ทันย่าบินตามโรซาเลียไปด้วยความเงียบสงบ ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เปล่งแสงจันทร์สีเงิน ลมเย็นพัดผ่านร่างของทั้งสอง
ขณะที่พวกเขาทะยานผ่านหมู่เมฆอย่างไร้ขีดจำกัด ทันย่ามองหญิงสาวที่บินนำหน้าเขา สง่างามและมีความลึกลับในทุกการเคลื่อนไหว ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของเธอ ขณะครุ่นคิดถึงเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้
“นี่คงไม่ใช่เพียงแค่การพูดคุยสินะ?”
ทันย่าพึมพำเบาๆ ขณะจดจ่ออยู่กับความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้ เขารู้ว่าหญิงสาวอย่างโรซาเลียกำลังซ่อนแผนการบางอย่าง แต่เขาก็เต็มใจที่จะเดินตามเกมนี้ไปจนถึงที่สุด
เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียว ทั้งสองก็เข้าสู่เขตแดนที่แปลกตา ท้องฟ้ายังคงมืดสนิท แต่บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
เสียงคำรามของเหล่ามอนเตอร์ดังลั่นมาจากทิศทางต่างๆ ขณะที่ดวงตาสีแดงจางๆของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจับจ้องมองห่างไกลออกไป
โรซาเลียบินลงมาสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล ก่อนจะยืนอยู่บนยอดเขาที่ล้อมรอบไปด้วยป่าทึบ
เธอหันกลับมามองทันย่าด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ไม่เคยหายไปจากใบหน้าของเธอ
“ถึงแล้วค่ะ สถานที่นี้เป็นเขตพิเศษของทวีปมืด ที่นี่เราสามารถพูดคุยกันได้อย่างอิสระ และไม่ต้องกลัวสายตาของใคร..”
ทันย่ามองไปรอบๆ ก่อนจะคอยหย่อนตัวลงมายืนอยู่ข้างๆเธอ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องหญิงสาวด้วยความสงสัยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“ก่อนหน้านี้.. คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมเทพธิดาอย่างเราถึงสนใจคุณมากขนาดนี้?”
โรซาเลียพูดขึ้นมาขณะที่ยืนมองท้องฟ้า
ทันย่าไม่ได้ตอบในทันที เขารู้ว่าโรซาเลียต้องการจะบอกอะไรบางอย่าง และไม่ต้องการขัดจังหวะ แต่คำถามนั้นก็ได้กระตุ้นความสนใจในใจของเขาอย่างชัดเจน
“เราเองก็มีความลับ!”
หญิงสาวหันมามองทันย่า ก่อนที่จะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยอำนาจ
“เทพธิดาแห่งสงคราม? นั่นเป็นเพียงหน้ากากที่เราสวมใส่เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง”
“เราคือหนึ่งในสี่ขุนพลแห่งองค์กรมอนเตอร์ ขุนพลเทพแห่งทิศทักษิณ โรซาเลีย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของทันย่าก็หรี่ลงเล็กน้อย ถึงแม้จะมีบางสิ่งบางอย่างที่บ่งบอกถึงตัวตนของโรซาเลียจากก่อนหน้านี้
แต่การที่เธอเปิดเผยเรื่องนี้ออกมาตรงๆ มันทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับขุนพลทั้งสี่ขององค์กรมอนเตอร์จากปากของดาวาล ผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งและเป็นที่หวาดกลัวของเหล่านักสู้พันธุกรรมในสมาพันธ์โลก
แม้แต่ในข้อมูลบันทึกก็ยังมี ทว่าสมาพันธ์โลกไม่รู้ว่าตัวตนจริงๆของพวกเขานั้นเป็นใคร
“น่าสนใจทีเดียว ขุนพลเทพยังงั้นหรอ?”
“แล้วเหตุผลที่คุณพาฉันมาที่นี่คืออะไร”
โรซาเลียได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเบาๆ
ก่อนจะหันกลับมามองทันย่า ดวงตาของเธอเปล่งประกายแวววาวภายใต้แสงจันทร์
“เพราะฉันรู้ว่าคุณก็มีความลับไม่ต่างกัน!”
เธอพูดพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ทันย่า ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและเย้ายวน
“คุณคือเบฮีมอท... ใช่ไหม—!!”
คำถามของโรซาเลียดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทันย่ามองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา เขาไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ยอมรับ เขารู้สึกได้ว่าโรซาเลีย
พยายามจะนำเขาเข้าสู่บางอย่างที่ชายหนุ่มก็ยังไม่เข้าใจ
ส่วนดาวาลที่ลอยอยู่ด้านข้างก็ยังต้องผิวปาก จ้องมองการสนทนาครานี้อย่างสนใจ
“ท่านไม่ต้องตอบ เราเห็นมันในสายตาของท่านแล้ว เราเองก็ถือว่าเป็นมอนเตอร์เหมือนกัน พวกเราทั้งคู่ต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง”
“เราอยากให้คุณมาเข้าร่วมกับพวกเรา เข้ามาอยู่กับองค์กรที่ควบคุมโลกนี้อยู่เบื้องหลัง”
เมื่อพูดจบ โรซาเลียก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะหมุนตัวไปมองป่าทึบรอบๆอย่างเบิกบาน
“ทำไมฉันต้องเชื่อใจด้วยละ?”
พอถูกเชิญชวน ชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วและเอ่ยถามอยู่เล็กน้อย ขณะที่โรซาเลียหันกลับมามองเขาอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“เพราะเราต่างก็เป็นสัตว์ร้ายในโลกที่เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกมันไม่เข้าใจเรา! ไม่เคยเข้าใจอะไร! และไม่มีวันที่จะเข้าใจด้วย!”
เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น นัยน์ตาสบเข้ากับทันย่าอย่างเฉยชา
“สมาพันธ์โลกที่ท่านสังกัดอยู่ เป็นเพียงแค่เครื่องมือของมนุษย์ พวกเขาไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากพลังของท่าน”
“แต่พวกเราเหล่ามอนเตอร์ พวกเราเข้าใจท่าน เข้าใจความเป็นตัวตนของท่าน เพราะท่านทันย่าคือมอนเตอร์ที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิที่แท้จริง เป็นราชันผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกแห่งนี้”
ทันย่ารู้สึกถึงความจริงบางอย่างในคำพูดของเธอ เขาเองก็รู้สึกได้เสมอว่ามนุษย์ไม่เคยเข้าใจเขา และเขาไม่เคยต้องการที่จะปกป้องมนุษย์
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่สามารถละทิ้งความระแวงในตัวโรซาเลียได้
“และถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?”
ในตอนนั้นทันย่าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาอยากลองเล่นตัวเหมือนที่แล้วมา
“เราจะไม่บังคับคุณ แต่เชื่อเราเถอะค่ะ”
“คุณจะต้องเปลี่ยนใจในที่สุด เพราะโลกนี้ไม่มีที่สำหรับพวกเรา นอกจากต้องร่วมมือกัน!”
เมื่อสิ้นคำพูดของเธอ ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในอากาศ
ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยปะทะเข้ากับสัญชาตญาณของเขา ทันย่าชะงักกลางอากาศ ก่อนจะมองไปรอบๆ และรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งกำลังมา
ชั่วพริบตา กลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิท ร่างเงาสามคนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ร่างของพวกเขาเต็มไปด้วยอำนาจที่รุนแรงและทรงพลัง
แม้ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่การปรากฏตัวของพวกเขาก็ทำให้ทันย่ารู้ได้ว่าคนเหล่านี้ไม่ธรรมดา พวกเขาเป็นผู้มีพลังระดับสูงในโลกนี้
คนแรกที่ปรากฏตัวคือชายวัยกลางคนที่มีลักษณะแข็งแกร่ง ดวงตาสีทองเป็นประกายราวกับแสงของมังกร เขามองทันย่าด้วยสายตาที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทว่าแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเคร่งเครียด
“ข้าคือหนึ่งในผู้นำระดับสูงของสำนักมังกร!”
“และข้าคือขุนพลเทพแห่งทิศบูรพา ชิงหลง!”
ชื่อที่ออกจากปากชายคนนั้นทำให้ทันย่าต้องนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ชิงหลง เป็นหนึ่งในผู้อาวุโสระดับสูงมากของสำนักมังกร และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ปกครองแห่งหมัด อำนาจของเขาสามารถทำให้ภูเขาถล่มได้ด้วยพลังเพียงครั้งเดียว ที่สำคัญ เขารู้ความลับมากมายจากซวนหยวนโดยตรง
“ผมคือหนึ่งในผู้นำระดับสูงของสำนักดาบโบราณ!”
ชายคนที่สองเริ่มแนะนำตัวและก้าวออกมา เขามีร่างที่สูงใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่ใบหน้ากลับดูอ่อนโยนและเป็นมิตร ดวงตาของเขาส่องประกายสีฟ้าเย็นสงบ ราวกับน้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่เหนือทะเลสาบในช่วงฤดูหนาว ทว่าใต้ความเยือกเย็นนั้นแฝงไปด้วยอันตรายที่ยากจะคาดเดา
“และผมคือขุนพลเทพแห่งทิศอุดร ฮยุนมู!”
ฮยุนมู เป็นนักสู้พันธุกรรมระดับสูงในสำนักดาบโบราณ สำนักดาบโบราณเป็นที่รู้จักในหมู่นักสู้พันธุกรรม ว่าเป็นสถานที่ที่เหล่านักดาบฝึกฝนวิชาจนถึงขีดสุด อำนาจของเขาแข็งแกร่งและมีความเชียวชาญในด้านดาบเป็นอย่างมาก มีชื่อเสียงในฐานะผู้ที่ใช้ดาบเป็นรองเพียงแค่หยางจินเหิน
นอกจากนี้ เขายังเป็นหนึ่งในนักสู้่พันธุกรรมที่ใช้ดาบได้ทรงพลังมากที่สุดในยุคนี้
“ข้าคือหนึ่งในผู้นำสูงสุดแห่งสมาพันธ์ผู้ใช้พลังจิต!”
ชายคนที่สามปรากฏตัว เขาดูมีอายุมากที่สุด ผมของเขาเป็นสีขาวเหมือนหิมะ แต่ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความมั่นคงและประสบการณ์ เสื้อคลุมยาวที่เขาสวมสั่นไหวไปตามลมเบาๆ
ขณะที่เขาก้าวเข้ามาข้างหน้าคนอื่นๆ
ดวงตาของเขามีสีเขียวมรกตที่ดูเหมือนจะทะลุผ่านจิตวิญญาณของผู้ที่จ้องมอง
เขาเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ทันย่าต้องตั้งใจฟังทุกคำที่พูด
“ข้าคือขุนพลเทพแห่งทิศประจิม แบคโฮ!”
แบคโฮ เขาเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในผู้ใช้พลังจิตที่ร้ายกาจของโลก ความสามารถของเขาเหนือกว่าขอบเขตของร่างกาย และสามารถควบคุมพลังจิตใจของผู้อื่นได้เพียงแค่การจ้องมอง
สมาพันธ์ผู้ใช้พลังจิตที่เขาดูแลนั้น ถือเป็นแหล่งรวมของนักสู้พันธุกรรมที่ฝึกฝนในด้านจิตวิญญาณและพลังลึกลับต่างๆโดยเฉพาะ