เสียงฝีเท้าหนักๆ ของนายพลยาเซอร์และทหารองครักษ์ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไปจากพื้นที่เหนือกำแพงห้องสมุดลับชั้นใต้ดิน การก้าวเดินกวาดตรวจค้นของทหารเป็นไปด้วยความละเอียดและบีบคั้นอารมณ์อย่างสุดขั้ว ทาริกร่างยักษ์ใหญ่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืนนิ่งฟังเสียงจับพิกัดความเคลื่อนไหวจากด้านบน เขารู้ดีว่าความปลอดภัยในห้องสปาลับแห่งนี้อาจลดน้อยลงทุกที เพราะลุงยาเซอร์เริ่มมีประธานความสงสัยต่อตู้หนังสือโบราณและร่องรอยการใช้งานกลไกประตู
"มาดามครับ... เจ้าหญิง... ยาเซอร์เป็นทหารราชสำนักผู้มีประสาทสัมผัสที่ไวเป็นเลิศ เขาเริ่มสังเกตเห็นร่องรอยฝุ่นที่ตู้หนังสือด้านบนแล้ว พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้วครับ ผมจะพาพวกคุณหลบหนีออกไปทางอุโมงค์ใต้ดินเชื่อมต่อลัดเลาะภูเขาไปยังบ้านพักริมผา ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเกาะส่วนตัวโดยด่วนที่สุดครับ" ทาริกเอ่ยเสียงต่ำแหบพร่ากระซิบเตือนขณะดึงเสื้อคลุมซาตินกระชับโอบประคองตัวฉันและอามิรา
พวกเราเร่งขยับกายขยับตัวก้าวเดินตามทาริกไปอย่างเงียบเชียบ ทาริกประคองอุ้มลูกแฝดตัวน้อยสองคนในกระเช้าพกพาที่ปูด้วยผ้าขนแพะแคชเมียร์หนานุ่มอุ่นสบาย เด็กๆ หลับปุ๋ยสม่ำเสมอไร้เสียงรบกวน ทาริกอุ้มพวกเขาด้วยความเบามือและเต็มไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด ส่วนฉันและอามิราในชุดคลุมซาตินบางสีขาวกอดแขนประคองกันและก้าวเดินสับเท้าไปตามทางเดินอุโมงค์หินแกรนิตโบราณที่มืดมิดและหนาวเย็น มีหยาดน้ำเค็มกักชื้นหยดกระทบหินดังเปาะแปะสะท้อนก้อง ลมทะเลชื้นโชยพัดผ่านอุโมงค์นำพาความเหน็บหนาวจนร่างกายของฉันสั่นเทา ผิวกายสีน้ำผึ้งของฉันสัมผัสกับผิวกายขาวละเอียดอวบอัดของอามิราเพื่อส่งไออุ่นแบ่งปันกันท่ามกลางความกลัวที่เกาะกุมใจอย่างเงียบงัน ทางเดินหินแกรนิตแคบลงเรื่อยๆ จนพวกเราต้องเดินเบียดเสียดกันแน่นจนทรวงอกคัพ E ปัดป้องชนกันตลอดเวลา ไอร้อนจากสปาผสมไอเกลือทะเลสร้างกลิ่นอายอับชื้นเยือกเย็น
ในเวลาต่อมาพวกเราก็เดินผ่านพ้นมาถึงบ้านพักริมผา ซึ่งเป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์นหินหรูหราที่ซ่อนเร้นสายตาผู้คนอยู่หลังหน้าผาสูงชันและพุ่มไม้ป่าทึบของเกาะ ตัวบ้านมีระบบอำนวยความสะดวกครบถ้วนและอยู่ห่างไกลสายตาจากท่าเรือหน้าเกาะอย่างมาก ทาริกส่งตัวฉันและอามิราเข้าพักในห้องนอนใหญ่กว้างขวางก่อนที่เขาจะขยับตัวก้าวเดินอ้อมทางเดินป่าเพื่อกลับขึ้นไปรักษาสถานการณ์บนคฤหาสน์หลัก
ในขณะเดียวกัน ด้านบนคฤหาสน์หลักชั้นใต้ดินในห้องเก็บไวน์หรู... คาริมพยายามแสดงไมตรีจิตต้อนรับลุงยาเซอร์ด้วยความนุ่มลึก คาริมพายาเซอร์ก้าวเดินเดินลึกเข้าไปยังชั้นไวน์โบราณและดึงขวดไวน์ฝรั่งเศสชั้นเลิศปี 1945 ยี่ห้อโรมาเน-กงติ และเหล้าคอนยักฝรั่งเศสเก่าแก่อายุร้อยปีปี 1918 ออกมา คาริมดึงจุกก๊อกเปิดขวดส่งกลิ่นไวน์แดงคลาสสิกฟุ้งกระจายอบอวล
"เชิญท่านนายพลลองชิมคอนยักฝรั่งเศสขวดประวัติศาสตร์นี้สิครับ รสชาติที่หมักยาวนานร้อยปีหาชิมได้ยากยิ่ง และเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างธุรกิจน่านน้ำพลังงานสีเขียวของผมกับสภาราชวงศ์" คาริมกล่าวรอยยิ้มพรายเบี่ยงเบนความสนใจของยาเซอร์
ยาเซอร์รับแก้วคริสตัลชิมน้ำเหล้าร้อนแรงลงลำคอช้าๆ ใบหน้าดุดันขรึมของเขายังคงเย็นชา ยาเซอร์กวาดสายตาคมดุจเหยี่ยวผ่านซอกมุมชั้นไวน์และผนังหิน "รสชาติดีคาริม... ทว่าความลับที่เธอซ่อนไว้ดูท่าจะน่าสนใจกว่าเหล้าขวดนี้เยอะ คนที่ดื่มไวน์ราคาแพงเช่นนี้มักจะมีเรื่องน่ายินดีมากมาย... และมีความลับที่ต้องแอบซ่อนไว้เยอะแยะเช่นกัน การที่อามิราจอดเรือทิ้งไว้ที่นี่แต่ตัวเธอกลับหายสาบสูญไปพร้อมเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด... มันเป็นเรื่องที่ผิดปกติเกินทนของกฎความมั่นคงราชสำนัก ฉันจะสืบจนเจอความจริงคาริม"
"เจ้าหญิงอามิราเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปพักผ่อนเงียบๆ ที่ยุโรปตั้งแต่วันก่อนแล้วครับ เรือยอชต์ถูกฝากไว้ตรวจซ่อมบำรุงที่อู่ต่อเรือส่วนตัวของผมเท่านั้นเอง" คาริมตอบราบเรียบนิ่งเฉยใบหน้าสลักหินดุจรูปปั้น
ยาเซอร์ไม่กล่าวคำใดเพิ่มเติม เขาหมุนตัวก้าวสับเท้าหนักๆ นำขบวนทหารเดินย้อนกลับขึ้นบันดินดิ้นเพื่อมุ่งหน้าออกจากเขตใต้ดินไปยังโถงทางเดินชั้นบน ระหว่างที่ขบวนตรวจค้นก้าวสับเท้าผ่านทางเดินพรมขนสัตว์หนานุ่มสีเข้มหน้าห้องสมุดและห้องสปาส่วนตัว แสงแดดบ่ายสะท้อนตรงช่องหน้าต่างตกกระทบวัตถุโลหะชิ้นจิ๋วที่ตกหล่นเด่นราอยู่ริมพรมขอบทางเดิน ยาเซอร์หยุดชะงักก้าวเท้าฉับพลัน ดึงสายตาก้มมองด้วยความสงสัย ยาเซอร์เดินกวาดมือไล่ตามรูปปั้นนกเหยี่ยวเงินบนโต๊ะและหยุดหยิบจับสิ่งนั้น
ยาเซอร์ย่อตัวลงไปใช้นิ้วหนาหยาบกรีดหยิบวัตถุชิ้นนั้นขึ้นมาประกายสะท้อนแสง มันคือสร้อยคอทองคำประดับจี้รูปหัวใจเส้นจิ๋วหรูหราล้ำค่า... สร้อยเส้นนี้เป็นของฉัน มะนาว ที่สวมใส่ติดตัวตลอดเวลาทว่าร่วงหล่นลงพื้นตอนที่พวกเรารีบเร่งหลบหนีลงไปยังบันไดลับอย่างโกลาหล ยาเซอร์ชูสร้อยเส้นนั้นขึ้นส่องแสงแดดดวงตาคมดุจเหยี่ยวหรี่เล็กลงครึ่งหนึ่งฉายประกายแววตามองพิรุธคดีอย่างดุร้าย ยาเซอร์พลิกดูด้านหลังจี้และสะดุดกับอักษรภาษาไทยสลักคำว่า "มะนาว"
จังหวะนั้นเอง ทาริกร่างยักษ์ใหญ่เพิ่งเดินอ้อมกลับมารักษาสถานการณ์คอยคุมข้างกายคาริมหลังจากส่งตัวฉันและอามิราหลบภัยที่บ้านพักริมผาเสร็จสิ้นอย่างหวุดหวิด ทาริกก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนกอดอกทำหน้าที่องครักษ์ขนาบข้างคาริม ยาเซอร์หันตัวกลับมาจ้องเขม็งใบหน้าของทาริกดวงตาเหยี่ยวจิกกัดไม่ลดละ
ยาเซอร์ยกชูสร้อยคอทองคำประดับจี้หัวใจขึ้นตรงหน้าทาริกพลางเอ่ยถามน้ำเสียงเย็นยะเยือกจับพิรุธ "ทาริก... อองครักษ์ยักษ์ใหญ่ข้างกายคาริม สร้อยคอทองคำประดับจี้หัวใจลวดลายฝีมือประดิษฐ์จากฝั่งเอเชียเกรดต่ำแบบนี้มาตกหล่นอยู่บนพรมทางเดินหน้าห้องสปาลับใต้ดินคฤหาสน์ของพวกเธอได้ยังไงกัน? เท่าที่ฉันจำความได้ หลานสาวอามิราเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ เธอรังเกียจเครื่องประดับทองคำเกรดต่ำราคาถูกจากเอเชียแบบนี้เป็นที่สุด... สร้อยเส้นนี้เป็นของสตรีหน้าไหนกัน ทาริก? หรือว่าคาริมซ่อนเมียลับเอเชียไว้ที่เกาะแห่งนี้?"
คำถามเฉียบขาดและสายตากลั่นกรองจับพิรุธของยาเซอร์ดุจสายฟ้าฟาดฟันเข้าใส่หัวใจของทาริก ร่างยักษ์ใหญ่ผิวเข้มเกร็งกึ่งตึงเครียดเหงื่อเม็ดกลมผุดพรายออกมาเต็มหน้าผากและแผ่นหลัง คาริมรีบขยับสวนก้าวเข้ามายิ้มพรายตอบทันควันเพื่อช่วยกลบเกลื่อนร่องรอยความจริง
"นั่นคือสร้อยของสาวใช้อุปัฏฐากเอเชียคนเก่าชื่อ 'มาลัย' ที่ผมเพิ่งมีคำสั่งไล่ออกไปเมื่อเช้าวานนี้ฐานลักทรัพย์พวกช้อนเงินและสร้อยข้อมือเล็กๆ ครับท่านนายพล ยัยนั่นพยายามขโมยของและเผลอทำสร้อยตกหล่นไว้ตอนถูกจับกุมตัวค้นของ ทาริกเพิ่งสั่งให้คนเก็บกวาดแต่ยังกวาดเคลียร์พรมไม่เรียบร้อยดี" คาริมแทรกตอบน้ำเสียงนิ่งสนิท
ยาเซอร์ขยับหน้าเข้ามาใกล้จ้องตาคาริมเขม็ง พยายามสืบเสาะหาความสั่นไหว แววตานายพลสั่นระริกก่อนจะยอมลดมือปล่อยวางสร้อยทองลงบนโต๊ะไม้ ยาเซอร์รู้ดีว่าไม่มีหลักฐานมัดตัวเจ้าหญิงอามิราอย่างชัดเจนบนเกาะส่วนตัวของคาริมในขณะนี้ หากเขาล่วงเกินคาริมซึ่งเป็นผู้คุมสัญญาผลประโยชน์สัมปทานมูลค่าพันล้านของกษัตริย์โดยไม่มีใบสั่งสืบคดีอย่างเป็นทางการ ยาเซอร์ก็อาจเดือดร้อนในสภาความมั่นคงได้เช่นกัน ยาเซอร์แสยะยิ้มบางเบาอย่างมีเล่ห์กล
"งั้นหรือคาริม... หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่จำไว้... หากฉันสืบพบว่าอามิราหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ และละเมิดศีลธรรมราชวงศ์อันสูงสุด... ฉันจะนำกองทัพพร้อมใบอนุมัติศาลกลับมาสั่งปิดและทำลายเกาะแห่งนี้อย่างแน่นอน" ยาเซอร์ประกาศเสียงกร้าว ก่อนหมุนตัวก้าวสับเท้าพาทหารองครักษ์ก้าวกลับขึ้นเรือตรวจการณ์และแล่นออกจากฝั่งไปท่ามกลางพายุคลื่นลมทะเลบ่ายที่ซัดฟองคลื่นสีขาวกระจาย
คาริมและทาริกยืนส่งมองเรือทหารแล่นจนลับสายตาขอบฟ้า เมื่อท้ายเรือทหารหายลับไป คาริมละขยับมือขวาออกจากกระเป๋ากางเกงที่กำชับปืนพกเก็บเสียงกระบอกจิ๋วไว้ คาริมถอนหายใจยาวระบายลมหายใจ ทาริกใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผาก ทั้งสองสบตากันด้วยความโล่งอกอย่างสูงสุดที่ผ่านพ้นแผนซ่อนรักบ่ายนี้ไปได้ ทาริกรีบบอกคาริมเรื่องความปลอดภัยของพวกเราด่านล่าง คาริมเห็นด้วยว่ายาเซอร์อาจเฝ้าระวังและเตรียมแผนลอบกลับมาในวันหน้า ทั้งสองรีบเร่งเดินเท้าผ่านทางเดินป่าหินเพื่อตรงไปยังบ้านพักริมผาในทันที
เมื่อคาริมและทาริกเปิดประตูบ้านพักก้าวเข้ามา ฉัน มะนาว รีบวิ่งเข้ามากอดซบตักแผงอกกว้างของคุณคาริมทันทีด้วยความโล่งอกปนสะอื้นไห้ คาริมกุมโอบลูบศีรษะของฉันเบาๆ เพื่อปลอบประโลมความหวาดกลัว คาริมก้มลงจูบซับหน้าผากและเรือนผมหนาของฉันอย่างรักใคร่ ขณะที่อามิราวิ่งไปยืนเกาะกระจกหน้าต่างจ้องมองออกไปนอกทะเลร่างกายยังสั่นระริก ทาริกร่างยักษ์ขยับไปยืนโอบกอดโอบประคองรอบสะโพกอวบของอามิราแน่นจากด้านหลัง กระซิบคำมั่นสัญญาว่ายาเซอร์ไปแล้วและไม่มีสิ่งใดต้องกลัวในคืนนี้ ทั้งสี่คนประสานกายและใจสัญญากันว่าจะต้องระมัดระวังตัวอย่างที่สุดและรักษาฮาเร็มรักสี่คนนี้ไว้ชั่วนิรันดร์ท่ามกลางดวงตะวันที่ตกลงลับขอบทรายอย่างเงียบสงบ