ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    อัญเชิญวิญญาณ

    ก่อนจะเข้าไปในห้องนายพิทักษ์มองมาที่ฉัน เหมือนเขากำลังสงสัยอะไรบางอย่าง ฉันรีบเปิดประตูเข้าห้องไป            ตะวันที่เห็นฉันเดินเข้ามาภายในห้องด้วยท่าทางร้อนรนก็ถามออกมา “เกิดอะไรขึ้น คุณเจอผีหรือ”            “ไม่มีอะไร ฉันซื้อข้าวมาเรากินกันก่อนเถอะ” ฉันเฉไฉ            เราทั้งสองทานอาหารและพูดคุยกันเพื่อรอเวลา และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนตรง ฉันก็เริ่มไลฟ์สดอีกครั้งหนึ่ง            (มาแล้วๆ ถ่างตารอเลยนะนี่)            (นึกว่าจะมาหลอกให้อยากแล้วมาจากไปซะแล้ว)            (มาช้ามาก เกือบจะหลับคาจอแล้วนะ)            แม้ว่าผู้ชมของฉันจะบ่น แต่ก็มีผู้ชมเข้ามาเรื่อยๆและพากันโดเนทตลอดเวลา ตอนนี้มีคนเข้ามาดูหลายพันคนเลยทีเดียว            “ฉันให้รอนานสักหน่อย ตอนก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว ตอนนี้เราก็แค่รอเวลา หวังว่าวิญญาณจะปรากฏตัวออกมาในคืนนี้” ฉันบอกผู้ชมของฉัน            เวลาผ่านไปนานสองนานแต่ก็ไม่มีวี่แววของสิ่งลี้ลับ มีแต่ความเงียบงัน ผู้ชมของฉันพากันใจร้อนกันแล้ว            (น่าเบื่อจัง ไม่เห็นมีอะไร)            (ผีไม่มาแล้วเหรอ ฉันอุตส่าห์รอดูเลยนะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าด้วย อารมณ์เสีย)            (ไม่มีผีก็ถ่ายหน้าชายนิรนามให้ฉันดูแทนก็ได้นะ)            จำนวนผู้ชมไลฟ์สดเริ่มลดลงเรื่อยๆ ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้คงไม่ดีแน่ ฉันมองหน้าตะวันด้วยความกังวล            “เราลองมาเล่นผีถ้วยแก้วกันดีไหม” จู่ๆตะวันก็โพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย            “ห๊ะ!” ฉันทำหน้าแปลกใจ ฉันคิดว่าเขาจะทำอะไรกัน มันจะได้ผลหรือ            กลายเป็นว่าผู้ชมของฉันเห็นด้วย ต่างพากันกดไลค์รัวๆให้กับความคิดของตะวัน ให้ตายสิฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย แต่เอาก็เอา ยังไงก็ดีกว่าให้ผู้ชมของฉันหนีไป            “แต่ฉันไม่มีอุปกรณ์เล่นผีถ้วยแก้ว” ฉันบอก            ตะวันหันซ้ายหันขวา เขานั่งลงที่พื้นแล้วเอาปากกามาเขียนเป็นตารางมีตัวอักษรครบตั้งแต่ ก.ไก่-ฮ.นกฮูก มีพยัญชนะและสระครบ นี่เขาเป็นครูภาษาไทยหรือไง            เมื่อเขียนเสร็จเขาก็ลุกไปหยิบแก้วน้ำบนชั้นวางของมา            “มาเถอะไพลิน” เขาพยักหน้าเรียกฉัน ฉันสูดลมหายใจ เอาก็เอา ไม่มีวิธีไหนถ่วงเวลาคนดูได้ดีกว่าวิธีนี้แล้วนี่            ฉันนั่งลงตรงข้ามกับตะวันและไลฟ์สดการเล่นผีถ้วยแก้วไปด้วย ผู้ชมที่ลดลงของฉันก็เริ่มกลับเข้ามา            “อ้อ...ผมลืมจุดธูปเชิญวิญญาณ” ตะวันลุกขึ้นและเอาธูปออกมาจากกระเป๋า และจุดธูป 1 ดอกเรียกวิญญาณ นี่เขาเตรียมของพวกนี่มาด้วย ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย            “เอาล่ะไพลิน เรามาเริ่มกันเลย” เขากลับมานั่งลงและเริ่มพิธี เขาบอกให้ฉันเอานิ้วจิ้มไปที่แก้วที่วางตรงหน้า            “ข้าขอเชิญดวงวิญญาณที่อยู่บริเวณนี้ มาสถิตอยู่ในแก้วใบนี้” เขาพูดอย่างชำนาญ เหมือนเขาจะเห็นฉันแคลงใจ เขาจึงบอกว่าตอนเด็กๆเขาเคยเล่นและมันได้ผล            จู่ๆแก้วใบนั้นก็สั่นสะท้านจนนิ้วฉันรู้สึกได้ “ตะวัน คุณแกล้งทำหรือเปล่า” ฉันถามเมื่อเห็นว่าเกิดความผิดปกติที่แก้วใบนั้น            “ผมเปล่านะ ผมไม่ได้ทำอะไร” เขาปฏิเสธ คราวนี่ล่ะช่องแชทของฉันก็ไหลเป็นน้ำ            (เอาแล้วๆ ผีมาแล้ว)            (ตอนเด็กๆฉันก็เคยเล่น มันน่ากลัวมาก)            (ขอหวยเลย 555)            “คุณเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” ตะวันเริ่มถาม แก้วใบนั้นค่อยๆเคลื่อนไปยังพยัญชนะ “ญ” เธอเป็นผู้หญิง            “คุณตายที่นี่หรือ” ตะวันถามต่อ แก้วขยับไปตามตัวอักษร เราสะกดได้ว่า ใ-ช่            ฉันเริ่มสยองไม่น้อย นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเคยเล่นผีถ้วยแก้ว            “คุณเป็นอะไรตาย” เขาถามต่อ ส่วนฉันได้แต่นั่งเงียบ            ฆ่-า แก้วขยับไปตามตัวอักษร อะไรกันไหนว่าฆ่าตัวตายไม่ใช่หรือ แต่ทำไมเธอบอกว่าถูกฆ่า            ไม่ทันที่จะได้ถามต่อ แก้วใบนั้นก็สั่นสะเทือน ฉับเกือบจะเอานิ้วออกจากแก้ว แต่ตะวันร้องห้ามฉันไว้ “อย่าเอานิ้วออกนะ เดี๋ยวผีจะเข้าสิง” ฉันหยุกกึกในทันที ไม่ทันอึดใจแก้วใบนั้นก็แตกออก ฉันและตะวันผงะไปคนละทาง            (โคตรเฮี้ยนเลย)            (ผีโกรธแล้ว)            ฉันกำลังจะเอ่ยปากถามว่าจะเอาอย่างไรต่อ ตะวันก็ยกมือขึ้นมาห้ามฉัน            ฮือ...ฮือ..ฮือ.. เสียงร้องไห้แผ่วเบาดังแว่วมา เราพยายามหาที่มาของเสียง            (เสียงอะไรน่ะ ทุกคนได้ยินไหม)            (เสียงร้องไห้ของผู้หญิง)            ฉันและตะวันเดินไปตามที่มาของเสียงนั้น ฉันเปิดประตูห้องน้ำเข้า ภายในห้องน้ำนั้นว่างเปล่า ฉันมองไปที่กระจกบานใหญ่ ฉันเห็นเงาของผู้หญิงคนหนึ่งลักษณะกำลังถูกบีบคอดิ้นทุรนทุรายดวงตาปูดโปนมองมาที่ฉัน            ฉันถึงกับผงะและถอยหลังล้มลง ตะวันผลักประตูห้องน้ำเข้าไป แต่ไม่พบอะไร ทันใดนั้นไฟในห้องก็ดับลงและปรากฎเงาของผู้หญิงคนหนึ่งลอยออกมาจากห้องน้ำ เงานั้นลอยทะลุกำแพงไปยังห้องข้างๆ            นั่นมันห้องที่นายพิทักษ์พักอยู่ ฉันรำพึงเบาๆ            (ผีมันทะลุกำแพงหนีไปห้องข้างๆ)            (เธอต้องถูกฆ่าและถูกโบกไว้ในกำแพงแน่ๆ)            (จะบ้าเหรอ ใครจะมาทำแบบนั้นได้)            เราทั้งคู่มองหน้ากัน ตอนนี้ต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง เราเป็นคนเรียกวิญญาณออกมา ตอนนี้มันกำลังหายเข้าไปในห้องพักของคนอื่น อันตรายอาจจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้            ฉันตัดสินใจวิ่งออกไปจากห้อง และไปเคาะประตูที่ห้องข้างๆ มีคนเปิดประตูออกมา ชายที่ชื่อพิทักษ์นั่นเอง เขามีสีหน้าสงสัยไม่น้อย ฉันดึงหน้ากากขึ้นมาปิดบังใบหน้า            “พวกคุณมีอะไร” นายพิทักษ์เอ่ยถาม            “เอ่อ..คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม เมื่อกี้มันมี เอ่อ...” ตะวันไม่รู้จะเอ่ยบอกเขาว่าอย่างไรว่ามีผีทะลุเข้ามาที่ห้องของเขา ฉันพยายามสอดส่องสายตาเข้าไปภายในห้อง แต่ก็ไม่เห็นวิญญาณตนนั้น            “มีบางอย่างเข้ามาที่ห้องคุณ ถ้าคุณ..เอ่อ...ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนห้องพัก ก็น่าจะดีนะ” ตะวันพยายามบอก            “พวกคุณต้องการอะไรกันแน่ ทำไมผมต้องเปลี่ยนห้องพัก” นายพิทักษ์พูดอย่างหัวเสีย เขากำลังจะปิดประตูห้อง ทันใดนั้นเองฉันมองเห็นวิญญาณหญิงสาวเมื่อครู่นี้ ถูกแขวนคออยู่ที่พัดลมกลางห้องของนายพิทักษ์ ภาพที่เห็นเพียงแว่บเดียวนั้น เป็นภาพที่ลำคอของเธอถูกเชือกรัดเอาไว้ ตัวของเธอห้อยอยู่ที่กลางห้อง สีหน้าเธอทรมานและมีเลือดไหลออกมาทั้งทางตาและจมูกของเธอ            ประตูห้องปิดลง นายพิทักษ์เดินกลับเข้าไปภายในห้อง            (ผีอยู่ในห้องเขา)            (รีบบอกเขาให้หนีออกมา)            (นั่นมันคนหรือผี มีการฆาตกรรมอยู่ในห้องตอนนี้เหรอ)            เสียงร้องตะโกนออกมาจากห้อง เสียงของชายชื่อพิทักษ์ เขากรีดร้องราวกับว่ากำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง สักพักเสียงก็เงียบลง ฉันกับตะวันมองหน้ากัน เวลานี้เราควรทำอย่างไรดี            จู่ๆในหัวฉันก็เหมือนรู้สึกหนักอึ้ง สิ่งรายรอบข้างฉันตอนนี้มันดูบิดเบี้ยวไปหมด เหมือนฉันกำลังจะเป็นลม            “ที่นี่อันตราย เราต้องรีบหนี” ฉันบอกกับตะวัน เราทั้งคู่วิ่งไปตามโถงทางเดินเพื่อหาทางออกจากที่นี่ เราเข้าไปในลิฟต์ แล้วจู่ๆประตูลิฟต์ก็ปิดลงโดยที่ตะวันยังไม่ได้เข้ามา            ตึง! ลิฟต์หยุดทำงาน ไฟก็ดับลง ฉันมองไม่เห็นอะไรอีก “ตะวัน คุณอยู่ไหน” ฉันตะโกนเรียกหาเขา            ประตูลิฟต์เปิดออก ฉันมึนงง ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันยืนอยู ณ ที่แห่งใดบนโลกนี้ ตะวันหายไปไหน ส่วนนายพิทักษ์เขาถูกวิญญาณทำร้ายไปแล้วใช่ไหม