มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 35 ทัพฮานบุก

    “ ใช่แล้ว ข้าคิดว่า มันเหมาะสมกับเจ้าที่สุด การเขียนยันต์นั้น เป็นการฝึกฝนพลังปราณจิตเบื้องต้น  ถูกแบ่งออกเป็น สามประเภท คือ ยันต์ป้องกัน ยันต์ต่อสู้ และ ยันต์รักษา ซึ่งเจ้าจะต้องศึกษาไปทีละประเภท นี่คือตำราที่รวบรวมวิชาเต๋าของสำนักเรา เรียกว่า ตำราจิตเทพจักรวาล”

    นักพรตทงที ยื่นตำราหนังสัตว์เก่าๆ แต่ยังมีสภาพที่สมบูรณ์มอบให้กับเขา

    ราเชนเองไม่รู้ว่าจะอ่านรู้เรื่องหรือไม่ แต่พอเห็นหน้าตำรา ก็เข้าใจความหมายของตัวอักษรได้ ก็โล่งใจ พอเปิดหน้าต่อไป ก็พบว่าเขานั้นสามารถอ่านตัวอักษรที่เขียนไว้ได้อย่างเข้าใจ และยังมีรูปสัญลักษณ์ และวิธีการเขียนอย่างละเอียดอีกด้วยมีบางบทก็สอนเรื่อง การอัญเชิญวิญญาณ ส่งวิญญาณ ควบคุมวิญญาณ วิชาค่ายกลต่างๆ และยังมีการสอนศาสตร์ฮวงจุ้ยอีก  คงจะเป็นวิชาพวกนักพรตทั้งหลายที่เขาร่ำเรียนกัน

    “ จำเอาไว้ สิ่งที่สำคัญของผู้ฝึกฝนพลังปราณจิต คือ ต้องมีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา ดังนั้น เจ้าต้องควบคุมลมหายใจเข้าออก ตลอดเวลา สติของเจ้าจะได้มั่นคงไม่วอกแวก ในกล่องแรกนี้ คือ อุปกรณ์การเขียนยันต์  มีพู่กันที่ทำจากขนนกหงส์ฟ้า หมึกที่เขียนทำจากเลือดของสัตว์หลายชนิด ข้าเป็นคนสะสมเอาไว้ มีทั้งเสือดาว นกอินทรี งูเห่า เต่าทะเล ปลาฉลาม ส่วนกระดาษยันต์นั้นใช้กระดาษเจ็ดสี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ว่าเจ้าจะเขียนยันต์ประเภทไหน ส่วนที่อยู่ในกล่องที่สองนี้คือ แผ่นโลหะผสมระหว่างทองกับเงิน และก็มีพู่กันโลหะ เจ้าไว้ใช้เมื่อเจ้าบรรลุถึงขั้นสูงขึ้น เจ้าก็สามารถสลักยันต์กับอาวุธต่างๆ ได้"

    นักพรตทงทีมองอุปกรณ์การเขียนยันต์ให้กับเขาเป็นจำนวนอีกสองกล่อง เพื่อฝึกฝน ราเชนได้แต่เก็บเอาไว้ใน แหวนมิติของเขา แล้วคิดว่าจะอ่านตำราจิตเทพจักรวาลให้เข้าใจเสียก่อน ค่อยเริ่มฝึกฝน

    จากนั้นราเชนก็ขอลากลับบ้าน ไปบอกกับแม่รั่วหลาน เพื่อฝึกฝนบนเตียงศิลาเย็นพันปี ที่สำนัก ซึ่งพอแม่รั่วหลานได้ยิน ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง

    แม้ว่าราเชนไม่อาจฝึกฝนพลังปราณยุทธ์ แต่ก็สามารถฝึกฝนพลังปราณจิตได้

    ต้าเฉิงที่รู้ข่าวก็มาร่วมยินดีด้วย

    “ ข้ายินดีกับเจ้าด้วย ที่เจ้าสำนักรับเจ้าเป็นศิษย์สายตรงของท่าน ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ต่างรู้จักเจ้ากันทั้งนั้น คนที่เคยรังแกเจ้า ก็ไม่กล้าหือกับเจ้าอีกแล้ว ส่วนอาจารย์ถงเหล่า ก็รับข้าเป็นศิษย์สายตรงของเขาอีกด้วย ต่อไปข้าจะได้ฝึกฝนวิชาการสร้างศาสตราวุธ อย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที

    “ ต้องขอบใจเจ้าเช่นกัน ช่วงนี้ข้าต้องไปพักที่สำนัก คงไม่ได้กลับบ้านอีกนาน เจ้ามีอะไรก็ไปหาข้าได้ที่ถ้ำศิลาเย็นนะ”

    “ ข้าเองก็คงไม่กลับบ้าน คงต้องกินนอนที่สำนักเหมือนกัน เอาไว้ว่าง ข้าจะไปเยี่ยมเจ้า”

    “ ความจริงข้าอยากไปเมืองหลวง เพื่อไปทวงเงินองค์ชายรอง แต่ว่าตอนนี้ข้าคงไปไม่ได้แล้ว คงต้องให้ผ่านการฝึกฝนไปก่อน ”

    “ ถ้าเจ้าไปเมื่อไร บอกข้าด้วย ข้าก็อยากไปเมืองหลวงเหมือนกัน”

    “ อืม”

    คืนนั้นราเชนเห็นเจ้าโมโม่ กลับมานอนข้างเตียงเขาเหมือนเดิม แต่ว่าดวงตาของมันดูแปลกๆ ไป จมูกของมันก็มีสีแดงแทนที่จะเป็นสีดำ

    “ นี่เจ้าไปทำอะไรมา จมูกถึงได้แดงกล่ำขนาดนี้ เจ้าถูกพิษมาหรือเปล่า”

    ราเชนสงสัย เลยนำผลโพธิสัตว์แบ่งให้มันไป 1 ชิ้น เจ้าโมโม่รีบกินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ทว่า ตาและจมูกสีแดงของมันกลับยังคงเป็นเหมือนเดิม

    “ ไม่ได้ถูกพิษนี่ พรุ่งนี้ข้าต้องไปอยู่ที่สำนัก คงไม่ได้กลับมาอีกนาน เจ้าอยู่บ้านต้องคอยดูแลแม่ของข้าให้ดีด้วยนะรู้ไหม”

    เจ้าโมโม่เหมือนกับรู้เรื่องที่เขาพูด มันพยายามเห่า และเขามาคลอเคลียเขาเหมือนแมว เหมือนจะบอกว่ามันอยากจะไปอยู่ด้วย

    “ ไม่ได้ ข้าต้องอาศัยในถ้ำศิลาเย็น ไม่มีเวลาหาอาหารให้กับเจ้า อยู่ที่นี่ดีแล้ว”

    ราเชนลูบหัวเจ้าโมโม่ ซึ่งมันคงรู้ เลยทำคอตก แล้วลงไปนอนข้างเตียง ที่นอนของมันเหมือนเดิม

    รุ่งขึ้นราเชนก็ได้มาเริ่มฝึกฝนพลังจิตเทพจักรวาล และ เริ่มฝึกฝนการเขียนยันต์เบื้องต้น สิ่งที่เขาทำเป็นอันดับแรก คือการเขียนยันต์เพื่อใช้ในการรักษา

    “ การเขียนยันต์รักษา ต้องใช้กระดาษยันต์สีเหลือง เขียนตัวอักษรว่า รักษา"  นักพรตทงทีเริ่มสอนบทเรียนแรกให้กับเขา ราเชนก็สงสัยทันที

    "แค่เขียนลงกระดาษ แล้วเผาไฟ แล้วจุ่มไปในน้ำ ก็รักษาได้ทุกโรคเลยหรือขอรับท่านอาจารย์”

    “ ไม่เสมอไป กระดาษสีเหลืองนั้น ชุบด้วยผงสมุนไพรแก้ไข้หวัดทั่วไปเท่านั้น ไม่อาจรักษาทุกโรคได้ แต่เราจะใช้ผงสมุนไพรที่จะช่วยรักษาโรคมาบดเป็นผง ผสมกับเลือดสัตว์ต่างๆ มันจะช่วยรักษาได้ระดับหนึ่ง และหากพลังปราณจิตเข้มแข็งเท่าใด โรคภัยไข้เจ็บก็จะหายเร็ว ขึ้น เป็นการรักษาด้วยสมุนไพรกับ พลังจิต  เรื่องนี้เจ้าต้องฝึกเขียนแล้วทดลองกับสัตว์เล็กๆ ก่อน แล้วค่อยเริ่มใช้กับคน"

    ราเชนพยักหน้า แล้วก็มาอ่านเรื่องโลหิตสัตว์ต่างๆ ที่่จะเขียนลงไปในแผ่นยันต์รักษา

    “ โลหิตเสือดาว รักษาอาการไอ และ ปอดอักเสบ โลหิตหงส์ไฟ รักษาหยินบกพร่อง โอ้ นี่ข้าต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้ด้วยหรือเนี่ย” ราเชนบ่นออกมาเบาๆ

    “ เจ้ามีปัญหารึ?”  นักพรตทงที เอ่ยด้วยรอมยิ้ม

    “ ไม่ ไม่มีขอรับ” ราเชนเริ่มฝึกเขียนยันต์สีเหลืองด้วยโลหิตสัตว์ต่างๆ ช่วงแรกๆนั้น ยันต์ที่เขียนนั้นเสียไปเกือบทั้งหมด ใช้ไม่ได้สักแผ่น เพราะพลังจิตของเขายังไม่กล้าแข็ง ตัวอักขระยันต์จึงไม่สามารถมีพลัง นี่ยังไม่ได้ทันทดลองใช้เลย

    นักพรตทงทีก็บอกว่าใช้ไม่ได้ ราเชนฝึกฝนเพียรพยายามฝึกฝน อย่างต่อเนื่องจนเขาสามารถนำไปทดลองใช้กับสัตว์เช่นพวกกระต่าย ไก่ หมู และหนู ซึ่งพวกมันก็พอจะหายได้แต่บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น นักพรตทงทีบอกว่า นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น ไม่ต้องรีบร้อนไป เมื่อพลังจิตกล้าแข็งขึ้น ก็จะยิ่งมีพลังในการรักษามากขึ้นตามไปด้วย

    เวลาผ่านไป สามเดือน ราเชนก็ฝึกฝนพลังปราณจิต ระดับที่ 15 ได้เป็นผลสำเร็จ

    เขาเริ่มเขียนยันต์ต่อสู้ โดยใช้ยันต์สีแดง เขียนอักษรหยุด คู่ต่อสู้พอถูกยันต์ ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่นั่นก็ทำได้เฉพาะคนที่พลังไม่เกิน ระดับเดียวกับเขาเท่านั้น แต่หากคู่ต่อสู้มีพลังปราณสูงกว่า ก็ไม่อาจใช้การได้ แต่ราเชนตอนนี้เน้นฝึกฝนยันต์ระเบิดควัน และ ยันต์หายตัว เพราะหากสู้กันยอดฝีมือที่เหนือกว่า ของเหล่านี้ น่าจะช่วยเขาหลบหนีไปได้

    เวลาผ่านไปอีกสามเดือน ราเชนนั้นแม้จะพยายามอดอาหาร แต่พอเริ่มกินอาหาร เขาเหมือนกับโดนผีสิงไม่เป็นตัวของตัวเอง กลับกินอย่างเต็มที่ พอกินจนอิ่มเขาจึงค่อยเริ่มรู้สึกตัว ว่าไม่น่ากินมากขนาดนี้เลย ร่างกายของเขาจึงได้มีน้ำหนักอ้วนเหมือนเดิม ไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย

    วันนี้ราเชนฝึกใช้ยันต์ระเบิด ซึ่งกระดาษยันต์เป็นแค่กระดาษธรรมดา ไม่ได้เคลือบสารแอมโมเนียไนเตรท หรือ โปแตสเซียมคลอเร็ต หรือสารที่ทำปฏิกิริยากับอากาศแล้วจะทำให้เกิดระเบิดขึ้น แต่กลับใช้เลือดของแมลงเต่าไฟ เขียนลงไปเท่านั้น พอขว้างออกไป ก็จะเกิดระเบิดขึ้นมา อย่างน่าประหลาดใจ

    ซึ่งนักพรตทงที ทดลองให้เขาเห็น ยันต์ระเบิดถึงกับทำลายต้นไม้ใหญ่ล้มโค่นลงได้ ส่วนของราเชนมีอานุภาพคล้ายกับระเบิดกระเทียมเท่านั้นเอง

    “ อาจารย์ฝึกกี่ปีถึงจะได้ระดับนี้ขอรับ”

    “ ก็ไม่นานเท่าไร แค่สามสิบปีเท่านั้นเอง”

    “ อะไรนะ สามสิบปี?” ราเชนแทบจะเลิกฝึก อยากจะเสาะหาสารเคมีตั้งต้น มาทำระเบิดมือ เก็บเอาไว้จะดีกว่า

    “ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรสำเร็จทันทีทันใด อาณาจักรทั้งห้า กว่าจะเป็นปึกแผ่นมาได้ต้องใช้เวลานับพันปี แค่สามสิบปีแค่นี้ไม่เท่าไรหรอก”

    ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณระฆังเตือนภัยของสำนักเมฆาม่วง ก็ดังขึ้น

    “ อาจารย์เสียงระฆังนี่คือ?” ราเชนเอ่ยอย่างสงสัย

    “ มันเป็นเสียงระฆังเตือนภัย นับแต่ข้าเป็นเจ้าสำนัก ยังไม่เคยได้ยินเสียงระฆังเตือนภัยดังมาก่อน ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่นอน”

    นักพรตทงทีเอ่ยไม่ทันจบ ศิษย์รับใช้คนหนึ่งก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานว่า

    “ สำนักพันดารา พาสัตว์อสูรบุกเข้ามาทำร้ายศิษย์ของเราบาดเจ็บไปหลายคน ตอนนี้อาจารย์ถงเหล่า อาจารย์ซ่งหลิง อาจารย์ชิงอี้ ต่างช่วยกันต้านทานพวกมันเอาไว้ขอรับ”

    “ สำนักพันดารา อยู่นอกด่าน มันสาบสูญไปเป็นร้อยปีแล้ว เหตุใดถึงได้บุกเข้ามาในอาณาจักรประจิมของเราได้”   นักพรตทงทีเอ่ยขึ้นมาอย่างแปลกใจ แล้วเคลื่อนตัว ออกไปในทันที ราเชนกับศิษย์รับใช้รีบตามไปติดๆ

    “ พวกมันมากันกี่คน?” ราเชนถามศิษย์รับใช้ ที่มีอายุได้ สามสิบปีแล้ว

    “ พวกมันมากันประมาณ 30 คน แต่ว่า มีสัตว์อสูรตัวใหญ่มาด้วยอีกหลายตัว”

    ศิษย์รับใช้เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น ราเชนเลยรีบวิ่งออกไปดูอยากรู้ว่า สำนักพันดารา กับ สัตว์อสูรร้ายกาจสักแค่ไหน ขนาดถึงต้องตีระฆังเตือนภัยกันเลยทีเดียว

    พอไปถึง ลานศิลาหน้าสำนัก ก็ได้แต่ยืนตะลึง เห็นช้างยักษ์ตัวขนาดใหญ่เท่ากับตึกสามชั้น 1 ตัว ยืนตระหง่านอยู่กลางลานศิลา ด้านข้างยังมี มีเสือเขี้ยวดาบ งูจงอางยักษ์ และ อินทรียักษ์ ยืนเรียงกันสี่ตัว มีคนยืนอยู่ด้านหน้าพวกมันเกือบสิบคน โดยมีสตรีระดับปรมาจารย์คนหนึ่ง ใส่ชุดหนังสัตว์เกาะอก ขาสั้น เป่าขลุ่ยควบคุมฝูงงูพิษ นับพัน เคลื่อนตัวเข้าฉกกัดศิษย์สำนักเมฆาม่วง ทำให้แต่ละคนถูกกัด นอนร้องครวญครางดิ้นไปมาอย่างเจ็บปวด  โดยที่อาจารยชิงอี้ ได้ทำการต่อสู้โดยใช้พิณสังหารออกมาต่อสู้ แต่ทว่า ไม่อาจต้านทานพลังของเพลงขลุ่ยได้ ถูกพลังขลุ่ยเป่ากระแทกสายพิณขาด บาดเจ็บ เหล่าศิษย์ต้องมาช่วยกันต้านฝูงงูอย่างทุลักทุเล

    ส่วนอาจารย์ ถงเหล่า ก็ถูกชายร่างยักษ์ระดับปรมาจารย์เช่นกัน ฟาดด้วยฆ้อนคู่ จนกระเด็นกลิ้งไปมาไม่อาจต้านทานได้ ถึงกับกระอักเลือด  กองทัพงูพิษ ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปซ้ำเติมต่อ

    ส่วนอาจารย์ซ่งหลิง ก็ใช้พลังปราณกระบี่ปล่อยออกไปนับพันกระบี่ แต่ทว่า ไม่อาจต้านทาน พัดเหล็กของขายหนุ่มปรมาจารย์หน้าขาว ที่ซัดออกมาด้วยอาวุธลับ ถูกแขนของนางจนได้รับบาดเจ็บ กระบี่ที่ถือ ถึงกับกระเด็นหลุดมือ ทั้งหมดยืนอยู่หน้าอาคารที่ทำการเจ้าสำนัก โดยมีกองทัพงูเป็นจำนวนมากล้อมเอาไว้

    แต่ทันใดนั้นเอง นักพรตทงที ก็ลอยลงมายืนอยู่ระหว่างกองทัพงูพิษ กับ เหล่าอาจารย์และศิษย์สำนักเมฆาม่วงทั้งหมด แล้ว ตวัดฝ่ามือออกไป มียันต์สีแดงพุ่งออกจากฝ่ามือไปหลายร้อยใบ มันลอยออกไปเป็นรูปมังกรเพลิง เผาผลาญกองทัพงูพิษ จนตายไปเป็นเบือ ที่เหลือก็ต่างหลบหนีหายไปในทันที

    “ เจ้าสำนัก” ทุกๆ คนร้องออกมาอย่างดีใจ

    “ นักพรตทงที ในที่สุดเราก็เจอกันจนได้” ชายกลางคน ยืนบนช้างตัวใหญ่   เอ่ยออกมาทักทาย

    “ ฮั่วเหยียน เจ้าต้องการอะไรกันแน่?” ที่แท้แล้ว สองคนนี่รู้จักกันมาก่อน

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าต้องการให้คนของสำนักเมฆาม่วง สามิภักดิ์ต่อ จักรพรรดิฮั่นตี้

    แห่งอาณาจักรฮาน”

    “ อาณาจักรฮาน เจ้าพูดเรื่องอะไร อาณาจักรฮาน ถูกโค่นล้มไปแล้วร้อยกว่าปี หรือว่า พวกเจ้า.?”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เดี๋ยวนี้ อาณาจักรฮานได้ถูกรวบรวมขึ้นมาใหม่ โดยมีผู้นำคือจักรพรรดิฮั่นตี้  พวกเราสำนักพันดารา ยอมสวามิภักดิ์แล้ว ท่านควรจะเห็นแก่ ศิษย์ที่บริสุทธิ์เหล่านี้ ยอมสามิภักดิ์จะดีกว่า”

    นักพรตทงทีส่ายหัว

    “ พวกเจ้าคิดจะให้สำนักเมฆาม่วงร่วมเป็นกบฏเหมือนพวกเจ้าอย่างนั้นรึ?”

    “ อาณาจักรปัจจิม ใกล้ล่มสลายแล้ว เหล่าเชื้อพระวงศ์ก็ไร้สมอง หามีใครโดดเด่นไม่ แต่ว่า อาณาจักรฮานกลับมี จักรพรรดิฮั่นตี้ ที่คือเทพแห่งสงครามมาถือกำเนิดใหม่ ท่านควรเข้าร่วมกับพวกเรา อย่าให้ต้องออกแรงบีบบังคับกันเลยดีกว่า”

    “ เทพสงครามรึ? ไร้สาระที่สุด”  นักพรตทงทีเอ่ยออกมา ฮั่วเหยียนยกมือสั่งปรมาจารย์ทั้งสามคน บุกเข้าโจมตีใส่นักพรตทงทีพร้อมๆ กัน……

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน