จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 52 จำเป็นต้องพึ่งพิง

            ตอนที่ 52 จำเป็นต้องพึ่งพิง


            ภาพเบื้องหน้าทำให้ทุกสิ่งตกเข้าสู่ความเงียบงันที่แท้จริงราวกับโลกได้ถูกผนึกเวลาโดยสมบูรณ์ แววตาเบิกกว้างปานถลนและเส้นขนที่ลุกชูชันด้วยความหวาดกลัว เสียวต้านที่ถูกยอมรับในฐานะอัจฉริยะแห่งเมืองศักดิ์สิทธิ์ แท้จริงแล้วเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเสียวหลงที่เป็นพี่ของตนเสียอีก ทว่า เรื่องน่าเหลือเชื่อที่สุดก็ได้เกิดขึ้น เสียวต้านอัจฉริยะแห่งเมืองศักดิ์สิทธิ์ นายน้อยจากหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ได้พ่ายแพ้ให้แก่ชายหนุ่มที่มาจากสี่ราชอาณาจักร อาณาดินแดนที่อ่อนแอที่สุดในแดนมนุษย์!!


            อดคิดไม่ได้ว่ากำลังฝันไป เสียวหลินซึ่งเป็นน้องสาวของเสียวหลงและเสียวต้าน หญิงสาวพลันจิกแขนตัวเองจนเป็นแผลอย่างไม่รู้ตัวพลางกล่าว "มันไม่ใช่ความฝัน..." น้ำเสียงสั่นเครือพลางกัดริมฝีปากด้วยความโกรธเกลียด


            "ชะ...ใช้เพียงมือเดียว"


            "คะ...แค่มือเดียว"


            ชิงหวนปิ๋งน้องสาวแท้ๆของชิงหวนป่ายหนึ่งในอัจฉริยะแห่งสามตระกูลใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นคนที่รู้จักพลังของเสียวต้านเป็นอย่างดี "เขาโยนร่างที่สูงเกือบสามเมตรของเสียวต้านได้ง่ายๆราวกับโยนก้อนหินเลย!!"


            เหล่าปรมาจารย์จากสี่แดนเทพมนุษย์พลันกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่แม้กระทั่งเหล่าศิษย์เอกก็ตามโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่าปรมาจารย์ พวกเขาต่างมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้อย่างที่สุด ปรมจารย์ยูไคเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นตะลึง "โยนร่างที่สูงใหญ่กว่าตัวเองได้อย่างง่ายดาย"


            "ละ...เหลือเชื่อ! พลังกายนั่นมันอะไรกัน!!" การ์กันต์เอ่ยชมขึ้นมาอย่างเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่


            "เหมยหลิน... พลังกายเจ้ามีมากถึงสี่แสนจุด" บาโมท์เอ่ยกล่าวกับเหมยหลินด้วยสีหน้าจริงจัง เธอมีพลังกายและพลังเวทย์สูงที่สุดในหมู่ศิษย์เอกด้วยกันก่อนเอาจะเอ่ยต่อ "เจ้าคิดว่า..."


            "เป็นไปไม่ได้... ข้าไม่คิดว่าจะสามารถยกร่างของเจ้านั่นขึ้นได้ง่ายๆหรอกนะ ปิดตาดูยังรู้ว่ามันฝึกปรือเคล็ดวิชากายาเหล็ก ต่อให้พลังกายสี่แสนจุดแบบข้า ข้าก็ไม่คิดว่าจะโยนร่างมันได้ง่ายดายแบบนั้น เขาเป็นอัจฉริยะ!!" เหมยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึงและชื่นชม ภายในแววตาของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยไฟปรารถนาที่อยากจะแข็งแกร่งขึ้น


            --------------


            สลับขั้ววิญญาณ:สลับค่าพลังกาย-เวทย์ของผู้ใช้


            ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์ เลเวล:5,751 พลังกาย:861,002(สถานะสลับขั้ววิญญาณ) พลังเวทย์:270,019(สถานะสลับขั้ววิญญาณ) อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ


            เดซี่ที่กำลังนั่งอยู่บนบ่าของกาติรัสก็ได้เอ่ยขึ้น "เพราะเปิดโหมดสลับขั้ววิญญาณถึงได้เกือบฆ่ามันแล้วนะเจ้าคะ ถ้ามันตายเห็นทีจะได้กลายเป็นผีดิบอีก เดี๋ยวเรื่องทุกอย่างก็ได้วุ่นวายไปหมดหรอกเจ้าค่ะ" น้ำเสียงใสละมุนเอ่ยเชิงสั่งสอน


            ลาซิเฟียซึ่งอยู่ข้างกายกับชายหนุ่มมากที่สุดทั้งที่มีประสบการณ์ต่อสู้มานับสิบภพชาติแต่ใบหน้าของหญิงสาวยังคงความตกตะลึงงันราวกับพบภูติผีพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและแผ่วเบา "พลังนั่นมันอะไร..."


            ประสบการณ์ร่วมสิบภพชาติทำให้หญิงสาวย่อมรู้ตื้นลึกเกี่ยวกับทักษะและความสามารถพิเศษต่างๆ นานา ที่ติดตัวมากับแต่ละอาชีพ ทว่า ต่อหน้าแสงสีขาวนวลเมื่อครู่ราวกับหลุดไปอีกโลก เป็นโลกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อครู่เขาได้ทำการบีบอัดสรรพเวทย์รอบตัวอย่างแน่นอน!!


            ตามหลักแล้วเหล่าผู้ใช้เวทย์จะดึงพลังเวทย์มาจากสิ่งที่เรียกว่ามานาโดยมีสรรพเวทย์เป็นแหล่งต้นกำเนิดและเป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือสามารถสัมผัสถึงได้ ทำให้ตามหลักทฤษฎีการบีบอัดสรรพเวทย์คือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้บนโลกใบนี้ ทว่า กลับไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ถึงหลักการณ์ในข้อนี้และมีเพียงลาซิเฟียเท่านั้นที่รู้แจ้งเกี่ยวกับมัน


            กาติรัสที่ฝ่ามืออาบชโลมไปด้วยโลหิตสีแดงชาดแต่เพียงสบัดมือ ฟึ่บ! หยดเลือดก็พุ่งกระจายไปตามพื้นบนแท่นประลอง อย่างน้อยครานี้เขายังไม่ควรสังหารผู้คนเนื่องจากผลกระทบจาก "จักรพรรดิผีดิบ" ที่จะแปรเปลี่ยนสภาพศพที่ไม่ว่ามันจะถูกชำแหละจนแหลกเหลวราวกับน้ำ พวกมันก็จะกอปรกันจนกลายเป็นผีดิบไปในที่สุด พวกมันไม่ได้นับเป็นอันเดดแต่อย่างใดความแตกต่างระหว่างผีดิบกับอันเดดมันมีมากเสียเกินคณา


            ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้คนทั่วทั้งงานการประลองแม้กระทั่งเหล่าผู้เข้าแข่งขันรอบตัว ใบหน้าของเสียวหลินที่แปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวกอปรไปด้วยความโกรธา เส้นเลือดปูดโปนทั่วใบหน้าแต่หญิงสาวรู้อยู่แก่ใจ เธออ่อนแอเสียยิ่งกว่าเสียวต้านและเสียวหลงซะอีก การเข้าปะทะกับเขาย่อมไม่ต่างอะไรไปกับตัวโง่งม ทว่า หญิงสาวที่อยู่ข้างกายเขาอาจจะกลายเป็นอีกเรื่อง สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างกายเขาเพิ่งจะบาดเจ็บภายใน เสียวหลินพลันพุ่งทะยานเข้าหาลาซิเฟียอย่างไม่ต้องครุ่นคิด


            เสียวหลินพุ่งมาด้วยความเร็วที่สูงอย่างยิ่งยวด เผ้าผมสีดำสนิทพริ้วสไวไปตามแรงลมและจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาอย่างเปี่ยมล้นพลางหนึ่งมือจับด้ามดาบที่อยู่ในฝัก นัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องลาซิเฟียไม่กระพริบ


            ลาซิเฟียที่กำลังอึ้งทึ่งอยู่กับความสารมารถของกาติรัสพลางคืนสติเนื่องจากประสาทสัมผัสที่เฉียบคม หญิงสาวพลันหันขวับตามสัญชาตญาณป้องกันตัวและแววตาที่จับจ้องราวกับจะกลืนกิน ทว่า เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้... แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเบิกโพลงกว้างซึ่งขณะนี้เสียวหลินที่อยู่ห่างเพียงแค่หนึ่งเมตรครึ่ง


            ในเสี้ยววินาที หนึ่งหมัดก็ได้กระทบเข้ากับเอวของหญิงสาวอย่างจังพลางจมเข้าไปในเนื้อหนังราวกับต่อยโคลน


            กรุบกรอบบบบบบบ


            ตู้ม------


            เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นพร้อมกับเสียงที่ดังกึกก้องราวกับระเบิดก่อนแรงหมัดจะส่งร่างของเสียวหลินพลันลอยกระเด็นไปไกลนับหลายร้อยมเตร กระเด็นไปด้วยความเร็วราวกับสายอัสนี


             เปรี้ยง!


            ปรากฏให้เห็นร่างของเสียวหลินที่กระเด็นไปไกลจนกระทบเข้ากับม่านคุ้มกันไว้อย่างจังพลันเกิดเสียงที่ดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า เพียงเปรยมองยังบอกได้เลยว่าสภาพของเธอนั้นย่ำแย่ยิ่งกว่าเสียวต้านซะอีก เรือนร่างแน่นิ่งไปกับพื้นพลางแอ่งโลหิตที่เริ่มไหลรินออกมาจากทุกสัดส่วนของร่างกาย สิ้นสติและหมดสภาพไปในหมัดเดียว!!


            เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสามนาที! ทุกอย่างมันกะทันหันจนเกินไปเหล่าผู้คนยังไม่อาจหายจากความตกใจและตื่นตะลึงจากเสียวต้านที่พ่ายแพ้ในฝ่ามือเดียวจนต้องถูกโยนไปราวกับของเล่นที่เบื่อแล้วทิ้ง เรื่องสุดน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ทันทีที่เหล่าผู้คนทั้งหมดเริ่มคืนสติพลางหันมองเสียวหลินที่ถูกโจมตีจนอยู่ในสภาพปางตาย สิ่งที่น่าตื่นตะลึงกว่านั้นคือผู้ที่กระทำการโจมตี


            เหล่าผู้เข้าแข่งขันย่อมรู้ดีว่าเสียวหลินได้พุ่งทะยานเพื่อจะโจมตีโฉมงามประจำเมือง ทว่า เหตุการณ์หลังจากนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ราวกับปาฏิหาริย์ ร่างของเสียวหลินกลับลอยกระเด็นไปไกลอย่างไม่ทราบสาเหตุและถูกแทนที่ด้วยกาติรัสที่มาปรากฏอยู่ข้างกายของลาซิเฟียด้วยท่าทางราวกับเพิ่งจะปล่อยหมัดออกไป


            "เดซี่... คำนวณความเสียหายของคนที่ข้าเพิ่งต่อยไปหน่อย" กาติรัสเอ่ยถาม


            เดซี่พลันเอ่ยตอบในทันที "กระดูกร้าวทั่วทั้งร่างโดยเฉพาะกระดูกซี่โครงด้านซ้ายที่แตกละเอียด บาดเจ็ยภายในกว่าเก้าสิบห้าเปอร์เซ็น ติดสถานะช้ำเลือดและอยู่ในอาการปางตาย คาดว่าถ้ายังไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือนางภายในสิบนาที นางจะตกตายกลายเป็นศพหรือต่อให้เข้าไปช่วยได้จนรอดชีวิตสุดท้ายในอีกครึ่งวันอักขระระดับสวรรค์จะปรากฏขึ้นตรงกลางหน้าอกและค่อยค่อยกลืนกินเธอจนทั่วร่างกลายเป็นสีดำทมิฬและตกตายอยู่ดีเจ้าค่ะ" เดซี่อธิบายก่อนกล่าวต่อ


            "แต่ถ้านายท่านเลือกจะควบคุมเวลาเติบโตของอักขระ เธอก็อาจจะรอดพ้นไปอีกนานนม"


            กาติรัสไม่กล่าวตอบใบหน้ายังคงความนิ่งเฉยและเย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี เขาเพิ่งจะเกือบสังหารคนไปถึงสองคนแต่กลับไม่มีอาการร้อนรนหรือรู้สึกผิดเลยสักนิดก่อนชายหนุ่มจะทิ้งความสนใจรอบข้างทั้งหมดพลันเดินเข้าหาลาซิเฟียอย่างฉับไว


            ท่ามกลางความตกตะลึงงันผู้นำตระกูลเสียวก็ได้กู่ตะโกน "เฮ้ย! ไอ่พวกบัดซบ!! ใครทำหน้าที่แพทย์สนามวะรีบเข้าไปรักษาลูกข้าสิว่ะ!!" น้ำเสียงดังกึกก้องพลันคืนสติให้ผู้คนทั่วทั้งลานประลองโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้อาวุโสเก๋อหลัว เขามีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานนี้ทั้งหมดก่อนเขาจะส่งให้เหล่าลูกน้องและตนเองที่พุ่งเข้าไปช่วยนายน้อยจากตระกูลเสียวที่อยู่ในอาการปางตาย


            กาติรัสจับข้อมือของลาซิเฟียพลางเผยยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ยกล่าว "เจ้าฝืนตัวเองเพราะข้าหรือ?" น้ำเสียงหยอกล้อแม้กระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงโคจรสรรพธาตุในร่างกายของหญิงสาวโดยการนำของอัตลักษณ์จักรพรรดิ เพียงสิบลมหายใจ อาการกำเริบจากบ่อกักเก็บพลังเวทย์ก็ดีขึ้นทันตาเห็น


            "อย่าใช้พลังเวทย์เกินขีดจำกัดอีกล่ะ" กาติรัสกล่าวเตือนพลางลูบศีรษะหญิงสาวอย่างอ่อนโยน


            ลาซิเฟียกลับเผยใบหน้าบึ้งตึงก่อนเอ่ยกล่าวอย่างหงุดหงิด "ท่านช่วยอย่าทำเหมือนข้าเป็นเด็กน้อยได้ไหม!! แต่ยังไงก็ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ"


            แม้เธอจะกล่าวไปเช่นนั้นแต่หญิงสาวกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างที่สุด เธอปรารถนาจะตอบแทนบุญคุณเขาแต่กลับถูกเขาเข้ามาช่วยเหลือเสียแทนทั้งที่เป็นถึงปีศาจของลาปลาซแต่กลับพลาดท่าฝืนใช้พลังเวทย์เกินพิกัดอย่างไร้สติ หากพวกเขาได้มาเห็นตัวตนสุดพรั่นพรึงต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้คงไม่พ้นพบเจอกับเสียงหัวร่อเป็นแน่


            "ข้าลูบหัวน้องสาวข้าบ่อยน่ะเวลานางกลัว ฮ่าฮ่าฮ่า"


            ลาซิเฟียที่ได้ยินดังนั้นพลันเบิกตาโพลง "ท่านมีน้องสาว?!"


            กาติรัสที่แสดงอากัปกิริยาได้ผิดแปลกจากปกติและยังจะหัวเราะออกมาอย่างเริงร่า นอกจากเวลาเขาเริงระบำแล้ว ก็ยากที่จะได้เห็นสีหน้าเช่นนี้ ทำเอาลาซิเฟียอดคิดไม่ได้ว่าน้องสาวของเขาเป็นคนที่พิเศษต่อเขามากขนาดไหน


            "นายน้อยเสียวต้านและนายหญิงเสียวหลินยังไม่ตายขอรับ!!"


            เสียงสายหนึ่งดังกึกก้องและใบหน้าของผู้คนที่แปรเปลี่ยนเป็นยินดีขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ทว่า คนที่เกลียดตระกูลเสียวเข้ากระดูกดำกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นส่วนใหญ่ต่างเผยรอยยิ้มเหี้ยมราวกับปีศาจที่พร้อมจะล้างแค้นได้ทุกเมื่อถึงแม้พวกเขาจะบอกว่านายน้อยและนายหญิงของตระกูลเสียวยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่อาจลดความรู้สึกสะใจที่เอ่อล้นออกมาได้เลยสักนิดเดียว


            ปรมาจารย์ยูไคถึงกับกล่าวออกมาอย่างชื่นชม "มันสามารถสังหารผู้คนได้โดยไม่ต้องกระพริบตา ยากจะเชื่อว่าเขายังเป็นรุ่นเยาว์ แท้จริงแล้วพวกข้าก็ปรารถนาให้พวกเจ้าสามารถสังหารคนได้อย่างไม่ลังเลเฉกเช่นเจ้านั่น"


            การ์กันต์พลันโพล่งคำ "หะ...ให้พวกข้าไปฆ่าคนหรอขอรับท่านอาจารย์!!"


            เหมยหลินกลับเงียบขรึมที่สุดภายใต้การฝึกเป็นนักฆ่าของเธอ หญิงสาวย่อมอาบชโลมโลหิตของเหล่าโจรชั่วมามาก ปรมาจารย์ยูไคที่ตระหนักถึงเหตุผลข้อนี้เป็นอย่างดีจึงได้เริ่มฝึกเธอมานานนับปี


            -----


            กาติรัสที่ราวกับคืนสติพลางกวาดตามองบริเวณโดยรอบด้วยสัมผัสที่เฉียบคม ไม่ว่าจะมองไปทิศทางใด สายตาเหล่านั้นถูกเติมเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างไร้ขอบเขต เหล่าผู้เข้าแข่งขันเริ่มจับกลุ่มรวมตัวกันโดยไม่ต้องพูดกล่าวราวกับพวกเขาสามารถสื่อสารหากันได้ทางจิตและต่างรู้สึกเป็นเสียงเดียวกัน เขาคือคนที่ควรกำจัดให้เร็วที่สุดกระทั่งเหล่าผู้ชมก็ไม่ต่าง ส่วนใหญ่ล้วนเป็นศิษย์จากพรรคแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มาชมงานและใบหน้าของพวกเขาต่างเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง มันยากจะบ่งบรรยายออกมาหากต้องไปเป็นศัตรูกับคนอย่างเขา


            ตัวแทนตระกูลเสียวต่างถูกกำจัดจนหมดสิ้นภายใต้ฝีมือของชายหนุ่ม เสียวหลง เสียวต้าน เสียวหลิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเสียวหลงที่ถูกทำให้พิการตั้งแต่วันรื่นเริงก่อนการประลองและหลายคนที่ยังคงไม่ทราบถึงอำนาจพลังที่เขามี เขาลงมือได้กระทั่งสตรีเพศอย่างไม่ลังเล ยิ่งตระหนักถึงพลังของเขายิ่งทำให้ผู้คนไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว รู้สึกราวกับต่อให้มีสิบชีวิตก็ไม่อาจเพียงพอ


            "แท้จริงแล้วท่านทำร้ายผู้หญิงด้วยหรือ?" ลาซิเฟียเอ่ยถาม เธอหลงผิดที่คิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษมาตลอด


            กาติรัสเผยยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบ "ศัตรูคือศัตรู ไม่มีความเมตตาปราณีใดใดให้กับศัตรูแต่พวกมันน่ะไม่นับเป็นศัตรูสำหรับข้าหรอก เป็นได้แค่มดปลวก"


            ยิ่งได้ฟังเขาพูด หญิงสาวก็อดคิดไม่ได้เลยจริงๆ เขาเป็นคนที่ดูถูกผู้อื่นจริงนะหรือ? ทำไมเขาถึงไม่เคยดูถูกข้า? เหตุผลอะไรที่ทำให้เขาดูถูกมนุษย์รอบข้างขนาดนี้ ภพชาติที่แล้วเขาคือใครกันแน่...


            ท่ามกลางความหวาดกลัวและเงียบสงัดเสียงหัวร่อกลับกลายเป็นเสียงที่ดังที่สุด "ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าๆๆๆๆ" น้ำเสียงทุ่มต่ำและน่าเคารพยำเกรงก่อนบุรุษรูปร่างสูงใหญ่จะตกเป็นเป้าสายตาในพริบตา


            "ใส่อุปกรณ์เวทมนตร์หรือเป็นคนที่แข็งแกร่งแบบสุดโต่งกันแน่ ข้าจะเป็นคนพิสูจน์ตัวของท่านเอง"


            ชื่อ:โททัช ชูลู(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธ์:ฮิวเมน(จักรพรรดิ) อายุขัยโดยธรรมชาติ:500ปี เลเวล:2,204 พลังกาย:667,504 พลังเวทย์:30,035 อาชีพ:กายากษัตริย์


            ..สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:5,809 พลังกาย:301,035 พลังเวทย์:883,335 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน