“ผู้ใดกัน?”
หลีจิ้งตะโกนขณะที่ใครบางคนดึงนางไว้จากด้านหลัง
นางรู้สึกงุนงงอย่างมาก เมื่อจู่ ๆ นางก็เห็นเปลวเพลิงระเบิดออกมาและแปรเปลี่ยนเป็นรอยฝ่ามือที่พุ่งไปด้านหน้าของผู้อาวุโสทั้งสอง สิ่งที่ทำให้หลีจิ้งประหลาดใจก็คือด้วยการโจมตีของชายลึกลับผู้นั้น ผู้อาวุโสทั้งสองถูกผลักออกไป และในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ พวกเขาก็กลายเป็นศพ!
“เป็นไปได้อย่างไร? เขาเป็นนักรบอสูรงั้นรึ?”
หลีจิ้งและสองพี่น้องตระกูลหลี่ต่างหยุดชะงักไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ พวกเขามองไปยังการต่อสู้กับผู้อาวุโสและเห็นว่านักรบอสูรเอาชนะพวกเขาได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
นักรบอสูรผู้นั้นก็คือหลงเฉินนั่นเอง
หลงเฉินปิดบังตัวตนไว้กระทั่งตอนนี้ เขารอให้ผู้อาวุโสทั้งห้าคนออกห่างจากจ้าวลัทธิเซียนโลหิตมาโดยตลอด แล้วเหตุใดเขาถึงจะไม่ลงมือ?
หลงเฉินบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้นและยังมี [กายาเพลิงอัสนี] ขั้นหนึ่ง เขายังมีทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นกลาง--- [หมัดอสูรสุริยันผลาญฟ้า] ที่แม้แต่เฟิงอู่เทียนซึ่งบรรลุถึงจุดสุดยอดของระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ก็ไม่สามารถรับมือได้ จึงเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผู้อาวุโสสองคนนี้
หลังจากจัดการผู้อาวุโสทั้งสองคน หลงเฉินก็ใช้ทักษะต่อไป
[มังกรสวรรค์ย่างก้าว]!
เมื่อใช้ [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] หลงเฉินรีบคว้าศพทั้งสองและพุ่งตัวเข้าไปในฝูงชน เขาใช้วิชา [กลายร่างวิญญาณมังกร] เรียบร้อยแล้ว เมื่ออยู่ในร่างนี้เขาจึงสามารถดูดกลืนพลังจากสองยอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์โดยใช้วิชา [กลั่นโลหิตสลายปราณ] ในเวลาเพียงชั่วอึดใจ!
สำหรับหลงเฉินในตอนนี้ ยอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นสาม การดูดกลืนและหล่อหลอมพลังจากพวกเขาจึงเป็นแค่เรื่องที่ง่ายดายอย่างมาก
‘เวลานี้ข้ายังไม่สามารถรับมือกับจ้าวลัทธิได้ อย่างมากข้าก็ทำได้เพียงดึงความสนใจจากเหล่าผู้อาวุโสและดูดกลืนแก่นโลหิตของพวกเขา หวังว่ามันจะเพียงพอให้ข้าบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ได้!’
นี่คือกลยุทธ์ของหลงเฉิน เมื่อใช้ [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] เขาจึงเคลื่อนที่ไปในฝูงชนได้อย่างรวดเร็ว ผู้เดียวที่สามารถไล่ตามเขาได้มีเพียงจ้าวลัทธิเท่านั้น แต่เวลานี้เขามัวแต่คุยอยู่กับหยางหลิงชิง
ศพที่เหือดแห้งทั้งสองถูกโยนไปต่อหน้าต่อตาทุกคน พวกเขาต่างอ้าปากค้างตาม ๆ กัน
เมื่อได้สติว่าเกิดอะไรขึ้น หลงเฉินก็อันตรธานหายไปเสียแล้ว
หรือไม่เขาก็แฝงตัวเข้าไปในฝูงชน
“เกิดอะไรขึ้น?”
หลีจิ้งและอีกสองคนรีบค้นหาจากในฝูงชน แต่คนผู้นั้นก็หายตัวไปแล้ว
“ศิษย์พี่! คนของลัทธิเซียนโลหิตน่าจะตายหมดแล้ว เร่งมือเข้าเถอะ!”
หลี่เผิงและหลี่เฉิงมองหน้ากัน ทั้งสองคิดว่าการที่สามารถสังหารยอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ได้ นั่นก็หมายความว่าคนผู้นั้นจะต้องอยู่ในระดับแก่นปฐพีอย่างแน่นอน และอาจจะต่อกรกับจ้าวลัทธิได้อีกด้วย!
อย่างไรก็ตาม ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ จากคำพูดเหล่านั้น ทุกคนต่างมองหานักรบอสูรด้วยความสับสนแต่ก็ไม่พบ ส่วนหลีจิ้งหันไปเห็นหลงเฉินยังอยู่ที่เดิมอย่างเชื่อฟัง นางจึงรู้สึกโล่งใจ
“ยอดฝีมือผู้นั้นเป็นใครกัน?”
ขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงกับเรื่องนี้ จ้าวลัทธิเพิ่งรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจากปากของผู้อาวุโสทั้งสาม
“เจ้าสองคนไปจัดการเจ้าตัวตลกสามคนนั่น หากมีใครโผล่มาอีกละก็ ข้าจะจัดการมันด้วยตัวเอง!”
เวลานี้จ้าวลัทธิไม่กล้าประมาทอีกต่อไป คนผู้นี้จะต้องแข็งแกร่งมากถึงได้สังหารผู้อาวุโสไปสองคน
‘อย่างไรก็ตาม เขาลงมืออย่างมีเล่ห์เหลี่ยมและไม่เปิดเผยตัว นั่นก็หมายความว่าเขาเกรงกลัวข้า ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าสินะ และที่เขาชนะได้ก็เพราะการซุ่มโจมตีเท่านั้น’
เวลานี้ จ้าวลัทธิเดินไปที่สะพานและจับจ้องไปยังอีกฟากหนึ่งอย่างไม่วางตา
เขาไม่ได้เดินข้ามสะพาน แต่กลับสังหารทุกคนที่ข้ามผ่านมา ด้วยกลัวจับใจว่าหยางหลิงชิงที่เป็นดาวจรัสแสงในพิธีกรรมครั้งนี้จะถูกช่วยเหลือออกไป
“แม่เฒ่าหวง ปกป้องเด็กสาวผู้นี้ให้ดี ข้าจะไปจัดการคนก่อเรื่องเสียหน่อย!”
หลังจากที่ออกคำสั่งอย่างชัดเจนแล้ว จ้าวลัทธิมองไปที่หยางหลิงชิงด้วยสายตาข่มขู่ จากนั้นก็เดินไปที่ใจกลางสระโลหิตพลางกวาดตามองไปที่ฝูงชน เขารู้ว่าคนผู้นั้นจะต้องอยู่ที่นั่น
ระหว่างนั้น หยางหลิงชิงก็จับจ้องไปที่ศพทั้งสองด้วยความงุนงง
นางรู้เรื่องเกี่ยวกับหลงเฉินน้อยมาก ทว่านั่นคือลักษณะเดียวกับที่ไป๋จ้านสงเสียชีวิต
“ท่านพี่ ท่านมาที่นี่หรือ...”
หยางหลิงชิงที่ซีดเผือดกลับค่อย ๆ สดใสขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อนางตระหนักว่าผู้อาวุโสทั้งสองแข็งแกร่งเพียงใด และตอนที่หลงเฉินจากเมืองพฤกษาหมอกไปเขาก็เพิ่งบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่แปด ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่เขาคือร่างสีแดงนั้น หยางหลิงชิงจึงไม่กล้าตั้งความหวังมากนัก
“แม้ข้าจะเห็นไม่ชัด ทว่าร่างสีแดงนั้นน่าจะเป็นเขา แต่เขาทรงพลังถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?”
หยางหลิงชิงส่ายศีรษะ
“ดูเหมือนว่าข้าจะคิดมากไปจนเห็นภาพหลอนเสียแล้ว”
นางหัวเราะอยู่ในใจและกัดริมฝีปากพลางจับจ้องไปที่เหล่าผู้อาวุโส
เมื่อเห็นว่าหลงเฉินช่วยหลีจิ้งไว้ครั้งหนึ่งด้วยการเล่นงานผู้อาวุโสทั้งสอง จ้าวลัทธิย่อมบังคับให้หลงเฉินแสดงตัวออกมา นับเป็นการลงมือที่ชาญฉลาด
“หากเจ้าเป็นชายชาตรีละก็ ออกมาสู้กับข้าตัวต่อตัวอย่างเปิดเผยสิ เจ้าหวาดกลัวสิ่งใดรึ? เจ้าเป็นคนเช่นไรกัน เป็นวีรบุรุษเช่นไรกัน?”
สายตาเย็นชาของจ้าวลัทธิกวาดมองไปทั่วแต่ก็ไม่พบสิ่งใด จากนั้นเขาก็มองผู้อาวุโสอีกสองคนที่กำลังจู่โจมหลีจิ้งและคนอื่น ๆ หลีจิ้งสามารถรับมือคนคนเดียวได้ แต่สองพี่น้องหลี่เผิงและหลี่เฉิงนั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย
หลงเฉินที่ซ่อนตัวอยู่รู้สึกบันดาลโทสะเมื่อเห็นหลี่เผิงและหลี่เฉิงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
‘ข้ารู้สึกว่าข้าใกล้จะบรรลุสู่ระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แล้ว เห็นทีข้าคงต้องต่อสู้ครั้งสุดท้ายสินะ!’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ขณะที่หลี่เผิงและหลี่เฉิงกำลังเข้าใกล้ประตูแห่งความตายเข้าไปทุกที หลงเฉินก็ใช้วิชา [กลายร่างวิญญาณมังกร] และพุ่งเข้าใส่ผู้อาวุโสทั้งสองราวกับลูกธนูโลหิต!
“[หมัดอสูรสุริยันผลาญฟ้า] --- [เพลิงสวรรค์มอดไหม้]!”
มือแต่ละข้างของหลงเฉินปลดปล่อยทักษะทั้งสองออกมาทันที!
การโจมตีที่ทรงพลังเช่นนี้ทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์หน้าซีดเผือดและรีบใช้ทักษะการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อเอาตัวรอด ระหว่างนั้น เมื่อสัมผัสได้ว่าหลงเฉินอยู่ที่ใด จ้าวลัทธิก็พุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วสูงสุดที่ทำได้!
“เจ้าคนทรยศ ตายเสียเถอะ!”
อย่างไรก็ตาม เขาประมาทหลงเฉินเกินไป หลงเฉินอยู่ใกล้กับผู้อาวุโสทั้งสองมากกว่า ขณะที่เปลวเพลิงโหมกระหน่ำพัดผ่านและเมื่อสายลมบ้าคลั่งจางหาย สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงศพสองศพเท่านั้น…
ดวงตาของจ้าวลัทธิเบิกโพลงจนแทบถลนออกมา!
ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่สังหารผู้อาวุโสทั้งสอง เขาก็ไม่ปล่อยให้เลือดไหลออกจากร่างของพวกเขาเลย
‘ในเมื่อตาแก่เจ้าเล่ห์ทั้งสองเลือกที่จะอยู่ฝ่ายอธรรม แม้แต่ความตายก็ไม่สามารถชำระล้างเรื่องชั่วช้าที่พวกเขาก่อได้ ด้วยวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] ข้าจะสามารถบรรลุสู่ระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ได้ และข้าก็ทำสำเร็จแล้ว!’
หลงเฉินลากศพทั้งสองไปพร้อมกับใช้เคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] อีกครั้งและพุ่งตัวเข้าไปในฝูงชน เมื่อใช้วิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] เลือดที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของหลงเฉินและถูกสกัดเป็นปราณโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ในแก่นมนุษย์ที่จุดตันเถียนของเขา
“เจ้าเป็นใครกันแน่! กล้าดีอย่างไรถึงสังหารผู้อาวุโสของข้า?”
จ้าวลัทธิถึงไม่สนใจแม้แต่น้อยเมื่อเหล่าสาวกของเขาตายไป แต่ผู้อาวุโสทั้งห้าติดตามเขามานานหลายปีและจงรักภักดีต่อเขามากนัก เมื่อหลงเฉินฆ่าพวกเขาทั้งสี่คนภายในชั่วพริบตา จ้าวลัทธิก็แทบจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที!
‘จ้าวลัทธิบรรลุระดับแก่นปฐพีจริง ๆ ความเร็วของเขาช่างน่าทึ่งนัก!’
เมื่อสัมผัสได้ว่าคู่ต่อสู้กำลังมุ่งหน้ามาด้วยความเร็วขณะที่เขาซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน หลงเฉินขมวดคิ้ว
‘ยังพอมีเวลาให้ข้าหล่อหลอมแก่นโลหิตพวกนี้!’
หลังจากดูดกลืนแก่นโลหิต หลงเฉินก็โยนศพของผู้อาวุโสไปที่จ้าวลัทธิที่อยู่ใกล้ ๆ เวลานี้จ้าวลัทธิกำลังบันดาลโทสะ จิตสังหารแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง
หลงเฉินไม่รอช้าและรีบหล่อหลอมเลือดให้เป็นพลังปราณ แต่โชคไม่ดีนัก ในขณะที่แก่นมนุษย์ของเขาสั่นไหว แต่มันไม่เพียงพอให้เขาบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ได้
‘ใกล้จะบรรลุอยู่แล้วเชียว ดูเหมือนว่าข้าคงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสู้กับเขาไปทั้งอย่างนี้!”
จ้าวลัทธินั้นทรงพลังอย่างไม่ต้องสงสัย และหลงเฉินก็ไม่รู้เลยว่าตนเองจะต่อสู้กับคนผู้นี้อย่างเท่าเทียมได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เตรียมใจมาเพื่อทำในสิ่งที่เขาไม่มั่นใจถึงเพียงนี้ แต่เพื่อเห็นแก่หยางหลิงชิงแล้ว เขาก็มิอาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้อีกต่อไป
เวลานี้ดวงตาของหยางหลิงชิงรื้นไปด้วยน้ำตา
เมื่อหลงเฉินหยุดและคืนร่างเดิม หยางหลิงชิงจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเขาคือใคร?
นางไม่สนใจอีกแล้วว่าเขาแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร สิ่งเดียวที่นางรู้คือหลงเฉินมาช่วยนาง และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งนี้ก็มากเกินพอแล้ว
“ท่านพี่...”
หยางหลิงชิงร้องเรียกออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำตาของนางไหลอาบแก้ม
คำพูดของนางได้ยินไปถึงแม่เฒ่าหวงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หลังจากครุ่นคิด นางก็ผงะไปและรีบตะโกนบอกจ้าวลัทธิ
“ท่านจ้าวลัทธิ เด็กหนุ่มผู้นั้นคือหลงเฉินแห่งตระกูลหลิงอู่ เขาคือคนที่สังหารผู้คุมกฎเสวี่ยเยวี๋ยนจื่อ ผู้คุมกฎชิน และผู้คุมกฎชื่อ เขาคือคนของตระกูลหยาง!”
เสียงตะโกนทำให้จ้าวลัทธิชะงักงัน เวลานี้เขากำลังเผชิญหน้ากับหลงเฉินที่เผยตัวออกมาจากฝูงชนและเตรียมต่อสู้ คำพูดของหญิงชราทำให้เขาตกตะลึงและนึกถึงเรื่องของคนผู้นี้ หากนี่เป็นความจริง เช่นนั้นแล้วทุกอย่างก็เป็นเหตุเป็นผล ทว่าความแข็งแกร่งของหลงเฉินไม่ได้เป็นไปตามที่เขาเคยรู้มา
“เจ้าคือหลงเฉินงั้นรึ?”
จ้าวลัทธิสามารถเอาชนะเขาได้อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงวางท่าและเอ่ยถาม
“นั่นคือหลงเฉินรึ?”
หลีจิ้งและพี่น้องทั้งสองมองไปที่เขา ดวงตาเบิกโพลงและปากอ้าค้าง
********************