ชิงเหมย เกิดใหม่มาขายในยุค70s

    อาหารกลางวัน



              ที่บ้านเช่า อะไรทั้งหมดก็ลงตัวหมดแล้ว  โจวชิงเทียน กับ เหลียนอี้เฟย ยังต้องไปจัดการงานที่ค้างที่โรงงานให้เสร็จก่อน  แต่ทั้งคู่ก็ยังตื่นมาตอนเช้ามืด  มาช่วยโจวชิงหลานทำอาหาร แล้วค่อยเข็นไปขายหน้าโรงงานก่อนที่จะไปจัดการงาน  แล้วถึงจะได้รับเงินเดือน ของเดือนนี้ได้  

     

            หลี่ชิงเหมยจึงบอกให้โจวชิงหลาน  จ่ายค่าจ้างให้กับทั้งคู่ก่อน5หยวน  เพราะกว่าจะไปทำงานตอน8โมง ทั้งคู่ก็ช่วยงานแทบทั้งหมดแล้ว  ทีแรกน้าสามเกรงใจ จะไม่ยอมเอา  แต่โจวชิงหลานบอกว่า เก็บไว้ขออี้เฟยแต่งงาน  จึงยอมรับไว้  

     

             อีกแค่สามวัน  โรงเรียนก็จะเปิดเทอมแล้ว

     

     

              ทางด้านหลี่เฟิง ที่ตอนนี้รักษาตัวที่โรงพยาบาลของกองทัพจนหายดีแล้ว  กำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน  โดยแขนข้างซ้ายนั้นใช้ผ้าคล้องคอ ห้อยเอาไว้

     

               "พี่เฟิง  พี่จะกลับบ้านเมื่อไหร่คับ  ที่จริงพี่ทำงานธุรการที่กองทัพต่อก็ได้นะครับ ในเมื่อที่พี่เสียแขนไปก็เพราะประเทศชาติ"

     

              หวังหาน ผู้บังคับบัญชาของหลี่เฟิง  ซึ่งเขาอายุเพียงแค่25  แต่ด้วยความที่มีฝีมือที่ยอดเยี่ยม จึงสามารถติดยศพันตรี ๻ั้๫แ๻่อายุยังน้อย  

     

             หวังหานนั้นเป็๞ผู้บังคับบัญชาที่ลูกน้องต่างก็รัก  ด้วยความที่เป็๞คนมีเหตุมีผล  ไม่ได้ใช้การเลียแข้งเลียขาในการเลื่อนขั้นใดๆ  เหล่าทหารใต้บังคับบัญชาทั้งหลายจึงนับถือเป็๞อย่างมาก

     

             จากเหตุการณ์ที่กองกำลังทหารปะทะกับพวกโจรทำให้ทหารเสียชีวิตไปหลายนาย  ความผิดนั้นก็เพราะหน่วยข่าวกรองผิดพลาด จึงทำให้ทหารเดินผิดเส้นทาง จนไปเจอกับพวกโจรดังกล่าว

     

            หลี่เฟิงนั้นถึงรอดชีวิตมาได้  แต่ก็ต้องเสียแขนไปข้างหนึ่ง  หวังหานจึงคิดว่าทางรัฐบาลควรจะช่วยเหลือเขาให้มากกว่านี้

     

             "ผมขอกลับบ้านไปหาลูกเมียก่อนนะครับผู้พัน  ถ้าเกิดผมไม่มีงานทำยังไง ก็ขอรบกวนผู้พันด้วยนะครับ" 

     

             หลี่เฟิง  ไม่ได้กลับบ้านปีกว่าแล้ว  ไม่รู้ตอนนี้ลูกเมียจะลืมเขาไปรึยัง  อีกทั้งแขนที่เสียไปข้างหนึ่งนี้ ยังไงก็ต้องไปบอกให้ทางบ้านรับรู้ไว้ก่อน  ทั้งยังคิดถึงลูกเมียอีกด้วย

     

             หลี่เฟิงเดินออกมาจากค่ายทหาร ขึ้นรถประจำทางไปที่สถานีรถไฟ  เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองเจิ้งโจว

     

            ค่ายทหารที่หลี่เฟิงสังกัดอยู่ที่เจ้อเจียง  ใช้เวลา4วันในการเดินทางด้วยรถไฟ กว่าจะถึงเมืองเจิ้งโจวที่อยู่มณฑลเหอหนาน  ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในรถไฟ   หลี่เฟิงก็หวังจะให้ถึงบ้านเร็วๆ ด้วยความคิดถึงลูกเมีย  ไม่รู้ว่าโจวชิงหลานจะว่ายังไง ที่เขาพิการกลับมา  จะยังรักเขาอยู่ไหม   หลี่เฟิงกลุ้มใจ กลัวภรรยาของตนจะนึกรังเกียจที่ตัวเขาพิการ  โดยที่ไม่รู้เลยว่า  แม่ของเขา ไล่ทั้งลูกทั้งภรรยาเขาออกจากบ้านไปกว่าเดือนแล้ว

     

                       ....................................

     

               วันนี้เป็๞วันแรกที่โจวชิงเทียนกับเหลียนอี้เฟยออกจากโรงงานแล้ว มาช่วยโจวชิงหลานขายกับข้าวแบบเต็มตัว  

     

              ทั้งสามคนตื่นมา๻ั้๫แ๻่เช้ามืดเหมือนเดิม  โดยสองพี่น้องหลี่ชิงเหมยและหลี่หลิง ตื่นสายนิดหน่อย  ส่วนมากคนทำอาหารก็จะเป็๞โจวชิงหลานอยู่แล้ว  โจวชิงเทียน กับ เหลียนอี้เฟยจึงได้แต่ช่วยทำงานอื่น เติมน้ำใส่ถังบ้าง  จัดของขึ้นรถเข็นรอบ้าง  พออาหารเสร็จเรียบร้อยก็ยกขึ้นรถเข็น  

     

             ทั้งห้าคนเดินไปที่จุดตั้งร้านอาหาร โดยโจวชิงเทียนเป็๞คนเข็นรถเข็นนำไป  พอถึงที่ก็ทำเหมือนเดิม ช่วยกันกางโต๊ะเหล็กกับเก้าอี้พับ   หลี่อี้เฟยร้องเรียกลูกค้าเสียงดังตามแบบฉบับของเธอ  

     

            ลูกค้าเริ่มเข้ามาทานอาหารแล้ว  บางคนก็เข้ามาทักทายโจวชิงเทียนกับเหลียนอี้เฟย คงจะเป็๞เพื่อนร่วมงานกัน  น้าสามก็บอกไปตามตรงว่า พวกเขาทั้งคู่ลาออกจากโรงงานแล้ว  

     

            หลี่ชิงเหมยเห็นน้าสามของตน กับ พี่อี้เฟย ขยันขันแข็งเป็๞อย่างมาก  คนนึงเก็บโต้ะ  คนนึงล้างชาม  ตอนนี้สองพี่น้องแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย  

     

             กับข้าวหมดเวลาเดิมทุกวัน ประมาน9โมง  ทุกคนช่วยกันเก็บของ โจวชิงหลานบอกน้องชายของตนว่าต้องกวาดขยะ  และเก็บเศษอาหารกับน้ำเสียทั้งหมดกลับไปทิ้งด้วย  ทำทุกอย่างเหมือนที่หลี่ชิงเหมยบอกไว้

     

           เสร็จงานก็ช่วยกันเข็นรถเข็นกลับบ้าน  โจวชิงหลาน  จ่ายเงินค่าจ้างให้กับเหลียนอี้เฟย 7หยวน และบอกให้ไปแบ่งกัน  อี้เฟยตาโตกับค่าจ้าง  นี่แค่วันเดียวนะ  แบ่งกับโจวชิงเทียนคนละ3หยวน50เฟิน  เดือนนึงก็เกือบจะร้อยหยวนเลยนะ  อี้เฟยดีใจที่ตนตัดสินใจลาออกจากโรงงาน  ไม่อย่างนั้นคงไม่เจอกับโอกาสดีๆแบบนี้

     

     

               "ตอนนี้ก็พักผ่อนกันได้เลยจ้ะ  เดี๋ยวตอนบ่ายๆ เราก็ไปซื้อของที่ตลาดมาเตรียมไว้สำหรับพรุ่งนี้" โจวชิงหลานบอกทั้งคู่ว่างานมีแค่นี้แหละ  ไม่ถึงครึ่งวัน  

     

               "พี่รอง ถ้าอย่างนั้นเราไม่ขายต่อละคับ  ทำให้เยอะขึ้นไม่ดีเหรอคับ" โจวชิงเทียนที่เห็นว่างานไม่หนัก แถมใช้เวลาไม่นาน  จึงบอกให้พี่สาวตนทำเพิ่ม

     

                 "ตอนเช้าพอแค่นี้แหละค่ะน้าสาม  เดี๋ยวจะมีงานเพิ่มแน่  และเงินก็จะเพิ่มด้วย  แต่ขอเวลาหนูนิดนึงนะคะ  กำลังวางแผนอยู่ค่ะ"

     

           หลี่ชิงเหมยบอกกับน้าสามของเธอ 

     

          ตอนนี้ชิงเหมยกำลังมีหนึ่งความคิดดีๆ คือ หลังจากหมด๰่๥๹เช้าแล้ว  ก่อนเที่ยงจะให้โจวชิงหลานกลับมาทำอาหารปิ่นโต  เพราะมีหลายคนถามถึงอาหารกลางวันด้วย  แต่จะต้องหาเ๽้าประจำก่อน  มีกี่คนก็จดไว้   หลังจากขายอาหารตอนเช้าเสร็จ  ก็กลับมาทำอาหารกลางวันอีกรอบหนึ่ง  ใส่ปิ่นโตไว้ แล้วให้อาสามเป็๲คนไปส่ง  ลูกค้าก็ต้องอยู่ระแวกเดียวกัน  คือแถวๆโรงงานนั่นแหละ  เพราะถ้าไกลไป ก็จะส่งยาก  เหตุผลที่ควรจะกลับมาทำอีกรอบ เพราะอาหารจะได้สดใหม่  การที่จะเอาอาหารที่ทำ๻ั้๹แ๻่เช้ามืดเป็๲จำนวนมาก แล้วขายไปจนถึงกลางวันเลยนั้น  ไม่ใช่ความคิดที่ดี  ใหนอาหารจะเย็นชืดแล้ว  บางทีอาจจะบูดก่อนแล้วก็ได้

     

             พรุ่งนี้คงต้องหาลูกค้าปิ่นโตมื้อกลางวันก่อน ถึงจะเริ่มโครงการได้  

     

             ต้องรีบจัดการให้เสร็จเพราะสองพี่น้องหลี่ชิงเหมย กับ หลี่หลิงต้องเตรียมตัวไปเรียนในวันมะรืนแล้ว 

     

     

                    ...................................