ตอนที่48 ฝึกซ้อมต่อสู้กับไอ้แดงและไอ้บุญ (1)
หลังจากที่พูดคุยและไหว้วานให้คนของขมิ้นไปส่งสารเสร็จแล้วทั้งหมดก็ไปที่ศาลากลางวัดทันทีเพื่อให้กล้วยได้ทานอาหารและเมื่อทั้งหมดไปถึงที่ศาลาได้ไม่นานนารีและสีดาก็นำสำรับกับข้าวที่มีอาหารมากมายมาให้กับกล้วยตามที่พระฤๅษีบอก.......
เมื่อกล้วยได้เห็นข้าวและกับข้าวเหล่านั้นแล้วท้องของเขาก็พลันส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังเพื่อบ่งบอกว่าเขานั้นหิวมากในตอนนี้ดังนั้นเมื่อสำรับกับข้าวถูกวางลงแล้วเขาก็ไม่รอช้าที่จะกินอาหารเหล่านั้นอย่างหิวกระหายในทันที.......
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป.......
อึก!
อ้า!!!!!!
อิ่มมาก!อิ่มสุดๆ ไปเลย!
ท้องของกล้วยในตอนนี้กลมและตึงมากเพราะเขากินข้าวหมดไปเป็นหม้อและกับข้าวทั้งหมดที่เตรียมมาจนไม่เหลือสิ่งใดเลยซึ่งอาหารทั้งหมดนี้เท่ากับผู้ใหญ่สองถึงสามคนกินเลยทีเดียว.......
“เอาเพิ่มอีกหรือไม่เจ้าค่ะนายท่าน?” หญิงสาววัยกลางคนสีดาได้ส่งเสียงถามขึ้นมาพร้อมกัมยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นกล้วยกินอาหารทั้งหมดที่เตรียมมาให้......
“พอแล้วป้าสีดา! ถ้าข้ากินมากกว่านี้ข้าคงท้องแตกตายกันเสียพอดี”กล้วยรีบหันไปตอบปฏิเสธหญิงสาววัยกลางคนสีดา เพราะท้องเขาตึงมากจนจะแตกแล้วหากเขายังยัดอะไรเข้าไปอีกเขาคงต้องอ้วกของเก่าออกมาก่อนไม่งั้นคงกินไม่ไหวแล้วด้วย......
“เจ้าค่ะ! ถ้านายท่านต้องการอีกก็บอกสีดาได้เลยนะเจ้าค่ะ!”หญิงสาววัยกลางสีดาพยักหน้ารับฟังและขยับกลับไปนั่งที่เดิมในทันที........
“นี่เป็นผลมาจากการที่ร่างกายของหลานมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ดังนั้นหลานจึงสามารถกินได้มากกว่าเดิมจากปกติยังไงล่ะ!”พระฤๅษีคงรีบอธิบายสาเหตุที่กล้วยกินมากกว่าปกติว่าแท้จริงแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับว่ากล้วยไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแต่มันเป็นผลมาจากร่างกายของเขาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นนั่นเอง.....
เพราะอาหารก็ถือเป็นพลังงานอย่างหนึ่งเช่นกันดังนั้นร่างกายที่มีพื้นที่ว่างสำหรับกักเก็บพลังเพิ่มขึ้นจึงต้องการเพิ่มมาเติมเต็มส่วนที่ยังว่างอยู่นั่นเอง........
“ถึงว่า......ทำไมข้าถึงได้กินมากขนาดนี้แล้วแบบนี้ในอนาคตข้าจะไม่ต้องกินเยอะแบบนี้ไปตลอดหรอกหรือท่านตา?” กล้วยพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วเข้าหากันและถามพระฤๅษีคงด้วยความกังวลเพราะเขากลัวว่าในอนาคตข้างหน้าเขาจะเป็นคนที่กินเยอะแบบนี้........
“ไม่ดอก! เว้นเสียแต่ว่าหลานจะหมดพลังและเสียพลังไปจำนวนมากเท่านั้นถ้าไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่ต้องทำให้เสียพลัง หลานก็กินเท่าเดิมเป็นปกตินั่นแหละมิต้องคิดมากดอกหนา!” พระฤๅษีคงคิดเอาไว้แล้วว่ากล้วยจะต้องถามคำถามนี้ออกมาเขาจึงได้เตรียมคำตอบเอาไว้ซึ่งในตอนแรกเขาก็คิดว่าจะแกล้งกล้วยเล่นให้ตกใจสักสักหน่อยแต่พอคิดอีกทีแล้วเขาก็เลิกความคิดนั้นไปและบอกความจริงให้กล้วยได้รู้..........
อ้า!
เป็นเช่นนั้นเอง!
กล้วยรู้สึกโล่งใจมากเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นและเพราะในตอนนี้พลังงานของเขาได้ถูกจนเติมเต็มแล้วกล้วยจึงรู้สึกว่าแรงของเขาดูเพิ่มขึ้นและตัวเบาขึ้นกว่าเดิมมากและเพื่อที่จะทดสอบพลังใหม่ของเขากล้วยเลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปจากศาลาเพื่อลงไปยังลานฝึกซ้อม แต่ว่าในตอนนั้นพระฤๅษีคงก็ได้ยกมือขึ้นและตะโกนหยุดกล้วยเอาไว้.......
“เดี๋ยวก่อนหลานตา! ตารู้ว่าเอ็งอยากจะทดสอบพลังแต่เอ็งควรที่จะพักผ่อนเสียก่อนเพื่อให้พลังทั้งหมดในร่างกายมีความเสถียรมากกว่านี้นะไม่เช่นนั้นแล้วมันอาจจะเป็นการสร้างผลเสียมากกว่าผลดี วันนี้กลับไปพักผ่อนเสียก่อนเถิด”
พระฤๅษีคงรู้ว่ากล้วยอยากจะทดสอบพลังของเขาเพราะนักรบหลายๆ คนที่สามารถพัฒนาระดับพลังของตัวเองได้มักจะเป็นแบบนี้โดยเฉพาะพวกวัยหนุ่ม พวกเขาจะเลือดร้อนมากและนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักรบมีพลังไม่เสถียรและทำให้การพัฒนาต่อไปเป็นไปได้ยากขึ้นนั่นเอง......
ขอรับท่านตา!
กล้วยเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายอยู่แล้วดังนั้นเขาจึงเชื่อฟังคำแนะนำของพระฤๅษีคงอย่างไม่ขัดขืนและล้มเลิกความคิดที่จะทดสอบพลังของเขาไปและกลับบ้านไปพักผ่อนในทันที........
ในเช้าวันถัดมาณ ลานหน้าบ้านของกล้วย.......
ย๊ะ!!
ตุบ!ปั๊ก! ตุบ!!
ย๊ะ!ย๊ะ! ย๊ากกกกก!!
ปัง!!!
สุดยอด!!!
“ไม่คิดเลยว่าหมัดของข้าจักมีพลังรุนแรงเยี่ยงนี้?!”
ในเช้านี้วันนี้กล้วยตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อออกกำลังกายและซ้อมมวยซึ่งเขาได้เตรียมต้นกล้วยไว้สามสี่ต้นเพื่อทดสอบพลังที่เพิ่มขึ้นมาใหม่และผลที่ได้คือต้นกล้วยเหล่านั้นต่างก็ถูกหมัด ศอกเข่าและขาของเขาทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีภายในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น.......
ซึ่งปกติแล้วเขาต้องออกแรงอย่างมากเพื่อทำให้ต้นกล้วยแตกออกหรือแค่หักล้มลงเท่านั้นแต่ในตอนนี้แค่หมัดของเขาหมัดเดียวก็รุนแรงมากจนทำให้ต้นกล้วยแตกออกแล้ว.......
“ถ้านายท่านระดับสูงกว่านี้ พลังของท่านก็จักมากกว่านี้เจ้าค่ะ!”
หือ?
พี่สาวขมิ้น?
ซึ่งในตอนนั้นเองขมิ้นก็ลงมาจากบ้านและอธิบายให้กล้วยได้ฟังถึงพลังกำลังและความแข็งแกร่งของคนที่ระดับสูงกว่านี้เพราะในตอนนี้กล้วยเป็นนักรบแค่ระดับหัวหมู่ต้นเท่านั้นพละกำลังของเขาจึงมีมากกว่าคนทั่วไปเพียงสองหรือสามคนแต่ถ้าเขาเลื่อนขึ้นเป็นหัวหมู่ระดับกลาง กำลังของเขาก็จะเพิ่มมากขึ้นไปอีกเท่าหนึ่งและขั้นสูงก็จะยิ่งมากขึ้นไปอีก........
“ข้าเข้าใจแล้วพี่สาวขมิ้น! ว่าแต่พี่อาบน้ำผลัดผ้าแล้วหรือจ๊ะ? ถ้าเช่นนั้นข้าจักได้ไปอาบน้ำบ้าง!”
กล้วยพยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจก่อนที่จะถามขมิ้นอาบน้ำแล้วหรือยัง เพราะเขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนในตอนนั้นอีกเขาจึงให้ขมิ้นอาบน้ำก่อนตัวเขาเลย.......
“ข้าอาบแล้วเจ้าค่ะนายท่าน!”
ขมิ้นตอบกลับกล้วยสีหน้าที่ดูเขินอายถึงแม้ว่าเธอจะพยายามเก็บซ่อนมันไว้แล้ว แต่ก็ไม่อาจที่จะเก็บซ่อนเอาไว้ทั้งหมดและนั่นก็ทำให้เธอดูสวยและน่ารักอย่างมาก........
อ้า.....
“งั้นข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะจ๊ะ แล้วพวกเราค่อยไปกินข้าวกัน!”
เจ้าค่ะ!
สองชั่วโมงผ่าน.......
หลังจากที่กล้วยกับขมิ้นกินข้าวด้วยกันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็ไปพบกับพระฤๅษีคงอีกครั้งที่วัด ซึ่งพระฤๅษีคงได้รอกล้วยอยู่แล้วเพราะวันนี้พระฤๅษีคงอยากจะให้กล้วยลองซ้อมต่อสู้กับคนหนุ่มในหมู่บ้านเพื่อที่เขาจะได้รู้จักการใช้พลังและสามารถควบคุมได้อย่างถูกต้องนั่นเอง........
ณลานซ้อมหน้าวัดท่าเสด็จ........
“มาแล้วกระนั้นรึกล้วย!”
ตุบ!
“ขอรับท่านตา นี่ข้ามาสายหรือเปล่าขอรับ?”
เมื่อกล้วยมาถึงลานซ้อมหน้าวัดพระฤๅษีคงก็ได้กล่าวทักทายกล้วยในทันทีก่อนที่กล้วยจะเข้าไปคุกเข่าที่หน้าพระฤๅษีคงแล้วก้มกราบหนึ่งครั้งก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้.......
“มิได้มาสายดอก เอ็งมาตามเวลานัดนั่นแหละ มาสิ.....มานั่งก่อนเพราะคู่ซ้อมที่ตาจัดให้ยังมิมาเลย ไม่รู้ว่าพวกมันไปอยู่ไหน เห้ย!ไอ้แดงกับไอ้บุญไปอยู่ไหนวะ? ทำไมถึงยังไม่มาอีก!”
ตุบตุบ ตุบ!!
มาแล้วขอรับท่านพระฤๅษีคง!!
เมื่อพูดถึงไอ้แดงกับไอ้บุญทั้งสองคนก็รีบวิ่งเข้ามาทันทีพร้อมกับตะโกนเสียงดังเพื่อแสดงตัว.......
ตุบ!
“พะ......พวกเรามาแล้วขอรับท่านอาจารย์!”
ทั้งสองคนรีบคุกเข่าลงแล้วกราบทำความเคารพต่อพระฤๅษีคงทันทีซึ่งในตอนนี้คำเรียกที่พวกเขาใช้เรียกพระฤๅษีคงนั้นก็คืออาจารย์เพราะนับแต่นี้ไปพระฤๅษีคงจะมาเป็นอาจารย์สอนเชิงมวยและศาสตราการใช้อาวุธต่างๆให้กับนักรบภายในหมู่บ้านแห่งนี้แน่นอนว่ารวมถึงคนในค่ายต่อต้านพวกยักษ์ของหมื่นเรืองด้วย.......
“พวกเอ็งมัวทำอะไรกันอยู่วะถึงได้มาช้าเยี่ยงนี้?! หากคราวหลังพวกเอ็งมาช้าอีกข้าจะลงโทษพวกเอ็งเสียให้เข็ดหลาบเลยค่อยดู!”
“พวกเรามิกล้าแล้วขอรับท่านอาจารย์ ก็เพราะไอ้บุญมันท้องเสีย ข้าเลยจักต้องรอมันขอรับ!”ไอ้แดงรับกล่าวขอโทษและยกอ้างความผิดไปให้กับไอ้บุญทันที.........
“เอ็งจะมาโทษข้าไม่ได้นะโว้ย! เอ็งก็ท้องเสียเหมือนกันกับข้าแล้วเหตุใดถึงมีเพียงข้าที่ผิดเล่า?!” ไอ้บุญขมวดคิ้วของมันเข้าหากันทันทีก่อนที่จะหันไปต่อว่าไอ้แดงอย่างไม่พอใจที่โยนความผิดให้กับตนทั้งๆที่ไอ้แดงก็ท้องเสียเช่นกัน......
“แต่ข้าปลดทุกข์เสร็จก่อนเอ็งนะ เอ็งเสร็จทีหลัง เอ็งก็ต้องเป็นคนผิดสิวะ!”แต่ไอ้แดงก็ไม่ยอมรับความผิด เพราะมันปลดทุกข์เสร็จก่อนไอ้บุญถึงแม้ว่าจะเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม.......
เอ็ง.....ไอ้แดง!
“พอได้แล้ว! พวกเอ็งจะทะเลาะกันหาพระแสงอะไรวะไม่รู้สึกละอายบ้างหรือกระไรหึ? โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้ บ๊ะ!!” พระฤๅษีคงส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจเพราะถึงไอ้สองคนนี้จะมีความสามารถแต่นิสัยเป็นเด็กที่ชอบทะเลาะกันของทั้งคู่นั้นน่าปวดหัวมากและถ้าตนยังไม่ห้ามปรามทั้งสองไว้วันนี้ทั้งคู่ก็คงโต้เถียงกันไม่รู้จับแน่........
ขอรับท่านอาจารย์!
เฮ้อ.......
“ที่ข้าให้พวกเอ็งทั้งสองไม่ต้องเข้าไปฝึกฝนกับคนอื่นในวันนี้ก็เพราะว่าข้าอยากจะให้พวกเอ็งทั้งสองมาช่วยไอ้หนูกล้วยมันฝึกฝนปรับพลังเสียหน่อยเพราะในตอนนี้ไอ้หนูกล้วยได้กลายเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นแล้ว!”พระฤๅษีคงเห็นว่าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้วเขาก็พูดเข้าเรื่องและอธิบายสาเหตุที่เรียกไอ้แดงและไอ้บุญออกมาจากการฝึกของวันนี้ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด......
ห๊ะ!?
ไอ้หนูกล้วยกลายเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นแล้ว?!
เมื่อไอ้แดงและไอ้บุญรู้ว่ากล้วยกลายเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นแล้วทั้งคู่ก็ดูตกใจอย่างมากจนตาเบิกโตเลยเพราะกว่าพวกมันทั้งสองจะกลายมาเป็นนักรบได้นั้นพวกมันต้องฝึกฝนอย่างหนักจนอายุถึงสิบเก้าเกือบจะยี่ยิบปีถึงจะมาเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นได้และใช้เวลาอีกราวๆ ห้าปีเพื่อเลื่อนขึ้นมาเป็นขั้นกลางในตอนอายุยี่สิบห้า.....
ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาและเหนื่อยยากสำหรับทั้งสองคนมากแต่ว่ากล้วยพึ่งจะมีอายุแค่สิบสามปีเท่านั้นแต่กลับได้เป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นแล้วแล้วแบบนี้อนาคตข้างหน้าของเขาจะเป็นอย่างไรไม่ใช่ว่าไมอีกกี่ปีก็จะแซงหน้าพวกเขาแล้วอย่างนั้นเหรอ........
“พวกเอ็งจักตกใจไปไยถ้าพวกเอ็งได้ไปที่เมืองหลวงแล้วละก็.........การได้เป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นในตอนอายุสิบสามยังช้าไปด้วยซ้ำลูกขุนนางบางคนสามารถเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นได้ตั้งแต่อายุหกขวบปีเสียด้วยซ้ำแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงพระราชกุมารเลย พระองค์ทรงเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นได้ตั้งแต่อายุสามขวบปีโน้น!”
พระฤๅษีคงรู้ว่าไอ้แดงกับไอ้บุญคิดอะไรอยู่ดังนั้นเขาจึงพูดให้ทั้งสองคนได้ฟังว่ายังมีคนที่มีพรสวรรค์สูงอยู่อีกโดยเฉพาะพวกที่มีสายเลือดชั้นสูง พวกเขาสามารถเป็นนักรบได้ตั้งแต่เยาว์วัยโดยไม่มีอุปสรรคอะไรมาขวางกั้นมากนักแทบยังพัฒนาได้เร็วเพราะทรัพยากรของครอบครัวที่มั่งคลั่งของพวกเขาอีกด้วย.......
อ้า........
“ไม่เพียงแค่ไอ้แดงและไอ้บุญที่ได้กระจ่างใจกล้วยเองก็ได้รับความกระจ่างในเช่นกันแต่ถึงอย่างนั้นกล้วยก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาคนเหล่านั้นเลย กลับกันเขากลับรู้สึกเป็นแรงผลักดันให้กับตัวเขาเองในการพัฒนามากกว่าเขาคิดว่าตัวเขาจะต้องพยายามให้มากกว่านี้เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่เขาจะได้ปกป้องทุกคนที่เขารักได้..........
“เอาละ! เสียเวลากับเรื่องไร้สาระมามากแล้ว กล้วย!หลานจะเลือกใครเป็นคู่ซ้อมคนแรก?”
“ข้าเลือกพี่แดงก่อนก็แล้วกันขอรับท่านตาเพราะดูแล้วพี่บุญคงยังมีอาการไม่สู้ดีอยู่!”กล้วยรู้ว่าไอ้บุญนั้นไม่ได้เป็นอะไรแล้วแต่ที่เขาไม่เลือกไอ้บุญก่อนก็เพราะเขาอยากแกล้งไอ้แดงให้ขึ้นมาเป็นคนแรกอีกอย่างก็เพราะเอาคืนที่ไอ้แดงชอบแกล้งเขาด้วย.......
เห้ย!
“เหตุใดเอ็งถึงเลือกข้าว่าไอ้หนูกล้วย! ทำไมถึงไม่เลือกไอ้บุญก่อน?”ไอ้แดงตัวสะดุ้งเลยเมื่อได้ยินว่ากล้วยอยากจะเลือกตนให้ขึ้นไปเป็นคู่ซ้อมคนแรกก่อนที่จะถามกล้วยกลับอย่างไม่พอใจ......
“ข้าก็แค่เห็นว่าพี่แดงนั้นเหมาะสมที่สุดที่จะช่วยข้าแต่ถ้าพี่แดงไม่เต็มใจ......ที่จะช่วยข้า งั้นข้าเลือกพี่บุญก็.........ได้”กล้วยลดเสียงพูดของเขาให้ต่ำลง และทำหน้าให้ดูเศร้าๆ เหมือนกำลังจะร้องไห้ซึ่งดูแล้วน่าสงสารมาก.......
อ้า!
ขะ.......ขะ.........ข้า...........ก็ได้โว้ย!!!