เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 163: หมู่บ้านในกลางป่า (Village into the Forest)

            พวกยูกินะรีบมุ่งหน้าตรงไปยังหมู่บ้านในกลางป่าบนภูเขาสุซุกะ พร้อมกับคอยจัดการกับพวกอสูรโยไคชนิดต่างๆ ที่ขวางหน้าไปด้วย จนกระเมื่อเมื่อพวกเธอได้ใกล้จะมาถึง สภาพฝนฟ้าอากาศก็ค่อยๆ แปรปรวน จนกระทั่งมีลมฝนขนาดใหญ่ที่สาดเข้ามาอย่างโหมกระหน่ำ พร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่น และมีแสงวาบที่เกิดจากฟ้าแลบกระพริบอยู่เป็นระยะ

            ลมบ้าอะไรทำไมพัดแรงจังวะเนี่ย แถมยังฝนตกหนักอีก นี่เริ่มจะมองไม่เห็นทางแล้วเนี่ย

            ด้วยความที่ลมแรงเหมือนกับพายุเข้า บวกกับมีสายฝนขนาดใหญ่ที่สาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง จึงทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นนั้นค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ จนท้ายที่สุด พวกยูกินะก็ต้านแรงลมที่ราวกับพายุเอาไว้ไม่ไหว พวกเธอทั้งหมดก็ได้พากันดิ่งลงสู่พื้นเบื้องล่างที่อยู่ภายในพื้นที่หมู่บ้านในกลางป่าแห่งนั้นทันที จากนั้น ร่างงามของพวกเธอทั้งหมดก็ได้พากันล้มกระแทกลงที่พื้น แล้วกลิ้งตัวอยู่หลายตลบ ทางด้านคิทสึเนบิก็ได้กลับสู่ร่างมนุษย์เด็กสาวในชุดมัธยมปลายผมสีชมพูโดยทันที “ทุกคนไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”

            ยูกินะเอ่ยถามกับคนอื่นๆ ด้วยความเป็นห่วง พลางค่อยๆ ชันตัวลุกขึ้นยืนไปพร้อมๆ กับคนอื่นๆ ในท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาอย่างโหมกระหน่ำ “พวกข้าไม่เป็นไรหรอก”

            คำตอบที่มาจากปากของโทโมเอะนั้นทำให้ยูกินะรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ลุกขึ้นยืนกันหมดทุกคนแล้ว พวกยูกินะก็รีบพากันเดินสำรวจอยู่ภายในหมู่บ้านกลางป่าในท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง ในระหว่างที่กำลังเดินสำรวจกันอยู่นั้น ทางด้านคิทสึเนบิก็พลางรู้สึกหดหู่และเศร้าสลดกับบรรยากาศภายในหมู่บ้านที่เงียบร้างมาเป็นเวลาหลายปี อีกทั้งยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อพ่อแม่ญาติ และเพื่อนคนอื่นๆ ที่เป็นชนเผ่าสุนัขจิ้งจอกฮาคุโซสุด้วยกัน ซึ่งถูกพรากไปอย่างไม่มีวันกลับ

            “นี่อย่างงั้นหรือ หมู่บ้านในกลางป่าที่ว่าเป็นที่พักอาศัยของชนเผ่าฮาคุโซสุอะไรนั่น”

            โอคัทสึเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย

            “ใช่แล้ว ที่นี่แหละ หมู่บ้านของชนเผ่าฮาคุโซสุ ชนเผ่าสุนัขจิ้งจอกอย่างข้า” คิทสึเนบิเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง

            “แต่จะว่าไปแล้ว ที่นี่...ก็ดูน่าหดหู่เสียเหลือเกิน”

            ทางด้านอินะฮิเมะก็พลางมองสำรวจไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก

            “เมื่อก่อน ชนเผ่าสุนัขจิ้งจอกอย่างพวกข้าก็เคยอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่หลังจากที่ถูกฆ่าล้างไปจนหมดสิ้น ข้าก็ได้รับความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์สุซุกะกับโอทาเคมารุ แล้วก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลย...”

            คิทสึเนบิถอนหายใจสักพัก ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

            “แต่ก็ไม่นึกเลยนะว่าข้าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เมื่อข้าได้มาถึงที่นี่ ข้าก็นึกถึงญาติและพวกพ้องคนอื่นๆ ที่ได้ตายจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ในที่แห่งนี้ช่างเต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าเศร้ายิ่งนัก”

            ทางด้านโทโมเอะก็รีบเดินเข้าไปปลอบประโลมคิทสึเนบิอยู่เคียงข้าง

            “อย่าได้เสียใจไปเลยนะ เพราะเจ้ายังมีข้าคอยอยู่เคียงข้าง เราสองคนก็เคยสัญญากันเอาไว้ ว่าจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป” ทางด้านคิทสึเนบิก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น เมื่อได้ยินในสิ่งที่โทโมเอะพูดออกมาเช่นนั้น

            หลังจากที่เดินสำรวจมาได้สักระยะ พวกยูกินะก็ได้พบกับรูปปั้นคุสุโนฮะที่อยู่ในพื้นที่ตรงบริเวณกลางหมู่บ้าน ซึ่งเป็นรูปปั้นพระนางพญาจิ้งจอกขาวที่ชนเผ่าสุนัขจิ้งจอกอย่างฮาคุโซสุนั้นเคยให้ความเคารพ และสักการะบูชาอยู่เป็นประจำทุกวัน จนกลายมาเป็นลัทธิประจำชนเผ่าไปโดยปริยาย และทันใดนั้น ร่างเนรมิตของนางคุสุโนฮะก็ได้ปรากฏตัวขึ้นจากรูปปั้นพญาจิ้งจอกขาวที่อยู่ในใจกลางหมู่บ้านกลางป่าแห่งนี้

            “ท่านอาจารย์สุซุกะ...ไม่สิ ท่านอินาริ”

            โทโมเอะกับคิทสึเนบิต่างก็รู้สึกสับสนกันไปหมด เลือกกันไม่ถูกเลยว่าจะเอ่ยเรียกนางพญาจิ้งจอกขาวคุสุโนฮะที่อยู่ตรงหน้ายังไงระหว่างท่านอาจารย์สุซุกะกับท่านอินาริ เพราะไม่ว่ายังไงนางคุสุโนฮะก็เป็นร่างจำแลงของเทพีอินาริ และมิโกะสุซุกะ โกเซ็นก็เป็นร่างอวตารของเทพีอินาริ

            “พวกเจ้าจะเรียกพวกข้ายังไงก็แล้วแต่พวกเจ้าเถอะ โทโมเอะ คิทสึเนะ ข้าจะมอบพลังอีกอย่างหนึ่งให้กับพวกเจ้าทั้งสองคน” ร่างเนรมิตของนางคุสุโนฮะได้ทำการเสกอัญมณีมากะทามะทั้งสองชิ้นที่ติดกันเป็นรูปหยินหยางขึ้น ก่อนที่นางจะทำการแยกตัวอัญมณีทั้งสองชิ้นออกมา แล้วมอบให้กับพวกเธอทั้งสองคน

            โดยที่อัญมณีทั้งสองชิ้นที่มีแสงเรือนออกมานั้นจะค่อยๆ ลอยเข้าไปที่ตรงบริเวณกลางอกของพวกเธอทั้งสอง ก่อนที่อัญมณีทั้งสองชิ้นนั้นจะทำการเสกสายสร้อยขึ้นที่ตรงบริเวณคอของพวกเธอทั้งสอง พร้อมกับเรือนแสงออกมา

            “พลังที่ข้าได้มอบให้ไปนั้นจะทำให้พวกเจ้าทั้งสองสามารถรวมร่างเข้าด้วยกันเพื่อกลายสู่ร่างโอกามิ-มุฉะได้”

    หลังกล่าวจบ ร่างเนรมิตของคุสุโนฮะก็ได้เลือนหายไปจากตรงหน้าโทโมเอะกับคิทสึเนบิโดยทันที และทันใดนั้น พื้นที่ในหมู่บ้านก็ได้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้น

            “เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างกำลังคลืบคลานเข้ามา พวกเรารีบไปหาที่หลบกันเถอะ”

            หลังจากที่อินะฮิเมะกล่าวจนจบ พวกยูกินะก็รีบวิ่งไปหลบในที่ปลอดภัยโดยทันที และสักพัก ก็ได้มีบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกับแขนของอสูรโยไคขนาดมหึมาที่คล้ายกับโกเล็มหินผุดขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว แล้วตบลงเข้าที่พื้นเสียงดังสนั่น

            จากนั้น ก็ได้มีอสูรโยไคตนหนึ่งที่ละม้ายคล้ายกับโกเล็มหินร่างยักษ์ที่มีกายสังขารขนาดมหึมาค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากบนพื้น ก่อนที่มันจะเดินออกไปจากพื้นที่หมู่บ้านในกลางป่าแห่งนี้ด้วยความรวดเร็ว เสียงเดินของมันนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณอย่างต่อเนื่อง

            “นั่นมันตัวอะไรกันหน่ะ” อินะฮิเมะเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึงในความใหญ่มหึมาของอสูรโยไคตนนั้นอย่างสุดขีด และในทันใดนั้น เทพโอคุนินุชิก็ได้ปรากฏขึ้นที่ตรงหน้ายูกินะ

            “สิ่งที่พวกเจ้าได้เห็นไปนั่นหล่ะ ไดดาระโบชชิ-อายาคาชิ”

            “นั่นหน่ะหรือ ไดดาระโบชชิ-อายาคาชิ”

            โอคัทสึเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย เทพโอคุนินุชิจึงพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ

            “เจ้าหญิงฮิเมรากิ ไข่มุกแห่งภูผานั่นมันอยู่ข้างในร่างของมัน เจ้าจะต้องหาทางที่เข้าไปข้างในร่างของมัน เพื่อที่ตามหา และชิงไข่มุกแห่งภูผาที่อยู่ในตัวของมัน”

            หลังจากที่กล่าวชี้แนะจนจบ เทพโอคุนินุชิก็ได้เลือนหายไปจากตรงหน้าพวกยูกินะโดยทันที แต่ทันใดนั้น ก็ได้มีเหล่าอสูรโยไคชนิดต่างๆ มากันเป็นฝูง โทโมเอะ คิทสึเนบิ อินะฮิเมะ และโอคัทสึ จึงรีบเข้าไปเผชิญหน้ากับพวกมันในทันที

            “ตรงนี้เดี๋ยวพวกข้าจะรับมือไว้เอง ในระหว่างนั้น องค์หญิงฮิเมรากิก็รีบออกไปตามหาเจ้าไดดาระโบชชิ-อายาคาชินั่น แล้วก็ชิงไข่มุกแห่งภูผาของมันมา”

            หลังจากที่อินะฮิเมะกล่าวจนจบ พวกพ้องที่เหลือทั้ง 4 คนของยูกินะก็รีบเข้าเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าโดยทันที ส่วนทางด้านยูกินะก็รีบอัญเชิญภูติพิทักษ์ประจำกายที่มีนามว่าเท็นมะออกมา ก่อนที่เธอนั้นจะรีบขึ้นขี่บนหลังม้าปีกมีเขา และรีบบินออกไปจากพื้นที่หมู่บ้านในกลางป่า และตามหาไดดาระโบชชิ-อายาคาชิที่ได้เดินออกไปจากหมู่บ้านแห่งนั้นโดยทันที ในท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาอย่างโหมกระหน่ำในตลอดระยะทาง

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน