จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 115 แผ่นดินมีคนเก่งมากมายจากรุ่นสู่รุ่น

            เย่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆอยู่ด้านหน้าเตาปรุงยา

            ทันใดนั้นเขาได้เรียกอัคคีเทวะเข้าไปยังเตาปรุงยาจากนั้นทำการใส่สมุนไพรวิญญาณทั้งสามต้นเข้าไปด้านในโดยพร้อมเพรียงกัน

            เย่เฉินรวบรวมจิตใจไว้ในระดับสูงพลังจิตวิญญาณ พลังปราณ และในเวลาเดียวกันอัคคีเทวะก็หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์สมุนไพรวิญญาณทั้งสามต้นที่ถูกใส่เข้าไปในเตาปรุงยาได้หลอมจนถึงระดับสูงสุดภายในระยะเวลาอันสั้น

            เอ๊ะ?

            ไม่ไกลออกไปสวีฝูที่กำลังมองพลางสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อ และอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว“นี่เพียงไม่กี่วัน วิชาการปรุงยาของเจ้าเด็กคนนี้ชำนาญมากขึ้นเช่นนี้ช่างแปลกประหลาดจริงๆ”

            “ท่านอาจารย์”ในเวลานี้ ฉีเยว่ก็เดินออกมาจากห้องโถงด้านข้าง เมื่อเห็นเย่เฉินกำลังปรุงยานางก็เดินมายังข้างๆ ของสวีฝู

            “เยว่เอ๋อร์นี่เป็นเม็ดยาเสวียนหลิง ซึ่งสามารถรวบรวมรากฐานของแก่นแท้พลังขึ้นมาได้”สวีฝูยื่นเม็ดยาเสวียนหลิงที่เพิ่งได้จากการปรุงยาให้กับฉีเยว่

            “เดี๋ยวอาจารย์ปรุงเม็ดยาหลูตันให้เจ้าสักสองสามเม็ดต่อไปจะได้นำไปใช้ที่สำนักในได้”

            “ขอบคุณท่านอาจารย์”ฉีเยว่ยิ้มพร้อมรับเม็ดยาเสวียนหลิงมาไว้ในมือจากนั้นชำเลืองมองไปยังเย่เฉินที่อยู่ไม่ไกล และถามอย่างสงสัย“นี่เขากำลังกลั่นยาชนิดใด”

            “เม็ดยาเสวียนหลิง”

            “ยา...ยาเสวียนหลิงหรือ?” ฉีเยว่ตกตะลึงทันที หลังจากตกตะลึงนางก็มองไปทางสวีฝูอย่างหยั่งเชิง “เม็ดยาเสวียนหลิงเป็นเม็ดยาวิญญาณระดับสองทำไมจู่ๆ ท่านอาจารย์ถึงได้รีบสอนเขาปรุงยาเสวียนหลิงล่ะ?”

            “ข้าไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น”สวีฝูหาได้สนใจไม่ จากนั้นมองไปที่เย่เฉินและสบถอย่างไม่สบอารมณ์ “เขาอยากจะลองเองเขาคิดว่าการปรุงยามันเป็นเรื่องง่ายขนาดนั้นเชียวหรืออย่างไร?”

            “ลองดูก็น่าจะไม่มีปัญหา!”

            “ขั้นตอนการกลั่นเม็ดยาวิญญาณระดับสองยุ่งยากมากหากมีความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยการปรุงยาก็จะล้มเหลวและความยากในการปรุงยาชนิดนี้เทียบไม่ได้กับเม็ดยาวิญญาณระดับหนึ่งเจ้าเด็กคนนี้ทะนงตนมากเกินไปดูเหมือนว่าอาจารย์จำเป็นจะต้องหาเวลากำจัดความลำพองใจของเขาเสียแล้ว”

            ฉีเยว่ไม่ได้พูดอะไรเพียงยิ้มเบาๆ และนั่งลงข้างๆ สวีฝู พร้อมกับเฝ้ามองเย่เฉินปรุงยาอย่างเงียบๆ

            เย่เฉินที่อยู่ด้านหน้าเตาปรุงยากลับมีสีหน้าที่ไม่ได้จริงจังอย่างที่คิดไว้ตรงกันข้ามกลับรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย ทุกครั้งที่ใส่สมุนไพรวิญญาณเข้าไปเขาก็สามารถกลั่นแก่นแท้ออกมาได้อย่างชำนาญจากนั้นแก่นแท้สมุนไพรวิญญาณหลอมรวมเข้ากับอย่างอื่น

            “ผู้อาวุโสเจียงไท่ซวีข้าเริ่มเข้าใจความน่ากลัวของเนตรวงล้อเทวะแล้ว” ในขณะที่เย่เฉินปรุงยาเขาก็ได้พบกับความพิศวงเร้นลับที่น่ากลัวของเนตรวงล้อเทวะเข้า

            “หากข้าเดาไม่ผิดเนตรวงล้อเทวะไม่เพียงสามารถวิเคราะห์และคัดลอกวิชาการปรุงยาของผู้อื่นได้เท่านั้นแต่ยังสามารถวิเคราะห์และคัดลอกเคล็ดวิชาลึกลับของผู้อื่นได้อีกด้วยแค่ใช้เนตรวงล้อเทวะดูเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำลายความลึกลับที่มีอยู่ได้”เย่เฉินพึมพำ และเหมือนจะได้พบกับสมบัติอันล้ำค่าแล้ว

            เขาแอบข่มความประหลาดใจเอาไว้ในใจและโบกมือขึ้นอีกครั้งนำสมุนไพรวิญญาณห้าต้นเข้าไปในเตาปรุงยา

            ด้วยวิธีนี้เวลาครึ่งชั่วยามก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            ห่างออกไปไม่ไกลร่างสวีฝูที่นอนเอนกายอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นนั่งเขาหรี่ตามองไปยังเย่เฉินที่ยังคงหมกมุ่นอยู่กับเตาปรุงยา และพึมพำ“จะเป็นไปได้อย่างไร ขั้นตอนการปรุงยาที่ยุ่งยากขนาดนี้นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะทำออกมาไม่ผิดพลาดเลยสักครั้ง พรสวรรค์ของเจ้าเด็กคนนี้...”

            ในฐานะนักปรุงยาที่มีชื่อเสียงมายาวนานสวีฝูรู้สึกตกใจอย่างมากการปรุงยาของเม็ดยาเสวียนหลิงเม็ดยาวิญญาณระดับสองนั้นมีความยุ่งยากซับซ้อนอย่างมากข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้การปรุงยาล้มเหลวได้แต่เพียงไม่กี่วันหลังจากที่เย่เฉินได้สัมผัสกับการปรุงยากับเม็ดยาเสวียนหลิงนึกไม่ถึงเลยว่าเขาทำออกมาได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาดเลยแม้แต่น้อยและจะไม่ให้เขาตกใจได้อย่างไร

            ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้เขายิ่งตกใจก็คือเขาไม่เคยนำวิธีการเผายาของเม็ดยาเสวียนหลิงให้กับเย่เฉินดูมาก่อนเลย

            นี่เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดการปรุงยาเทียบไม่ได้กับการฝึกตน เม็ดยาทุกชนิดล้วนมีวิธีการเผายาที่สอดคล้องกันหากไม่มีคำอธิบายที่ละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเผายา ก็จะเกิดความผิดพลาดในกระบวนการปรุงยาขึ้นได้อย่างง่ายดาย

            แต่ตอนนี้ปราศจากตำราวิธีการเผายา เย่เฉินเพียงมองการปรุงยาของเม็ดยาเสวียนหลิงแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำการปรุงยาเม็ดยาเสวียนหลิงได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาดใดๆแม้แต่นิดเดียว ในความแม่นยำ และพรสวรรค์เช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกละอายใจ

            ทันใดนั้นสวีฝูก็ลุกขึ้นยืน และเดินมาที่ข้างเตาปรุงยาช้าๆ

            “ผู้อาวุโสสวีท่านรอสักครู่ ข้าใกล้เสร็จแล้ว” เมื่อเห็นว่าสวีฝูเดินเข้ามาเย่เฉินก็เหลือบมองไปที่สวีฝูในขณะกำลังควบคุมอัคคีเทวะ

            “การปรุงยาเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยรวบรวมสมาธิให้ดีหน่อย” สวีฝูอดไม่ได้ที่จะตำหนิ

            “อย่าจริงจังไปเลย! นี่ข้าก็กำลังทำการปรุงอยู่ไม่ใช่หรือ!”เย่เฉินงอริมฝีปาก

            สวีฝูไม่ได้พูดอะไรอีกแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

            การปรุงยาต้องเลี่ยงการถูกรบกวนให้มากที่สุดขนาดเขาที่เป็นนักปรุงยาที่มีชื่อเสียงมายาวนานยังไม่กล้าที่จะเบนความสนใจไปพูดจากับใครส่วนเย่เฉินที่อยู่ตรงหน้าไม่เพียงแต่จะไม่เสียสมาธิจากคำพูดเท่านั้นแต่เขากลับยังสามารถการปรุงยาได้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งนั่นทำให้เขาตกใจ

            ยิ่งไปกว่านั้นในระหว่างที่เขาแอบมองไปที่สีหน้าของเย่เฉินอยู่หลายครั้ง สีหน้าของเย่เฉินไร้ร่องรอยของความตึงเครียดแต่กลับยังคงผ่อนคลายอย่างมาก

            “เจ้าเด็กคนนี้แปลกอะไรขนาดนี้”สวีฝูบ่นพึมพำ ความมืดและแสงสว่างของดวงตาเขาก็มืดมนลง

            “บัวชบาสีครามดอกเปลวเพลิงหยก”เย่เฉินที่อยู่ด้านข้างได้โบกสมุนไพรวิญญาณทั้งสองต้นที่อยู่ในมือ และขณะที่มันกำลังจะถูกเขาโยนเข้าไปในเตาปรุงยากลับถูกสวีฝูที่อยู่ด้านข้างหยุดเอาไว้เสียก่อน

            “เจ้าหนุ่มแต่เมื่อกี้ข้าไม่ได้ปรุงแบบนี้” สวีฝูกล่าวด้วยเสียงทุ้ม“บัวชบาสีครามเป็นกลุ่มธาตุน้ำ ดอกเปลวเพลิงหยกเป็นกลุ่มธาตุไฟเจ้าเอาพวกมันมากลั่นเข้าด้วยกัน แน่ใจว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้น?น้ำและไฟไม่อาจเข้ากันได้ ข้อห้ามชัดเจนขนาดนี้ เจ้ามองไม่ออกหรือ? หยุดเถอะ! ข้าจะเอาวิธีการเผายาของเม็ดยาเสวียนหลิงให้เจ้าดูการปรุงของเม็ดยาเสวียนหลิง หากเกิดความผิดพลาดใดๆอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของการปรุงยาได้”

            “แน่นอนข้ารู้ดีว่าบัวชบาสีครามเป็นกลุ่มธาตุน้ำ ดอกเปลวเพลิงหยกเป็นกลุ่มธาตุไฟ จึงยิ่งรู้ว่าน้ำและไฟไม่อาจเข้ากันได้”เย่เฉินยิ้ม แต่เขายังคงนำบัวชบาสีครามและดอกเปลวเพลิงหยก ใส่เข้าไปในเตาปรุงยา

            “เจ้ามันเด็กไม่เอาไหนนี่มันจะไม่สิ้นเปลืองสมุนไพรวิญญาณเอาหรือ?” สวีฝูเป่าเคราและจ้องมองไปยังเขาทันที

            เย่เฉินยิ้มออกมาอย่างไม่คาดคิด“ผู้อาวุโส บัวชบาสีครามและดอกเปลวเพลิงหยกมีคุณสมบัติติดตัวมาตั้งแต่เกิดที่แตกต่างกัน ซึ่งธาตุหนึ่งคือน้ำ ธาตุหนึ่งคือไฟพูดตามหลักแล้วมันจะไม่รวมเข้าด้วยกัน แต่การปรุงยาที่เหมือนกับการฝึกตนก็ต่างต้องใช้ความพิถีพิถันในการปรับสมดุลไม่ใช่หรือ!”

            พูดจบเขาก็โบกมือและนำสมุนไพรวิญญาณต้นหนึ่งที่เรียกว่าหญ้าเสวียนหลิงโยนเข้าไปในเตา และยิ้ม“หญ้าเสวียนหลิง มีความอ่อนโยนมาแต่กำเนิด มันอาจทำให้ตัวมัน บัวชบาสีครามและดอกเปลวเพลิงหยกรวมเข้าด้วยกันได้!”

            ยังไม่ต้องพูดถึงสวีฝูก็ตกตะลึงกับคำพูดของเย่เฉินที่พูดออกมา

            “หญ้าเสวียนหลิงบัวชบาสีคราม ดอกเปลวเพลิงหยก” สวีฝูพึมพำและแอบขบคิดกับตนเอง

            “ใช่! ทำไมข้าคิดไม่ถึงล่ะ?”สวีฝูลูบเคราพลางกำลังคิดอะไรบางอย่าง “แม้ว่าน้ำและไฟจะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ส่งผลกระทบต่อกัน แต่กลับสามารถปรับสมดุลเข้าหากันได้และยังใส่หญ้าเสวียนหลิงเข้าไปเป็นตัวกลาง น่าทึ่ง มันน่าทึ่งจริงๆ !”

            ดวงตาของสวีฝูเต็มไปด้วยความประหลาดใจในฐานะนักปรุงยา เขาปฏิบัติตามวิธีการในการเผายามาโดยตลอดและไม่เคยใส่ธาตุน้ำกับธาตุไฟเข้าด้วยกันเพื่อทำการปรุงยา

            ตอนนี้เย่เฉินกลับเริ่มรู้จักทำในสิ่งที่ขัดแย้งกัน และปฏิบัติตามแบบแผนนั้นอย่างเงียบๆ

            “ใบเพลิงดอกสัตตดาราหญ้าน้ำยาโลหิตและผลน้ำลายงู”เย่เฉินที่อยู่ด้านข้างเทสมุนไพรวิญญาณและผลไม้วิญญาณลงไปในเตาปรุงยาอย่างต่อเนื่อง

            ในขณะที่กำลังครุ่นคิดสวีฝูก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเย่เฉิน และแววตาก็แสดงออกถึงความประหลาดใจพฤติกรรมของเย่เฉินในวันนี้เกินความคาดหมายของเขาจริงๆ อายุเท่านี้ก็มีความเข้าใจและวิชาในการปรุงยานี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน

            “บางทีเขาอาจจะปรุงเม็ดยาเสวียนหลิงออกมาได้จริงๆ”สวีฝูพึมพำกับตนเองและยืนนิ่งงันไม่ไหวติง

            จากนั้นเย่เฉินก็ไม่กล้าที่จะประมาท เพราะการปรุงยาได้มาถึงช่วงเวลาที่สำคัญมากตรงหน้าผากของเขาก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ และมีสีหน้าก็ซีดเผือดมากแม้ว่าเขาจะสามารถล้วงความลับของการปรุงเม็ดยาเสวียนหลิงได้แต่พลังจิตวิญญาณเริ่มลดลง

            “ท่านอาจารย์เขาดูท่านปรุงเม็ดยาเสวียนหลิงเพียงครั้งเดียวจริงหรือ?” ฉีเยว่ที่อยู่ไม่ไกลออกไปมองไปยังสวีฝูอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            สวีฝูพยักหน้าเบาๆและไม่สามารถปกปิดความตกใจที่อยู่ในสายตาเอาไว้ได้“พรสวรรค์การปรุงยาของเจ้าเด็กคนนี้ เทียบได้กับตาเฒ่าตันเฉินพรสวรรค์การปรุงยาของเขาพอที่จะเทียบได้กับตันหวังเมื่อพันปีก่อน”

            “ตัน...ตันหวัง?” ฉีเยว่ที่กำลังมีสมาธิก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง“ที่ท่านอาจารย์พูดถึงนั้นคือท่านอาวุโสที่เกือบจะปรุงเม็ดยาผสานฟ้าออกมาได้ใช่หรือไม่?”

            สวีฝูพยักหน้าอีกครั้ง

            ฉีเยว่ตกตะลึงเป็นอย่างมากที่นักปรุงยาอย่างสวีฝูผู้ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานจะยกย่องเย่เฉินและนำไปเปรียบเทียบกับตันเฉินรวมทั้งเมื่อเทียบกับตันหวังเมื่อพันปีก่อนมันช่างดูพิเศษอะไรอย่างนี้!

            เม็ดยาจงออกมา!

            ขณะที่สวีฝูและฉีเยว่ตกตะลึงอยู่นั้นก็ไม่ต้องการที่จะส่งเสียงอะไรดังออกมากระทบเย่เฉิน เมื่อเขาตบเตาปรุงยาเม็ดยาสีครามเม็ดหนึ่งก็ลอยออกมา จากนั้นเขาก็คว้ามาไว้ในมือ

            เพราะการปรุงเม็ดยาเสวียนหลิงนั้นทำให้พลังของเขาลดลง ขณะที่เขากำลังคว้าเม็ดยาเสวียนหลิง ก็ทรุดตัวลงไป ฉีเยว่จึงต้องไปลากตัวออกมา

            “ไม่คิดว่าเขาจะปรุงมันออกมาได้จริงๆ”เมื่อมองไปที่เย่เฉินที่อยู่ไม่ไกล สีหน้าของสวีฝูได้ตกตะลึง เขาอายุไม่กี่ปีเอง! เขาอยู่แค่ขั้นรวมพลังเท่านั้น ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกอับอาย