ในระหว่างทางลั่วอู่หลินยืนอยู่บริเวณหัวเรือเหาะชื่นชมทะเลเมฆในใจพลันครุ่นคิดถึงเรื่องภารกิจทั้งสองภารกิจที่ตาแก่หลินมอบหมายให้เขาไปทำ แค่การคุ้มกันโอสถไปส่งยังตระกูลสวีชายหนุ่มคิดว่ามันดูจะง่ายเกินไป
ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนั้นไม่มีทางให้เขาทำอะไรที่มันง่ายดายเช่นนี้เพื่อแลกกับการปลดผนึกพลังปราณให้เขาอย่างแน่นอน แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าแท้จริงแล้วตาแก่นั่นต้องการที่จะให้เขาทำอะไรกันแน่
"กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่??" เสียงของหลินชิงหลวนดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
"ท่านป้า บอกข้ามาเถอะว่าตาแก่นั่นต้องการให้ข้าทำอะไร แค่บอกให้คุ้มกันโอสถไปส่งดูเหมือนจะดูถูกสติปัญญาข้าเกินไปหน่อยกระมัง"ชายหนุ่มกล่าวถาม
หลินชิงหลวนที่ได้ยินก็หัวเราะร่าในทันที "ให้ตายสิ ปิดเจ้าไม่ได้จริงๆ ความจริงก็ไม่มีอะไรมาก เห็นว่าขุมกำลังจากแดนเซียนที่ตระกูลสวีเป็นพันธมิตรด้วยคิดจะสู่ขอสวีปิงเอ่อร์ และด้วยความที่สวีปิงเอ่อร์ไม่ได้อยากแต่งประมุขสวีจึงสร้างเรื่องขึ้นว่านางมีคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่คนของแดนเซียนไม่เชื่อและกดดันประมุขสวีให้แสดงหลักฐาน"
"ดังนั้นประมุขสวีจึงได้ขอความช่วยเหลือจากตระกูลของเราที่ถือเป็นสหายกันมายาวนาน ในตอนแรกท่านปู่คิดจะให้เฉินเอ่อร์ไป ทว่านับตั้งแต่เขาพ่ายแพ้ให้กับเจ้า เด็กคนนั้นก็เอาแต่กักตัวบ่มเพาะพลังไม่เคยออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว"หลินชิงหลวนกล่าวอธิบาย
"เหอะๆที่แท้ก็คิดจะใช้ข้าเป็นไม้กันสุนัขนี่เอง มิน่าท่านยายทวดถึงได้จัดเตรียมอาภรณ์เต็มยศให้ข้าเสียขนาดนี้"ลั่วอู่หลินยกยิ้มออกมาอย่างเหน่ือยหน่าย เหตุการณ์แบบนี้ช่างคล้ายกับกรณีของลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่เอาเสียมากๆ แต่ผิดที่คู่กรณีไม่ใช่เหล่าพี่น้องของเขาแต่เป็นคนของแดนเซียนก็เท่านั้น
"เอาน่า นั่นคือเจ้าหญิงน้ำแข็งที่ใครต่อใครต่างก็หมายปองเชียวนะ แม้จะเป็นคู่หมั้นปลอมแต่ก็ถือว่าครั้งหนึ่งเจ้าเคยได้หมั้นกับนาง"หลินชิงหลวนกล่าวอย่างขบขัน
"เหอะๆข้าไม่ได้อยากได้รับเกียรตินั้นเสียหน่อย ท่านคิดว่าหน้าอย่างข้าหาภรรยาที่งดงามเองไม่ได้อย่างนั้นหรือ จะว่าไปตระกูลซือก็เป็นถึงตระกูลที่แข็งแกร่งอันดับสองเหตุใดประมุขสวีถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากพวกเขาละ?"
"เจ้ายังไม่เข้าใจ แม้ตระกูลซือเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งอันดับที่สองของดินแดนก็จริง ทว่าพวกเขาไม่มีใครที่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นคู่หมั้นของเจ้าหญิงน้ำแข็งได้ กลับกันแม้พวกเราจะเป็นขุมกำลังอันดับที่สามแต่ต้องไม่ลืมว่าพวกเราเป็นต้นกำเนิดของนักปรุงโอสถมากมาย ชื่อเสียงดังไกลแม้แต่แดนเซียนก็รู้จัก"
"ด้วยสถานะเช่นนี้แม้การบ่มเพาะจะไม่ได้เป็นเลิศแต่ก็ถือว่ามีเกียรติไปที่ไหนก็มีแต่คนนับหน้าถือตา นั่นจึงทำให้ลูกหลานของประมุขตระกูลหลินมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นคู่หมั้นของเจ้าหญิงน้ำแข็งโดยปริยาย อธิบายมาถึงตรงนี้เจ้าเข้าใจหรือยัง"หลินชิงหลวนกล่าว ลั่วอู่หลินพยักหน้าเชิงเข้าใจ
สวีปิงเอ่อร์ถือเป็นอัจฉริยะที่มากพรสวรรค์ที่สุดในดินแดนระดับสูง เพราะฉนั้นจึงเป็นปกติที่ในดินแดนแห่งนี้จะไม่มีใครที่มีคุณสมบัติจะเป็นคู่ครองของนาง ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มแปลกใจอะไร
"ภารกิจที่สองไม่มีลับลมคมในอะไรอีกใช่หรือไม่?"ชายหนุ่มกล่าวถามอีกครา
"ฮ่าๆๆหลานชาย เจ้าจะระแวงเกินไปแล้ว แน่นอนว่าภารกิจที่สองก็แค่ตรวจสอบเมืองในการปกครองของเราเท่านั้น ไม่มีลูกไม้อะไรซ่อนอยู่ด้านในเนื้อหาภารกิจ"หลินชิงหลวนกล่าวตอบ ลั่วอู่หลินหรี่ตามองราวกับไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีกต่อไป
เวลาผ่านไปถึงสิบวัน ในที่สุดการเดินทางของลั่วอู่หลินและหลินชิงหลวนก็ได้สิ้นสุดลง บัดนี้เบื้องหน้าของพวกเขาคือเกาะลอยฟ้าจำนวนมากที่ดูงดงามราวกับดินแดนสวรรค์ในจินตนาการก็ไม่ปาน
ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงหัวเรื่อมองภาพนี้อย่างตะลึงไปพักหนึ่งก่อนจะตั้งสติกลับมาได้ เมื่อเรือลงจอดยังที่หมายหลินชิงหลวนก็พาเขาลงไปในทันที เบื้องล่างตอนนี้มีชายวัยกลางคนหล่อเหลาและภูมิฐานดูเป็นผู้ใหญ่กำลังยืนรอพวกเขาอยู่แล้ว
"คาราวะ ท่านสวีจิน หลินชิงหลวนพาหลานชายมาตามคำขอของท่านประมุขสวีแล้วเจ้าค่ะ"หลินชิงหลวนคาราวะอย่างนอบน้อมทันทีเมื่อมาอยู่ต่อหน้าชายคนนั้น
"หลานชิงหลวนไม่ต้องมากพิธีไป ข้าและหลินฉีก็เป็นดั่งสหายกัน ต่อไปเรียกข้าว่าท่านลุงก็ได้ ส่วนเรื่องในครานี้คงต้องรบกวนพวกเจ้าแล้ว........ไปเถอะ ข้าจะพาพวกเจ้าไปยังที่พัก"สวีจินเดินนำหน้า ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นเช่นนี้เขาก็พลันมองตำหนักเทพสวรรค์และตระกูลสวีเปลี่ยนไป จากเดิมที่คิดว่าพวกเขาคงจะหยิ่งผยองและสูงส่ง บัดนี้รู้แล้วว่าพวกเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้นเมื่อสังเกตุจากผู้อาวุโสทีมาต้อนรับเมื่อครู่
"พวกเจ้าพักอยู่ที่นี่ก่อน อีกเดี๋ยวจะให้ปิงเอ่อร์มานัดแนะเรื่องต่างๆให้หลานชายคนนี้ด้วยตนเอง"เมื่อสวีจินพาพวกลั่วอู่หลินมาถึงคฤหาสน์รับรองหลังหนึ่งที่อยู่บนเกาะลอยฟ้าเกาะบนสุดเขาก็กล่าวขึ้นพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม หลินชิงหลวนจึงกล่าวรับทราบและพาชายหนุ่มเดินเข้าด้านในทันที
เวลาต่อมาเหล่าศิษย์รับใช้ก็ยกชามาให้พวกเขา หลินชิงหลวนและลั่วอู่หลินนั่งลงดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสดงดงามนี้อยู่สักพักใหญ่ ในที่สุดหญิงสาวผู้งดงามกับผู้ติดตามของนางก็เดินเข้ามายังคฤหาสน์และทำความเคารพหลินชิงหลวนอย่างน้อบน้อม
"คาราวะ ท่านพี่หญิงชิงหลวนเจ้าค่ะ"สวีปิงเอ่อร์กล่าว
"น้องปิงเอ่อร์ไม่ต้องมากพิธีไป นั่งเถอะๆ"หลินชิงหลวนยกยิ้มและไปประคองนางมานั่งยังเก้ออี้ที่ว่างอยู่
ลั่วอู่หลินที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวก็พลันหรี่ตามองด้วยและถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ สาเหตุนั้นไม่ใช่เพราะสวีปิงเอ่อร์ไม่งดงาม แต่ใบหน้าและผิวพรรณของนางขาวซีดเป็นอย่างมาก
ชายหนุ่มสามารถบอกได้เลยว่าเจ้าหญิงน้ำแข็งคนนี้โดนพิษอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวของนางทำให้เขาเดาได้อย่างไม่อยากเย็นว่ามันคือพิษอะไร เพราะเขาใช้พิษนี้อยู่เป็นประจำ ใช่! มันคือพิษหยินนั่นเอง
"คุณชายท่านนี้คือ?"สวีปิงเอ่อร์เมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังนั่งดื่มชาจ้องมองมาที่ตนจึงกล่าวถาม
"โอ้ คนที่จะมาช่วยเจ้าให้รอดพ้นจากการแต่งงานอย่างไรละ และเป็นหลานชายของพี่สาวเองนามว่า ลั่วอู่หลิน"หลินชิงหลวนกล่าวแนะนำ
สวีปิงเอ่อร์ได้ยินก็ถึงกับตกใจ นี่คือชายที่เป็นอันดับหนึ่งของรุ่นเยาว์ในตอนนี้แทนนางอย่างนั้นหรือ และยังเป็นคนที่ข่าวสารรายงานว่าแอบเข้าตระกูลหลินแต่ถูกจับได้ ช่างดูเด็กกว่าที่คิดเอาเสียมากจริงๆ
"ถ้าเช่นนั้นสวีปิงเอ่อร์ ต้องรบกวนคุณชายแล้ว"นางกล่าว
ลั่วอู่หลินพลันพยักหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย "ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรก็เป็นภารกิจที่ตาแก่นั่นให้มาอยู่แล้ว..........แต่ว่านะ ความจริงท่านไม่จำเป็นต้องให้ข้าช่วยเหลือเรื่องนี้ด้วยซ้ำ เพราะอีกไม่นานท่านก็น่าจะจากโลกใบนี้ไปแล้ว"
เสียงเรียบเฉยของชายหนุ่มทำให้ทุกคนต่างหันมามองที่เขาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะสวีปิงเอ่อร์ นางถึงกับร่างกายสั่นสะท้านในทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น มือเล็กๆของกำแน่นจนเลือดไหลออกมาแต่ทว่าเพียงพริบตาเลือดนั้นก็กลายเป็นน้ำแข็งไป
"คุณชาย แม้ท่านจะเป็นเหลนของประมุขตระกูลหลินก็ไม่ควรพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้นะเจ้าคะ"ผู้ติดตามของสวีปิงเอ่อร์กล่าว คุณหนูของนางพึ่งออกจากการปิดด่านมา ไม่เคยสู้รบกับใครและไม่เคยออกไปไหนแล้วจะจากโลกนี้ไปอย่างที่ชายหนุ่มกล่าวได้อย่างไรกัน
"นั่นสิ เรื่องแบบนี้หลานจะพูดลอยๆไม่ได้นะ"หลินชิงหลวนกล่าวเสริม
"จริงหรือไม่ แค่ถามแม่นางสวีปิงเอ่อร์ก็จะรู้เอง"ชายหนุ่มกล่าวและยกชาขึ้นดื่มอย่างสงบ ส่วนทางด้านสวีปิงเอ่อร์นั้นตอนนี้นางโดนผู้ติมตามรวมไปถึงหลินชิงหลวนจ้องมองด้วยแววตาที่ราวกับต้องการคำตอบที่ชัดเจน