บทที่ 36 คุณหลี ยังไม่กลับอีกเหรอ?
เธอมองเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา แล้วพูดตะกุกตะกักว่า “หาน..จินหยาง?”
เขาใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาลเหรอ?
“ดูเหมือนว่าการปลอมตัวของผมจะล้มเหลวสินะ อินอินยังจำผมได้อยู่” ขณะหมุนตัว หานจินหยางก็ก้มกระซิบข้างหูเธอ “เราไม่ได้เต้นรำด้วยกันนานแล้วนะ”
ในวินาทีที่จำเขาได้ ไม่เพียงแต่ร่างกายของหลีเกอจะแข็งทื่อ ฝีเท้าของเธอก็เริ่มไม่เป็นจังหวะ แต่หานจินหยางก็ยังมีวิธีที่จะทำให้เธอไม่ก้าวพลาด และยังพาไปตามจังหวะของเขาได้
เพลงค่อย ๆ ช้าลง ชายหญิงก็โอบกอดกันและโยกตัวเบา ๆ
หานจินหยางถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลา เขาซบลงที่ข้างคอของหลีเกอ พอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวก็ทำให้เขาคิดถึงเธอจนแทบคลั่ง อยากกอดเธอเหลือเกิน
หลีเกอถูกเขากุมมือไว้แน่น ดึงเท่าไหร่ก็ไม่หลุด จึงถามอย่างขุ่นเคืองว่า “หานจินหยาง คุณมาประเทศ H ต้องการจะทำอะไรกันแน่!”
เธอเบื่อเกมแมวจับหนูแบบนี้เต็มทีแล้ว
“อินอิน ฟู่ซือเหยียนไม่ใช่คนดีนะ” หานจินหยางตอบไม่ตรงคำถาม
“เขาแค่หวังผลประโยชน์จากคุณ”
“แล้วคุณล่ะ?” เธอรู้อยู่แล้วว่าฟู่ซือเหยียนเคยช่วยเธอไว้หลายครั้ง แต่ก็มีเรื่องให้เธอช่วยเหมือนกัน และเธอรู้สึกว่าฟู่ซือเหยียนน่าเชื่อถือกว่าหานจินหยาง
เงาที่หานจินหยางทิ้งไว้ให้เธอ เธอจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
“คุณเป็นอินอินของผม สมบัติที่สำคัญที่สุดของผม” หานจินหยางจูบผมของเธอเบา ๆ พูดเสียงอ่อนโยน “ถึงผมจะโกหกคนทั้งโลก ก็จะไม่มีวันโกหกคุณ”
แค่จูบเบา ๆ แต่หลีเกอกลับรู้สึกตัวแข็งทื่อไปทั้งตัว
“อินอิน ฟู่ซือเหยียนสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ กับคุณแต่เขานั้นกลับได้ประโยชน์มหาศาล ข้อตกลงความร่วมมือนั้นอันตรายเกินไป คุณต้องอยู่กับผม มีแค่ผมเท่านั้นที่จะปกป้องคุณได้”
ทำไมถึงเป็นเรื่องข้อตกลงความร่วมมืออีกแล้ว!
ฟู่ซือเหยียนวางแผนซ้อนแผนให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องช่วยเขาในข้อตกลงทางธุรกิจนั้น ตอนนี้หานจินหยางมาหาเธอที่นี่ก็เพราะเรื่องนั้นเช่นกัน
“หานจินหยาง เมื่อเทียบกับฟู่ซือเหยียนแล้วคุณเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก” หลีเกอพูดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย และหันไปสบตากับเขา “ถ้าให้เลือกได้ ฉันขอช่วยเขาดีกว่า”
หานจินหยางยิ้มบาง ๆ “อินอิน อย่าโง่แบบนั้นสิ คุณก็รู้นิสัยของผมดี”
หลีเกอย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ฝันร้ายทั้งคืนตอนที่ส่งเขาเข้าคุกครั้งแรก คงไม่หนีกลับมาและเปลี่ยนชื่อเพื่อแต่งงานใหม่ แต่แล้วเขาก็ตามมาหาเธอจนได้
“อินอิน อย่าไปร่วมมือกับคนแบบนั้นเลย คุณจะเสียเปรียบเขานะ” หานจินหยางยื่นมือมาจัดผมหน้าม้าข้างหูให้เธอ ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก “มีแค่ผมเท่านั้นที่ปกป้องคุณได้”
หลีเกอเม้มมุมปาก “จะปกป้องยังไง ฆ่าฉันงั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นแววตาของหานจินหยางก็ฉายแววซับซ้อนวูบหนึ่ง แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่ เขามองมาที่หลีเกอด้วยสายตาที่เอ็นดูและอ่อนโยนเหมือนเดิม
“อินอิน บางเรื่องมันมองแค่ภายนอกไม่ได้ บางเรื่องมันซับซ้อนกว่าที่คุณคิด”
เขาโน้มตัวลง ริมฝีปากบางเฉียดผ่านแก้มของหลีเกอเบา ๆ แต่หญิงสาวกลับรู้สึกหนาวเย็นมาก พยายามดิ้นรนสองสามครั้ง แต่ก็ไม่สามารถหลุดจากพันธนาการของเขาได้
ตรงกลางฟลอร์เต้นรำฟู่ซือเหยียนกับฉู่ซือเจียวก็กำลังเต้นรำกันอยู่
คนที่เต้นรำมีอยู่ไม่มาก สายตาของฟู่ซือเหยียนเหลือบมองไปเห็นหลีเกออยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ทั้งสองคุยอะไรกันไม่รู้แต่ท่าทางดูสนิทสนมกันไม่น้อย
ตอนแรกเขาคิดว่าหลีเกอเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชาย จึงยิ้มและไม่ใส่ใจอะไร แต่เมื่อแสงไฟสาดไปที่ใบหน้าของหลีเกอ เขาก็เห็นว่าสีหน้าของเธอไม่ค่อยดีนัก ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นคนที่เธอรู้จัก
หานจินหยาง!
หานจินหยางมาประเทศ H โดยไม่ทราบสาเหตุ แล้วยังติดต่อกับหลีเกออยู่หลายครั้ง คาดว่าก็คงเป็นเพราะหวังให้เธอร่วมมือกับเขาเช่นกัน
ในเวลาไม่กี่วินาทีฟู่ซือเหยียนคิดอะไรได้หลายอย่าง เขาจึงส่งสัญญาณเรียกบริกรเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบบางอย่างข้างหู
บริกรพยักหน้ารับ แล้วหายเข้าไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเพลงในงานก็เปลี่ยนเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ทุกคนปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเริ่มเต้นรำกับคู่ของตน ฟู่ซือเหยียนจึงถือโอกาสนี้พาฉู่ซือเจียวเดินเข้าไปด้านใน
เขามองหาจังหวะที่ชายหญิงกำลังหมุนตัว แล้วใช้มือดันหลังฉู่ซือเจียวเบา ๆ เพื่อผลักเธอเข้าไปในอ้อมกอดของหานจินหยาง พร้อมกับดึงหลีเกอเข้ามาแทนที่
ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พอหานจินหยางตั้งสติได้คนในอ้อมกอดก็กลายเป็นฉู่ซือเจียวแล้ว เขามองไปที่ฟู่ซือเหยียนด้วยสายตาดุดัน ส่วนฉู่ซือเจียวนั้นโมโหจนหน้าแดง
นี่พี่เหยียนจะเอาเธอไปแลกกับหลีเกอได้ยังไง! มันจะมากเกินไปแล้ว!
“ปะ...ประธานฟู่?” หลีเกอมองไปที่ฟู่ซือเหยียนตรงหน้า
เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นน่ะ?
“อืม” ฟู่ซือเหยียนตอบรับเบา ๆ พลางพาเธอออกไปยังบริเวณรอบนอกอย่างเนียน ๆ “ไม่ต้องห่วง ภายในหนึ่งเดือนนี้ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด เพราะยังไงคุณก็เป็นพนักงานของผม”
“ขอบคุณค่ะ” หลีเกอเอ่ยขอบคุณเสียงเบา
ฟู่ซือเหยียนยังมีธุระที่ต้องทำ เขาปล่อยมือจากหลีเกอหลังจากพาเธอออกมานอกงาน แต่ไม่คิดว่าฉู่ซือเจียวจะตามออกมาด้วย เธอผลักหลีเกออย่างแรงด้วยความโมโห
หลีเกอล้มลงไปที่โต๊ะเครื่องดื่มที่อยู่ด้านข้าง แก้วแชมเปญที่วางอยู่ล้มระเนระนาด และส่วนใหญ่ก็กระเด็นใส่ตัวหลีเกอ
ฟู่ซือเหยียนได้ยินเสียงเอะอะเขาก็เดินกลับมาประคองหลีเกอให้ยืนขึ้น
ชุดราตรีที่หลีเกอสวมใส่ปกติก็แนบเนื้ออยู่แล้ว ตอนนี้พอเปียกชุ่มด้วยน้ำแชมเปญยิ่งทำให้ชุดแนบเนื้อไปอีก ฟู่ซือเหยียนรีบถอดเสื้อคลุมออกมาคลุมตัวหญิงสาวไว้
“เจียวเจียว” ฟู่ซือเหยียนเห็นฉู่ซือเจียวสีหน้าก็เต็มไปด้วยความโกรธ
ฉู่ซือเจียวยักไหล่เบ้ปากแล้วพูดว่า “พอดีมันมืดเกินไป ฉันเลยมองไม่เห็น ยังไงฉันก็จะชดใช้ค่าชุดให้แล้วกันนะ”
“เธอกลับไปได้แล้ว ผู้ช่วยจางรออยู่ข้างนอก” ฟู่ซือเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไปยืนหันหน้าเข้าผนังสามวัน!”
“พี่เหยียน ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ…”
“หกวัน!”
คำพูดเพียงประโยคเดียวก็ทำให้จำนวนวันของการลงโทษเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ฉู่ซือเจียวแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่กล้าต่อต้าน ตอนที่เธอจากไปเธอยังใช้ไหล่ชนหลีเกออย่างแรง
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความผิดของผู้หญิงคนนี้คนเดียว!
หลีเกอรู้สึกเจ็บที่ไหล่ที่ถูกเธอชน ฟู่ซือเหยียนจึงรีบกล่าวขอโทษก่อนว่า “ขอโทษด้วย พอดีเธอค่อนข้างเอาแต่ใจ ถ้าคุณไม่มีใครไปส่ง งั้นก็รอผมข้างนอกสักครู่ เดี๋ยวผมเสร็จธุระแล้วจะไปส่งคุณกลับเอง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะโทรหาน้องสาว” หลีเกอปฏิเสธความหวังดีของเขา
เมื่อหลีเกอออกไปข้างนอก เธอก็เห็นฉู่ซือเจียวใช้กระเป๋าฟาดใส่ผู้ช่วยจางสองครั้ง จากนั้นก็ขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยความโมโห เธออดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก
นี่ไม่ใช่แค่ตามใจตัวเองนิดหน่อย แต่ถูกตามใจจนเสียคนแล้วต่างหาก
หลีเกอโทรหากวนรั่วหลิงอีกครั้ง
คราวนี้กวนรั่วหลิงรับสายอย่างรวดเร็ว “ฉันขอโทษนะ พอดีฉันมีธุระเลยกลับมาก่อนแล้ว พี่บอกพนักงานที่นั่นก็ได้ พวกเขาจะจัดรถส่วนตัวไปส่งพี่กลับเอง”
“กวนรั่วหลิง!” หลีเกอโกรธมาก “เธอเป็นคนขอให้ฉันมาช่วย แล้วทิ้งฉันไว้ที่นี่เนี่ยนะ?”
“โธ่พี่ ฉันมีธุระจริง ๆ นะ อย่าโกรธฉันเลย ไว้ครั้งหน้าฉันจะไปขอโทษพี่ด้วยตัวเองก็แล้วกัน พี่ไม่ต้องพูดแล้วนะ ระวังตัวด้วยล่ะ! บาย”
เมื่อมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสาย หลีเกอก็อยากจะขว้างมันทิ้งไปเลย
นังเด็กตัวปัญหานี่!
หลีเกอพยายามหาพนักงานมาช่วย แต่พนักงานทุกคนต่างก็ยุ่ง ไม่มีใครสนใจเธอ เธอยืนอยู่บนขั้นบันไดคนเดียวอยู่นาน จนกระทั่งมีคนค่อย ๆ ย่องเข้ามาใกล้
“คุณหลียังไม่กลับอีกเหรอ?”
เมื่อเห็นฟู่ซือเหยียนเดินออกมาจากข้างใน หานจินหยางที่กำลังจะเดินไปหาหลีเกอก็หมุนตัวไปซ่อนตัวอยู่หลังเสาแทน
“ประธานฟู่” หลีเกอรู้สึกอึดอัดใจพอสมควร ก็เธอเพิ่งปฏิเสธไม่ให้ฟู่ซือเหยียนไปส่งนี่นา “ใช่ค่ะ น้องสาวฉันกลับไปก่อนแล้ว ฉันอาจจะต้องให้คนของที่นี่ไปส่ง”
ฟู่ซือเหยียนยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก ผมไปส่งคุณเอง พอดีว่าเป็นทางผ่านพอดี”