ในขณะที่กำลังเหม่อลอย ข่งซวินก็หิ้วตัวผู้ต้องสงสัยขึ้นมาคนละข้าง เตรียมจะพาพวกเขาออกไป ส่วนเจียงซินโบกไม้โบกมือเล็ก ๆ ให้หลินเยี่ยนพานางตามไปด้วย
[ศิษย์พี่ห้า ท่านเป็นายน้อยของร้านเค่อซื่ออวิ๋นไหล ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าพวกเราต้องดำเนินการรับเงินชดเชยอย่างไร?]
เ้าตัวเล็กจ้องมองฉู่หลินเฟิงตาปริบ ๆ
ฉู่หลินเฟิงรู้เพียงคร่าว ๆ จึงรีบห้ามข่งซวินไว้ "ใต้เท้าข่ง โปรดรอสักครู่ ข้ายังมีเื่อยากให้เสวียนจิ่วเซียนจวินให้ความร่วมมือเล็กน้อย พวกเราได้ซื้อค่าคุ้มครองเรือเหาะิญญาลำนี้ไว้ ยามนี้เรือเหาะิญญาประสบภัยเข้าเงื่อนไขการรับเงินชดเชยจึงจำเป็ต้องให้ผู้คุ้มกันเรือลงนามรับรองขอรับ"
ข่งซวินนึกว่าเป็เื่ใหญ่โตอะไร จึงตอบตกลงทันที "เื่นี้ให้ทางเค่อซื่ออวิ๋นไหลไปหาเขาที่คุกกรมอาญาเพื่อดำเนินการได้เลย ข้าจะช่วยดูแลทางคุกให้เอง แต่ว่า ปกติแล้วเส้นทางเมฆสายนี้ไม่จำเป็ต้องใช้ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงเทพเป็ผู้คุ้มกัน เรือเหาะิญญาของเค่อซื่ออวิ๋นไหลเดินทางไปกลับตั้งหลายครั้งก็ราบรื่นดี เหตุใดครั้งนี้ถึงเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย แต่กลับเกิดเื่ขึ้นได้?"
หากไม่ใช่เพราะเหตุการณ์อันตรายเกินไป จนเกือบจะทำให้คนทั้งเรือต้องพินาศ ข่งซวินคงสงสัยว่าฉู่หลินเฟิงกับเสวียนจิ่วเซียนจวินร่วมมือกันฉ้อโกงเงินชดเชย เมื่อนึกถึงเื่นี้ ใบหน้าของเสวียนจิ่วเซียนจวินก็ซีดเผือด
หากเป็การลอบโจมตีทั่วไป ต่อให้เขาจะสู้ไม่ได้ก็ไม่เป็ไร หอการค้าคงไม่เอาความ แต่หายนะครั้งนี้เขาเป็คนนำมาเอง! หากเขาไม่ขึ้นเรือ ส้านหงเซียวก็จะไม่โจมตีเรือเหาะิญญา และหนังสือสัญญาฉบับนี้จะไม่มีผล ซึ่งเหตุผลที่เขาขึ้นเรือก็ เพื่อให้มั่นใจว่าประกันฉบับนี้จะไม่มีผลนั่นเอง
นั่นหมายความว่าเขาฉลาดจนเกินไปจนกลายเป็โง่เขลา หรือจะบอกว่า ในคำทำนายที่หลินเยี่ยนคำนวณไว้นั้น ได้รวมการตัดสินใจของเขาไว้แล้ว จบสิ้นแล้ว คราวนี้ไม่เพียงแต่ต้องคืนเงินเ้าหนี้ แต่ยังต้องชดใช้ค่าเสียหายให้หอการค้าอีก!
'หนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง... เพิ่มขึ้นหนึ่งส่วน'
เมื่อเห็นใบหน้าของเขาซีดเผือด ส้านหงเซียวก็หัวเราะลั่น "สมน้ำหน้า! ใครใช้ให้เ้าไปขโมยเมียชาวบ้านเล่า!"
ข่งซวินขัดจังหวะความดีใจของเขาอย่างไร้เยื่อใย "เรือเหาะิญญาถูกโจมตี เ้าเป็ผู้ลงมือโจมตีโดยตรงเ้าต้องเป็ผู้รับผิดชอบหลัก ทางเค่อซื่ออวิ๋นไหลมีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายจากเ้า" จากนั้นจึงหันไปถามฉู่หลินเฟิงว่า "ต้องชดใช้ทั้งหมดกี่ศิลาิญญา?"
[หนึ่งร้อยแปดสิบล้าน!]
เจียงซินโห่ร้องด้วยความดีใจ
ฉู่หลินเฟิงยิ้มเ้าเล่ห์ "แค่เงินชดเชยค่าคุ้มครองก็หนึ่งร้อยแปดสิบล้านแล้ว นอกจากนี้ยังมีค่าเสียหายต่าง ๆ ของเรือเหาะิญญาและผู้โดยสารคนอื่น ๆ ต้องรอให้หอการค้าประเมินความเสียหายก่อนจึงจะระบุได้ หากประเมินคร่าว ๆ อย่างต่ำคงต้องชดใช้ศิลาิญญาระดับสูงอีกสี่ถึงห้าร้อยล้านกระมัง"
"อะไรนะ?" ส้านหงเซียวกรีดร้องออกมา ใบหน้าพลันดูแย่ยิ่งกว่าเสวียนจิ่วเซียนจวินเสียอีก
ศิลาิญญามากมายขนาดนี้ ต่อให้ฆ่าเขาก็หามาให้ไม่ได้!
...
พวกเขาออกเดินทางแต่เช้า เมื่อถึงเมืองหลวงชิวเย่ งานเลี้ยงฉลองครบเดือนขององค์หญิงน้อยยังไม่เริ่มขึ้น แต่ในเมืองมีการประดับโคมไฟหลากสีสัน ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริง เพื่อเฉลิมฉลองให้องค์หญิงน้อยล่วงหน้า ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสามจึงหาห้องพักแรม เจียงซินพกหุ่นเชิดสองตัวพักแยกในห้องด้านใน ส่วนฉู่หลินเฟิงกับหลินเยี่ยนพักที่ห้องด้านนอก เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของนาง
วันที่เฝ้ารอรับศิลาิญญาช่างยาวนานเหลือเกิน ในใจของเจียงซินเฝ้าแต่คิดถึงศิลาิญญาก้อนนี้ จนเจ็บใจที่ตนเองยังเดินไม่ได้ ไม่อาจวิ่งไปถามที่ร้านเค่อซื่ออวิ๋นไหลได้โดยตรง
[เฮ้อ ทำไมข้ายังเรียนพูดไม่ได้เสียทีนะ? ถ้าพูดได้ ข้าคงไปถามเื่เงินรางวัลและเงินชดเชยได้แล้วใช่หรือไม่? ศิลาิญญายังไม่ถึงมือรู้สึกไม่วางใจเลย ดูข้าสิ สองวันนี้กินไม่อร่อย นอนไม่หลับ]
"เอิ๊ก..." เจียงซินเรอออกมาคำหนึ่ง พลางลูบท้องกลม ๆ ของตนเองแล้วถอนหายใจยาว หลินเยี่ยนจึงหยิบขวดนมเปล่าในอ้อมกอดของนางออกไปเงียบ ๆ
ตอนนี้ศิษย์น้องเล็กดื่มเสร็จแล้วไม่ได้ร้องว่า ‘ขออีกขวด…’ บางครั้งยังได้ยินนางหัวเราะแหะ ๆ ตอนฝัน และเสียงในใจตอนละเมอเอาแต่ร้องว่า ‘ศิลาิญญา’
กินไม่อร่อย นอนไม่หลับจริง ๆ ด้วย
หลินเยี่ยนส่งสายตาให้ฉู่หลินเฟิง เป็สัญญาณให้เขาไปสอบถามที่จวนว่าการและหอการค้า หากปล่อยให้ล่าช้าไปกว่านี้ ศิษย์น้องเล็กคงกังวลจนอ้วนขึ้นอีกหลายจิน
การจ่ายเงินชดเชยค่าคุ้มครองมีขั้นตอนที่ตายตัว โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าศิลาิญญาก้อนนี้ต้องจ่ายให้ฉู่หลินเฟิง ตระกูลฉู่จึงตัดสินใจที่จะยื้อเวลาจนถึงวันสุดท้ายจึงจะยอมจ่ายเงิน ผู้ดูแลหอการค้าต้อนรับเขาด้วยความกระตือรือร้น ท่าทางดี คำพูดนอบน้อม แต่ไม่ดำเนินการอะไรให้เลย ตาเฒ่าเ้าเล่ห์ใช้วิธีต่าง ๆ นานาเพื่อบ่ายเบี่ยงฉู่หลินเฟิง ฉู่หลินเฟิงฟังแล้วก็รู้ทันทีว่าที่บ้านตั้งใจดึงเื่นี้ไว้เพื่อกวนประสาทตน จึงหันหลังเดินจากไป มุ่งหน้าไปยังจวนว่าการทันที
เพื่อส่งเสริมให้ผู้บำเพ็ญเพียรทำความดีเพื่อส่วนรวม เงินรางวัลของจวนว่าการมักจะจ่ายรวดเร็วมาก โดยเฉพาะผู้บำเพ็ญเพียรที่สามารถจับอาชญากรระดับแปลงเทพอย่างส้านหงเซียวได้ ย่อมต้องมีพลังบำเพ็ญสูงส่ง จวนว่าการยิ่งไม่กล้าล่วงเกิน พอฉู่หลินเฟิงไปถึง ทางจวนว่าการเตรียมการไว้พร้อมสรรพเพียงเขาลงนามก็รับเงินรางวัลได้ทันที ฉู่หลินเฟิงลงชื่อด้วยความดีใจ แล้วหอบศิลาิญญากลับมาที่โรงเตี๊ยม
คุณชายน้อยผลักประตูห้องชุดเปิดออก พร้อมประกาศเสียงดัง "ศิษย์น้องเล็ก ศิลาิญญาจากการจับส้านหงเซียวได้มาแล้ว!"
เจียงซินที่เดิมทีกำลังสะลึมสะลือพลันตื่นตัวทันที นางส่งเสียงอืออาพลางโบกไม้โบกมือเล็ก ๆ อยากจะไปหาฉู่หลินเฟิง หลินเยี่ยนจึงอุ้มนางขึ้นจากเปล แล้วพาไปหาฉู่หลินเฟิงที่ห้องด้านนอก
"ศิษย์น้องเล็ก อ่ะ นี่" ฉู่หลินเฟิงวางถุงศิลาิญญาลงในอ้อมกอดของเจียงซิน
เ้าตัวเล็กใช้สองมือน้อย ๆ กำถุงศิลาิญญาไว้แน่น ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างที่สุด จนกระทั่งเจียงซินชำเลืองมองจำนวนศิลาิญญาในถุง
[เอ๊ะ? ทำไมมีแค่หกหมื่นสอง? ไม่ใช่ว่าทั้งหมดแปดหมื่นศิลาิญญาระดับสูงหรอกหรือ?]
เ้าตัวเล็กตั้งคำถามผ่านจิติญญา ฉู่หลินเฟิงจึงแสร้งทำเป็คุยกับหลินเยี่ยน แต่ความจริงคืออธิบายให้เจียงซินฟัง
"หมายจับของส้านหงเซียวออกโดยราชวงศ์ต้าโจว ตอนนี้ราชวงศ์ชิวเย่ดำเนินการตามข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแคว้นที่หลายประเทศลงนามไว้ โดยช่วยสำรองจ่ายเงินรางวัลนี้ให้ต้าโจวก่อน หลังจากนั้นทั้งสองประเทศจะดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายตามเนื้อหาในข้อตกลง ก่อนที่ส้านหงเซียวจะถูกต้าโจวรับตัวไป ราชวงศ์ชิวเย่จะเป็ผู้รับผิดชอบในการคุมขัง ดังนั้นราชวงศ์ชิวเย่ จึงหักค่าดำเนินการจากเงินรางวัล หักส่วนแบ่งค่าดำเนินการไปเพียงหนึ่งหมื่นสอง ถือว่าน้อยมากแล้ว"
เจียงซินไม่ยอมรับ ร้องไห้โฮออกมาทันที "แง ๆ "
[เงินของข้า! ข้าได้หกหมื่นแปด แต่พวกเขากินไปหนึ่งหมื่นสอง! ยังจะให้ข้าขอบคุณพวกเขาอีกหรือ?]
"ศิษย์น้องเล็กอย่าร้องเลย หกหมื่นแปดก็ไม่น้อยแล้วนะ" หลินเยี่ยนรีบอุ้มทารกน้อยที่กำลังร้องไห้จ้าขึ้นมาเขย่าเบา ๆ เพื่อปลอบโยนไม่หยุด
ฉู่หลินเฟิงลนลานอยากจะเข้าไปปลอบเจียงซิน แต่ชั่วขณะหนึ่งกลับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ทันใดนั้นเขานึกเื่หนึ่งขึ้นได้ จึงรีบหยิบศิลาิญญาระดับสูงสิบก้อนยัดใส่ในอ้อมกอดของเจียงซิน "ศิษย์น้องเล็ก นี่คือเงินรางวัลที่เราได้หลังจับเสวียนจิ่วเซียนจวิน ศิลาิญญาระดับสูงสิบก้อนเต็ม ๆ ไม่ขาดแม้แต่ก้อนเดียว!"
ศิลาิญญาสิบก้อนนี้แยกไว้ต่างหากจากเงินรางวัลของส้านหงเซียว เมื่อเทียบกับเงินก้อนโตหกหมื่นแปดแล้วถือว่าเล็กน้อยมาก ฉู่หลินเฟิงเกือบจะลืมเื่นี้ไปแล้ว ส่วนมือน้อย ๆ อวบอ้วนของเจียงซินกอดศิลาิญญาแวววาวสิบก้อนไว้แน่น เสียงร้องไห้ค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ
[อันนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือ?]
ฉู่หลินเฟิงส่งสัญญาณให้นางวางใจ "ศิลาิญญาก้อนนี้แบ่งมาจากเงินค่าปรับของส้านหงเซียวโดยตรง ไม่มีคนกลางมาหักส่วนต่าง"
[หึ! ถือว่าพวกเขายังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง]
เจียงซินร้องไห้จนตาบวมฉ่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา หลินเยี่ยนจึงบอกให้หุ่นเชิดนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าให้นางอย่างแ่เบา พร้อมปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "ศิษย์น้องเล็ก ในใบประกาศจับมีคนตั้งมากมาย ต่อไปย่อมมีโอกาสหาศิลาิญญาได้อีกเยอะ"
ฉู่หลินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ "ใช่ ๆ ต่อไปข้าจะพาเ้าไปจับอาชญากรที่ถูกประกาศจับคนอื่น ๆ อีก"
[คราวหน้าต้องจับคนที่ไม่มีค่าธรรมเนียมนะ!]
ฉู่หลินเฟิงรับคำอย่างเห็นดีเห็นงาม "ต่อไปพวกเราส่งตัวอาชญากร...ไปยังจวนว่าการที่ออกหมายจับโดยตรงเลย จะได้ไม่ต้องถูกหักค่าธรรมเนียม"
เจียงซินเกิดความคิดขึ้นมาทันที เลิกร้องไห้ แล้วจ้องมองฉู่หลินเฟิงด้วยดวงตาเป็ประกาย
[ศิษย์พี่ห้า พวกเราส่งตัวส้านหงเซียวไปที่ราชวงศ์ต้าโจวกันเถิด! แบบนี้จะได้ไม่ต้องถูกราชวงศ์ชิวเย่หักค่าธรรมเนียม!]
หลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงตะลึงกับคำพูดศิษย์น้อง
แม้ว่าเหตุผลของศิษย์น้องเล็กจะฟังดูสมเหตุสมผล แต่ตอนนี้ส้านหงเซียวอยู่ในคุกกรมอาญา หากพวกเขาแอบส่งตัวคนไปยังราชวงศ์ต้าโจวโดยพลการ จะถือว่าเป็การชิงตัวนักโทษ ต้องติดคุก และถูกปรับเงินเพิ่ม ไม่แน่ว่าอาจจะถูกประกาศจับด้วย
'เดี๋ยวนะ!'
หากถูกประกาศจับ แล้วพวกเขาไปมอบตัวเสียเอง จะถือว่าจับตัวเองได้ แบบนี้ก็น่าจะได้เงินรางวัลก้อนหนึ่งไม่ใช่หรือ? พอติดคุกเสร็จออกมา ก็ถูกประกาศจับอีก แล้วก็มอบตัวอีก... ทำวนไปเช่นนี้ไม่จบสิ้นคงหาเงินได้จนร่ำรวยมหาศาลเลยทีเดียว!
ฉู่หลินเฟิงรู้สึกเหมือนได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ เขาหวั่นไหวแล้ว เื่นี้มันน่าจะติดคุกนะ!