และแน่นอนว่าบริเวณนี้ก็มีกับดักและการซุ่มโจมตีอยู่ แต่เทียนอี้หาได้สนใจไม่จึงเดินตามทางเดินหินเข้าไปตรงๆ เมื่อเดินไปได้ราวๆครึ่งทางเทียนอี้ก็หยุดชะงักทันที ก่อนที่กงจักรสังหารหลายอันจะถูกส่งออกมาจากหลังต้นไม้ที่อยู่รอบๆสวน. บินตรงมาที่ร่างของเทียนอี้ กงจักรสังหารเหล่านี้ต่างก็เต็มไปด้วยพลังปราณที่ถูกใส่เข้าไปทำให้มันสามารถตัดชุดเกราะได้ราวกับตัดเศษกระดาษ
เมื่อเหล่าผู้ที่ซุ้มโจมตีอยู่หลังต้นไม้เห็นว่ากงจักรสังหารที่ตัวเองปล่อยออกไปกำลังย้อนกลับมาหาตน ก็เตรียมที่จะทำการหลบหนีทันที แต่พวกมันก็ช้าเกินไป เพราะกงจักรสังหารที่เทียนอี้ส่งกลับมานั้นมีความเร็วมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว! ก่อนที่กงจักรสังหารเหล่านั้นจะทำการตัดทั้งต้นไม้และร่างของพวกมันที่แอบอยู่หลังต้นไม้ออกเป็นสองส่วนไปพร้อมๆกัน
"อ๊ากกก!....อ๊ากกก!......อ๊ากกก!......!"
เสียงร้องสุดท้ายของพวกมันดังไปทั่วทั้งบริเวณสวนหย่อม ก่อนที่จะพากันนอนแน่นิ่งไปในที่สุด เหล่าลูกศิษย์ของสำนักจันทร์เสี้ยวที่รอบโจมตีอยู่หลังต้นไม้นับสิบคน ต่างจบชีวิตทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่คนเดียว ร่างทุกร่างถูกแยกเป็นสองส่วน เลือดและอวัยวะภายในต่างไหลทะลักออกมา ส่งกลิ่นคาวไปทั่วทั้งบริเวณ
แน่นอนว่าเทียนอี้ย่อมไม่ต้องการสังหารผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าผู้ไดที่คิดหันคมดาบเข้าหาตนเองแล้ว เทียนอี้ย่อมไม่ปล่อยให้มันมีชีวิตลอดกลับไปอย่างแน่นอน ยามที่จำเป็นต้องฆ่าก็ต้องฆ่า ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ หลังจากมองสำรวจรอบด้านด้วยสายตาเย็นชาแล้ว เทียนอี้ก็ออกเดินต่อไป
เวลาผ่านไปราวๆครึ่งชั่วยามเทียนอี้ผ่านกับดักอันแล้วอันเล่า แต่กับดักเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำร้ายเทียนอี้ได้แม้แต่เส้นขน และตลอดทางเทียนอี้ก็ได้สังหารผู้ควบคุมกับดักเหล่านั้นมาคนแล้วคนเล่า นับว่าเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยเลือดอย่างแท้จริง
เทียนอี้ยืนอยู่บริเวณส่วนในของสำนักจันทรเสี้ยวแล้ว และเมื่อแผ่จิตสัมผัสออกไปเทียนอี้ก็พบกับกลุ่มคนที่กำลังตามหาอยู่ เทียนอี้ทำเพียงยิ้มมุมปากเมื่อรู้ว่าตาเฒ่าพวกนี้กำลังรอให้เทียนอี้เข้าไปในจุดที่พวกมันดักรออยู่
เมื่อเทียนอี้ใช้จิตแผ่ออกไปสำรวจเขาก็มองเห็นรูปแบบของค่ายกลที่อยู่ด้านหน้า เพียงมองรูปแบบของค่ายกลด้านหน้าเทียนอี้ก็รู้ได้ทันทีว่าไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว เพราะค่ายกลนี้มันใช้กับเขาไม่ได้ผลและยังจะให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วย
ที่ตรงนั้นพวกของเจ้าสำนักจันทรเสี้ยวได้วางค่ายกลที่เป็นอาวุธลับของมันเอาไว้ ค่ายกลนี้มีชื่อว่า ค่ายกลผนึกจันทรา ค่ายกลชนิดนี้นั้นจะหยิบยืมพลังหยินบริสุทธิ์มาจากดวงจันทร์เพื่อนำพลังหยินนั้นมาสะกดพลังของผู้ที่อยู่ในค่ายกลเอาไว้ เมื่อพลังถูกสะกดไว้คนผู้นั้นย่อมอ่อนแอลงราวกับเป็นคนธรรมดา
โดยธรรมชาตินั้นพลังหยินนั้นมีพลังในการยับยั้งและทำให้หยุดนิ่งอยู่แล้ว เมื่อนำเอาจุดเด่นนี้มาสร้างเป็นค่ายกลแล้ว มันสามารถที่จะสะกดและยับยั้งพลังของผู้ที่อยู่ในค่ายกลได้ เมื่อตกอยู่ใจกลางค่ายกลเมื่อไหร่คนผู้นั้นย่อมจะกลายเป็นเพียงผู้อ่อนแอ และง่ายต่อการถูกสังหาร ความจริงนี้นับเป็นแผนที่ดีในการใช้จัดการกับศัตรูที่มีความแข็งแรงมากกว่าตนเอง เพียงแต่ว่าเมื่อใช้มันกับเทียนอี้นั้น....
เทียนอี้นั้นไม่อยากทำให้พวกของเจ้าสำนักจันทร์เสี้ยวผิดหวัง เขาเดินเข้าไปและแสร้งทำเป็นไม่รู้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อเทียนอี้เดินไปถึงจุดกึ่งกลางที่กำหนดไว้แล้ว ค่ายกลก็ทำงานทันที เมื่อเทียนอี้ก้าวขาลงไปยังจุดนั้น แสงสีเทาเงินก็ถูกฉาบไปทั่วบริเวณที่เทียนอี้ยืนอยู่ทำให้เทียนอี้หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับพลังทั้งร่างกำลังถูกปิดกั้นเอาไว้ ก่อนเทียนอี้จะแอบเดินพลังภายในตันเถียน
เมื่อเห็นว่าเทียนอี้ตกอยู่ภายใต้ ค่ายกลผนึกจันทราแล้ว เจ้าสำนักจันเสี้ยวและเหล่าผู้อาวุโสก็ออกมาจากที่ซ้อนตัว แล้วเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเทียนอี้ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าราวกับว่าตนเป็นผู้ชนะในการต่อสู้แล้ว เมื่อเดินอยู่ตรงหน้าเทียนอี้ที่นิ่งค้างอยู่ตรงนั้นแล้วเจ้าพระจันทร์เสี้ยวก็ได้เอ่ยปากออกมา
"คงไม่คิดสินะว่าพวกข้าถึงกับมีค่ายกลโบราณสะกดพลังเช่นนี้ด้วย ความจริงแล้วค่ายกลนี้เป็นไพ่ตายสุดท้ายของพวกข้าที่เตรียมไว้สำหรับ ผู้ที่อยู่ขอบเขตจักรพรรดิ แต่ไม่คิดว่าจะได้ใช้กับเจ้าที่อยู่เพียงของเขตปฐพีเช่นนี้ เจ้าจงภูมิใจเถอะที่ได้รับเกียรติ ให้ตกตายภายใต้ค่ายกลนี้"
เจ้าสำนักจันทร์เสี้ยวพูดเสร็จมันก็หัวเราะออกมา ด้วยความสะใจ แต่เจ้าสำนักจันทร์เสี้ยวก็ดีใจได้เพียงไม่นาน ก่อนที่ร่างของเทียนอี้ที่ควรจะถูกสะกดไว้จนไม่อาจขยับได้นั้น ได้เงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของมันแล้วแสยะยิ้ม เมื่อพวกมันเห็นรอยยิ้มแสยะของเทียนอี้ทำให้พวกมันทุกคนต่างก็คิดได้ว่าท่าไม่ดีแล้ว จึงพากันกระโดดถอยหลังไปคนล่ะก้าวทันที
"อาศัยเพียงค่ายกลเด็กเล่นอันนี้ กับพวกเจ้าน่ะหรอที่คิดจะสังหารข้าได้ยังเร็วไปร้อยปี"
สิ้นเสียงร่างของเทียนอี้ที่ควรจะหยุดนิ่งอยู่ภายใต้แสงสีเทาเงินนี้ก็ขยับตัวอีกครั้ง ก่อนที่จะดูดเอาพลังพลังหยินบริสุทธิ์จากดวงจันทร์ เข้าไปในร่างกายอย่างรวดเร็วจนแสงสีเทาเงินที่อยูรอบตัวค่อยๆหายไปจนหมด ภาพนี้ทำให้พวกของ เจ้าสำนักจันทร์เสี้ยวตกตะลึงราวกับเห็นผี
"เป็น..เป็นไปไม่ได้เจ้าทำได้ยังไง ค่ายกลนี้สามารถหยุดได้แม้แต่ขอบเขตจักรพรรดิ แล้วเจ้าขยับได้ยังไงกัน"
เทียนอี้ได้ตอบคำถามนี้ของมันกลับไปด้วยรอยยิ้มเท่านั้น ความจริงแล้วที่ค่ายกลนี้ใช้กับเทียนอี้ไม่ได้ผลนั้นเป็นเพราะ จุดตันเถียนหยิน-หยาง ของเทียนอี้นั้นเองต่อให้เป็นพลังหยิน หรือพลังหยางแบบไหน. เทียนอี้ก็สามารถดึงเอาพลังของหยินและหยาง มาเป็นของตนเองได้ ยิ่งในครั้งนี้ที่เป็นพลังหยินบริสุทธิ์ ยิ่งสร้างความแข็งแกร่งให้เทียนอี้ได้อย่างมาก
"เอาล่ะในเมื่อออกมากันหมดแล้ว..พวกเราก็ควรที่จะจบปัญหากันได้แล้ว อย่าทำให้เสียเวลาอีกเลย"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ในขอบเขตราชันหลายคนเช่นนี้เทียนอี้ไม่สามารถออมมือได้ เขาต้องรีบลงมือจัดการให้จบโดยเร็วที่สุด เพราะถ้ายิ่งยืดเยื้อไปก็ยิ่งไม่เป็นผลดีกับตัวเอง เทียนอี้ต้องอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังตกใจในการลงมือทันที
เทียนอี้เปิดใช้พลังสะกดข่มของจิตวิญญาณมังกรคู่อีกครั้งหนึ่ง ทันที่เทียนอี้ใช้จิตวิญญาณมังกรด้านหลังก็ปรากฏภาพเงามังกรขาวและมังกรดำขึ้น พลังกดดันอันมากมายมหาศาลได้กดทับลงมาใส่พวกของเจ้าสำนักจันทรเสี้ยวจนร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว.
"นี่....นี่มัน...นี่มันพลังอะไรกัน.."
เจ้าสำนักจันทรเสี้ยวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆ ด้วยความหวาดกลัวที่ออกมาจากจิตวิญญาณ การข่มขวัญด้วยจิตวิญญาณมังกรคู่นั้นมีผลโดยตรงต่อจิต ทำให้เกิดความหวาดกลัวออกมาจากจิตโดยไม่สามารถขัดขืนได้
ก่อนที่ผลของจิตมังกรคู่จะหายไปเทียนอี้ได้ใช้ท่าเท้าเงาจันทราพุ่งใส่คนเหล่านั้นทันทีพร้อมกระบี่ไร้ใจที่อยูในมือ และใชวิชากระบี่ทนงฟาดฟันใส่ศัตรูของตนคนแล้วคนเล่าจนตกตายไปแล้วหลายคน
แต่เจ้าสำนักจันทรเสี้ยวก็ยังคงเป็นยอดฝีมือขอบเขตราชันที่มีฝีมือคนหนึ่ง ก่อนที่เทียนอี้จะได้สับสังหารทุกคนจนหมด มันก็ได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาจากอำนาจของจิตมังกรคู่ ก่อนที่จะตะโกนออกคำสั่งแก่ผู้อาวุโสที่เหลืออีก 3 คนทันที
"สกัดมันเอาไว้...อย่ายืนนิ่งๆ ถ้ายังไม่อยากตายกันจนหมด!"
นับว่าเสียงตะโกนที่แผงไปด้วยพลังปราณของเจ้าสำนักจันทรเสี้ยวได้ผลดีมาก ผู้อาวุโสอีกสามคนได้สติขึ้นมาทันที แต่ในดวงตาก็ยังสามารถมองเห็นได้ถึงความหวาดกลัวของพวกมันที่มีต่อเทียนอี้ ก่อนที่พวกมันจะหันมาใช้อาวุธของตนเข้าต่อสู้กับเทียนอี้ เจ้าสำนักจันทร์เสี้ยวก็เรียกดาบจันทร์เสี้ยวของมันออกมาก่อนจะเข้าร่วมการต่อสู้เช่นกัน
"สารเลวเทียนอี้จงตายไปซะ!"
การต่อสู้กับขอบเขตราชันย์พร้อมกันทั้ง 4 คน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเทียนอี้ในตอนนี้ การต่อสู้เต็มไปด้วยความทุลักทุเล ในบางครั้งเทียนอี้ก็ถูกฟันเข้าตามร่างกาย ถ้าเทียนอี้ไม่มีกายาเทพมังกรปกป้องเอาไว้ ตามร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายแล้วเช่นกัน
เคร่ง! เคร่ง! เคร่ง! เสียงของคมกระบี่และคมดาบกระทบกันครั้งแล้วครั้งเล่า ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณนานกว่าหนึ่งก้านธูปแล้ว ตอนนี้เทียนอี้รู้สึกว่าตึงมือมากแล้วถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป เทียนอี้คงไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้แน่นอน จิตมังกรคู่เองก็ไม่สามารถใช้ต่อเนื่องกันได้ทันที
เมื่อต่อสู่กันมาสักระยะแล้ว พวกของเจ้าสำนักจันเสี้ยวก็ได้สังเกตเห็นแล้วว่า วิชายุทธต่างๆที่เทียนอี้ใช้อยู่ล้วนแล้วแต่เป็นวรยุทธ์ที่ใช้เป็นรางวัลในการทดสอบศิษย์ใหม่รอบที่ 2 ที่ผ่านมา เพียงแต่ว่า ระดับของมันกลับสูงกว่าที่ควรจะเป็น เพราะวรยุทธที่เทียนอี้ใช้ออกมา พลังล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับราชันทั้งสิ้น พวกของผู้อาวุโสและเจ้าสำนักจันเสี้ยวต่างก็มีความคิดที่แตกต่างกันออกไปสำหรับเรื่องนี้......