เวทย์เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงมาใช้ก็นับว่าดีสำหรับเขาไม่น้อย


แต่การได้มาของเวทย์เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงต้องแลกมากับข้อแลกเปลี่ยนจากทางผู้อำนวยการ แอนเดอร์สันจึงรอฟังข้อเสนอจากทางผู้อำนวยการที่จะขอแลกกับข้อมูลการได้มาของเวทย์บทนี้


“สนใจแล้วสินะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะเล่าต่อล่ะ เวทย์ในกระจกนี้ฉันไม่รู้ชื่อของมัน แต่รู้ว่าอีกครึ่งอยู่ไหน ซึ่งสิ่งที่ฉันต้องการก็อยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้เช่นเดียวกับเวทย์ที่กำลังจะบอกตำแหน่ง ขอเพียงแค่เธอเก็บสิ่งนี้กลับมาให้ฉันก็เพียงพอแล้ว”


“อะไรคือสิ่งที่ผู้อำนวยการต้องการเหรอครับ”


การพูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลเริ่มต้นขึ้น แอนเดอร์สันทำเพียงพยักหน้ารับฟัง แม้มันจะเป็นการตามหาที่ยุ่งยากต้องใช้เรื่องโชควาสนาเข้าช่วย แอนเดอร์สันกลับคิดว่าเขาน่าจะทำได้ ฉายาผู้ที่โชคเข้าข้างมักพาเขาไปเจอทางลับหรือไม่ก็โชคดี สิ่งที่ผู้อำนวยการต้องการคงสามารถหาได้หากไม่มีใครเจอมันก่อน


“ผมตกลงรับงาน แต่ผมจะกลับมาในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือไม่ก็ก่อนวันที่ 1 มกราคม ถ้าเป็นไปไม่ได้ ให้ผู้อำนวยการส่งคนไปรับมันกับผมที่สถานที่จัดสงครามครั้งสุดท้ายของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เลยแล้วกันนะครับ”


“ตกลง เอาล่ะ ฉันมีบางอย่างอยากจะเตือน ตำแหน่งที่เธอกำลังจะเดินทางไปอันตรายเป็นอย่างมาก ที่นั่นเต็มไปด้วยระดับ 900 ปีและผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดเต็มไปหมด พวกเขาไม่ชอบมนุษย์ หากไปคนเดียวโอกาสถูกโจมตีมีเยอะมาก”


“ขอบคุณครับ ผมต้องการพื้นที่แบบนั้นอยู่พอดี”


แอนเดอร์สันรับแผนที่จากผู้อำนวยการแล้วเดินออกจากห้อง พรุ่งนี้เช้าเขาจำเป็นต้องเดินทางแล้วเพื่อไม่ให้เสียเวลา ผู้อำนวยการที่มองจ้องแอนเดอร์สันเดินออกไปจากห้องเขาก็ได้หันมองท้องฟ้าพลางกุมขมับหลังจากพบเด็กประหลาด ไม่เกรงกลัวต่อความตายและอันตรายที่ตัวเองจะต้องเผชิญหน้า


—-------------------------------


“ต้องเริ่มพรุ่งนี้สินะ”


แอนเดอร์สันนั่งเล่นที่สนามหน้าวิทยาลัยปล่อยให้ภูติทั้งสองได้มองจ้องนักเรียนมากมายเพื่อทำความคุ้นชิน โดยการมีอยู่ของแอนเดอร์สันทำให้นักเรียนไม่กล้าเข้าใกล้ ทำให้ภูติน้อยทั้งสองสำรวจได้เต็มที่ 


“พรุ่งนี้เราจะเดินทางเหรอแอนเดอร์สัน” พีทบินกลับมาหาแอนเดอร์สันด้วยท่าทางพอใจกับการสำรวจ ตามด้วยพิกซี่ที่กลับมาเติมพลัง

“ใช่แล้วล่ะ พรุ่งนี้เราจะเดินทางกลับเข้าไปในมิสเทอรี่แล้วไปยังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยระดับ 900 ปีและผู้ก้าวข้ามขีดจำกัด”


“แอนเดอร์สันมันอันตรายมากนะ” พิกซี่พูดด้วยความเป็นห่วง แอนเดอร์สันจึงใช้นิ้วลูบหัวของเธอเบาๆ


“ไม่เป็นไร ฉันตามหาความอันตรายเป็นทุนเดิมแล้ว ยิ่งอันตรายฉันก็ยิ่งแข็งแกร่งได้รวดเร็ว เอาล่ะเรากลับห้องกันเถอะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”


“ได้เลย”


“นอนกัน” สองภูติน้อยทำหน้าฮึดสู้เต็มไปด้วยไฟแห่งการเดินทาง แอนเดอร์สันที่มาถึงห้องเขาก็ได้จ้องไปยังหน้าต่างสถานะ หลังจากการสุ่มของเขาไม่เหลือตั๋วเลยสักใบ


“อัตราการสุ่มยากขึ้นสินะ” แอนเดอร์สันมองวิธีการเพิ่มความยากของระบบ เพื่อให้เขาไม่ถูกกฎของโลกตรวจจับได้ การเพิ่มความยากของระบบที่แอนเดอร์สันเจอคือการเพิ่มช่องในวงล้อเสี่ยงโชคเพื่อให้ของรางวัลแต่ละอย่างได้ยากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ด้วยการนำสมุนไพรระดับต่ำ ยาระดับต่ำและอาวุธระดับต่ำมาขั้นกลางเอาไว้ 


จากการสุ่มที่มีช่องว่างมากยิ่งขึ้นทำให้เขาต้องใช้ตั๋วราว 20,000 ใบถึงจะได้พลังเวทย์สะสม 100 ปี นับว่าเป็นการสิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก ทว่าหากเขามองในมุมที่ต่างออกไป มันกลับดีสำหรับเขาเช่นเดียวกันที่มีโอกาสเพิ่มพลังเวทย์สะสมได้มากกว่าคนอื่นๆ  แม้จะมีคนตกอยู่ในอันตรายเหมือนกับเขา แอนเดอร์สันคิดว่าไม่มีนักเวทย์คนไหนพัฒนาได้เหมือนกับเขาแน่นอน ที่เปลี่ยนความอันตรายในการเผชิญหน้าเป็นตั๋วมาสุ่มรางวัล


“ได้มา 351 ปี รวมแล้วตอนนี้เรามีพลังเวทย์สะสม 904 ปีสินะ อีก 51 เป็นเศษไว้รวมกับพลังเวทย์ที่จะหามาเติมเต็ม”


แอนเดอร์สันรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นจากการกลายเป็นนักเวทย์ 904 ปี แม้จะมองว่ามันห่างจากระดับเวทย์ 901 ปีไม่มาก พลังที่เขาได้รับกลับมหาศาลมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก หากสู้กับพี่ชายทั้ง 4 แล้วต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่อีกฝ่ายรุมโจมตี แอนเดอร์สันคิดว่าตัวของเขาคงจะเอาชนะพี่ชายได้อย่างง่ายดายกว่าเดิมแน่นอน


“ลืมไป เราได้เจ้าสิ่งนี้มาจากเกทระดับ 10 ขออัพเกรดเครื่องสวมใส่หน่อยก็แล้วกัน”


ตอนนี้รองเท้าของแอนเดอร์สันเป็นเพียงอุปกรณ์สวมใส่ชิ้นเดียวที่กลายเป็นระดับ 10 เขาจำเป็นต้องทำให้ตัวเองมีการป้องกันที่ดีกว่านี้เพราะไม่รู้ว่าพื้นที่ที่กำลังเดินทางไปจะอันตรายเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้หรือเปล่า หากว่าเขาไปถึงและสังเกตได้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวเกินไป ชุดเกราะเหล่านี้จะถูกเก็บเอาไว้ใช้ในสงครามครั้งสุดท้าย การที่เขาถอดเกราะก็เพราะจะทำให้ตัวเองได้ตั๋วจากอันตรายมากขึ้น  


“มีอยู่ 20 ลิตร การ์ดคัดลอกใช้งานกับมันได้ไหมนะ”


แอนเดอร์สันมองไปยังของเหลวสีดำที่สามารถอัพเกรดอุปกรณ์ให้กลายเป็นสิ่งของระดับ 10 ได้ มันเป็นสิ่งที่เขาขโมยมาจากทหารสหพันธ์ต่อหน้าต่อตาของพวกเขา โดยไม่มีใครกล้าจะเข้ามาขัดขวางและบีบบังคับให้แอนเดอร์สันส่งคืน 


ทันทีที่แอนเดอร์สันนำการ์ดคัดลอกออกมาใช้งานถังบรรจุของเหลวสีดำก็ได้แยกตัวออกเป็น 2 ถังสร้างความดีใจให้กับเขาไม่น้อยที่สามารถเพิ่มปริมาณของเหลวสีดำได้ 20 ลิตร รวมแล้วเขามีของเหลวเก็บเอาไว้ถึง 40 ลิตร อย่างไรก็ตามเขาได้นำภาชนะใหม่ออกมาวางแล้วใช้การ์ดคัดลอกอีกครั้ง  แม้การ์ดคัดลอกของแอนเดอร์สันจะมีน้อยมาก มันกลับให้ผลดีกับตัวของเขาไม่น้อยกับการคัดลอกในครั้งนี้เพราะอุปกรณ์ระดับ 10 นับว่าหาได้ยากพอสมควร


“ 80 ลิตรเลยเหรอ ฮ่าๆๆ”


แอนเดอร์สันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะด้วยความสุขใจ เมื่อรู้ว่าการคัดลอกจะคิดตามอุปกรณ์ที่ใช้บรรจุ หากมันไม่ใช่ของเหลวจะนับเป็นชิ้น เมื่อรู้ว่าถ้าเขาสามารถโกงสสารสีดำเหล่านี้ได้หากมีภารชนะที่ใหญ่มากพอรองรับมัน เขาสามารถคัดลอกของเหลวเหล่านี้มาใช้งานได้


จ๋อม!


ชุดเซ็ตเกราะป้องกันโยนลงไปในถังใบใหญ่ตามด้วยมีดคู่ที่จำเป็นในการต่อสู้ระยะประชิด ทันทีที่แอนเดอร์สันมองเห็นปริมาณของเหลวสีดำลดลงไป 10 ลิตรเขาก็ได้นำชุดเกราะและมีดออกมาตรวจสอบด้วยเวทย์


[ชุดเกราะโทเฟนระดับ 10  เมื่อสวมใส่ครบเซ็ตจะเพิ่มพลังป้องกัน 40 %]


[มีดคู่อาโทรระดับ 10 มีโอกาส 40 % ในการทำให้ศัตรูติดคำสาปเชื่องช้า]


“แอนเดอร์สันทำอะไรอย่างนั้นเหรอ”


“อัพเกรดอาวุธ เอาล่ะเรามานอนกันเถอะ” แอนเดอร์สันหันมองพิกซี่ที่ตื่นขึ้นมาหลังจากหลับไปได้ไม่นานก่อนที่พวกเขาจะหลับไปในกลางดึก


—------------------------------


“มาถึงจนได้สินะ”


ผู้นำตระกูลแลนเซอร์มองจ้องไปยังข้อมูลใหญ่ที่กำลังกระจายไปทั่วสหพันธ์โคเวียในช่วงนี้ ทันทีที่เขาอ่านเอกสารข้อมูลถึงกลับเคร่งเครียดเพราะการต่อสู้จริงของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์กำลังจะเริ่มขึ้นมาในอีก 3 เดือนข้างหน้า มันไม่ใช่แค่ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่จะเข้าร่วมเท่านั้น ตระกูลทั้งหมดจะต้องเข้าร่วมเช่นเดียวกันเหมือนกับพวกเขาถูกบังคับด้วยระบบเศรษฐกิจของเมืองที่ดูแลด้วยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์กว่า 70 % จากข่าวที่กำลังกระจายไปทั่วนี้เอง ส่งผลให้นักเวทย์มากมายเริ่มตึงเครียดเช่นเดียวกัน มันเป็นสงครามที่พวกเขามีโอกาสตายสูงมาก 


จากข้อมูลบันทึกประวัติศาสตร์ของนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ไม่เคยมีประวัติศาสตร์ใดระบุเอาไว้ว่านายน้อยรอดชีวิตมากกว่า 1 ทำให้ทุกคนรู้ว่าการเข้าร่วมกับนายน้อยแต่ละคน จะต้องสู้กันจนกว่าจะกลายเป็นผู้ชนะ 


“ดูนี่ ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์กำลังดำเนินการสร้างเมืองขึ้นมาใช้เป็นสนามประลอง”


นักเวทย์มากมายที่ได้รู้วิธีการนำเงินมาใช้อย่างบ้าคลั่งของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ล้วนแล้วตะลึงงัน ด้วยเม็ดเงินมหาศาลที่ใช้ไปกับการซ่อมบำรุงสถานีที่ถูกทำลายในมิสเทอรี่ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ต้องใช้เงินไปไม่น้อยกว่าล้านล้านเหรียญ อย่างไรก็ตามนักเวทย์หลายคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอำนาจใดกลับไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้เงินของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ใครก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ล้วนแล้วทำเพียงติดตามข่าวสาร เผื่อตนเองจะตกไปอยู่ในวงล้อมของกลุ่มอำนาจที่จะเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ครั้งนี้


—----------------------


“แอนเดอร์สันเช้าแล้ว!” เสียงนาฬิกาปลุกจากพีทส่งเสียงดัง แอนเดอร์สันจึงลุกขึ้นมาขยี้ตาด้วยความง่วง ทันทีที่เขาเห็นแสงอาทิตย์ยังไม่ทันจะได้แตะพื้นดิน เขาถึงขั้นกุมขมับกับภูติตัวสีแดงที่กระตือรือร้นมากจนเกินไป พิกซี่ที่ตื่นพร้อมแอนเดอร์สันได้หันมองเขาก่อนจะถอนหายใจหลังจากถูกพีทปลุก


“เอาล่ะ ไปกันเถอะ วันนี้เราจะไปหาใครหลายคนก่อนจะออกเดินทาง”


ภูติสองคนที่ได้ดูดซับมานาจากดอกไม้ที่แอนเดอร์สันปลูกก็กลับมาสดชื่นอีกครั้งรวมถึงเขาเช่นเดียวกัน เมื่อเตรียมตัวเดินทางเสร็จแล้วนั้นแอนเดอร์สันก็ได้เดินทางมุ่งหน้าสู่ตระกูลไลท์สเปียร์เป็นที่แรกเพราะต้องการชักชวนเพื่อนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเดินทาง


“โซเดียร์อยู่ไหมครับ”


“คุณหนูอยู่ข้างในครับ เชิญนายน้อย 11 เข้ามาก่อน”


แอนเดอร์สันได้รับการต้อนรับจากพ่อบ้าน เขากลับถูกนำตัวมายังห้องรับแขกที่มีคนของพี่ชายนั่งอยู่ ดูเหมือนว่าสงครามที่ประกาศวันจะทำให้พี่ๆของเขามายื่นข้อเสนอครั้งสุดท้ายกับตระกูลที่ยังไม่ได้เลือกฝ่ายเช่นเดียวกัน


“นายน้อยแอนเดอร์สัน ไม่คิดเลยนะครับว่าคุณจะเดินทางมาด้วยตัวเอง”


“นายคงลืมไปแล้วสินะว่านายน้อยแอนเดอร์สันไม่มีคนหนุนหลัง”


เหล่าตัวแทนของนายน้อย 4 และนายน้อย 5 พูดด้วยท่าทางเหน็บแหนมแอนเดอร์สันกลับยิ้มแย้มให้พวกเขา แต่อารมณ์ของแอนเดอร์สันกลับไม่ได้ยิ้มตลอดเวลา ทันทีที่ตัวแทนของพี่ 4 และพี่ 5 พูดจบพวกเขาก็ถูกคำสาปเล่นงานจนร่างกายแข็งไม่ต่างจากหิน ทำได้เพียงกรอกตามองทุกๆอย่างเพียงเท่านั้น ตัวแทนนายน้อย 1 และนายน้อย 3 เมื่อเห็นเหตุการณ์ต่างเงียบแล้วรอภายในห้องต่อไป


“ต้องขอโทษที่ทำให้รอนาน ฉันมีงานเยอะมากๆเอาล่ะเรามาคุยกันเถอะ”


ผู้นำตระกูลไลท์สเปียร์เดินเข้ามาหาผู้คนที่ต้องการทาบทามให้ตระกูลไลท์สเปียร์เข้าร่วมในสงครามครั้งสุดท้าย แอนเดอร์สันจึงใช้มานาเรียกโซเดียร์ให้มาพบกันเพราะครั้งนี้จะเป็นการชักชวนครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกัน เขาจึงอยากให้เธอเข้าร่วมด้วย